email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ปีหนึ่ง เพื่อนกัน (1) - สงสารน้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ปีหนึ่ง เพื่อนกัน (1) - สงสารน้อง

คำค้น : อวบ อวบอยู่ไหนจ๊ะ คิง ขุนพล อาทิตยา วรฤทธิ์ อวบอ้วน อวบจัง รักอวบ Honey Orapim

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2562 00:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ปีหนึ่ง เพื่อนกัน (1) - สงสารน้อง
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ปีหนึ่ง เพื่อนกัน

"วี้ดวิ้ว"

เสียงโห่ร้องของผู้ชายกลุ่มหนึ่งทำเอาอาทิตยาเกิดความไม่มั่นใจเล็กน้อย กระนั้นก็บอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจ รีบหาห้องเรียนให้เจอแล้วรีบเข้าห้องไปเตรียมตัวดีกว่า

"ซ้ายขวาซ้าย! ซ้ายขวาซ้าย!"

แต่เสียงกวนประสาทยังคงมีมาไม่หยุด นั่นทำให้อาทิตยาที่ตอนแรกกะว่าจะไม่สนใจอดหันไปมองไม่ได้ จึงได้เห็นว่าทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งเหมือนกันกับเธอ พวกเขามีกันสี่คน แต่ละคนจัดว่าหน้าตาดีพอใช้ค่อนไปทางดีมาก แต่ปากกับท่าทางของพวกมันนี่โคตรตรงกันข้ามกับหน้าตา

"หูย มีมองค้อนด้วย" หนึ่งในสี่ว่าขึ้นมา

"ฮ่าๆ ๆ" แล้วก็ประสานเสียงฮากันทั้งแก๊ง จากนั้นใครสักคนในกลุ่มก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า

"ชื่อไรครับ"

อาทิตยาเม้มปากไม่ตอบ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี ตั้งใจจะรีบเดินหนีไปให้ไกล แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก

"ไม่ตอบ งั้นเรียกอวบนะ"

"เฮ้ย เลิกแกล้งกันได้แล้ว"

คนที่ดูเคร่งขรึมที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นบ้าง แต่อาทิตยาเห็นนะว่าเขาแอบยิ้มขบขันที่มุมปาก

"ไม่แกล้งแล้วจ้ะ อวบจ๋า เดินดีๆ นะจ๊ะ ถ้าเดินไม่ดีจะแย่ได้นะ" คนที่หนึ่งว่า

"แย่ยังไงวะ" คนที่สองถาม

"เดี๋ยวพื้นมันยุบ" คนที่สามตอบ

"ฮ่าๆ ๆ"

พวกมันสี่คนฮากระเจิงขำกระจาย อาทิตยาที่สุดจะทนเลยอดตอบโต้ไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งด้วยแล้วเชียว

"บ้า!"

"ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก อวบชอบผมเหรอครับ ฮ่าๆ"

อาทิตยาเกลียดไอ้หมอนี่ที่สุดเลย มันตัดผมเกรียนๆ หน้าตากวนประสาท ที่มุมปากข้างหนึ่งมีไฝเล็กๆ ปรากฏอยู่ ถึงว่าสิ มันถึงได้ปากหมา ปากมอม ปากปีจอ ปากเน่า ปากไม่ดี!

โกรธๆ ๆ ๆ เธอโกรธแล้วจริงๆ นะ

"ต่อให้เหลือนายเป็นผู้ชายคนสุดท้ายในโลก จ้างให้เราก็ไม่ชอบหรอก"

ว่าจบก็รีบสะบัดตูดเดินหนีไปทันที ไม่สนใจเสียงฮาครืน ตบเข่าฉาด และกระทืบเท้าถูกใจจนหัวเราะตัวงอของไอ้สี่ตัวนั่นอีก...

"คนบ้า พวกบ้า นิสัยไม่ดี!"

แม่สาวอวบจ้ำม่ำเดินตาแดงๆ พร้อมจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ ปากก็ด่าพวกปากหมาที่หาเรื่องแซวเธอไม่หยุดตั้งแต่วันแรก

นี่มันวันซวยอะไรนะ เปิดเรียนวันแรกก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้

เดินไปบ่นไป ฮึดฮัดไป สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเดินมั่ว พอตั้งสติหันมองรอบๆ ตัวถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ทางที่เธออยากจะเดินมา

ที่จริงต้องเดินไปอีกด้านถึงจะเป็นที่ตั้งของอาคารเรียนที่ต้องเรียนวิชาแรกในวันนี้

"โอ๊ย อะไรนักหนานะ"

อาทิตยากลอกตาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะรีบเดินกลับไปยังทางเดิม เพื่อจะได้เลี้ยวไปยังอาคารที่ว่าซึ่งจากจุดที่เธออยู่นี้ก็ไกลพอสมควร ได้เหงื่อซกกันคราวนี้ล่ะ

ทั้งเดินทั้งวิ่งและทั้งหาสถานที่ เพราะความไม่คุ้นชินเลยทำให้เธอต้องใช้เวลาถึงสิบห้านาทีกว่าจะมาถึงห้องเรียนของคลาสแรก เมื่อเปิดประตูเข้าไป อาจารย์ยังไม่มา แต่ว่า...

นักศึกษาที่นั่งเต็มห้องหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว เสียงเจี๊ยวจ๊าวตอนแรกก็เงียบกริบราวกับสับสวิชต์

อาทิตยาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวั่นๆ เท่าที่กวาดสายตามองไวๆ ดูแล้วรู้เลยว่า...ในห้องนี้เธอจนที่สุด!

เพราะอะไรน่ะหรือ ก็แต่ละคนดูหรูหราหมาเห่า กระเป๋าเอย รองเท้าเอย นาฬิกาเอย แต่ละอย่างมาเต็มมาก บางคนนี่ตุ้มหูแสงระยิบระยับมาเลยด้วยซ้ำ

และเธอก็อ้วนสุด!

ทำไมจะดูไม่ออกว่าผู้หญิงแต่ละคนในห้องนี้อรชรอ้อนแอ้นเอวบางแค่ไหน น่าจะเอวหนาแค่ยี่สิบ ไม่ใช่ยี่สิบปลายๆ ใกล้สามสิบอย่างเธอ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นอาทิตยาไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา สิ่งที่มากกว่าวัตถุภายนอกนั้นคือเรื่องของจิตใจ สายตาหลายคู่ที่มองมาที่เธออย่างเหยียดๆ เหมือนไม่ใช่มนุษย์ร่วมโลกนั่นต่างหากที่ทำให้เธอหนักใจ

และที่เลวร้ายไปกว่านั้น ผู้ชายสี่คนปากมอมนั่นเรียนสาขาเดียวกับเธอ แถมตอนนี้กำลังนั่งอยู่หลังห้องเรียน เรียงหน้ากันสลอน และมองมาที่เธอด้วยสายตาพราวระยับ อย่างพร้อมที่จะหยอกล้อด้วยถ้อยคำที่น่าจะทำให้อาทิตยาตกมันได้ง่ายๆ

จะบ้าตาย!

ครั้นสำรวจทุกคนในห้องแล้ว อาทิตยาคิดว่าเธอควรต้องหาที่นั่งเสียที ยืนเด๋อด๋าแบบนี้ยิ่งจะเป็นเป้าสายตาให้ใครหลายคนมองอย่างดูถูกดูแคลน

"มีคนนั่ง"

คำบอกกล่าวสั้นๆ ทำเอาอาทิตยาชะงักเท้าที่กําลังจะก้าวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวแรกของแถวที่สาม คนที่พูดขึ้นมาเป็นผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่ง ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเด็กเรียน เจ้าหล่อนไม่พูดเปล่า แต่เอากระเป๋ามาวางบนเก้าอี้ตัวนั้น ปิดกั้นไม่ให้อาทิตยาได้นั่งไปโดยปริยาย

เมื่อไม่มีที่ว่างแล้ว อาทิตยาก็นั่งหงอยลงเล็กน้อย ด้วยจำนวนนักศึกษาคนข้างมากราวๆ ห้าสิบคนได้ และเธอมาช้า มันก็เลยเป็นแบบนี้ แต่โชคดีที่ยังมีเก้าอี้ว่างอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นที่ข้างๆ ผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะเป็นคนที่จริงจังที่สุดในห้องนี้

เขานิ่งและเยือกเย็นมาก อาทิตยาเกร็งเขานิดๆ แต่ก็ไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปถามไถ่ ยังไงวันนี้เธอก็ต้องได้นั่ง!

"ขอโทษนะคะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ"

“นั่งดิ ตามสบาย" เสียงเข้มขรึมแต่น่าฟังของเขา ทำเอาอาทิตยาเลิ่กลั่กนิดหน่อย แต่ก็ไม่เสียเวลาคิด รีบนั่งลงทันใด พร้อมกับที่อาจารย์ประจำวิชาก็เปิดประตู เดินเข้ามาพอดี

ครั้นทำความอาจารย์เสร็จเรียบร้อย อาจารย์ก็เริ่มทักทาย ตอนนั้นเองที่อาทิตยาลอบสำรวจคนข้างๆ ผู้ชายที่นั่งข้างๆ เธอตอนนี้ดูสง่างามจนน่าจะเป็นอาจารย์มากกว่าจะมาเป็นนักศึกษา เขาไม่ได้ผิวขาวมากมาย ออกจะเข้มคล้ำ แต่กลับดูเป็นคนผิวสุขภาพดีมากกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ ท่วงท่าของเขาก็น่ามอง ดูมีออร่า ดูไม่เบื่อ ขนาดเขาทำหน้านิ่งๆ ยังดูน่าค้นหา

อาทิตยาอยากเห็นตอนที่เขายิ้มจัง ถ้าเขายิ้มจะยิ่งหล่อกว่านี้ไหมนะ จะถามชื่อก็ไม่กล้า จะชวนคุยยิ่งไม่กล้าใหญ่ ต้องเรียนที่นี่ตั้งสี่ปี เธอจะมีเพื่อนกับเขาบ้างไหมนะ ไม่กล้าทำความรู้จักกับใครเลย มีแต่คนน่ากลัวๆ ยกเว้นคนข้างๆ ที่น่ารัก แต่เขาก็คงไม่แล ฮือ...

แม่สาวอวบไม่รู้ตัวเลยว่า แอบมองหนุ่มหล่อคนข้างๆ อย่างจริงจัง จนไม่สนใจที่อาจารย์กำลังเช็กชื่อเข้าห้องเรียน โชคดีที่ยังไม่ถึงชื่อตัวเอง แต่โชคร้ายที่คนนั่งข้างๆ ดันรู้ตัวและหันขวับมาจ้องเธอเขม็ง

อาทิตยาสะดุ้งเฮือก อ้าปากค้าง หลบไม่ทัน บรรลัยสิคราวนี้ เขาต้องว่าเธอแน่ๆ

"ขุนพล"

"มาครับ" ชายหนุ่มหันกลับไปมองอาจารย์ พร้อมกับยกมือ สติดีไม่มีหลุด

ขุนพลเหรอ? อาทิตยาพึมพำในใจ พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอกที่สถานการณ์เมื่อกี้ถูกแทรกด้วยการเช็กชื่อของอาจารย์

“ชื่อเล่น” อาจารย์ถามต่อ เป็นคำถามเหมือนกับที่ถามทุกคนที่ผ่านมา

“คิงครับ”

ขนาดชื่อเล่นยังเท่เลยอะ เขาทำบุญด้วยอะไรมานะ ได้เคยถวายมงกุฎในชาติก่อนหรือไร ทำไมดูดีทั้งภายนอกภายในและชื่อแซ่เช่นนี้

รออีกไม่นาน ผ่านไปประมาณเจ็ดถึงแปดรายชื่อก็ถึงคิวของอาทิตยา สาวอวบยกมือแสดงตัว พร้อมกับแจ้งชื่อเล่นเสร็จ เสียงโห่ร้องเกรียวกราวก็ดังขึ้น

สี่หนุ่มสี่มุมที่นั่งข้างหลังเธอนั่นล่ะ มันช่วยไม่ได้ที่เก้าอี้ที่เธอนั่งจะอยู่หน้าพวกบ้านั่น นั่งใกล้กันขนาดนี้ จะโดนแกล้งยังไงบ้างก็ไม่รู้

“ชื่ออุ๊บอิ๊บเหรอ นึกว่าชื่ออวบ”

ไอ้คนพูดก็คือคนหัวเกรียนที่แซวเธอว่า ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก นั่นล่ะ มันน่ะตัวดี ชอบเปิดประเด็นให้อีกสามคนที่เหลือได้แซวเธอไปด้วย มันชื่อไอ้เล็ก วรฤทธิ์ คนที่นั่งติดกับมันความกวนประสาทก็สูสีชื่อไอ้ม่อน ศักดิ์ชัย ถัดไปข้างๆ ชื่อบาส วิบูลย์ และเอส ศุภนัฐ ตามลำดับ

อาทิตยาอาศัยช่วงจังหวะอาจารย์เผลอหันกลับไปตอบเสียงห้วน

“ไม่ได้ชื่ออวบ”

“ไม่ได้ชื่ออวบ แต่อวบระยะสุดท้าย ฮ่าๆ” วรฤทธิ์ยังว่าต่ออีก

แม้ทั้งหมดจะพูดกันเบาๆ แต่เสียงหัวเราะครื้นเครงของสี่หนุ่มนั้นไม่ได้เบาลงเลย จนอาจารย์ต้องเอ่ยเตือนว่าพวกข้างหลังเบาๆ หน่อยนั่นล่ะ สี่หนุ่มนั่นถึงได้หุบปากกันบ้าง

อาทิตยาอดหันไปถลึงตาใส่วรฤทธิ์ไม่ได้ ก่อนจะขยับเก้าอี้มาขึ้นมาอีกนิด ให้อยู่ห่างๆ จากวรฤทธิ์ที่นั่งข้างหลัง แล้วเมื่อกี้มันก็เอาปากกามาจิ้มหลังเธอ เหมือนหาเรื่องแกล้งให้เธอหันไปจะได้แซวต่ออะไรประมาณนั้น

แต่อาทิตยาไม่สนใจ ตั้งมั่นว่าจะตั้งใจเรียนแล้วนะ แต่ทว่า...อีกแล้ว!

"โอ๋ๆ โกรธเหรอจ๊ะ อวบโกรธเหรอคะ ฮ่าๆ"

เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่เห็นเธอเป็นตัวตลกทำเอาอาทิตยาโกรธจนแทบจะตกมัน

ทำไมต้องมาเรียกเธอว่าอวบด้วย ต่อให้เธออวบหรืออ้วนจนแทบจะทับควายแบนก็ไม่ได้ไปนั่งกินข้าวบนหัวใครเสียหน่อย แต่พวกปากพล่อยไม่รู้มารยาทนี่ต่างหากที่ควรจะละอาย ชอบเอาความกังวลของคนอื่นมาล้อเสียๆ หายๆ ถึงเธอจะตัวใหญ่เกินไซซ์มาตรฐานของหญิงร่างเล็กแต่เธอก็เจ็บปวดเป็นนะ

ทุกครั้งที่จับอะไรยัดเข้าปาก กินทีเป็นกระสอบ เธอมักคำนวณแคลอรีก่อนทุกครั้ง พอรู้ว่าจานนี้จานนั้นมันแคลอรีเกินแน่ๆ ก็แดกแม่ง!

แต่จะอะไรยังไงก็ช่าง มันเรื่องของเธอนี่ แล้วไอ้พวกบ้านี่เกี่ยวอะไรกับชีวิตเธอด้วย

"หยุดพูดนะ" อาทิตยาตวาดแว้ดอย่างทนไม่ไหว แต่พวกเพื่อนปากมอมก็หาได้แคร์ไม่ ยังคงส่งเสียงล้ออย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งคนที่นั่งข้างๆ เธอก็คงรำคาญจนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาเลยหันไปหาคนทั้งสี่แล้วเอ่ยเสียงห้วน

“เฮ้ย จะเรียนมั้ย ถ้าจะคุยออกไปคุยข้างนอก” ขุนพลว่าแค่นั้นแล้วก็หันกลับไปตั้งใจฟังที่อาจารย์บรรยาย แต่ก็ไม่วายเหลือบตามองเธอด้วยสายตาที่อาทิตยาก็อ่านไม่ออก จะว่าโกรธก็ไม่ใช่ จะว่าหงุดหงิดรำคาญใจก็ไม่เชิง

แต่จะอะไรก็ช่าง อาทิตยารู้แค่ว่าตอนนี้เธอรู้สึกดีมาก ที่เขาออกปากปรามพวกแก๊งข้างหลัง เพราะพอเขาพูดจบอาทิตยาก็ไม่โดนก่อกวนอีกเลย มีแต่คนข้างๆ นี่แหละที่ก่อกวนหัวใจของเธอให้ทำงานหนักขึ้น ก็มันเต้นตึกๆ ๆ ๆ ราวกับจะทะลุออกมายังไงยังงั้นเลย...


---------------

มาแล้วค่า มีใครคิดถึงอวบไหมคะ พระเอกงานดีน้าาาา อิอิ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว