ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 :: ฟิเน

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 :: ฟิเน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 :: ฟิเน
แบบอักษร

ฟิน

ในหัวผมตอนนี้คือต้องทำทุกทางให้ชนะ เพราะผลประโยชน์หลายอย่างจากการเป็นผู้ชนะมันเยอะมาก ทั้งไม่ต้องใส่ชุดการ์ตูนบ้าๆนี่กับได้สั่งให้มิคให้ทำตามคำสั่งได้หนึ่งอย่าง แต่ปัญหาหลักๆก็คงจะเป็นเรื่องกินไวน์นี่แหละ จริงๆผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รสชาติมันไม่ถูกคอแต่ก็พอกินได้

“เริ่มยังพี่ไนท์”

“รีบเหรอ”

“แหงดิ คนเก่งไม่กลัวกลัวคนช้า” เด็กมิควอร์มนิ้วตัวเองไปพลางๆ มีขยับคอซ้ายขวาเหมือนพวกนักเลงด้วย คือหน้าตามันไม่ได้เข้ากับท่าทางที่เขาแสดงออกมาเลยสักนิด

เพราะสิ่งที่ผมเห็นคือมันดูตลก

“เตี้ยเอ๊ยยย” ด่าพร้อมกับผลักไปที่หน้าผากน้องทีนึง

“พี่ไนท์ นิสัยเสีย ชอบทำร้ายร่างกาย”

“เสียงดังขนาดนี้ ฟ้องเหรอเตี้ย” ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ใช่ไหมว่าฟ้องที่ผมหมายถึงคือใครถ้าไม่ใช่พวกคนใน live ที่ดูท่าจะโอ๋น้องเสียเหลือเกิน แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย เด็กมันได้ใจจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย

“ผมไม่เตี้ยไหม สูง 175” จริงๆมิคก็ไม่ได้เตี้ยอะไรขนาดนั้นแต่พอเทียบกันแล้วน้องห่างกับผมตั้งเกือบสิบเซ็นต์

“ครับพ่อคนตัวสูง เทียบกับกูมึงก็เตี้ยอยู่ดีนั่นแหละ”

“ก็อย่าเอาไปเทียบกับตัวเองดิวะ”

“แล้วจะให้ไปเทียบกับใครครับลูกพี่ มีกันอยู่สองคน ไอ้เหมี้ยวเหรอ??”

“ใช่ๆ เทียบกับเจ้าเหมี้ยว” มิคอุ้มไอ้เหมี้ยวมาอยู่ในระดับหน้าตัวเองแล้วหันหน้าไปที่กล้อง “หวัดดีทุกคนหน่อยเหมี้ยว ไฮๆ ผมเตี้ยกว่าพี่มิคครับ”

มิคตลก

เด็กเด๋อ

ไม่เคยเห็นมิคมุมนี้ ความกวนตีนและความเด๋อ แม่งโคตรน่ารัก ฮือออออ พี่อยากจิกัดแก้มจังลูกกกก

จริงๆผมก็เห็นด้วยกับคนที่คอมเม้นมานะ พอได้รู้จักกันมากขึ้นบางมุมที่ไม่เคยได้สัมผัสก็ค่อยๆเผยออกมาทีล่ะนิด นอกจากรอยยิ้มที่สดใสของเขาแล้วชีวิตด้านอื่นของน้องก็ดูจะสดใสไม่ต่างไปจากรอยยิ้ม

“แล้วนี่จะเล่นได้ยัง ลีล่าถ่วงเวลาอยู่นั่น ชักช้ากูปรับแพ้นะ” ผมบอกพร้อมกับยื่นกำปั้นไปทุบเบาๆที่หน้าผากมิคสองสามที เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นแล้วทำท่าจะกัดมือผม แต่พอกัดไม่ได้เขาก็ยู่หน้าใส่ก่อนจะหันไปวางแมวลงพื้น

“มาเลยพี่ไนท์ ผมไม่มีทางแพ้คนอย่างพี่หรอก” ท่าทางอวดดีของไอ้มิคทำเอาผมหลุดขำออกมา เกมส์ที่ผมกับมิคกำลังจะเล่นคือการบังคับให้นิ้วโป้งทั้งสองนิ้วสู้กัน ถ้าใครสามารถกดนิ้วโป้งของอีกคนได้นานอย่างน้อย 3 วินาทีคนนั้นชนะ

“มั่นใจเหลือเกินนะครับ”

“แหงดิผมใช้สองมือนิ แถมมีตุนคะแนนอยู่แล้ว 2 คะแนนเพราะงั้นผมชนะแน่” หลังจากที่มิคพูดจบผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีก็กดนิ้วเขาลงได้ในเกมส์แรก

“โคตรขี้โกง”

“ตรงไหน กูใช้มือเดียวด้วย อีกมือไขว้หลังอยู่ไม่เห็นเหรอ” น้องมันถอนหายใจออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำไปเรื่อยส่วนผมขยับไปดูหน้าจอว่าคนอื่นกำลังคอมเม้นอะไร

พี่ไนท์ชนะแล้วจะให้น้องทำตามคำสั่งอะไร

หอมแก้มหรือจูบก็ได้ อยากเห็น

“เรื่องที่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของกูกับน้องเนี่ยไม่ต้องขอมาหรอกเพราะกูไม่ทำ เรื่องบางเรื่องก็อยากให้พวกมึงเข้าใจและให้พื้นที่กูกับน้องบ้าง ไม่ใช่ว่าจะเอานั่นเอานี่แล้วขอได้ทุกอย่าง เห็นเล่นด้วยหน่อยก็ไม่เกรงใจอะไรเลย เกรงใจพวกกูบ้างเถอะ” ถึงผมกับมันจะเป็นแฟนกันแต่ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครมายุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวแบบนี้

การที่จะมาหอมแก้มหรือจูบกันออกสื่อแบบนั้นมันไม่ใช่แนวผมว่ะ เพราะมันเกินขอบเขตของเรื่องที่จะทำให้ได้

พี่มึงเกรี้ยวกราดอีกแล้ว

โอเคก็ได้เรื่องนี้เราจะไม่ยุ่ง

ไหว้สาพี่มึง เราขอโทษ จะไม่ยุ่งเรื่องนี้แล้ว ขอโทษจริงๆอย่าโกรธเลยนะ

ผมไม่ได้สนใจคอมเม้นตั้งแต่ที่ตัวเองเริ่มหัวเสีย ส่วนคนที่อยู่ข้างกันก็คงจับความรู้สึกผมได้ตั้งแต่เมื่อกี้จนผมมองหน้าเขา มิคถึงยิ้มออกมา

“ดึงหน้า” น้องจิ้มนิ้วลงบนแก้มผม “งอแงเหรอนาย”

“เออ” ใช่ไงกูรู้สึกอะไรก็รับมันง่ายๆแบบนี้แหละ คนตรงหน้าพอเห็นผมรับคำง่ายก็ยิ้มแล้วลูบแก้มผมเบาๆสองสามที “หายโกรธนะครับน้องไนท์ เดี๋ยวพี่มิคพาไปกินขนมนะ”

“เลี้ยงเหรอ”

“แน่นอน ป๋ามิคซะอย่าง”

“หึ ขอหวานๆเลยนะขนมอ่ะ อยากกินจะแย่” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้น้องจนมิคอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเต็มแรง

“แล้วก็มาพูดว่าไม่อยากให้คนอื่นมารู้เรื่องส่วนตัว ถามตัวเองก่อนไหมว่าทำได้เปล่า ลืมเหรอว่า live อยู่” มิคพยัดเพยิดไปที่หน้าจอคอมที่เปิดหราอยู่

“เออลืม” ผมบอกน้องแล้วขยับมาตรงหน้าจอ “เรื่องเมื่อกี้กูไม่โกรธแล้ว แต่กูจะหยุด live นะ ยังไงขอเล่นกันแค่สองคน ขอบคุณพวกมึงมากที่ช่วยคิดวิธีแก้ปัญหา แล้วถ้าใครแพ้จะถ่ายรูปลงเฟสให้ดูอีกทีล่ะกัน” ผมกดหยุด live ทันทีที่พูดจบ แมคบุ๊คถูกพับหน้าจอลงพร้อมกับผมที่หันมามองขนมหวานตรงหน้า “อยากกินขนมหวาน”

“เอาไว้เดี๋ยวพาไปกิน”

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้หมายถึงขนมพวกนั้น”

“ผม...ไม่สบายไง”

“....” ผมเงียบไม่ได้พูดอะไร ความเงียบเป็นการกดดันที่ทรงพลังที่สุดไม่ว่าจะใช้กับสิ่งไหน รวมถึงคนตรงหน้าที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ริมฝีปากเล็กกดจูบลงบนปากผม

“จูบแบบอนุบาลน้องไนท์ไม่เอานะครับพี่มิค”

“เออรู้แล้วน่า พูดมากอยู่ได้” เขาพูดตอบรับทั้งๆที่ปากเรายังแนบชิดติดกันอยู่ น้องแลบลิ้นเลียริมฝีปากผมเพื่อเปิดทางให้ผมอ้าปากออก ความหวานจากปลายลิ้นที่แตะกันทำให้ใจผมเต้นระรัว ผมขยับดึงมิคขึ้นมานั่งบนตักดันหลังเขาให้ชิดกับโซฟา เสียงครางกับเสียงเสียดสีของเสื้อผ้ากลายเป็นเสียงที่ดังที่สุดในห้อง

“พี่ไนท์...พอยัง”

“ยังว่ะ” บอกน้องเสร็จก็ขยับริมฝีปากไล่ลงมาที่ซอกคอ

“ห้ามทำตรงคอนะ...” เขาเอ่ยปากห้ามก่อนที่ผมจะออกแรงขบเม้น ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือจูบแค่ผิวเผินก่อนจะดึงน้องให้ขยับขึ้นไปอีกนิด ดึงคอเสื้อเขาลงแล้วดูดเบาๆตรงเนินอก อดไม่ได้ที่จะฝังรอยฟันลงที่ผิวขาวๆของเขา ความรู้สึกที่ทำอะไรแบบนี้มันไม่จำเป็นต้องทะนุถนอมเหมือนที่ทำกับผู้หญิง มันมีความดิบในแบบของผู้ชายที่ผมไม่เคยสัมผัส ตัวน้องเองก็คงไม่ต่างกัน เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่รู้ประสาเพราะบางครั้งคนที่โดนไล่ต้อนก็เป็นผม

ผมกับน้อง เราเข้ากันได้ดีจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นเรื่องเซ็กส์มันจะสามารถผ่านไปได้ดีไหม

แต่ผมเข้าใจน้องนะการทำอะไรที่ไม่เคยมันต้องผ่านการเตรียมใจมาบ้าง

ผมรอได้จนกว่าเขาจะพร้อมนั่นแหละ

“มิค”

“ว่า”

“เมื่อกี้เราค้างเกมส์กันที่ตรงไหนนะ” ผมปรับจูนอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ ประคองหน้ามิคมาซับจูบเบาๆสองสามทีถึงยอมปล่อยเขาให้ลงจากตัก

“พี่ชนะผม ออกคำสั่งมาดิให้ทำไร”

“งั้น...ไหนขอมือหน่อยสิ” ผมแบมือเพื่อให้เด็กตรงหน้าทำตาม มิควางมือลงบนมือผมแล้วเอียงคอนิดหน่อย “ร้องเมี้ยวๆหน่อย”

“เมี้ยวๆ”

“เอามือทำท่าแมวแล้วร้องด้วยได้เปล่า”

“เรื่องไรอ่ะ คำสั่งแรกจบไปแล้ว อุตส่าห์ใจดีทำให้อีกคำสั่งแล้วด้วย เพราะงั้นอันเมื่อกี้ผมไม่ทำ”

“โห แค่ขอมือกับให้ร้องเมี้ยวๆก็นับเป็นคำสั่งเหรอ”

“เออดิ”

“งั้นทำอีกรอบได้เปล่า ยังไม่ได้ถ่ายวีดีโอเก็บไว้เลย”

“เสียใจครับน้องไนท์ ของดีมีรอบเดียว” น้องตบแก้มผมแล้วหันไปมองไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะ “ที่นี้ก็เหลือแต่กินไวน์  เร็วเลยจะกินไหม ถ้าไม่กินผมกินแทนก็ได้นะ” ผมยกไวน์หนีเด็กขี้เมาที่ทำท่าจะเข้ามาเทไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ขี้เมาเหรอมึง”

“ผมเปล่าแค่อยากชิม”

“ชิมไปแล้วไง”

“ชิมไปแค่ครึ่งแก้วเองอ่ะ”

“นี่คือธาตุแท้ของมึงใช้ไหมมิค เด็กขี้เมา”

“ไม่ได้เมา แค่มันอร่อยแล้วอยากลองชิมเฉยๆ ปกติไม่เคยกินไง กินแล้วรสชาติมันดีก็อยากกินต่อ”

“ถ้างั้นเอางี้ไหมเปลี่ยนกติกา ใครแพ้ได้กินไวน์” ผมยอมเปลี่ยนกติกาเพราะแผนที่จะทำต่อจากนี้มันคงต้องให้แอลกอฮอล์ในร่างกายเป็นตัวกระตุ้นสักหน่อย ส่วนเรื่องน้องไม่สบายผมจะแกล้งลืมๆมันไปซะ เพราะไหนๆเจ้าตัวก็บอกเองว่าหายแล้วดังนั้นนรพัฒน์ไม่จำเป็นต้องแคร์เรื่องนี้

“พี่คิดว่าผมจะแพ้ไปตลอดเหรอ”

“น้ำหน้าอย่างมึงหลังจากนี้ก็แพ้ตลอดอ่ะ เอาไง จะกลับไปใช้กติการเดิมก็แล้วแต่นะ กูยังไงก็ได้”

“ผมไม่แพ้หรอกน่า ใช้กติกาเดิมนั่นแหละ”

“แล้วแต่เลย” ผิดหวังนิดหน่อยที่น้องยังไม่เดินตามแผนที่ขีดไว้ ส่วนผมจะแกล้งแพ้มันก็ดูแปลกๆเพราะงั้นเงื่อนไขออกคำสั่งได้ 1 อย่างยังอยู่ผมจะเอาข้อนี้มาต่อรองล่ะกัน

“ถ้างั้นตามนี้” ผมดีดหน้าผากน้องแล้วเทไวน์ลงแก้ว ดื่มรวดเดียวหมดแล้วเริ่มเกมส์ที่สองทันที และก็เป็นผมที่ชนะอีกครั้ง

“พี่ไนท์ต้องโกงผมแน่ๆเลยว่ะ” มันโวยวายไม่หยุด หาว่าผมโกงนั่นนี่ คือกูจะโกงยังไงครับสังคม มือกูก็ใช้ข้างเดียวไหม

“ครั้งนี้ผมใช้อย่างอื่นนอกจากมืออีกข้างด้วยได้เปล่า”

“จะใช้อะไร”

“ไม่ใช้อะไรมาทุบมือพี่หรอกน่า”

“เอ้าแล้วแต่... ”ผมยักไหล่บอกน้องเป็นทำนองว่าจะทำยังไงก็เรื่องของเขา

“แล้วพี่จะสั่งให้ผมทำอะไร”

“ยังอ่ะ ขอเก็บไว้ใช้ทีหลังล่ะกัน” มิคหรี่ตาไม่ไว้ใจผมแต่ก็ยอมเริ่มเกมส์ที่สาม ครั้งนี้ไอ้เด็กแสบใช้ฟันกัดแขนผมแต่เรื่องไรผมจะยอม สุดท้ายคนที่ชนะก็ยังเป็นผมอยู่ดีแต่ครั้งนี้ผมยอมให้เขาเป็นคนดื่มไวน์แทน เด็กขี้เมายิ้มออกมาอย่างยินดี ผมเองก็ยิ้มนะ แต่ยิ้มให้กับเรื่องอื่นที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มากกว่า

จบไป 7 เกมส์ ผมชนะทั้ง 7 เกมส์ แต่ไม่ได้ใช้คำสั่งอะไรกับน้องเพราะเก็บไว้ใช้รอบเดียว ส่วนไอ้มิคพอเริ่มเกมส์ที่ 3 เขาก็เอาไวน์ไปกินเองจนจบเกมส์ที่ 7 สรุปว่ามิคแดกไวน์ไปทั้งหมด 5 แก้ว มันไม่ได้เมาจนควบคุมสติไม่ได้ ยังรับรู้เรื่องราวต่างๆแค่ช้าไป 1 สเต็ป

                “ไหวไหม”

“ไหวววว”

“ถ้าไหวก็ไปใส่ชุดแมว”

“ไม่ใส่ได้เปล่า”

“ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนครับ กติกาก็คือกติกา”

“ใส่ก็ได้วะ” น้องยอมเดินไปหยิบชุดแมวมาใส่ดีๆ เดินเซหน่อยๆแต่ก็ยังประคองตัวเองไหว

ผมเดินเข้ามาในห้อง มิคใส่ชุดเสร็จแล้ว มีหางด้วย แม่งเอ๊ยน่ารักโคตร ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายทันที ยอมรับว่าถ่ายทุกมุม ลงทุกช็อต แม้แต่ตอนที่หน้ามันงอแงหันมาบอกว่าถอดได้ยังผมก็ถ่าย

“ตลกอ่ะพี่ไนท์”

“กูว่าไม่นะ เข้ากับมึงดี” ผมนั่งลงบนเตียงแล้วอัพรูปผู้แพ้ประจำวันลงเฟส แน่นอนว่ามีคนที่คิดเหมือนผมเยอะมากเรื่องความน่ารัก

“ถอดได้ยังวะพี่ไนท์”

“ยัง” หน้าบูดไปอีก น้องเดินมานั่งลงข้างผมแล้วดึงหมวกที่เป็นตัวการ์ตูนออกจากหัว

“ถอดได้ยัง” เป็นการถามคำถามเดิมในเวลาไม่ถึง 1 นาที

“มันขนาดนั้นเลยหรือไง น่ารักจะตายห่าจะรีบถอดไปทำไม มานี่มา” ผมดึงมิคให้ขึ้นมานั่งบนตัก ประคองหน้าเขาให้ก้มลงมารับจูบจากปากผม “น่ารัก”

“ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน”

“ตรงที่มันอยู่บนตัวมึงนี่แหละ”

“ผมร้อนอ่ะ ถอดออกนะ” อะไรจะขนาดนั้นวะ

“เออๆ ถ้าอยากถอดก็ถอด” ผมช่วยถอดไอ้ชุดรุ่มร่ามจนมันกองอยู่กับพื้นข้างเตียง มิคอยู่ในเสื้อนักศึกษากับบ๊อกเซอร์ ตาเยิ้มนิดๆเหมือนจะอ่อยให้ผมขยับลงไปชิมที่ปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า มือผมลูบไล้ไปทั่วตัวเขา เผลอขยี้ยอดอกน้องเบาๆจนเขาหลุดครางออกมา

ผมห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เราจูบกันจนอะไรบางอย่างมันลุกลาม จากริมฝีปากเลื่อนลงมาที่คอ แผ่นอก แล้วย้อนกลับมาที่ริมฝีปากใหม่ เสียงครางดังสลับกับเสียงเฉอะแฉะของน้ำลาย ลิ้นเล็กของน้องเลียรอบริมฝีปากตัวเองราวกับกระหายน้ำ

“มิค”

“......”

“ขอ...ใช้มือได้ไหมวะ” เห็นได้ชัดว่าคนตรงหน้าเกร็งแทบจะทันที หน้าเขาแดงมากจนลามไปถึงหู “เกมส์ที่เล่นกันเมื่อกี้กูเอามาใช้ตรงนี้ได้หรือเปล่า”

“.........”

“ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร กูเข้าใจอยู่”

“...........”

“ถ้างั้นมึงลุกหน่อย เดี๋ยวจะไปเข้าห้องน้ำแล้ว”

“”พี่ไนท์...”

“ว่า??”

“ผมยังไม่ได้บอกสักคำเลยว่าไม่ได้....” บอกแล้วว่าคนอย่างผมถ้าจะวางแผนอะไรสักอย่างให้ได้มาซึ่งความสุข

มันก็ต้องได้

ผมขยับจูบปากมิคพร้อมกับมือหนาที่แทรกเข้าไปในบ๊อกเซอร์น้องสะดุ้งวูบนึงแล้วพิงหน้าผากลงบนบ่าผม ครั้งแรกที่ได้ลองจับของคนอื่นมันไม่ได้แย่...แต่มันชวนให้ตื่นเต้นมากกว่า ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ เสียงหอบหายใจดังเป็นจังหวะเดียวกับการขยับมือ มิคดูเงอะงะไม่กล้าในตอนแรก แต่คิดว่าแอลกอฮฮล์ในตัวน้องมันมากพอให้เขากล้าในสิ่งที่ไม่เคยทำ

“อึก....อื้อ” เสียงครางต่ำดังทั่วห้อง ความรู้สึกเราทั้งคู่ค่อยๆพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุดพร้อมๆกัน

“...อา....” ทั้งห้องตกอยู่ภายใต้เสียงหอบหายใจ มือผมข้างนึงยังกอดและลูบหลังน้องเบาๆ มิคเองก็ยังพิงซบอยู่ตรงบ่าผม เรารับรู้ถึงเสียงหัวใจของกันและกัน มันดังแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

“มิค”

“......”

“ขยับหน่อยกูจะหยิบทิชชู่” ผมจูบลงที่ใบหูคนที่กำลังนั่งเกร็ง น้องขยับหน้าออกจากบ่าส่วนผมก็เอื้อมมือไปหยิบทิชชู่มาเช็ดมือตัวเองและมือน้อง ทำความสะอาดมันจนเสร็จแล้วหันมาจูบที่ปากมิคอีกที ดูดดึงที่ริมฝีปากล่างจนพอใจถึงยอมปล่อยน้องเป็นอิสระ

ความร้อนที่ใบหน้าน้องเห่อลามมาที่ผมด้วย เราทั้งคู่ทำอะไรไม่ถูก มิคดูเก้ๆกังๆไม่เป็นตัวของตัวเอง

“ผมไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง” เขาลุกขึ้นจากตักแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

ส่วนผมที่ยังนั่งอยู่บนเตียงถอนหายใจออกมาเต็มแรง

รอยยิ้มที่จุดอยู่ตรงมุมปากไม่มีทีท่าว่าจะหายไปไหน ความคิดในหัวมันกำลังลุกลามไปถึงเรื่องที่มากกว่านี้

แต่ผมจะไม่เร่งรัดเขาหรอกนะครับ เพราะแค่นี้สำหรับผมมันก็ดีมากพออยู่แล้ว

เชี่ยเอ๊ยยย เข้าใจความหมายของคำว่าโคตรฟินแล้วว่ะ

เพราะที่กำลังเป็นอยู่มันยิ่งกว่าคำว่าฟินซะอีก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว