facebook-icon

ป่าราบ ลูกพ่อปืน แม่มะลิ "เถื่อนไม่เถื่อน ต้องพิสูจน์กันเอาเองนะครับ"

รักต้องร้าย 4 [โง่] 100%

ชื่อตอน : รักต้องร้าย 4 [โง่] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักต้องร้าย 4 [โง่] 100%
แบบอักษร


รักต้องร้าย 4 

[โง่!]



หลังจากวันนั้นพริกหวานก็หายไปเพราะผมไม่ตอบกลับอะไรเธอไปสักอย่าง ถึงผมจะไม่บล็อคก็ตาม พริกหวานเองก็ไม่ติดต่อมา มันดีสำหรับผมมากๆ

ฝึกงานจบ เคลียร์เรื่องต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยเสร็จเรียบร้อยผมก็กลับบ้าน เป็นการกลับมาที่ทรมานมาก แค่เห็นหน้าแม่ผมก็อยากร้องไห้แล้วครับ


"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะป่า"

"เหนื่อยครับ อยากอ้อน" เดินไปกอดเอวแม่พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวา

ผัวะ!

เต็มๆ เลยครับ ไม่ต้องเดาเลยว่าใคร

"ไอ้ป่า! นี่เมียกู"

"พ่อ! ตบมาได้ ผมเจ็บนะครับ"

"ขยับออกมา"

"เจอหน้ากันทีไรทะเลาะกันทุกที ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ" แม่ถามยิ้มๆ พลางส่ายหน้าไปมา

"เบื่อครับ เบื่อพ่อ แต่ไม่เบื่อแม่คนสวย ขอหอมอีกทีสิครับ" 

"เดี๋ยวกูถีบไปโน่นเลย"

"ขี้หวง! แล้วน้องล่ะครับ" 

"อยู่บนห้องน่ะ เดี๋ยวคงลงมา"

อยู่บ้านก็สบายใจแบบนี้แหละครับ รู้สึกอบอุ่น เป็นความรักที่ผมไม่ต้องไขว่คว้าให้เหนื่อย

"พี่ป่าาาา"

เสียงดังมาแต่ไกลเลยครับ วิ่งลงจากบันไดไม่สนใจอะไรเลย ด้านหลังก็มีพี่แทนเดินตามลงมาติดๆ

"อย่าวิ่ง เดี๋ยวตกบันได" ผมรีบห้ามทันที 

"ไม่ตกหรอกค่ะ อ๊ะ!"

"เฮ้ย!" พวกเราพากันตกใจเพราะอาการทรงตัวไม่อยู่ของชบา

"ชบา!" ขนาดพี่แทนที่อยู่ใกล้สุดยังพลอยเป็นไปด้วยเลยครับ

หมับ!

กรี๊ดดด!

ยัยตัวแสบทำทุกคนตกใจกันถ้วนหน้า ดีนะครับที่พี่แทนเดินตามหลังอยู่ เขาเลยคว้าเอวชบาไว้ได้ทัน เพราะน้องสะดุดุขาตัวเองเกือบตกบันได

"น้อง!" พี่แทนถึงกับเสียงดังใส่เลยทีเดียว

"ฮือออ น้องขอโทษค่ะ น้องก้าวพลาดไปนิดนึง" 

"เหมือนแม่ไม่มีผิด" พ่อบ่นเบาๆ จนแม่หันไปถลึงตาใส่ ส่วนผมได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ ครับ


อาหารมื้อแรกในรอบหลายเดือนที่ไม่ได้กินด้วยกัน มีความสุขเป็นพิเศษ จนมีบทสนทนาหนึ่งดังขึ้น

"พรุ่งนี้ไปบ้านลุงเดย์กันนะ เลี้ยงส่งพะแพงไปเรียนต่อต่างประเทศ"

"จริงหรือเปล่าคะที่พี่แพงได้เป็นนางแบบด้วย" 

"จริงครับ" พ่อตอบ

"โห่! อิจฉา น้องอยากเป็นบ้าง"

"ซุ่มซ่ามขนาดนี้ น้องอยู่เฉยๆ เถอะครับ" พี่แทนแอบแขวะน้องเบาๆ

"พี่แทน!" แบนปากใส่พี่แทนทันที

"ผมอิ่มแล้วครับ"

"คนเรานี่ก็แปลกนะ มีสมองแต่ไม่รู้จักจำ!"

ผมไม่รู้หรอกว่าพ่อหมายถึงอะไร แต่เหมือนถูกตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา จนผมเดินกลับมาถึงห้องทิ้งตัวลงนอนนิ่งๆ หยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขึ้นมา มันเป็นตุ๊กตาหมีตัวแรกที่พะแพงให้ผมตอนเด็กๆ เป็นตุ๊กตาตัวแรกของผมเลยก็ว่าได้ครับ

นอนคิดอะไรเพลินๆ จนไลน์เด้งเข้ามา เป็นข้อความจากพะแพง

"ช่วยทำตัวปกติกับแพงด้วยนะ"

ถามว่าเจ็บไหม บอกได้เลยว่าเจ็บมาก! เจ็บให้พอก็แล้วกัน ถ้ามันสุดเมื่อไหร่ผมก็ควรรักตัวเองสักทีและผมคิดว่ามันควรสุดได้แล้ว...


แอ๊ด...


ผมนอนคิดอะไรเพลินๆ จนมีคนเปิดประตูเข้ามา พอลุกขึ้นนั่งก็เห็นพ่อยืนมองอยู่จากมุมนั้นพร้อมกับสายตานิ่งๆ แบบฉบับของท่านนั่นแหละครับ

"มีอะไรจะบอกไหม?"

 "ไม่ครับ"

ผมเลือกจะปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าพ่อเป็นคนยังไงและพ่อก็ไม่ได้โง่ด้วย ท่านรู้แต่ท่านเลือกจะเงียบ

"อืม ไหนๆ แกก็โตแล้ว ฉันจะให้แกตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตเองก็แล้วกัน"

"ขอบคุณครับ"

"จะเรียนต่อหรือช่วยพี่แทนดูแลบริษัท"

"ผมขออยู่เฉยๆ ก่อนได้ไหม อยากรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่"

"อืม กล้าขอ ฉันก็กล้าอนุญาต"

บทสนทนาระหว่างผมกับพ่อขาดหายไปช่วงหนึ่งมีแต่ความเงียบเข้ามาแทนที่ ผมช่างใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถามท่านเรื่องครอบครัวลุงเดย์ออกไป

"ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"

"ว่ามาสิ"

"ลุงเดย์มีลูกทั้งหมดกี่คนเหรอครับ" 

"สามคน"

คำตอบของพ่อทำให้ผมต้องขมวดคิ้วเลยทีเดียว ลุงเดย์มีลูกสามคน แต่ทำไมผมถึงจำได้แค่พะแพง

"พะแพงคือพี่คนโต พายับคือคนรอง ส่วนพริกหวาน..." พ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ผมเองก็จ้องหน้าท่านเพื่อรอคำตอบเช่นกัน "พริกหวานเป็นแค่ลูกของน้องสาวฝาแฝด ไอ้เดย์" 

"ทำไมผมถึงจำได้แค่พะแพงล่ะครับ"

ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่มันก็ไม่เบาสักเท่าไหร่เพราะพ่อเองก็ได้ยินเหมือนกัน

"ถ้ามึงเลือกจะสนใจเพียงคนคนเดียว คนอื่นๆ ก็ไม่มีทางเข้ามาอยู่ในสายตามึงหรอก เรื่องพริกหวานคือความลับ แต่กูเลือกจะบอกเพราะไม่อยากให้มึงทำอะไรโง่ๆ ลงไป" พ่อเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่คุยกับผม

"พ่อ..."

"จำคำกูไว้นะป่าราบ กูไม่เคยคิดจะทำร้ายผู้หญิงที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม"

พ่อจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม บอกตามตรงว่าหัวใจผมเต้นแรงมากๆ เหมือนท่านเองก็รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แต่ท่านเลือกจะเงียบและปล่อยให้ผมได้ตัดสินใจเอง

"มึงเป็นลูกกู ต่อให้มึงทำผิดมากแค่ไหน ก็ยังเป็นลูกกูอยู่ดี 

"ผม..."

"กูผ่านทุกเรื่องราวมาก่อนมึง เพราะฉะนั้นมึงควรใช้สมองให้เยอะๆ เพราะตอนนี้มึงกำลังโง่อยู่!"

พ่อพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องผมไป ได้ยินแบบนี้ผมถึงกับขมวดคิ้วเลยครับ ผมคิดเสมอว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ อยู่เหนือทุกอย่างเสมอ แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันกลับไม่ใช่เลยครับ

หลังจากพ่อเดินออกไป ประตูห้องนอนของผมก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นพี่แทนคุณที่เดินเข้ามา

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"เผื่อมึงอยากได้คำปรึกษา" การพูดคุยแบบนี้ระหว่างผมกับพี่แทนคือเรื่องปกตินะครับ

"พี่รู้ไหมว่าลุงเดย์มีลูกกี่คน" 

"สาม"

ผมมองหน้าพี่แทนนิ่งๆ แม้แต่เขายังรู้เลย แล้วทำไมผมถึงไม่รู้ล่ะ

"ถ้ามึงสนใจแค่คนคนเดียว คนอื่นมึงไม่มีทางไปนึกถึงเขาหรอกนะป่าราบ"

คำพูดของพี่แทนทำให้ผมนึกถึงประโยคก่อนหน้านี้ของพ่อขึ้นมาทันที

"มึงจำพริกหวานไม่ได้เหรอ?"

"หืม?"

"อย่าคิดจะทำอะไรโง่ๆ เด็ดขาด!"

"ไม่รู้สิครับ"

ผมเริ่มคิดได้ขึ้นมาบ้าง แต่มันก็ส่วนน้อย เอาเข้าจริงผมจำใครไม่ได้หรอกครับ นอกจากพะแพง... 

ตอนนั้นผมคงยังเด็กไปถึงไม่คิดให้รอบคอบ สุดท้ายเส้นทางที่ผมเลือกเดินมันกลับเป็นก้าวที่พลาดมาก

"มึงไม่ใช่คนโง่ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเองโง่นาน รีบพักผ่อนซะ พรุ่งนี้พวกเราต้องเดินทางแต่เช้า"

"สอนคนอื่นได้ พี่ก็อย่าลืมสอนตัวเองบ้างนะครับ ทำตามหัวใจตัวเองบ้าง"

"เสือก!"

"ฮ่าๆ"

ไม่บ่อยนักที่จะได้ยินพี่แทนเอ่ยคำๆ นี้ออกมา เขาเป็นคนที่จริงจังไปซะทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของชบา... เก่งแค่ไหน ก็ยังแพ้หัวใจตัวเองอยู่ดี มนุษย์เราก็มีแค่นี้แหละครับ . . .

.

.

.


บ้านลุงเดย์

งานเลี้ยงจัดไม่ใหญ่มากครับ เชิญแค่คนสนิทและคนในครอบครัวเท่านั้น เหมือนแหล่งรวมเพื่อนพ่อมากกว่า ส่วนลูกๆ ก็พากันแยกโซนนั่งออกไป ผมจำใครไม่ได้หรอกหรือจะพูดให้ถูก ผมไม่ได้สนใจใครมากกว่า

"พี่ป่าคะ น้องอยากกินอันนั้น"

คนข้างๆ สะกิดผมพร้อมกับชี้ปลายนิ้วไปที่ขนมลูกชุบครับ

"แล้ว?"

"พี่ป่า น้องอยากกิน"

"โอเคๆ"

ถ้าปล่อยให้ชบาเดินไปตักเอง มีหวังได้อายคนอื่นแน่นอน ก็รู้อยู่ว่าน้องสาวผมซุ่มซ่ามมากแค่ไหน ผมวางแก้วไวน์ที่ถืออยู่ในมือลงก่อนจะลุกเดินไปที่โต๊ะเพื่อตักลูกชุบให้ชบา

"เอาแบบไหนบ้างคะ เดี๋ยว... อ้าว!"

ประโยคเมื่อกี้เอ่ยออกมาจากริมฝีปากของพริกหวานครับ ผมก็ไม่ทันสังเกตว่าเป็นยัยเด็กผมเปียเพราะวันนี้เธอแต่งตัวแตกต่างกันออกไป

"เชิญค่ะ

เธอว่าพลางเบี่ยงตัวหลบออกไป ผมไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงเอื้อมมือไปหยิบจานและตักลูบชุบให้ชบาเท่านั้น พอหันกลับมาก็เห็นว่าพริกหวานกำลังมองผมอยู่พอดี ครั้งนี้แปลกตรงที่เธอไม่ยิ้มออกมาง่ายๆ เหมือนก่อนหน้านี้

"สบายดีหรือเปล่า" ก็ไม่รู้ว่าทำไมปากถึงอยากเอ่ยถาม

"สบายดีค่ะ"

"แล้ว..."

"พริก มาช่วยพี่ทางนี้หน่อยสิ"

ผมยังไม่ทันได้ถามเธอต่อเลยครับ เสียงพะแพงก็ดังขึ้นมาซะก่อน พวกเราจึงหันไปมอง พริกหวานวางจานในมือลงก่อนจะเดินตามพะแพงออกไปติดๆ ผมมองจานขนมลูกชุบของพริกหวานแล้วหยิบติดมือกลับโต๊ะมาด้วย

"ขโมย"

"ไม่เห็นติดป้ายชื่อไว้นี่ครับ"

ผมว่าพลางหยิบลูกชุบเข้าปากทันที ก็อร่อยเหมือนกันแฮะ ส่วนชบานั่งกินไม่สนใจใครเลยครับ

"ดูน้องด้วย"

"ครับ"

พี่แทนลุกออกไป ผมไม่รู้หรอกว่าเขาไปไหน ส่วนชบาน่ะเหรอ นั่งกินอย่างมีความสุขเชียวครับ ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนภายในงานมีจุดที่น่าสนใจนั่นก็คือพะแพงที่เดินควงผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา ถ้าจำไม่ผิด มันคือคนเดียวกับที่ผมเจอที่ผับนั่นแหละครับ

"พี่ไปห้องน้ำนะ"

"น้องไปด้วยค่ะ"

ผมพยักหน้าให้น้องก่อนจะพากันเดินออกมาหาห้องน้ำ แต่กลับต้องชะงักเมื่อสายตาหันไปเห็นพี่แทนยืนคุยอยู่กับพริกหวาน ท่าทางสนิทสนมกันมาก

"พี่ป่า นั่นพี่แทนกับใครเหรอคะ?"

"พริกหวาน"

"หืม? น้องพริกหวานเองเหรอ โตขึ้นตัวเล็กนิดเดียว"

"น้องรู้จักด้วยเหรอ"

"ตอนเด็กๆ เคยเล่นด้วยกัน พี่ป่าจำไม่ได้เหรอคะ แต่ก็นะ... พี่ป่าไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ"

ชบาขยับปากพูดไม่หยุดเลยครับ แต่สายตาของผมกลับจับจ้องไปยังพวกเขาสองคนแทน ในหัวเกิดคำถามขึ้นมาทันที

ทำไมผมถึงจำพริกหวานไม่ได้?






_______________________________________

มาแว้ววววว

ทุกคนอ่านแล้วงงกันไหมคะ? นี่ไม่ใช่ปัจจุบัน เป็นส่วนที่พี่ป่าเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นนะคะ


มีส่วนอื่นให้ลุ้นเยอะแยะ ส่วนแค่นี้เค้าไม่หวงหรอก


คิดว่าพี่ป่าโง่เหรอ? ก็ไม่รู้สินะ 5555


ปล.ต่อกับโทรศัพท์นะคะ ไม่รู้จะมั่วไหม กลับบ้านจะเปิดคอมดูอีกทีค่ะ


ขอบคุณค่ะ


ขอกำลังใจเยอะๆๆๆๆ 😁😁😁

ความคิดเห็น