email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 พี่คิงไม่อ่อนโยน (1) - น่าร้ากกก

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 พี่คิงไม่อ่อนโยน (1) - น่าร้ากกก

คำค้น : อวบ อวบอยู่ไหนจ๊ะ คิง ขุนพล อาทิตยา วรฤทธิ์ อวบอ้วน อวบจัง รักอวบ Honey Orapim

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 01:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 พี่คิงไม่อ่อนโยน (1) - น่าร้ากกก
แบบอักษร

ตอนที่ 2 พี่คิงไม่อ่อนโยน

            สัปดาห์แรกของการเรียนผ่านไปด้วยดี อาทิตยารู้สึกว่าไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลย อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนกับเขาบ้าง แม้จะไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย แต่ก็ถือว่าไม่โดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบ แต่เธอไม่คิดเลยว่าการที่อยู่นิ่งๆ ไม่สุงสิงกับใครจะก่อให้เกิดความหมั่นไส้จนแกล้งกันรุนแรงได้ถึงเพียงนี้

วันนี้อาทิตยาไปเรียนตามปกติ พอเข้าไปในห้องก็มีนักศึกษานั่งรอเรียนแล้วประปราย สารภาพตามตรงว่าอาทิตยายังจำชื่อพวกเขาได้ไม่หมด ก็ยังไม่มีจังหวะไปทำความรู้จักกับใครนี่เนอะ และก็คงไม่มีใครอยากรู้จักกับเธอสักเท่าไหร่หรอก

ครั้นเดินไปยังเก้าอี้ตัวประจำที่เคยนั่งข้างขุนพล ยังไม่ทันจะได้นั่งก็มีคนจงใจเดินมากระแทกให้เธอเซ จนสะโพกกระแทกกับขอบเก้าอี้อย่างจัง

อาทิตยาหันไปมอง จำได้ว่าเป็นเชอรี่ หนึ่งในแก๊งสามสาวซึ่งประกอบด้วยเชอรี่ วาสนา และไมร่า อาทิตยาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับพวกเธอเหล่านี้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมาแกล้งกันด้วย

"มองอะไรอีอ้วน มีปัญหาเหรอ" เชอรี่ว่าพร้อมกับเชิดหน้าใส่อย่างท้าทาย วาสนากับไมร่าก็ทำหน้าตาล้อเลียนใส่เช่นเดียวกัน ประหนึ่งนายว่าขี้ข้าพลอย

"ทำไมต้องแกล้งกันด้วย"

"แกล้งเหรอ ใครแกล้งแก อ้วนเองเกะกะขวางทางชาวบ้านเขาจะเดิน คิกๆ" พอเชอรี่พูดจบ อีกสองสาวก็หัวเราะประสานเสียงอย่างเย้ยหยัน

อาทิตยากัดฟันข่มใจ ก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของที่หล่นกระจัดกระจายเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ มือขาวๆ ที่กำลังจะเก็บกล่องสี่เหลี่ยมขึ้นมาชะงัก เมื่อไมร่าโผเข้ามาแย่งมันไปต่อหน้าต่อตา

"เฮ้ย อีอ้วนมันห่อข้าวมากินด้วยเว้ย"

"ฮ่าๆ ๆ"

เสียงหัวเราะหลายเสียงดังขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่าคนที่ชอบเหยียบให้คนอื่นจมดินและมองเหยียดคนอื่นในห้องนี้มีมากกว่าสามคน อาทิตยาตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่สามสาวนี้เท่านั้นที่ไม่ชอบเธอ แต่ยังมีอีกหลายๆ คน มองออกได้เลยจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

"บ้านมึงจนไม่มีจะแดกใช่ไหม หนอย! แล้วยังกล้ามาเรียนที่นี่ กลับไปอยู่บ้านเลยไป๊ ที่นี่เขามีแต่คนรวยๆ มาเรียนย่ะ" เชอรี่ยังพูดพ่นวาขาไม่น่าฟังออกมาไม่หยุด

"เอาคืนมานะ" อาทิตยาหันไปบอกไมร่าพร้อมกับทำท่าจะยื้อแย่งคืน แต่ก็ไม่เป็นผล

"ไม่ให้" ไมร่าลอยหน้าลอยตาบอก

"เอาไปทิ้งขยะเลยไมร่า กูอยากรู้นัก ถ้าไม่มีข้าวกล่องนี้อีอ้วนมันจะมีปัญญาซื้อข้าวในโรงอาหารกินไหม" เชอรี่ว่าอย่างดูถูก

"อย่านะ" อาทิตยาร้องห้าม แต่ไมร่าชูกล่องข้าวขึ้น ทำท่าจะโยนลงถังขยะ

"ทำอะไรน่ะ!"

เสียงเข้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาสามสาวชะงัก พร้อมกับที่อาทิตยารีบหันใบหน้าที่มีดวงตาแดงก่ำไปมอง

ขุนพลและพลพรรคทั้งสี่ยืนทำหน้าเหียมที่หน้าห้อง เห็นดังนั้นสามสาวจึงรีบปรับสีหน้าและท่าทางทันที ไมร่าก็รีบยัดกล่องข้าวใส่มือให้อาทิตยาคืนทันทีเช่นกัน

"เปล่านะคะคิง เชอรี่ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย"

เชอรี่รีบอ้อนผู้ชายที่ตนหมายตา ที่หาเรื่องแกล้งอาทิตยาก็เพราะว่าอีกฝ่ายขี้เหร่จะตาย แถมยังอวบอ้วนไร้เสน่ห์ แต่กลับได้นั่งเรียนข้างๆ และไปกินข้าวกับหนุ่มเท่ที่สุดในสามโลกอย่างขุนพล แบบนี้จะไม่ให้เธอและเพื่อนหมั่นไส้มันได้ยังไง

"เธอแกล้งอะไรอวบ เชอรี่" วรฤทธิ์พูดขึ้นบ้างพร้อมกับหรี่ตามองอย่างจับผิด

"ฉันไม่ได้แกล้งอะไรใครทั้งนั้น"

"เชื่อตายล่ะ ไม่สวยแล้วยังนิสัยเสียอีกเธอน่ะ" ว่าจบก็แลบลิ้นใส่

เชอรี่เกือบจะกรี๊ดด่าออกมาอยู่แล้วเชียว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครมาด่าเธอแบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรออกไปได้อีก เนื่องจากอาจารย์เปิดประตูเข้ามาพอดี เหตุการณ์จึงตกอยู่ในความสงบ

เมื่อนั่งลงยังที่ประจำเรียบร้อยแล้ว อาทิตยาก็รีบเช็ดน้ำตาที่เล็ดไหลออกมาและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปเงยหน้ามองคนข้างๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าฝ่ามือหนาอบอุ่นของเขากำลังวางลงบนศีรษะ และยีดผมนุ่มของเธอเบาๆ

"เรียนๆ" เขาว่าแค่นั้น แล้วก็หันกลับไปสนใจเนื้อหาบนกระดานไวต์บอร์ด

แต่แค่นั้นก็ทำให้อาทิตยาลืมความรู้สึกแย่ๆ ที่ได้รับในวันนี้ไปจนหมดสิ้น อย่างน้อยเขาก็นั่งอยู่ข้างๆ เธอในวันที่แย่ที่สุด

ขอบคุณนะคิง ได้แต่เธอบอกเขาในใจ...

            "พวกเชอรี่นี่มันร้ายจริงๆ"

วรฤทธิ์ว่าอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ขณะกำลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่โรงอาหาร

"ลูกคุณหนูเอาแต่ใจก็แบบนี้" ศักดิ์ชัยตั้งข้อสังเกต

"กูก็ลูกคุณหนูเว้ย" วิบูลย์แทรกขึ้นมาบ้าง ความนัยคือต้องการให้เห็นว่าไม่ใช่ลูกคุณหนูจะนิสัยเสียอย่างยัยเชอรี่ทุกคน

"มันไม่เหมือนกันไง ผู้หญิงผู้ชาย" ศักดิ์ชัยโต้

"เลิกพูดถึงเถอะว่ะ พูดแล้วหงุดหงิด" วรฤทธิ์ตัดจบทั้งที่ตั้งแต่แรกตัวเองเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนแท้ๆ

"ผู้ชายอะไรวะ นินทาผู้หญิง" ขุนพลที่นั่งเงียบมานานเอ่ยบ้าง

"ผู้หญิงแบบนี้นินทาไปก็ไม่บาปมากหรอกมั้งพี่ นิสัยเสียขนาดนั้น ใครได้ไปทำพันธุ์นี่ซวยตายห่า"

"ระวังมึงจะเป็นคนที่ซวยเองนะไอ้เล็ก" ศุภณัฐเอ่ยขึ้น นั่นทำให้ทั้งวงหัวเราะกันครื้นเครง แต่คนโดนแช่งกลับหน้าบูด

"ไอ้ห่า ไม่มีทางเว้ย ไม่ได้เห็นขาอ่อนกูหรอก" วรฤทธิ์ฮึดฮัดตอบโต้ แล้วจึงเปลี่ยนเรื่องหันมาเอ่ยกับอาทิตยาที่กำลังนั่งกินข้าวเงียบๆ

"ผัดปลาดุกกรอบอร่อยอะ อวบจะห่อข้าวมากินแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ"

"ใช่ๆ มันสะดวกดีนะ"

"ขยันว่ะ ตื่นมาทำกับข้าวทุกวันเลยดิ"

"ไม่หรอก ปกติแม่เราทำไปขาย เราได้ช่วยนิดหน่อยเอง"

"วันหลังฝากซื้อจากแม่มาให้หน่อยสิ อยากกินผัดปลาดุกแบบวันนี้อีก หรือแกงอย่างอื่นก็ได้" วิบูลย์เอ่ย

"เดี๋ยวไว้เราห่อมาให้ชิมนะ นี่ๆ กินกันได้เลย กินเยอะๆ"

อาทิตยาเชื้อเชิญหนุ่มๆ ทั้งห้าอย่างคนมีน้ำใจ โชคดีที่กล่องข้าวของเธอไม่โดนไมร่าโยนทิ้งถังขยะ เพราะวันนี้มากินข้าวเที่ยงด้วยกันกับห้าหนุ่ม วรฤทธิ์ที่เป็นแกนนำเห็นกับข้าวของเธอก็รู้สึกอยากกินด้วย อาทิตยาก็เลยเอากล่องข้าววางตรงกลางให้เพื่อนๆ ตักกินด้วยกัน แล้วระหว่างที่พวกผู้ชายไปซื้ออาหารอื่นๆ เธอก็วานศุภณัฐให้ขอจานเปล่าแม่ค้ามาให้ด้วย

อาทิตยาแบ่งข้าวจากในกล่องข้าวใส่ในจานครึ่งหนึ่ง ก่อนจะใช้ช้อนกลางตักกับข้าวของตัวเองที่เอามา ซึ่งประกอบด้วยผัดปลาดุกกรอบและไข่พะโล้แบ่งลงในจานของตัวเองและกินอย่างเอร็ดอร่อย กับข้าวแม่อร่อยที่สุด โชคดีที่เธอห่อมาเยอะ พวกเขาเลยได้ชิมกันถ้วนหน้า

ขุนพลไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็ตักผัดปลาดุกกรอบกินสีหน้าท่าทางพอใจ แม้จะไม่ได้ชื่นชมออกนอกหน้าเหมือนอย่างวรฤทธิ์หรือวิบูลย์ก็ตาม ส่วนศักดิ์ชัยนั้นก็กินเอาๆ โดยที่ไม่พูดอะไร

"ไอ้เล็ก มึงไม่ดึงอวบเข้ากลุ่มวะ" ศุภณัฐพูดขึ้น เมื่อนึกได้ว่าพวกเขาทั้งห้าคนมีกรุ๊ปไลน์ที่เอาไว้คุยกันทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และเรื่องเรียน และก็นึกได้ว่าควรจะดึงอาทิตยเข้ากลุ่มด้วย เวลาต้องติดต่อประสานงานกันเรื่องเรียนจะได้สะดวก

"เออๆ ลืมเลย มึงก็ดึงเลยสิวะไอ้เอส จะรอกูทำไม"

"ก็กูไม่มีไลน์ไอ้อวบไง"

"กูก็ไม่มี"

"เอ่อ คือ อะไรกันเหรอ" อาทิตยาอ้อมแอ้มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองหนุ่มเถียงกันไปมา

"มีไลน์เปล่า เข้ากลุ่มดิ เวลามีอะไรได้คุยกัน" ศุภณัฐเอ่ยบอก พร้อมกับที่อีกสามหนุ่มก็พยักพเยิดตามไปด้วย ส่วนขุนพลนั้นยังคงนิ่งสงบเสมอต้นเสมอปลาย

"อ๋อ มีนะ แต่ว่าไม่ค่อยได้ใช้" อาทิตยาอยากจะบอกเหลือเกินว่า โทรศัพท์ของเธอนั้นแม้จะเป็นสมาร์ตโฟน แต่ก็ตกรุ่นคนละชั้นกับพวกเขาที่เป็นไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด บางเฉียบสีสันสวยงามและเคสแปลกตา แต่เมื่อคิดได้ว่าตัวตนของเธอเป็นแบบนี้ และทั้งหมดก็เป็นเพื่อนของเธอความรู้สึกอายตรงนั้นก็เจือจางลงไป

"เอาไลน์มาดิ สแกนคิวอาร์โค้ดก็ได้" ศักดิ์ชัยพูดขึ้นพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา แล้วเปิดเข้าไปในส่วนที่เป็นสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเพิ่มเพื่อนแล้วดึงอาทิตยาเข้ากลุ่ม

สาวอวบลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโทรศัพท์ตกรุ่นที่แทบจะไม่มีใครใช้แล้วของเธอ ครั้นเมื่อจัดการเรื่องไลน์กลุ่มเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็จะกินข้าวกันต่อ

ด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกต ขุนพลเห็นว่าอาทิตยากินข้าวได้ช้ากว่าพวกเขาซึ่งเป็นผู้ชาย และกับข้าวที่เธอห่อมานั้นก็ถูกเพื่อนๆ แย่งกินซะส่วนใหญ่ เขาที่วันนี้ก็เลือกกินข้าวกับต้มเลือดหมูตำลึง จึงตักหมูเด้งในต้มเลือดหมูของตัวเองใส่ในจานให้เธอบ้าง พร้อมกับตักตำลึงให้อีกคำใหญ่ เพราะจำได้ว่าเธอไม่ค่อยชอบกินหมู

"กินก่อน ค่อยคุย" เขาว่าเสียงดุ

อาทิตยาอ้อมแอ้มขอบคุณเขาเบาๆ เธอไม่ชอบกินหมูก็จริง แต่ถ้าทำเป็นหมูเด้งหรือหมูกรอบหรือกากหมูกินได้ และยิ่งเป็นหมูเด้งที่เขาตักให้ด้วยแล้ว น่าจะอร่อยพอๆ กับหมูเด้งที่แม่ชอบเอามาทำกับข้าว

"อิ่มมั้ยนั่นน่ะ พวกมึงก็แย่งเค้ากินหมด" หันไปตำหนิเพื่อนอีกสี่คนที่เอร็ดอร่อยจนเพลิน

"อร่อยอะ วันนี้ร้านป้ากับข้าวไม่โอเลยพี่" วรฤทธิ์บ่นกระปอดกระแปด

            “พอแล้วไอ้ม่อน ให้อวบกิน พวกมึงไม่อิ่มก็ไปซื้ออย่างอื่นไป” ขุนพลยกกล่องข้าวที่ศักดิ์ชัยทำท่าจะตักไข่พะโล้ที่เหลือเพียงครึ่งลูกออกมาวางตรงหน้าอาทิตยา

            “ไม่เป็นไรค่ะ กินกันได้เลย อุ๊บอิ่มแล้ว” เธอไม่ได้มีปัญหาเรื่องกินเลย มิตรภาพที่ได้รับทำให้เธออิ่มอกอิ่มใจมากกว่า

            “ไม่ต้องพูด กินเข้าไปให้หมดเดี๋ยวนี้”

            เมื่อเขาทำเสียงเข้มกว่าเดิม เธอก็เลยไม่กล้าเถียงเขาอีก ได้แต่ช้อนสายตากลมโตขึ้นมองเขาตาแป๋ว แล้วก็รีบตักอาหารที่เหลือในกล่องกิน เมื่อเขาส่งสายตาดุๆ เป็นเชิงบังคับ...


มาต่อแล้วค่า มีใครคิดถึงอวบไหมคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว