facebook-icon

ป่าราบ ลูกพ่อปืน แม่มะลิ "เถื่อนไม่เถื่อน ต้องพิสูจน์กันเอาเองนะครับ"

รักต้องร้าย 3 [เราเลิกกันเถอะ] 100%

ชื่อตอน : รักต้องร้าย 3 [เราเลิกกันเถอะ] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักต้องร้าย 3 [เราเลิกกันเถอะ] 100%
แบบอักษร

รักต้องร้าย 3

[เราเลิกกันเถอะ]



ผมขับรถออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับความคิดอีกมากมาย ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผมไม่ได้ขับรถกลับคอนโดตัวเองแต่กลับไปในที่ที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่สุด ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน ผมรู้แค่ว่า ผมมีความสุขก็แค่นั้น


กริ่ง กริ่ง


ปลายนิ้วกดกริ่งหน้าห้อง รอแค่ไม่นานเจ้าของห้องก็เดินออกมาเปิด ผู้หญิงร่างเล็ก หุ่นเธอถือว่าโอเคมากสำหรับผม หญิงสาวตรงหน้าคือเมวดีหรือเม เธอคือเพื่อนในกลุ่มของผม และเธอก็เป็นผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากที่สุด

“มาแล้วเหรอคะ” เมขยับริมฝีปากพร้อมกับรอยยิ้ม ร่างเล็กเข่งปลายเท้ายื่นหน้าขึ้นมาหอมแก้มผมก่อนจะจับมือพาเข้าไปข้างใน “วันนี้ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า ทำไมสีหน้าเครียดจัง”

“เปล่า แค่เหนื่อยๆ น่ะ”

“เดี๋ยวเมนวดให้” เมว่าปลายนิ้วเรียวขยับไปวางบนบ่าผม ค่อยๆ นวดจนผมรู้สึกผ่อนคลาย ในสมองของผมมีเรื่องให้คิดมากมาย จนผมแทบหาทางออกไม่เจอ

“ฝึกงานเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีนะคะ แต่เสียดายไม่ได้ฝึกด้วยกัน”

“อืม”

“ป่า พวกเราจะเรียนจบแล้วสินะ” เธอหยุดขยับปลายนิ้วก่อนจะเดินอ้อมมานั่งคร่อมบนตักผมแทน “เมอยากได้ความชัดเจนบ้าง”

ผมมองหน้าเมนิ่งๆ ความชัดเจนที่เธอต้องการ บอกตามตรงว่าผมไม่สามารถให้ได้ ผมเองก็รอความชัดเจนจากพะแพงด้วยเหมือนกัน ผมเลยเข้าใจความรู้สึกของเมดี ว่าเธอต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน

“ขอโทษนะ แต่กูให้มึงได้แค่เพื่อน”

“ป่า แต่เม…”

“กูรู้ว่ามึงรักกู แต่เราตกลงกันแล้ว มึงเองก็ยอมรับข้อเสนอนี้เอง” ผมมองหน้าเมนิ่งๆ เธอยิ้ม แต่แววตากลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าเล็กค่อยๆ ก้มลงมาแต่ผมกลับเบือนหน้าหนี “พอเถอะ! มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว”

“ป่า!”

“กูอยากได้เพื่อนคนเดิมกลับมา”

“แต่เพื่อน เขาไม่มีอะไรกันหรอกนะ”

“ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อนกับกูอีก เราคงเป็นได้แค่คนรู้จักกัน กูขอตัว” พูดจบผมก็ดันตัวเมออกก่อนจะลุกขึ้น ขากำลังก้าวไปทางประตูห้องแต่เมกลับวิ่งเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังเอาไว้

“อย่าไปนะป่า เมขอโทษ เมยอมแล้ว ขอแค่ป่าไม่ทิ้งเมไปไหน”

“ขอโทษนะเม แต่กูว่าพวกเราควรหยุดได้แล้ว”

“อะ อึก… ไม่นะป่า อย่าไป เมขอร้อง เมรักป่านะ เมหยุดไม่ได้แล้ว”

“มึงควรเจอคนที่ดีกว่ากูนะเม”

“ฮือๆ เมขอร้อง อย่าไปนะป่า เราไม่ต้องมีอะไรกันแล้วก็ได้ ขออย่างเดียว ป่าอย่าทิ้งเมได้ไหม”

ผมเลือกจะเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป ขาไม่ได้ก้าวออกจากห้อง มันเหนื่อยจนผมต้องยอม ผมมองภาพสะท้อนตัวเองจากเม แต่มันแตกต่างกันตรงที่ผมกับพะแพงยังไม่ได้มีอะไรกัน

“อืม ไม่ต้องร้องแล้ว” ผมหันกลับมายิ้มให้เม ปลายนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตาที่อาบแก้มให้เธออย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณนะ อึก… เมรักป่านะ เมจะรอ”

“อย่ารอเลย”

“เมขอรอได้ไหม”

ผมเลือกจะเงียบอีกครั้ง ไม่ว่าจะยังไง ผมก็รักเมเกินเพื่อนไม่ได้ ผมเคยพยายามแล้ว แต่มันก็ไม่สำเร็จ ผมยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่ตัว เลือกความสุขอยู่เหนือความถูกต้อง ที่ผมอยากตัดความสัมพันธ์กับเมเพราะไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากมันเกิดขึ้นในอนาคต ถึงผมจะไม่รู้ว่าระหว่างผมกับพะแพงจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ตาม แต่ผมก็อยากรักษาเธอไว้ให้นานที่สุด


ติ้ง**!**

เช้าวันใหม่ ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงข้อความไลน์ที่มันเด้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่คนที่นอนกอดผมอยู่ก็พลอยสะดุ้งไปด้วย

“ใครไลน์มาแต่เช้าคะ” เมขยับตัวออกห่างจากผมพร้อมกับคำถาม

“ไม่รู้” ผมว่าก่อนจะคว้าโทรศัพท์มากดดู ปรากฏว่าเจ้าของไลน์ที่เด้งเข้ามาปลุกผมแต่เช้าคือยัยเด็กผมเปีย

“ใครเหรอคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก” ผมเลือกจะปฏิเสธก่อนจะกดปิดเครื่อง ลุกขึ้นเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมา “กูคงไม่ได้มาหาแล้วนะ”

“ป่าจะไม่ทิ้งเมใช่ไหม”

“เรายังเป็นเพื่อนกันนี่”

“ป่าก็รู้ว่า…”

“ถ้ามึงทำไม่ได้ สถานะอื่นก็ไม่เหลือ”

ผมไม่ได้สนใจเมอีกก่อนจะรีบเดินออกมาจากห้องของเธอ ขับรถกลับคอนโดตัวเองทันที


หนึ่งอาทิตย์ต่อมา*…*

ผมไม่ได้ติดต่อกับพะแพงเกือบอาทิตย์แล้ว ช่วงนั้นมีแต่พริกหวานนั่นแหละที่ไลน์เข้ามาหา ตอนนี้เธอกลับบ้านที่กาญจนบุรีแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร มีแต่กดอ่านเท่านั้น จะตอบบ้างแต่เลือกเป็นสติ๊กเกอร์แทนคำพูด

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะฝึกงานเสร็จ พวกพี่ๆ เลยพากันไปเลี้ยงส่งตามปกติ ผมไม่คิดเลยว่าการไปเลี้ยงส่งครั้งนั้นจะทำให้ผมได้เห็นอะไรดีๆ

ผมไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง เมื่อเห็นแฟนตัวเองกำลังนั่งยิ้มสีหน้ามีความสุขอยู่ข้างๆ ผู้ชายคนหนึ่ง แม้ว่าโต๊ะที่เธอนั่งจะมีคนนั่งร่วมอยู่ด้วยหลายคนก็ตาม แต่ท่าทางที่ดูสนิทสนมกันนั้นทำให้ผมต้องรู้สึกแย่ ผมอยากเดินเข้าไปกระชากพะแพงออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริงคือทำไม่ได้


“มองอะไรวะ” พี่เลี้ยงผมเอ่ยถาม คงจะเห็นผมนั่งมองอยู่นานแล้ว

“เปล่าครับ ผมขอไปสูบบุหรีก่อนนะ”

“เออๆ”

ผมตัดสินใจลุกออกมาจากที่ตรงนั้นทันที ผมไม่รู้หรอกว่าพะแพงจะเห็นหรือเปล่า ผมไม่เคยรู้สึกสมเพชตัวเองมากขนาดนี้มาก่อนเลยครับ


ติ้ง!


ออกมายืนสูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียดอยู่ด้านนอก จนมีเสียงไลน์ดังขึ้นมา ตอนแรกคิดว่าพะแพง แต่มันกลับไม่ใช่ครับ คนที่ไลน์เข้ามาคือพริกหวาน ยัยเด็กนี่ก็ตื้อไม่เลิก


พริกหวาน : ทำอะไรอยู่คะ กินข้าวหรือยัง

ผมอ่าน แต่ไม่ได้ตอบกลับ พริกหวานก็ยังคงส่งมาเรื่อยๆ

พริกหวาน : วันนี้ที่บ้านฝนตกด้วยค่ะ แล้วที่นั่นล่ะคะ

พริกหวาน : ชอบอ่านแล้วไม่ตอบอยู่เรื่อยเลย แต่ไม่เป็นไร พริกชอบพิมพ์ค่ะ

ผมว่ายัยนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่ตอบก็ยังพิมพ์มาอยู่นั่นแหละครับ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเองก็ไม่อยากสนใจมาก กำลังจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ต้องชะงักเมื่อพริกหวานกดวีดีโอคอลเข้ามาหา

เฮ้อ!

ผมเหนื่อยกับยัยนี่จริงๆ เลยครับ


“มีอะไร?” แต่สุดท้ายผมก็กดรับสายพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมา

“สูบบุหรี่เหรอคะ มันไม่ดีนะ”

“ยุ่ง!” ยัยผมเปียถึงกับปั้นหน้าใส่ผมเลยทีเดียว “ตกลงมีอะไร”

“ไม่มีหรอกค่ะ อยู่ไหนเหรอคะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“เฮ้อ! หนูไม่เด็กแล้วนะ เทอมหน้าก็ขึ้นมอห้าแล้วค่ะ” เถียงข้างๆ คูๆ ผมเองก็เหนื่อยจะต่อปากต่อคำครับ

"ต้องการอะไร?"

"แค่อยากคุยด้วย ไม่ได้เหรอคะ"

"พริกหวาน กูไม่ได้มีเวลาว่างมาคุยกับมึงหรอกนะ"

"ทำไมพี่ป่าพูดหยาบคายล่ะคะ" เธอทำหน้าจะร้องไห้ออกมา จนผมต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะว่าน่าเบื่อก็ใช่ แต่ไม่รู้ทนฟังเสียงบ่นของยัยเด็กนี่ได้ยังไง

"พริกหวาน!"

"ขอโทษค่ะ"

"เลิกยุ่งกับกูเถอะ โลกของกูมันไม่ได้สนุกสำหรับเด็กอย่างมึงหรอกนะ อย่าพยายามเดินเข้ามาเลยว่ะ แล้วก็ไม่ต้องโทรหรือไลน์หากูอีก กูรำคาญ!"

ผมเลือกจะตัดพริกหวานออกไปจากชีวิต เห็นรอยยิ้มยัยเด็กนี่ทีไร นึกถึงน้องสาวของตัวเองทุกที ผมเลือกจะผลักเธอออกไปเพราะไม่อยากดึงเธอเข้ามาในวังวนแสนยุ่งเหยิงนี้ ผมว่าพริกหวานควรได้เจออะไรที่ดีกว่านี้ 


หลังจากสูบบุหรี่ระบายความเครียดเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ครั้งนี้มันทำให้ผมกับพะแพงได้สบตากันและนั่นก็ทำให้ผมเห็นว่าเธอมีสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อย มือที่คล้องแขนผู้ชายคนนั้นก็ค่อยๆ คลายออก ผมไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงสักเท่าไหร่

ผมยืนมองภาพนั้นอยู่นานจนโทรศัพท์มีเสียงแจ้งเตือนจากไลน์ดังขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความจากพะแพง


"กลับไปคุยกันที่ห้อง อย่าทำให้แพงขายหน้าเด็ดขาด"


เท่านี้ก็รู้แล้วว่าเธอเลือกอะไร ผมเงียบ กำโทรศัพท์ไว้ในมือจนแน่น ก่อนจะตัดสินใจกลับไปนั่งดื่มกับพี่ๆ จนงานเลี้ยงเลิกรา พวกเราก็แยกย้ายกันกลับ ผมกลับไปรอพะแพงที่คอนโด คีการ์ดที่เคยให้พริกหวานเอาไว้ก็ได้คืนมาเรียบร้อยแล้ว มองกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ ห้อง พร้อมกับความรู้สึกอีกหลายๆ อย่าง จนกระทั่งเสียงประตูห้องถูกผลักเข้ามา


"ป่า..."

"พวกเราเรียนจบแล้วใช่ไหม? หลังจากนี้ป่าขอสถานะได้หรือยัง ขอเปิดเผยเรื่องของเราให้คนอื่นๆ ได้รับรู้"

"..." พะแพงเงียบ เธอยืนจ้องหน้าผมนิ่งๆ บอกตามตรงว่าผมกลัวคำตอบจากปากของเธอมาก

"ป่ารักแพงนะ"

"ขอโทษนะป่า แต่แพงต้องการความฝันไม่ใช่ป่า เราเลิกกันเถอะ"

"..." คราวนี้เป็นผมเองที่นิ่งไป ความรู้สึกชาไปหมดทั้งตัวและหัวใจ สิ่งที่ผมหวังไม่ใช่การเลิกกัน แต่เป็นการคบกันแบบเปิดเผยระหว่างเราสองคน

"แพงยังไม่พร้อมจะมีป่า แพงอยากวิ่งตามความฝันของตัวเองก่อนและตอนนี้โอกาสของแพงก็มาแล้ว เรากลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ไหม"

"เคยรักกันบ้างไหม?" ผมมองหน้าพะแพงนิ่งๆ เธอเองก็สบตาผมนิ่งๆ เช่นกัน

"แพงว่า... แพงยังรักป่าไม่มากพอ แพงรักตัวเองและความฝันมากกว่า"

"อืม เข้าใจแล้ว"

"ป่า... ทุกอย่างจะเหมือนเดิมใช่ไหม"

"ไม่มีอะไรเหมือนเดิมตลอดไปหรอกนะ โชคดี"

ผมว่าก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากห้อง ถามว่าร้องไห้ไหม ไม่ครับ มันจุกอกไปหมด ครั้งแรกที่ถูกปฏิเสธ ปกติผมถูกวิ่งตามมาตลอด แต่พอเป็นฝ่ายวิ่งตามเองมันกลับรู้สึกเจ็บเวลาถูกปฏิเสธ... นี่เหรอความรัก เวลาผิดหวังมันเจ็บเหี้ยๆ


ติ้ง!


ผมนั่งสงบสติอารมณ์ตัวเองเงียบๆ อยู่ในรถ จนมีเสียงไลน์ดังขึ้น 


"อย่าไล่หนูได้ไหม?"


เฮ้อ!

ผมจะทำยังไงกับยัยเด็กผมเปียคนนี้ดี... ในเมื่อไล่แล้วไม่ยอมไป อยากเดินเข้ามาก็จะปล่อย แต่ถ้าวันไหนที่ผมทำอะไรเลวๆ ลงไป ผมถือว่าเตือนแล้วแต่เธอไม่ฟัง เพราะฉะนั้นพริกหวานก็ควรยอมรับผลที่จะตามมาของการกระทำที่เธอเลือกด้วยเช่นกัน


'มนุษย์เรามีหัวใจเพียงดวงเดียว... และรักได้เพียงคนเดียวเช่นกัน'




​__________________________________________________________

เขียนในโทรศัพท์กับในคอมฯ ความรู้สึกมันแตกต่างกันมาก 55555555555555

บรรยายไม่ค่อยถูกเลยค่ะ


ไม่รู้ว่าคนอ่านจะงงกันไหม แต่ช่วงที่ถ่ายทอดอยู่นี้คืออดีตที่พี่ป่ามันกำลังย้อน อย่าเกลียดผัวของเอสสสสสส ผัวออกจะเป็นคนดีเวอร์ (ม้างงงงงงงงงงงงงงงง)


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงในธัญวลัยนะคะ

ไม่รู้จะเขียนออกมาดีไหม เพราะเรามันบ้าๆ บอๆ หักมัวตั้วไปหมด นิยายตามใจเอสเลยจริงๆ 

"เรื่องนี้ใครน่าสงสารที่สุด" มาลุ้นกัน...


พ่อรักเดียวขนาดนี้ ทำไมลูกถึงหลายใจนัก ไม่ได้ความเอ๋อของแม่มาเลย ได้แต่ความเถื่อนของพ่อ 5555


ความคิดเห็น