ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 :: สัญญาไม่เป็นสัญญา

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 :: สัญญาไม่เป็นสัญญา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 :: สัญญาไม่เป็นสัญญา
แบบอักษร

สัญญาไม่เป็นสัญญา

“พี่ไนท์” เสียงตะโกนเรียกจากในห้องนอนทำให้ผมละสายตาจากการอ่านเม้นใน live ไปที่ประตู

“ว่า” มิคมันมายืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงประตู

“ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอวะ เข้าไปตั้งนานแล้ว”

“ก็ผมไม่รู้จะใส่เสื้อผ้าชุดไหนของพี่อ่ะ และเนี่ยชุดก็ใกล้แห้งแล้วด้วย ไม่ต้องอาบก็ได้ไหมอ่ะ กินข้าวเสร็จก็กลับแล้ว”

“มึงเห็นไหมล่ะน้องมึงมันดื้อจะตายห่า กูบอกอะไรเคยฟังไหม เข้าไปตั้งนาน แต่ไม่ทำเหี้ยอะไรสักอย่าง” ผมหันไปบ่นกับคนดูนับหมื่น และก็อย่างที่เห็นปกป้องกันออกนอกหน้าฉิบหาย

พี่มึงงงงอย่าว่าน้อง

อย่าดุน้องดิวะ น้องก็แค่หาชุดไม่เจอ

พี่มึงอย่าแกล้งมิคดิวะ

“กูขอซื้อประโยคแนวนี้จากพวกมึงได้ไหมวะ แม่งยังไม่ทำอะไรน้องมึงเลย” ผมเงยหน้ามองมิคที่ตอนนี้เดินมาเล่นกับแมวและกระรอกแล้ว เล่นทั้งๆที่ตัวเองยังเปียก แอร์ตรงนั้นแม่งก็เย็นไหมวะ  “เดี๋ยวไงกูไปหาดูชุดให้มันก่อนล่ะกัน และก็จะหยุด live ไว้ซักพักด้วย รอให้มันอาบน้ำเสร็จแล้วเดี๋ยวมา live ต่อ”

ผมก้มมองคอมเม้นอีกครั้งแล้วก็ด่าพวกแม่งอีกรอบ

“โมเม้นห่าอะไรล่ะ มึงอยู่ในครัวคิดว่าจะได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องนอนรึไง กูรู้นะพวกมึงกำลังคิดอะไรอยู่ ความจังไรอ่ะเอาออกจากสมองบ้าง แค่นี้แหละ กูไปแล้ว อีก 20 นาทีมาใหม่” ผมกดปิด live แล้วเดินมาหามิคตรงโซนรับแขก

“อะไรของมึงเนี่ย กูบอกให้ไปอาบน้ำ มานั่งตัวเปียกเล่นกับพวกมันอีกทำไม เดี๋ยวไอ้เหมี้ยวกับไอ้มาตินก็ไม่สบายกันพอดี ลุกเลย”

“ตัวผมเกือบแห้งแล้ว”

“เนี่ยนะแห้ง แถวบ้านกูไม่เรียกแห้งว่ะ” ผมขยี้หัวเปียกๆของคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ มันสะบัดหัวไปมา จนน้ำที่อยู่บนเส้นผมโดนเจ้าเหมี้ยวกับมาติน สองตัวนั้นวิ่งหนีไปที่โซฟาทันทีที่โดนน้ำ

“พี่ไนท์”

“อย่าให้กูพูดหลายรอบนะมิค กูเบื่อ” ผมพูดเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องนอน เข้าใจอยู่ว่าการที่มันจะไม่สบายเพราะตัวเปียกก็ไม่ใช่เรื่องของผม

แต่ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้ เห็นแล้วมันหงุดหงิด

“พี่..” มันเดินตามเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม

“.......” ผมนั่งอยู่บนเตียงพยายามสงบสติอารมณ์ และความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังคุกกรุ่น

ที่ผมโกรธน้องสาเหตุหนึ่งมาจากความทรงจำในอดีต ผมเคยเจอเหตุการณ์ที่ตัวเปียกแล้วไม่ยอมอาบน้ำมากับตัว คือจำได้ว่าวันนั้นฝนตกหนัก ผมวิ่งตากฝนกลับบ้าน พอมาถึงก็เปิดแอร์จนเสื้อผ้าแห้ง แม่บอกเป็นสิบรอบว่าให้อาบน้ำแต่ผมแม่งดื้อไง สุดท้ายก็เกือบตายในคืนนั้น

ไข้ขึ้นสูงทะลุ 39 จะ 40 หมอสั่งให้แอดมิดเพื่อรอดูอาการในคืนนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นตัวเองเข้าใกล้ความตายไหม แต่อาการปวดหัวมันรุนแรงมากจนเหมือนจะตาย

ยอมรับตรงๆว่าแม่งกลัวมาก กลัวว่าตัวเองจะตายทั้งๆที่มีหลายอย่างยังไม่ได้ทำ ส่วนไอ้มิคผมรู้ว่ามันไม่ได้เปียกชุ่มเหมือนผมในตอนนั้น แต่เพราะความกังวลของคนที่เคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาแล้ว แค่นิดเดียวผมก็รู้สึกว่ามันจะรีรอไม่ได้

“ไหนเสื้อผ้าผมอ่ะ”

“.......”

“พี่ไนท์” น้องเรียกผมอีกรอบ แต่ผมก็ยังไม่ตอบอะไร สุดท้ายมันก็ถอนหายใจออกมาแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเอง “เสื้อผ้าพี่ให้ผมหยิบเองเลยใช่ป่ะ แล้วพี่มีบ๊อกเซอร์ใหม่ให้ผมไหม ถ้าไม่มีคงต้องใส่อันเก่า”

น้องมันพูดพลางเลือกเสื้อผ้าที่มันคิดว่าจะใส่ได้ ส่วนผมก็เดินมาที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบบ๊อกเซอร์ตัวใหม่ให้มัน

“ขอบคุณครับ” รู้ว่าอารมณ์โกรธในใจมันยังไม่หาย แต่พอเห็นรอยยิ้มมัน ใจก็อ่อนยวบเหมือนใครหลายๆคน

“มึงรู้ไหมว่ากูไม่ชอบคนดื้อ” ผมบอกมิคพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ชิดแผ่นหลังของคนตัวบาง เด็กน้อยตรงหน้าตัวเกร็งขึ้นแทบจะทันทีที่สัมผัสแผ่นอกผม ความชื้นจากเสื้อผ้ามันมากพอให้ผมเปียกไปกับมันด้วย

“ไม่ได้ดื้อ”

“ยังจะเถียงอีก...ทำไมไม่ชอบยอมรับผิด หืม” ปลายจมูกขยับไล่เบาๆจากเส้นผมลงมาที่หลังคอ

“ฮืออ...พี่ไนท์...”

“สรุปมึงดื้อหรือเปล่า...”

“ตอนนี้ดื้อแล้วก็ได้ แต่สัญญาว่าครั้งต่อไปผมจะไม่ดื้อกับพี่อีก...นะไม่ดื้อแล้ว”

“พูดน่ะพูดได้แต่ทำได้หรือเปล่ากูยังไม่รู้เลย เราไม่ได้รู้จักกันดีพอขนาดที่ว่าคำพูดคำสัญญามันเชื่อถือได้หรอกนะ...มิค” ผมขยับริมฝีปากตัวเองลากผ่านผิวกายเย็นเฉียบ ทั้งข้างแก้ม ติ่งหู ก่อนจะจบลงที่ซอกคอ ขบเม้มเบาๆเป็นระยะๆ น้องหดคอทำท่าจะมุดตัวหนีออกจากวงแขน แต่ไม่ไวไปกว่าแขนผม

“ไอ้พี่ไนท์ปล่อยเลย”

“ก่อนหน้านี้ที่ดื้อกับกูจำได้ไหมว่าลงโทษอะไรไป” ผมกระชับอ้อมแขน แล้วขยับจูบลงตรงจุดเดิม ผิวช้ำที่เหมือนจะจางลงไปบ้างถูกดูดซ้ำอีกครั้ง

“พี่ไนท์...พี่ไม่ควรทำแบบนี้นะเว้ยยย” น้องงอตัวหลบริมฝีปากผมที่กำลังแตะลงที่เก่า ผมเผลออ้าปากแล้วใช้ฟันงับคนตัวเล็ก “อื้อ...ไอ้บ้าเอ๊ย เจ็บ... นะ”

รอยฟันถูกประทับลงล้อมกรอบรอยดูดสีช้ำม่วง น้องเกือบจะทรุดนั่งลงกับพื้นแล้ว แต่ผมดึงเขาขึ้นมาแล้วพามันมานั่งที่เตียงก่อน

“ปล่อย...”

“นั่งดีๆมิค หันหน้ามาหากู” น้องยังไม่ทำตาม แค่เกร็งตัวอยู่บนตักผมไม่ขยับเขยื้อนไปไหน

“มิค กูบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าดื้อกับกู” น้องมันถอนหายใจแล้วหันหน้าเข้าหาผมโดยที่ทั้งตัวยังหันไปอีกทาง “นั่งแบบนี้มันจะไปถนัดอะไรวะ”

ผมว่าพลางดึงขาข้างนึงของน้องให้เปลี่ยนทาง

“เหวอออ ไอ้พี่บ้าาา จะตก” มิคคว้าไหล่ผมไว้ตอนที่ผมดึงขาเขาให้คร่อมตัวผม

ตอนนี้เลยกลายยเป็นว่าน้องนั่งคร่อมอยู่บนตักผมโดยที่หน้าเราทั้งคู่ประจันกันอยู่

“พี่ไม่ควรทำแบบนี้!!!...เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะ” น้องพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ แต่ดูก็รู้ว่ามันโกรธ เพราะสีหน้าที่มิคแสดงออกมาราวกับคนที่พยายามกลั้นความรู้สึกโกรธไว้

“โกรธกู??”

“เออดิ”

“เรื่องอะไร กูทำอะไรผิด ไหนเล่าดิ๊”

“พี่ก็รู้อยู่แล้วไหม”

“อ่อ งั้นกูขอโทษล่ะกันที่ทำแรงไป เจ็บใช่ไหมครับ พี่ขอโทษนะ” ผมใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆตรงตำแหน่งที่มีรอยฟัน

“ผิดเรื่องแล้ว!!! พี่ควรจะพูดว่าขอโทษที่ทำแบบนี้ ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก”

“ทำแบบนี้คือทำแบบไหน”

“พี่ไนท์!!!!”

“เอ้า!! ที่กูขอโทษมึงก็ถูกแล้วไหม ขอโทษที่ทำแรง ต่อไปจะทำเบากว่านี้ สัญญาว่าจะไม่กัด จะดูดอย่างเดียว แบบนี้โอเคไหม” ยักคิ้วกวนตีนแล้วแนบริมฝีปากลงที่จุดเดิมอีกครั้ง

“ไม่ใช่โว้ยยย พี่แม่งโง่เหรอ ไม่เข้าใจที่ผมจะสื่อรึไง” น้องเบี่ยงตัวหลบริมฝีปากแล้วใช้มือจับแก้มทั้งสองข้างของผมให้มองหน้าเขา “ห้ามทำแบบนี้อีก เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่พี่ทำอยู่มันเกินเลยมากกว่าข้อตกลงที่เราคุยกันไว้”

“เหรอ??”

“เออดิ เข้าใจแล้วก็ปล่อยได้แล้ว พี่ตัวเปียกไปกับผมแล้วเนี่ย”

“...............”

“พี่ไนท์ปล่อยเอว” น้องทุบที่บ่าแล้วขืนตัวเองพยายามจะลุกขึ้นจากตักผม แต่มิคแม่งตัวโคตรบางอ่ะบอกเลย

“ถ้างั้นเอางี้”

“........”

“กูขอเพิ่ม 1 เงื่อนไขนี้ลงไป ดีไหม”

“เงื่อนไข??” น้องมันทำหน้างง

“ก็เงื่อนไขนี้ไง” ผมกดจูบลงไปที่ซอกคออีกข้าง แตะลิ้นแล้วดูดเบาๆ แต่แทนที่จะได้ออกแรงดูดมากกว่านี้ มิคมันก็ดึงหัวผมออกก่อน

“กูพี่มึงนะ”

“เออไงแล้วทำไมต้องแกล้งน้องวะ”

“แทนตัวเองว่าน้องก็น่ารักดีนะ”

“พอเลย ผมไม่รับข้อเสนอหรือเงื่อนไขอะไรทั้งนั้นอ่ะ”

“ไม่แฟร์ว่ะ”

“อะไรอีก”

“มึงเลี้ยงแมวในห้องกูได้กูก็อยากได้ผลตอบแทนที่อยู่ในจุดคุ้มทุน”

“จุดคุ้มทุนอะไรของพี่ ผมช่วยเป็นแฟนปลอมๆเพื่อไล่ผู้หญิงของพี่ มันก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วไหม นี่ยังมาเพิ่มออฟชั่นลวนลามเข้าไปอีก บ้าหรือเปล่า มีแต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละที่คิดได้อย่างนี้”

“ไม่รู้ล่ะ สำหรับกู...กูยังรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนอยู่ดี”

“ขาดทุนเชี่ยอะไร”

“น้องมิคพูดจาไม่เพราะว่ะ กูจะฟ้องแฟนคลับมึง”

“พี่เองก็นิสัยไม่ดีผมจะฟ้องแฟนคลับพี่ ปล่อยเลย ไม่เล่นด้วยแล้ว” น้องใช้แรงทั้งหมดผลักผมแล้วลุกขึ้นไปยืนตรงตู้เสื้อผ้า

“ผมใส่ชุดนี้นะ ยืมก่อน” มันหยิบบ๊อกเซอร์ เสื้อคอวีสีขาวพร้อมกับกางเกงผ้าร่มขายาววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ แต่เข้าไปไม่นานก็เปิดประตูออกมาอีกครั้ง “ผ้าเช็ดตัวล่ะ”

“อยู่ในตู้ใต้อ่างล้างหน้า”

ปัง!!!

เออให้มันได้อย่างนี้สิวะ ดื้อ แถมยังเอาแต่ใจไปอีก น้องมึงแม่งนิสัยเสีย เพราะพวกมึงนั่นแหละที่เอาแต่อวยและก็ตามใจมัน

ผมเดินออกมาข้างนอก มาเตรียมทำกับข้าวที่ทำค้างไว้ให้เสร็จ ในหัวยังคิดเรื่องที่พูดคุยกับมิคในห้องนอนอยู่ตลอด

ผมน่ะรู้ทั้งรู้ว่าเงื่อนไขที่ตัวเองอยากได้มันมากเกินไปอย่างที่มิคพูดจริงๆ แต่แล้วไงวะสุดท้ายผมก็จะเอาเงื่อนไขข้อนี้ใส่เข้าไปในข้อตกลงระหว่างผมกับมันอยู่ดี

 ผมไม่แคร์หรอกครับว่ามิคจะคิดยังไง เพราะสิ่งที่ผมต้องการคือการเอาชนะความดื้อของมัน

ผมไม่เคยเจอใครที่ต่อต้านผมเหมือนเขา

ยิ่งท่าทีที่มิคแสดงออกมาเหมือนรังเกียจ

มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากเอาชนะ อยากเหนือกว่า และก็อยากให้เขา....สนใจผมบ้าง

จริงๆผมก็พอจะรู้นะว่าอีกใจนึงลึกๆสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่มันคืออะไร รู้ว่าความรู้สึกตัวเองที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆมันไม่ใช่แค่เรื่องผลแพ้ชนะอย่างที่ปากพูด

แต่ก็ช่างมันเถอะครับ เพราะเรื่องแบบนี้สำหรับผมไม่อยากรีบร้อนที่จะค้นหาคำตอบเท่าไหร่ รอให้มันค่อยๆเป็นไปแบบที่ใจต้องการดีกว่า

พี่มึงโคตรช้า

กว่าจะมาหายไปเกือบชาติเศษ

เออนั่นดิ หายไปโคตรนาน แมวมิคกูช้ำหมดแล้วใช่ไหมวะ

นี่กูคิดว่ามึงคุยกับน้องได้แล้ว ไม่ต้องการพวกกูแล้วซะอีก

“พวกมึงนี่บ่นจังวะ กูบอกว่าพัก live สด 20 นาที กูมาก่อนเวลาตั้ง 5 นาทียังมาบ่น ห่าเอ๊ย หยุด live แม่งตอนนี้ดีไหม”

ล้อเล่นนิดเดียวเองพี่มึงงง

เออนั่นดิ แค่นี้ทำงอน ไม่งอนนะ รักพี่มึงนะเว้ยยยย

ผมไม่ได้ตอบอะไรพวกมัน แต่หันกลับไปทำกับข้าวที่เตรียมไว้ให้เสร็จ ผมทอดหมูเสร็จแล้ว เหลือแต่ต้มยำที่กำลังจะเตรียมเครื่อง เสียงฝีเท้าพร้อมกับกลิ่นสบู่และยาสระผมจางๆลอยเข้ามาแตะจมูก พอเงยหน้าขึ้น ถึงรู้ว่าคนตัวเล็กเดินมาตรงที่ผมยืนอยู่แล้ว น้องลากเก้าอี้หัวตัดมานั่งข้างๆก่อนจะก้มลงมองคอมเม้นใน live สด

“ยังไม่หยุด live อีกเหรอพี่ไนท์”

“ถ้าหยุดแล้วจะเห็นเหรอ แล้วไม่เป่าผมให้แห้งก่อนวะ ไดร์เป่าผมก็มี” ผมมองหยดน้ำ ที่หยดลงพื้น ยังดีที่มันเอาผ้าผืนเล็กติดมาด้วย

“ไม่ชอบเป่าผมอ่ะ มันร้อนหัว”

“ถ้างั้นก็ควรเช็ดหัวให้แห้งก่อนแล้วค่อยเดินออกมาข้างนอก น้ำมันเลอะทางเดิน เห็นไหม” ผมหยิบผ้าที่ไอ้มิคคล้องคออยู่ขึ้นมาเช็ดหัวมาแรงๆ ก่อนผลักหัวมันไปอีกที น้องยู่หน้าแล้วชี้นิ้วฟ้องคนที่กำลังดูอยู่

“พี่ไนท์แกล้ง”

“โหเดี๋ยวนี้ขี้ฟ้องเหรอมิค”

“ก็พี่แกล้งผมจริงๆนี่หว่า”

พี่ไนท์อย่าแกล้งน้องดิวะ

พี่มึงงงงงสงสารมิค เมื่อกี้ผลักหัวน้องทำไมมมมมม

อย่าว่าน้องงงงง

หลังอ่านคอมเม้นเสร็จมิคก็หันมายักคิ้วใส่ผม

ได้!!! ถ้ามึงจะเล่นแบบนี้

ผมใช้มือขยี้ที่หัวไอ้มิคแรงๆอีกที สุดท้ายตีกันไปตีกันมาเสียงน้ำเดือดก็แยกให้ผมรีบมาดูโดยไม่ลืมคาดโทษไอ้เด็กมิคไว้ก่อน น้องยักไหล่แล้วขยับหน้าเข้าไปอ่านคอมเม้น

“พี่ไนท์เหนื่อยไหม”

“ห้ะ??”

“มีคนถามพี่ไนท์เหนื่อยไหม”

“เหนื่อย ยิ่งอยู่กับมึงกูยิ่งเหนื่อย”

“พี่ไนท์บอกว่าไม่เหนื่อย ยิ่งอยู่กับผมพี่ไนท์บอกโคตรดี”

“เหอะ” ผมส่ายหน้า ส่วนน้องมันก็ยังอ่านคอมเม้นแล้วตอบไปเรื่อย ส่วนใหญ่เป็นคำถามทั่วไป มิคชอบกินอะไร กินเยอะไหม เรียนเป็นไง หนักหรือเปล่า น้อยมากที่จะมีคำถามเกี่ยวกับผม

“ฝนจะตกเหรอวะพี่ไนท์”

“ทำไมอ่ะ”

“ก็คนเม้นว่าฝนข้างนอกตกหนัก นี่บอกอีกว่าไฟดับตรงถนนใหญ่” มิคพูดพลางวิ่งไปที่ระเบียง ลมหอบใหญ่พัดเข้ามา บ่งบอกว่าอีกไม่นานน่าจะมีฝนตก

“ผมไม่กินข้าวแล้วดีกว่าเดี๋ยวกลับเลย”

“เฮ้ยเดี๋ยวดิอยู่กินข้าวก่อน ทำเสร็จแล้ว”

“ไม่เอาดีกว่าพี่ ผมกลัวถนนลื่น เดี๋ยวกลับแล้ว ยังไงผมยืมชุดนี้พี่ก่อนนะ” น้องมันรีบร้อนเก็บของแล้วเดินไปหยิบชุดมันที่ตากตรงระเบียงมายัดใส่กระเป๋าภายในไม่ถึง 5 นาที

“ผมไม่ลืมอะไรใช่ไหมอ่ะ” น้องหันมาถามผม

“ไม่มั้ง....”

“โอเคงั้นไปแล้วนะ เจ้าเหมี้ยว มาติน เราไปแล้วนะ เจอกันหลังเทสย่อยนะครับ” มันเดินไปลูบหัวเจ้าเหมี้ยวของมันอีกครั้ง

“มิค...”

“ห้ะ??”

“ฝนตกแล้ว”

“อื้อ ผมถึงต้องรีบกลับนี่ไง” ผมเดินมาที่ประตูทางออก มองน้องที่กำลังนั่งใส่รองเท้าอยู่ ผมหลบทางให้เขาที่กำลังเดินไปที่ประตู ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมความคิดที่อยากให้มิคอยู่ต่อมันถึงรุนแรงขนาดนี้

“นอนนี่ไม่ได้เหรอวะ....”

“...............”

“นะมิค อย่าไปเลย นอนที่นี้แหละ”  สุดท้ายก็เป็นผมเองที่เป็นคนเอ่ยปากชวนน้อง

Nighteiei ในทุกๆเรื่องที่ผ่านมาผมเป็นประเภทขอให้ได้ลองก่อน เพราะอย่างน้อยเราได้ลองทำมันแล้วถึงตอนนั้นมันจะเยสหรือโน ผมก็จะไม่เสียใจเลยเพราะผมจะเสียใจมากกว่าถ้าไม่ได้ลงมือทำ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเราอยากได้อะไรเราก็ต้องทำมันด้วยตัวเองเพราะพวกห่าที่เข้ามาดู live ไม่ได้ช่วยอะไรกูเลยสักอย่าง หยุด!! ไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นกูเห็นนะ ตั้งแต่ที่มิคมานั่ง พวกมึงก็ชวนแต่มิคคุยเรื่องอะไรไม่รู้ ถามว่าชอบกินอะไร เรียนเป็นไง สนุกไหม ชอบทะเลหรือภูเขา คำถามที่พวกมึงถามกันแต่ล่ะคำถามมันเกี่ยวกับการให้ไอ้มิคมันนอนกับกูสักคำไหม ตอบ!!!!หึหึ สัญญากับกูไว้แท้ๆว่าจะช่วยคุยให้มิคนอนกับกูในคืนนี้แต่ดู!!! แหกตาดูสิ่งที่พวกมึงทำ ไม่มีสักประโยคที่ช่วยพูดให้น้องอยู่กับกูเลยยยย โดนภาพลวงตาความน่ารักของไอ้มิคหลอกจนโงหัวไม่ขึ้นสุดท้ายก็เป็นกูคนเดียวที่ทำเพื่อตัวเอง

ได้!!! ถ้าพวกมึงจะแกล้งกูแบบนี้ล่ะก็ ได้!!!

กูจะเลิก live ให้พวกมึงดูไปอีกเป็นอาทิตย์ จำไว้ว่าอย่าเล่นกับนรพัฒน์ถูกใจ 9,548 คน

กูเชื่อว่าสเตตัสนี้จะเป็นสเตตัสประวัติศาสตร์ของพี่มึง เพราะแม่งยาวที่สุดตั้งแต่ตั้งมา

พี่มึงเราขอโทษ เราลืมจริงๆ มิคน่ารักมากจนลืมทุกอย่างงงง อย่าทำร้ายกันแบบนี้ ได้โปรดดด

ตัดพ้อได้เกรี้ยวกราดมากสมเป็นพี่มึงจริงๆ

คนอย่างกูจะทำอะไรได้ นอกจากน้อมรับคำด่า ก็กูหลงแมวอย่างที่พี่มึงว่ามาจริงๆ ภาพแมวทำให้กูลืมทุกสิ่ง อาเมน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว