email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 คือแคร์หรือแค่สงสาร (1) - อย่าทำน้องงงงง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 คือแคร์หรือแค่สงสาร (1) - อย่าทำน้องงงงง

คำค้น : อวบ อวบอยู่ไหนจ๊ะ คิง ขุนพล อาทิตยา วรฤทธิ์ อวบอ้วน อวบจัง รักอวบ Honey Orapim

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 02:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 คือแคร์หรือแค่สงสาร (1) - อย่าทำน้องงงงง
แบบอักษร

ตอนที่ 3 คือแคร์หรือแค่สงสาร

            สี่หนุ่มหล่อและหนึ่งสาวอวบที่ยังคงดูมอมแมมยืนรอขุนพลไม่นาน สักพักเขาก็เดินกลับมายังจุดเดิมที่เพื่อนๆ รออยู่ ด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลงมาบ้างแล้ว ส่วนอาทิตยานั้นก็ไม่ร้องไห้แล้วเช่นกัน

            “พวกมึงแยกย้ายกันไปเรียนต่อเถอะ” ขุนพลเอ่ยขึ้นโดยไม่นำพาว่าทุกคนต่างเก็บของออกมาหมด เตรียมโดดเป็นเพื่อนอวบได้เต็มที่

            “อ้าวแล้วพี่...” วรฤทธิ์ตั้งท่าจะถาม แต่ก็ชะงักเมื่ออีกฝ่ายชิงเอ่ยบอกเสียเอง

            “เดี๋ยวกูพาอวบไปส่งเอง”

            “แล้วไม่เรียนก่อนเหรอพี่” ศุภณัฐพูดขึ้นบ้าง

“สภาพอย่างงี้มึงจะให้ไอ้อวบมันเรียนยังไงไอ้เอส มันไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนแล้ว”

สี่หนุ่มได้ยินแล้วก็เงียบ ต่างคนต่างเหลือบมองกันไปมา แม้แต่อาทิตยาเองก็ปิดปากเงียบ ไม่สนใจจะรับรู้อะไรมากมาย ดูลอยๆ ชอบกล ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอาบแก้มอีกแล้ว

“ไป เดี๋ยวไม่ส่ง ไม่ร้องๆ” ขุนพลบอกพร้อมกับยกมือยีหัวเธอแรงๆ

การปลอบโยนประสาคนเถื่อนหรือไง?

อาทิตยายกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะเอ่ยกับเขา

“เดี๋ยวอุ๊บกลับเองก็ได้ค่ะ ไม่ต้องไปส่งหรอก”

“บอกว่าไปส่งก็ไปส่งสิ จะดื้อทำไม” ว่าแค่นั้นแล้วก็พยักพเยิดเป็นเชิงส่งซิกให้ทั้งสี่กลับไปเข้าห้องเรียนเหมือนเดิม ส่วนตัวเองนั้นคว้าข้อมือของอาทิตยาได้ ก็พาเดินลิ่วๆ ไปที่รถ...

            “เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยกลับก็แล้วกัน เอาเสื้อผ้ามาซักให้แห้ง แล้วก็เปลี่ยนชุดเดิมแล้วค่อยกลับบ้าน ไปชุดแบบนี้เดี๋ยวแม่สงสัยเปล่า ว่าเกิดอะไรขึ้น”

            เขาให้เหตุผลอย่างนี้ ตอนที่ขึ้นรถด้วยกันและบอกกับอาทิตยาว่ายังจะไม่พาเธอไปส่งบ้าน แต่จะพาไปพักที่คอนโดของเขาก่อน

            ตอนแรกอาทิตยาก็ตกใจ แต่ฟังจากที่เขาพูดแล้วก็เห็นด้วย ก็เลยเดินตามเขาต้อยๆ จนมาอยู่ในห้องของผู้ชายสองต่อสองในตอนนี้

            “อะ เปลี่ยนใส่เสื้อกับบ๊อกเซอร์ไปก่อน เครื่องซักผ้าอยู่ด้านหลัง ใช้ได้ตามสบายเลย”

            สาวอวบรีบเอื้อมมือไปรับ แล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำอย่างเร็วไว ไม่ใช่เธอไม่กระดากที่ต้องมารบกวนเขานะ แต่เธอก็หลวมตัวเข้ามาแล้วอะ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือไม่ควรขัดใจเขา ในเมื่อเขามีน้ำใจด้วย เขาสั่งอะไรก็ทำตามไปเหอะ

            ขุนพลที่กำลังเก็บเตียงและผ้าห่มให้เรียบร้อยหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ด้วยห้องน้ำของคอนโดเขามีเพียงห้องเดียวในห้องนอน อาทิตยาเลยจำต้องเข้ามาใช้ในห้องนี้

            “เสร็จแล้วเหรอ”

            “ค่ะ” อ้อมแอ้มบอกเขาพร้อมกับกอดชุดนักศึกษาที่ซื้อมาใหม่ที่ถอดออกแล้วไว้แน่น ชุดเก่านั้นอยู่ในถุงพลาสติกซึ่งวางไว้ข้างนอก เดี๋ยวเธอจะเอาไปซักพร้อมกันนั่นล่ะ

            “เอาชุดมา เดี๋ยวไปปั่นให้” ขุนพลเอ่ยพร้อมกับยื่นมือมาทำท่าจะเอื้อมดึงชุดที่อาทิตยากอดไว้ แต่เธอที่ตาโตอ้าปากค้างถอยห่างพลางรีบละล่ำละลักบอกเขา

            “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวอุ๊บซักเอง”

            “ตามใจ” ว่าแค่นั้นก็เดินนำเธอออกไปจากห้อง อาทิตยาถอนหายใจด้วยความโล่งออก ก่อนจะรีบเดินตามเขาออกไปที่ระเบียง

            เมื่อเอาชุดนักศึกษาเข้าเครื่องซักผ้าเรียบร้อย ทั้งคู่ก็มานั่งที่โซฟาเบดตัวใหญ่หน้าโต๊ะทีวีและเครื่องเล่นทันสมัย ขุนพลยังคงทำตัวตามสบายไม่มีเคอะเขิน เปิดททีวีเลื่อนหาโปรแกรมช่องนั้นช่องนี้

ต่างจากอาทิตยาที่เกร็งแทบบ้า นี่มันครั้งแรกเลยนะที่เธอตามผู้ชายมาอยู่กับเขาที่ห้อง แม้จะไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเสียหาย แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ถ้าแม่รู้ต้องโดนตีตัวลายแน่ๆ

แต่ลึกๆ ในใจก็มีเสียงแทรกบอกเธอว่า...ถ้าเป็นขุนพล เธอจะปลอดภัยในทุกๆ สถานการณ์

มันล่วงเลยไปนานกี่ชั่วโมงก็ไม่แน่ใจ แต่อาทิตยาที่เผลบนั่งสัปหงกก่อนหน้านี้ ตอนนี้คงลืมไปแล้วว่าเธออยู่ในห้องของคนอื่น อาจเพราะแอร์เย็นฉ่ำและอากาศสดชื่นในห้องของขุนพล ที่ขับกล่อมให้เธอหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว

มีบ้างที่พลิกกายกระสับกระส่ายหาท่าที่สบาย และครั้นดิ้นๆ จนไปเจออะไรแข็งๆ อุ่นๆ ก็นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กระดุกกระดิกอีกเลย

อาทิตยานอนยิ้มหวานสบายใจเฉิบ จนเมื่อรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มแล้วจึงได้บิดกายไปมา พร้อมกับปรือตาขึ้นมองอย่างคนขี้เกียจตื่น

แต่แล้วข้อเท็จจริงบางอย่างก็ทำให้เธอสร่างง่วงไปโดยฉับพลัน ก็จำได้ว่าตอนที่เอนกายลงนอนนั้น เธอนั่งห่างจากขุนพลเป็นโยชน์ ด้วยโซฟาเบดมันก็กว้าง แต่แล้วทำไมอยู่ๆ เธอถึงขึ้นมานอนทับบนตัวเขาได้ ดูจากรูปการณ์แล้ว เขาเหมือนนอนเอนตรงนี้ตั้งแต่แรกและไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวไปไหน แต่น่าจะเป็นเธอเต็มๆ ที่ดิ้นๆ มานอนทับเขา

“ขอโทษค่ะ” ว่าพลางหุนหันจะลงจากกายอุ่น แต่ขุนพลคว้ากอดเอวคอดและรัดไว้แน่น

“เดี๋ยว มานอนทับตั้งเป็นชั่วโมง คิดว่าขอโทษแล้วจบเหรอ”

“งื้อ แล้วจะให้อุ๊บทำยังไง อุ๊บไม่ได้ตั้งใจ” บอกเขาเสียงอ่อย พร้อมกับเงยขึ้นมองเขาตาละห้อย

“ต้องทับคืน” ว่าพร้อมกับพลิกกายให้เธอนอนอยู่ใต้ร่างอย่างรวดเร็วจนอาทิตยาตั้งตัวทัน

“อื้อ พี่คิง...” เผลอหลุดปากเรียกเขาพี่เพราะความตกใจ

“ว่า?”

“จะทำอะไรคะ” ถามพร้อมกับยกมือดันอกเขาออกห่าง แต่ร่างหนาหนักแข็งแรงก็ไม่เขยื้อน

“นั่นสิ ทำอะไรดี” น้ำเสียงของเขามีแววเอาเรื่อง ไม่ได้ดูคุกคามหรือหื่นกามแต่อย่างใด นั่นทำให้อาทิตยาอยากร้องไห้ เมื่อคิดได้ว่าเขาน่าจะไม่ได้พิศวาสอะไรเธอ ฮือ...

“อื้อ...” สาวอวบครางขัดใจ ไม่รู้ว่าใจจริงนั้นอยากให้เขาทับหรืออยากให้เขาไม่ทับกันแน่

“รู้สึกเป็นไง”

“หนักค่ะ” แม้ว่าจะฟินแต่ก็หนักนะ พี่คิงตัวโตอย่างกะควายที่สุขภาพดีที่สุดในฟาร์ม

“ใช่ หนัก แล้วคิดดู เธอนอนทับตัวฉันกี่ชั่วโมง รู้แล้วใช่ไหมว่ามันหนัก”

ขุนพลเอ่ยเสียงเข้ม เหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่เชิง แววตาเขามีแววขบขันเสียด้วยซ้ำ แต่อาทิตยาหน้ามุ่ย แอบผิดหวังเมื่อได้ยินเต็มสองหู ดูก็รู้ว่าเขาแกล้งเอาคืน

โอ๊ย! แล้วเธอคาดหวังอะไรกันล่ะ คิดว่าจะเหมือนในนิยายหรือไม่ ทับๆ แล้วรัก แล้วจุ๊บ บ้าบอ นี่มันชีวิตจริงนะ

“ทำไมทำหน้าอย่างงั้น” ขุนพลขมวดคิ้วเมื่อเห็นเธอทำหน้าตาแปลกๆ

“เปล่าค่ะ ปล่อยอุ๊บเถอะ อุ๊บขอโทษ อย่าแกล้งอุ๊บเลยนะคะ”

ขุนพลไม่นำพาเสียงอ้อนวอนนั้น แต่กลับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เขาให้เธอยืมใส่ แม้มือขาวๆ ป้อมๆ ของอาทิตยาจะผลักไส แต่เขาก็ผลักมือเธอออกไป พร้อมกับแกะกระดุมออกไปจนหมดและแหวกสาบเสื้อออกจากกันจนได้


----------------

มาต่อแล้วจ้าาาาา คิดถึงอวบไหมค่า ฮื้อพี่คิงทำอะไร

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว