facebook-icon

ป่าราบ ลูกพ่อปืน แม่มะลิ "เถื่อนไม่เถื่อน ต้องพิสูจน์กันเอาเองนะครับ"

รักต้องร้าย 5 [กระต่ายเน่า] 100%

ชื่อตอน : รักต้องร้าย 5 [กระต่ายเน่า] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 09:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักต้องร้าย 5 [กระต่ายเน่า] 100%
แบบอักษร

รักต้องร้าย 5

[กระต่ายเน่า]




หลังจากวันนั้น... วันและเวลาก็ผ่านมาอีกหนึ่งเดือน ผมก้าวข้ามความรู้สึกเดิมๆ เหมือนเมื่อก่อนพยายามหลอกตัวเอง จนเลิกโง่ได้

ผมยังคงใช้ชีวิตปกติไปวันๆ ไม่ได้กลับไปค้างที่บ้าน เลือกจะอยู่คอนโดแทน ทุกก้าวของผมอยู่ในสายตาพ่อกับพี่แทนตลอด มันก็อยู่ที่ว่าพวกเขาจะเลือกพูดหรือแสดงออกยังไงกับผมก็เท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมกลับมาติดต่อกับพริกหวานอีกครั้ง ผมไม่ได้เริ่มก่อน แต่พริกหวานเลือกจะเดินเข้ามาอีกครั้ง และความคิดเลวๆ มันก็เกิดขึ้นจนได้...

ผมเลือกจะทำร้ายพริกหวานเพื่อความสะใจของตัวเอง คอยตอกย้ำตัวเองซ้ำๆ ว่าทำไม ทุกคนอาจจะมองว่าผมเห็นแก่ตัว ใช่ครับ ผมยอมรับ แต่ผมก็มีเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน เหตุผลที่ไม่อยากยอมรับและไม่อยากให้ใครรู้ วิธีและความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน


ติ้ง!

​เสียงแจ้งเตือนไลน์ดัง มันคือข้อความจากพริกหวาน


พริกหวาน : พี่ป่า วันนี้พริกมีรายงานต้องทำ ฝันดีล่วงหน้าเลยนะคะ

อยากจะบ้าตาย! พริกหวานบอกฝันดีผมตอนบ่ายสามครับ หลังจากกลับมาคุยกันใหม่อีกครั้ง ยัยเด็กผมเปียก็ไม่เคยแทนตัวเองว่าหนูกับผมอีกเลย

ผม : ฝันดีตอนบ่ายสามเนี่ยน่ะนะ 

พริกหวาน : ค่ะ 

ผม : อืม ตั้งใจเรียนนะ 

พริกหวาน : รับทราบค่ะ บายค่ะ


ผมยังคงคุยกับพริกหวานแบบนี้ทุกวัน มีทักทายถามไถ่กัน แต่ส่วนน้อยที่ผมจะทักไปก่อน แต่ทุกครั้งที่เธอทักมาผมก็จะตอบตลอด ไม่ว่าตอนนั้นจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

ผมตัดขาดทุกคนที่อยู่รอบตัว เหมือนพยายามค้นหาตัวเอง กับพะแพงผมปิดกั้นทุกอย่างและก้าวออกมา ส่วนเมผมเลือกจะถอยและรักษาระยะห่าง เลือกให้เธอยืนในจุดของเพื่อน


บางทีการเป็นคนที่ดีพอมันก็ยากไปสำหรับคนเลวๆ วันไหนที่ผมเหนื่อยหรือท้อมากๆ คนแรกที่ผมคิดถึงคือแม่ แต่ถ้าวันไหนที่ผมหมดหนทาง คนแรกที่ผมคิดถึงคือพ่อ

พ่อไม่เคยห้าม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมทำผิด ท่านก็มีวิธีจัดการในแบบของท่านเสมอและทุกครั้งไม่ปางตายก็หยอดน้ำข้าวต้ม แต่จะโทษพ่อก็ไม่ได้เพราะผมเลือกเอง นี่คือวิธีฝึกคนของพ่อและผมมักได้รับบทลงโทษนั้นเสมอ อย่าคิดว่าพี่แทนไม่เคยโดน ก่อนจะถึงผมก็พี่แทนนี่แหละครับ  . . .


วันเวลาเริ่มผันผ่าน วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนการทำความรู้จักระหว่างผมกับพริกหวานมันขยับไปอีกขั้น ปีนี้พริกหวานก็จบมอห้าแล้ว เหมือนผมกำลังมองการเติบโตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ก่อนหน้านั้นพะแพงพยายามติดต่อหาผม แต่ผมเลือกจะไม่สนใจ เหมือนเธอกำลังกลัวอะไรบางอย่างหรือไม่เธอก็ล่วงรู้ถึงการสานสัมพันธ์กันระหว่างผมกับพริกหวาน

หึ!

แล้วไง เรื่องมันผ่านมาเป็นปีแล้ว ผมไม่ได้สนใจพะแพงแล้วด้วยซ้ำ บอกตามตรงถึงผมจะคุยกับพริกหวาน แต่สถานะของพวกเรายังไม่มี และผมก็เป็นผู้ชายด้วย เรื่องผู้หญิงก็มี แต่ผมเลือกแบบที่สบายใจกันทั้งสองฝ่ายมากกว่า เกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม พ่อผมสอนมาครับ เพราะท่านเคยผ่านมาแล้ว


"พี่ป่าคะ"


ก่อนจะคิดอะไรไปเรื่อย ตอนนี้ผมควรสนใจคนตรงหน้ามากกว่า

วันนี้ผมเองที่เป็นฝ่ายรบเร้าให้พริกหวานมาหาที่คอนโด บวกกับลุงเดย์และป้าพายไม่อยู่ พวกท่านไปเชียงใหม่กันที่รู้เพราะพ่อกับแม่ผมก็ไปครับ ส่วนพายับไอ้หมอนั่นก็ไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนกัน ยัยผมเปียเลยอยู่บ้านคนเดียว


"ว่า?" 

"ทำไมพริกต้องมาหาด้วยล่ะคะ ถ้าคนอื่นๆ รู้พริกตายแน่ๆ" 

"แล้วบอกที่บ้านว่ายังไง" 

"ทำไมต้องให้พริกหัดเป็นเด็กโกหกด้วยล่ะคะ" 

"หืม? พี่ถามเราอยู่นะ" 

"บอกว่าไปเที่ยวกรุงเทพกับเพื่อนค่ะ" 

"หึ!" 

"ชิ! แล้วมีอะไรหรือเปล่าคะ" 

"เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปเที่ยวทะเล" 

"จริงเหรอคะ?" หน้าตาดี๊ด๊าดีใจใหญ่เลยครับ

"ครับ" 

"งั้นยอมเป็นเด็กโกหกก็ได้ค่ะ"

หลังจากคุยและตกลงกันเรียบร้อย พวกเราก็แยกกันไปจัดกระเป๋าเพราะนอนคนละห้องกัน ตีสี่ของอีกวันผมก็ปลุกพริกหวานให้ตื่นอาบน้ำแต่งตัว ผมขับรถไปเอง พาไปเที่ยวทะเลที่ใต้ ขับรถไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก กว่าจะถึงแวะหลายที่มากแล้วพริกหวานก็หลับตลอดทาง ตื่นมาแค่กิน คุยกับผมส่วนน้อย หลับนี่งานอดิเรก


"อื้อ! เมื่อยจังเลยค่ะ" 

"แค่กินกับนอนเนี่ยน่ะนะ" 

"ใช่ค่ะ"

ผมถึงกับส่ายหัวเลยทีเดียว ผมพาพริกหวานมาภูเก็ตครับ ไกลมาก ใช้เวลาขับรถเป็นวันๆ แวะพักหลายที่ด้วย มาถึงที่พักก็มืดแล้ว

"หิวหรือเปล่า" 

"หิวค่ะ" 

"งั้นเอากระเป๋าไปเก็บกันก่อน เดี๋ยวพี่พาออกไปหาอะไรกิน" 

"เจ้าค่ะ"

ผมพาพริกหวานมาเที่ยวภูเก็ตสามวันสองคืน คืนแรกก็ไม่มีอะไรมาก กินเสร็จก็แยกย้ายกันนอน เช้าวันต่อมาก็พาไปเดินเล่น ถ่ายรูป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพริกหวานเพราะผมไม่ชอบเข้ากล้อง คืนที่สองจะแตกต่างหน่อยตรงที่พวกเรานอนห้องเดียวกัน ผมเป็นคนลากมาเอง

"ทำไมไม่นอนแยกห้องล่ะคะ" 

"พี่มีอะไรจะคุยด้วย" 

"หืม?" 

"ไปอาบน้ำก่อน" 

"ค่ะ"

เจ้าตัวตอบผมพร้อมกับรอยยิ้ม หยิบชุดนอนผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำแค่ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับชุดนอนลายตุ๊กตาหมี

"มองอะไรคะ" 

"เปล่าครับ" 

"แต่พี่ป่ามองแล้วยิ้ม" 

"พี่อาบน้ำก่อนดีกว่าครับ"

ผมยังคงยิ้มต่อนั่นแหละครับ ผมไม่ควรลืมว่าพริกหวานยังเป็นเด็กมอห้า แม้ว่าเทอมหน้าเธอจะขยับขึ้นไปอยู่มอหกก็ตาม ผมใช้เวลาอาบน้ำแค่ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับชุดเสื้อยืดกางเกงขายาว

"กอดอะไรอยู่น่ะ" 

"พี่กระต่ายค่ะ"

ผมถึงกับขมวดคิ้วเลยครับ มองกระต่ายในออมกอดของพริกหวานพลางเอื้อมมือไปกระชากหูมันขึ้นมาชู

"พี่ป่า!" เธอดูตกใจไม่น้อยเลย

"เน่าขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ซื้อใหม่" 

"พี่ป่าไม่เคยมีตุ๊กตาตัวโปรดหรือยังไง ตัวนี้มันสำคัญกับพริกมากนะ เอาคืนมา" 

"เอาไปทิ้งเถอะ เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่" 

"ไม่! เอาของพริกคืนมา" พริกหวานขยับตัวลุกขึ้นยืนบนเตียงพยายามจะแย่งตุ๊กตากระต่ายไปจากมือผม แต่ก็แย่งไม่ได้

"ทิ้ง!" 

"อย่านะ! เอาของพริกคืนมา" เธอเริ่มเสียงแข็งใส่ผม ท่าทางจะหวงมาก

"ก็แค่ตุ๊กตาเน่า" 

"ไอ้คนนิสัยไม่ดี" ด่าผมพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอ "อะ อึก..."

"เฮ้ย! พี่ขอโทษ"

หมับ!

พริกหวานแย่งตุ๊กตาไปจากมือผม พอได้มันไปเธอก็กอดไว้จนแน่นเลยครับ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกอดมันไว้แถมยังสะอื้นเบาๆ

"พริก... พี่ขอโทษ" เกิดมาไม่เคยคิดจะขอโทษใครก่อนเลย แต่พอเห็นยัยเด็กผมเปียร้องไห้ผมก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

"อึก... ไอ้คนใจร้าย" 

"พริกหวาน"

"ใจร้าย ใจร้าย ใจร้าย"

เธอพูดประโยคนี้ซ้ำๆ ผมเองก็ยืนมองอยู่อย่างนั้น พริกหวานพร่ำพูดจนเธอหลับไป แขนไม่ยอมปล่อยเจ้าตุ๊กตาเน่านั้นเลยครับ สุดท้ายเรื่องที่อยากคุยก็ไม่ได้คุยครับ

ผมเดินไปปิดไฟในห้องก่อนจะเดินมาแทรกตัวลงนอนข้างๆ พริกหวาน รั้งผ้าห่มผืนหนามาห่มให้กับเธอ... ในเมื่อเลือกแล้วก็ต้องไปให้สุด


"ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ"

เช้าของวันใหม่ พริกหวานตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง เธอยังคงโกรธผมเรื่องเมื่อคืน

"ช่วยพากลับกรุงเทพด้วยค่ะ"

"พี่ขอโทษ"

"ขอเก็บกระเป๋าก่อนนะคะ" พริกหวานไม่สนใจผมเลยครับ เธอเอาแต่ก้มหน้าจัดกระเป๋าของตัวเอง กระต่ายเน่าตัวนั้นเธอก็วางมันไว้บนตักไม่ห่างจากตัว จนผมทนไม่ไหวต้องอุ้มเธอมานั่งที่เตียง "พี่ป่า! ปล่อย"

"คุยกันก่อน"

"คุยอะไรคะ ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว"

"พี่ขอโทษ พี่จะไม่ยุ่งกับกระต่ายเน่าตัวนั้นอีกแล้ว"

"อย่ามาเรียกพี่กระต่ายของพริกว่ากระต่ายเน่านะคะ" ฉอดๆ เลยครับ หวงมาก แตะต้องก็ไม่ได้ พาดพิงนิดหน่อยก็วีนใส่

"ครับๆ พี่กระต่าย"

"หึ! จะคุยอะไรก็ว่ามาค่ะ พริกอยากกลับแล้ว"

ผมเงียบ จ้องหน้าพริกหวานที่เอาแต่นั่งปั้นหน้ากอดอกพร้อมกับกระต่ายเน่าของเธอ มีหลายๆ อย่างตอนนั้นผมอยากจะทำ แต่พอนึกถึงเรื่องแย่ๆ มันกลับมีเรื่องเดียวที่ผมคิดออก นั่นคือการลากพริกหวานเข้ามาในโลกของผมอย่างสมบูรณ์แบบ

"พวกเราคุยกันมานานแค่ไหนแล้ว"

"จำไม่ได้ค่ะ"

"พี่ว่าพริกจำได้"

"เฮ้อ! พี่ป่าจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ พริกอยากกลับบ้าน" เธอหันกลับมามองหน้าผมและนั่นก็ทำให้พวกเราสบตากันทันที เธอนิ่งหน้าเหวอไปชั่วขณะ พวงแก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อเลยทีเดียว ผมว่าเธอกำลังเขิน

"พี่อยากดูแลพริก" คำพูดของผมทำให้เธอหันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน "ดูแลในฐานะอื่น ไม่ใช่พี่ชาย"

"พะ พี่ป่า"

"พริกพอจะให้โอกาสพี่ได้ไหมครับ"

"เอ่อ... โอ๊ะ! พริกว่าพริกปวดท้องนะคะ พริกขอตัวก่อนนะคะ"

"พริกหวาน" จู่ๆ ยัยเด็กผมเปียก็ลุกขึ้น วิ่งหนีหายเข้าไปในห้องน้ำทันที เธอลืมแม้กระทั่งกระต่ายเน่าตัวโปรดด้วยซ้ำ ผมมองภาพนั้นพร้อมกับรอยยิ้ม แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบกระต่ายที่วางอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาพิจารณา

"ถ้าวันหนึ่งทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เธอจะทำยังไง พริกหวาน..." นี่คือสิ่งที่ผมเอ่ยออกมา สายตาจับจ้องไปยังประตูห้องน้ำสลับกับตุ๊กตากระต่ายที่ถืออยู่ในมือ


เฮ้อ!

ถ้าครั้งนั้นผมรู้อนาคต ผมจะไม่เลือกเดินเส้นทางแบบนั้นเลยจริงๆ

แต่ในเมื่อผมเลือกจะเดินแล้ว ผมก็สมควรรับผลที่จะตามมา... อย่างเต็มใจ




______________________________________

ตอนต่อไปจะติดเหรียญแล้วนะคะ สายฟรีรอในเพจได้นะคะ


ถ้าใครงง กลับไปตอนที่1 นะคะ พี่ป่าจะบอกไว้ว่าทำไมถึงยังอยู่ในอดีต... มันก็มีหลายจุดที่บอกได้ อยากเล่าให้เหมือนมีชีวิต แต่มันแค่นิยาย 5555 หวังว่าทุกคนจะอิน


นิยายไม่ได้มีปม แต่มันอาจจะมั่ว 5555 อ่านนิยายเอสมาหลายเรื่องแล้ว ทุกคนต้องชินนะคะ คิกๆ


ขอบคุณค่ะ


ใช่กดไลก์ ชอบก็คอมเมนต์ คิกๆ รักกกกกกกกกกกกกกกก


ความคิดเห็น