facebook-icon

ป่าราบ ลูกพ่อปืน แม่มะลิ "เถื่อนไม่เถื่อน ต้องพิสูจน์กันเอาเองนะครับ"

รักต้องร้าย 15 [พริกหวาน] 100%

ชื่อตอน : รักต้องร้าย 15 [พริกหวาน] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2562 06:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักต้องร้าย 15 [พริกหวาน] 100%
แบบอักษร

รักต้องร้าย 15 

[พริกหวาน]




-พริกหวาน-

คราวนี้มาทำความรู้จักพริกกันบ้างนะคะ จะได้รู้ว่ามุมพริกต้องรู้สึกยังไง ขอย้อนหน่อยนะคะ พริกรู้จักพี่ป่ามาตลอดเพราะเขาเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อเดย์ แต่เมื่อก่อนพริกไม่ได้น่าสนใจ ไม่ได้น่ามองไง แล้วพี่ป่าก็เหมือนพวกโลกสวนตัวสูง เราเจอกันครั้งแรกตอนพริกเจ็ดขวบ ครั้งแรกที่พริกได้ของขวัญวันเกิดเป็นตุ๊กตากระต่าย พริกโคตรดีใจ แต่สีหน้าของพี่ป่าเหมือนอยากให้มันจบๆ ไป และแน่นอนในสายตาของเขามองแค่พี่แพง จนกระทั่งถึงวันเกิดพี่ป่า พริกเลือกตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลให้ เรื่องนี้พี่แทนคุณก็รู้ แต่พริกขอร้องให้พี่แพงเป็นคนเอาไปให้เขาเอง พริกกลัวว่าพี่ป่าจะทิ้งมัน...

นั่นคือความรู้สึกในวัยเด็กที่มีต่อเขา จนกระทั่งวันเวลามันผ่านไป พริกได้รู้จักพี่ป่าผ่านพี่แพงหรือรูปถ่ายจากพี่แทนเท่านั้น เหมือนตัวเองถูกลืม จนพริกคิดจะถอดใจเพราะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก จนกระทั่งวันนั้น พริกแอบไปหาพี่แพงที่คอนโด วินาทีแรกที่เห็นหน้าพี่ป่า หัวใจเต้นแรงและดีใจมาก แต่เขาจำพริกไม่ได้... น่าเศร้าที่พริกไม่เคยเป็นคนในสายตาของพี่ป่าเลย

พริกไม่รู้เรื่องระหว่างพี่ป่ากับพี่แพงหรอกค่ะ รู้แค่ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน ทุกเรื่องพริกจะมีที่ปรึกษาคือพี่แทนคุณ พริกเคยคิดจะถอดใจ จนกระทั่งวันงานเลี้ยงส่งพี่แพง พี่แทนกล้บบอกให้พริกลองสู้ดู... พริกเลยตัดสินใจที่จะพาตัวเองก้าวเข้าไปในโลกของพี่ป่าอีกครั้ง และโชคชะตาก็ทำให้เรากลายเป็นแฟนกัน แฟนที่คบหากันแบบลับๆ แต่พริกก็เต็มใจ ขอแค่มีเขาอยู่ข้างๆ ก็พอ

พริกยังจำคำเตือนของพี่แทนได้เสมอ

"อยากยืนข้างๆ ป่าราบต้องแกร่งเท่านั้นนะ อ่อนแอได้แต่อย่านาน อย่าไล่ตามมากจนเกินไป ถ้าเมื่อไหร่ที่ป่ามันรัก มันก็จะมีวิธีแสดงออกที่ต่างไป พริกต้องเรียนรู้ให้เป็นนะ"

ไม่อยากจะบอกเลย ท้อค่ะ พยายามมาตั้งสามปี ไม่เห็นพี่ป่าจะพูดว่ารักกลับมาสักคำ ขนาดยอมเป็นของเขาแล้วก็ตาม แถมยังมีเรื่องผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอีก

เฮ้อ

"หนูพริก" เสียงถอนหายใจเหมือนขาดหายไป เมื่อได้ยินเสียงใสใสเอ่ยเรียก พอหันกลับไปมองก็เห็นแม่มะลิยืนอยู่ ท่านบอกให้พริกเรียกแบบนี้

"คะ? เอ่อคือ..." ลืมไปเลยว่าตอนนี้ตัวเองนั่งอยู่ในห้องของพี่ป่า ถ้าแม่มะลิสงสัย พริกจะทำยังไง

"หืม? เป็นอะไรเหรอ แม่ไม่ได้ว่าอะไร"

"เปล่าค่ะ แม่มะลิมีอะไรจะให้พริกทำหรือเปล่าคะ" ฉันว่ายิ้มๆ มองหน้าท่าน เห็นรอยยิ้มของแม่มะลิทีไร นึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของพี่ป่าทุกที แต่ใบหน้าแบบนั้นของเขา นานๆ จะได้เห็นนะคะ

"หิวไหม มื้อค่ำพร้อมแล้ว"

"ขอโทษค่ะ"

"ป่าบอกแม่ว่าหนูปวดหัว ดีขึ้นหรือยัง" พี่ป่าหัดเป็นคนขี้โกหกอีกแล้ว

"ดีขึ้นแล้วค่ะ งั้นพวกเราลงไปข้างล่างกันนะคะ"

ฉันไม่รู้ว่าแม่มะลิจะสังเกตเห็นขอบตาที่ผ่านการร้องไห้มาหรือเปล่า ท่านทำเพียงแค่มองพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ก็ไม่มีคำถามอะไรเกิดขึ้น มือคู่เล็กจับมือฉันเอาไว้ก่อนจะพาเดินออกจากห้องของคนใจร้าย

ลงมาถึงชั้นล่าง คุณลุงกับพี่ป่าก็นั่งกันอยู่แล้ว บทสนทนาของทั้งคู่หายไปเมื่อเห็นว่าพวกเราสองคนเดินลงมาถึงโต๊ะอาหาร

"ปวดหัวเหรอเรา ดีขึ้นหรือยัง"

"ดีขึ้นแล้วค่ะ"

"ปวดจนร้องไห้เลยเหรอ" คุณลุงสังเกตเก่งจริงๆ ท่านว่าพลางมองหน้าฉันสลับกับใบหน้าของคนใจร้าย

"พ่อครับ"

"หึ!"

"เลิกกัดกันสักวันจะได้ไหมคะ" แม่มะลิว่าก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ คุณลุง

"เปรียบซะพี่กับไอ้ป่าเป็นหมาเลย"

หลังจากนั้นทุกคนก็ยั่งกินมื้อค่ำกันเงียบๆ จนแม่มะลิกับคุณลุงกินอิ่ม แล้วพากันกลับขึ้นข้างบน ความลำบากใจกลับมาตกที่พริกหวานอีกแล้ว

เฮ้ออออ

นั่งถอนหายใจซะยาวเชียว

"อิ่มหรือยัง"

"คะ?"

"อิ่มยัง" เสียงพี่ป่าถามย้ำ

"อิ่มแล้วค่ะ" ฉันบอกกับเขา ทั้งๆ ที่ตัวเองกินไปแค่นิดเดียว ไม่รู้สิ มันกินไม่ลง

"กินให้หมด!" น้ำเสียงของพี่ป่าเหมือนกำลังออกคำสั่ง จนฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อสบตาเขา มันเป็นแววตานิ่งๆ ที่น่ากลัวแปลกๆ นานๆ ถึงจะเห็นโหมดแบบนี้ของเขา "ไม่ได้ยินเหรอ"

"ได้ยินค่ะ แต่พริกอิ่มแล้ว"

"กินให้หมด! เร็วๆ ด้วย" ออกคำสั่งย้ำอีกรอบ

"แต่..."

"พริกหวาน!"

"เข้าใจแล้วค่ะ"

บางครั้งก็เริ่มรู้สึกกลัวเขาจนต้องรีบทำตามอย่างว่าง่ายและสุดท้ายก็ต้องฝืนนั่งกินข้าวในจานจนหมด หลังจากอิ่มแปร่ พี่ป่าก็พากลับขึ้นข้างบน เขาเดินนำกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง ซึ่งฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ไหน สุดท้ายก็ต้องตามเขาไปอย่างว่าง่าย โดยไม่สามารถปริปากพูดอะไรออกมาได้สักคำ

"อาบน้ำซะ เดี๋ยวพี่เตรียมชุดไว้ให้"

"ค่ะ" จำใจทำตามเพราะไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ไหน "แล้ว..."

"นอนห้องนี้!"

ฉันเงยหน้ามองสบตาเขานิ่งๆ ช่างเป็นแววตาที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้ สุดท้ายก็ต้องยอมทำตาม พยักหน้าทำความเข้าใจแทนคำตอบที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปาก เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวหายเข้าไปในห้องน้ำแทน

"คนใจรัาย"

ฉันว่า บ่นพึมพำกับตัวเองคนเดียว ก่อนจะรีบจัดการตัวเองซะเรียบร้อยภายในครึ่งชั่วโมง แต่กระนั้นก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เตรียมชุดสำหรับใส่นอนคืนนี้เข้ามาด้วย สุดท้ายก็ตัดสินใจนุ้งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวเพื่อออกจากห้องน้ำ แง้มประตูเบาๆ กวาดสายตามองสำรวจไปทั่ว จนเห็นชุดนอนวางอยู่บนเตียง แต่เจ้าของห้องกลับไม่อยู่

ฉันเลยตัดสินใจรีบวิ่งออกไปหยิบชุดนั้นแล้วหายกลับเข้ามาในห้องน้ำอีกครั้ง แต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยก็กลับออกไป แต่ก็ยังไม่เจอพี่ป่าอยู่ดี จนสายตาหันไปเห็นเขายืนคุยโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียดอยู่นอกระเบียง แถมยังสูบบุหรี่อีกต่างหาก

พี่ป่ามุมนี้ ฉันไม่ได้เห็นบ่อยๆ หรอกนะ และมันก็เป็นมุมที่ฉันไม่ค่อยอยากเห็นเลยจริงๆ

เหมือนเขาจะรู้ตัวว่ามีคนกำลังมองอยู่ เลยวางโทรศัพท์ เขี่ยบุหรี่ทิ้งไปพลางหมุนตัวเองเข้ามาในห้อง

"นอนก่อนเลย" เขาว่าสาวเท้ายาวๆ ไปทางประตูห้องนอน ฉันทำเพียงขมวดคิ้วงุนงง และไขข้อสงสัยของตัวเองด้วยคำถามออกไป

"จะไปไหนคะ?"

"ธุระ"

ปัง!

นั่นแหละค่ะ เขาบอกแค่นั้นก่อนที่ประตูห้องนอนจะปิดลง ธุระอะไรของเขา เราไม่สมควรรู้ขนาดนั้นเลยเหรอ?




_______________________  

มาอ่านมุมน้องพริกบ้างนะคะ พี่ป่าคือรักแรกพบ แต่กลับไม่เคยเป็นคนในสายตาของเขาจนกระทั่งได้คบกัน...

คิกๆ

พร้อมหรือยัง? ป่าราบโหมดต่อไป ไฉไลกว่าเดิม ฮ่าๆๆๆ


งงมั้ย? เค้ายังย้อนกลับไปอ่านใหม่เช่นกัน 555 ถ้ามีจุดไหนที่พลาดไป ติให้หน่อยนะคะ จะได้แก้ไขทัน ติเบาๆ เราอ่อนไหวง่าย 5555


ความคิดเห็น