ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 :: ช่วงเวลา 1 อาทิตย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 :: ช่วงเวลา 1 อาทิตย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 :: ช่วงเวลา 1 อาทิตย์
แบบอักษร

ช่วงเวลา 1 อาทิตย์

เป็นเวลาอาทิตย์กว่าแล้วที่มิคมาอยู่กับผมไม่ดิเรียกว่ามาอยู่ไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่ได้มาอยู่ตลอดแบบ 24 ชม. แต่จะเจอแค่ช่วงพักกลางวันตอนทานข้าว กับช่วงเย็น ผมเคยไปส่งบ้านเขาช่วงแรก แต่สองวันหลังมานี้เจ้าตัวเอารถมาเอง ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไร เคยเอ่ยปากถามเขาไปเหมือนกัน น้องมันก็บอกว่าเกรงใจผม

ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก ว่ามันจะเกรงใจอะไร จริงๆมันก็เรื่องแค่นี้เองเถอะ บ้านมิคก็ไม่ได้อยู่ไกลจากมหาลัยมากด้วย แต่ผมจะพูดอะไรได้วะ เพราะเรื่องที่เขาจะเอารถมาหรือไม่ได้เอารถมามันไม่ได้เกี่ยวกับผมอยู่ดี

“กลับตอนไหน”

“อีกสักพักอ่ะ พี่ไล่ผมเหรอ”

“กูจะไล่อะไรมึง ก็แค่ถาม ขี้มโนว่ะ”

“ช่วงนี้ผมเครียด อยากอยู่เล่นกับเจ้าเหมี้ยวก่อน”

“เครียดเรื่อง??”

“ก็วีคหน้าผมมีเทสย่อย ยังไม่ได้อ่านหนังสือสักตัวเลย เฮ้อออออ” น้องทำหน้างอแล้วก้มลงเล่นกับแมวต่อ เขายังรีรอไม่ได้กลับเดี๋ยวนั้น เหมือนยังอาลัยอาวรณ์ในตัวเจ้าเหมี้ยวของเขาอยู่

สุดท้ายแมวนี้ก็ชื่อเจ้าเหมี้ยวอย่างที่เจ้าตัวต้องการ ก็เล่นเรียกแบบนี้จนไอ้แมวมันชินแล้วน่ะสิ

“ไม่เอาหนังสือมาอ่านที่นี้ เวลาเครียดๆจากอ่านหนังสือมึงจะได้เล่นกับแมวแก้เครียด กูไม่กวนหรอกน่า”

“จริงๆหนังสือสอบผมก็แบกมาด้วยทุกวันแหละ แต่ผม เกรงใจพี่....” จะมาเกรงใจอะไรนักหนาวะ น่ารำคาญ ผมไม่รู้หรอกว่าตัวเองรำคาญความเกรงใจของไอ้แมวมิคมากแค่ไหน แต่มันไม่ได้มากพอที่อยู่ในระดับที่ผมจะเริ่มโวยวาย

“จะเกรงใจอะไรวะ...” รับรู้เลยว่าเสียงตัวเองไม่ค่อยปกติ มันหงุดหงิด อย่างบอกไม่ถูก “แล้วนี่มึงเอารถมาหรือเปล่า ให้กูไปส่งไหม”

“เอามา”

“เหรอ แล้ว..พรุ่งนี้วันเสาร์ ไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่อ่ะ ผมคงอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน เสียใจว่ะ ไม่ได้มาเล่นกับเจ้าเหมี้ยวเลย อย่าคิดถึงกันนะเหมี้ยวน้อย” มิคพูดพร้อมกับก้มลงไปคุยกับแมวที่นั่งอยู่บนตักของตัวเอง

ส่วนผมไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินเข้ามาในห้องนอนแทน

ช่วงนี้ผมรู้สึกหัวเสียบ่อยๆ

ปากบอกว่าไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้แคร์เพราะมันไม่เกี่ยวกับผม แต่ลึกๆผมรู้ดีที่ตัวเองหงุดหงิดเกิดจากอะไร

มีอะไรหลายอย่างกวนใจผมให้รู้สึกแปลกๆ แล้วแม่งสองวันหลังไอ้มิคก็ทำให้ผมหงุดหงิด มันชอบพูดเรื่องเกรงใจ แถมยังขับรถมาทั้งๆที่ผมก็ไปส่งมันได้

น่าหงุดหงิด

น่ารำคาญ

1 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมทำหลายอย่างจนล้ำเส้นมากเกินไป มันมากเกินจนถลำลึกและเสพติด

อยากรู้ใช่ไหมว่า 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมทำอะไรบ้างจริงๆที่ผมทำแบบนั้นกับไอ้มิค หลักใหญ่ใจความก็เพื่อไล่ผู้หญิงที่มาติดพันผม

แน่นอนว่าสิ่งที่ผมทำในช่วงสองวันแรกก็คือทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นรับรู้ว่าผมมีเจ้าของจริงๆ ไม่ว่าจะแชร์เพลงรักลงเฟส ตั้งสเตตัสหวานๆ หรือแม้กระทั่งลงรูปคู่กับไอ้มิค

ใช่....มันได้ผล เพราะผู้หญิงพวกนั้นเริ่มหายไปทีล่ะคนสองคน

จะมีแค่ฟางกับขวัญเท่านั้นที่ยังไม่เชื่อว่าผมกับมิคเป็นแฟนกันจริงๆ คือทั้งคู่ไม่ได้สนใจรูปถ่ายหรือสเตตัสหวานๆของผมเลยสักนิด

เขายังไลน์มาสม่ำเสมอ มีชวนออกไปข้างนอกบ้าง

พอผมบอกว่าอยู่กับแฟน ทั้งขวัญและฟางก็ส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะและใช้ประโยคแนวๆเดียวกันว่า เขาไม่เชื่อเรื่องผมกับมิค ดังนั้น พอเริ่มเข้าวันที่ 3 ของ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเริ่มทำบางอย่างที่มันมากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ภาพคู่ที่ถ่ายลงเหมือนสองวันแรก

แต่มันมากกว่านั้น

จากที่ไม่เคยไปไหนมาไหนออกสื่อ ผมก็เปลี่ยนวิธี โดยการพาไอ้มิคไปกินข้าว พาไปเจอเพื่อนในกลุ่ม เดินจับมือท่ามกลางคนนับร้อยในโรงอาหาร ไม่ได้แคร์ว่าจะโดนถ่ายรูปไว้ไหม เอาเป็นว่าผมจะเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไปล่ะกันว่าผมทำอะไรกับน้องมันบ้าง

และเพราะอะไร ทำไมความรู้สึกบางอย่างมันถึงค่อยๆเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น

วันที่ 3

เลิกกี่โมง

ผมไลน์ไปถามไอ้มิคช่วงเกือบเที่ยง วันนี้ผมมีเรียนแค่ช่วงเช้า ตอนเที่ยงนัดกับพวกไอ้โดมว่าจะไปกินข้าวที่ร้านป้าน้อยฝั่งตรงข้าม ม. ไอ้ปลาคะยั้นคะยอให้ชวนน้องมากินด้วยเพราะแผนการมันต้องเริ่มเข้มข้นขึ้นหลังจากนี้

“น้องว่าไงบ้าง” เป็นปลาที่ถามด้วยอาการอยากรู้อยากเห็น

“ยังไม่อ่านเลยว่ะ” ผมตอบทั้งๆที่ตายังจับจ้องที่มือถืออยู่ ปกติมิคจะตอบไลน์ค่อนข้างเร็ว ถึงแม้ว่าเขาจะเรียนอยู่ก็ตาม

3-4 วันที่รู้จักกันมา นิสัยน้องเดาไม่ยากเกินความสามารถผมหรอก มิคมันเป็นคนเดาง่าย ไม่ใช่แค่นิสัยส่วนตัว บุคลิกมันก็เป็นอีกสิ่งที่เดาได้ไม่ยาก เวลามันคิดอะไรอยู่ก็แสดงออกทางสีหน้าแทบจะทันที เขิน อาย ไม่ชอบ ไม่พอใจ

“เชี่ยยยย ได้ไงวะ กูอยากเห็นหน้าแมวมิคตัวเป็นๆ” ไอ้โดมเริ่ม

“ถึงกูจะเคยเห็นแล้วแต่ก็อยากเห็นอีก น้องแม่งน่ารัก กูว่ามึงต้องหลงน้องจริงๆเข้าสักวัน เงินหมื่นของกู ต้องบินเข้ามาอยู่ในกระเป๋าแม่แน่ๆ” ไอ้ปลาพูดพร้อมกับทำหน้าเพ้อๆ  ถ้าการที่ผมกับเพื่อนในแก๊งพนันกันมันทำให้ผมแพ้ ผมก็จะยอมรับในข้อนี้ แต่ตอนนี้ความรู้สึกรักหรือชอบมันยังไม่มีด้วยซ้ำ อาจจะแค่รู้สึกเอ็นดูก็เท่านั้น (มั้ง)

"อย่าทำให้น้องรู้นะเว้ยว่าพวกมึงรู้เรื่องที่กูกับน้องแกล้งเป็นแฟนกัน"

"เออกูรู้แล้ว เพราะกูมั่นใจว่าน้ำหน้าอย่างมึงอีกไม่นานจะเอาน้องเป็นแฟนจริงๆ หมอโดมฟันเฟิร์ม!!!"

“เหอะคนอย่างกูเนี่ยนะ"

"เออคนอย่างมึงเนี่ยแหละ!!!" ทั้งไอ้ปลาและไอ้โดมตะโกนขึ้นพร้อมกัน ผมส่ายหน้าแล้วก้มมองมือถืออีกรอบ

"น้องตอบกลับมาแล้ว”

Mmmicx *::* เลิกแล้วกำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหารกลาง อีกสักพักคงไปหาเจ้าเหมี้ยวที่ห้องพี่

Nighteiei *::* เดี๋ยวกูไปรับที่โรงอาหาร ส่วนเจ้าเหมี้ยวมึงไม่ต้องไปห่วงมันหรอกกูเทอาหารไว้ให้แล้ว มาตินก็อยู่เป็นเพื่อน ยังไงวันนี้มึงมากินข้าวกับกูล่ะกัน เพื่อนๆกูอยากเจอ

***Mmmicx ::*** พี่ไนท์ ผมไม่อยากเจอเพื่อนพี่

Nighteiei *::* แต่เพื่อนกูอยากเจอมึง อยากให้พูดซ้ำ อีก 10 นาทีมารอหน้าโรงอาหาร

“สรุปว่าไง น้องมาป่ะ" ผมพยักหน้าไม่ได้ตอบอะไร แต่กำลังจะเลี้ยวรถออกจากลานจอดรถคณะเพื่อไปโรงอาหารกลาง

"โอเคเดี๋ยวกูย้ายก้นไปนั่งเบาะหลังแป๊บ อีปลามึงโทรหาไอ้กู๊ดกับไอ้ต้นให้จองที่เผื่อน้องสะใภ้ด้วยยยย” ไอ้โดมมันพูดเสร็จก็ย้ายตัวเองจากเบาะหน้าไปนั่งเบาะหลังทันที แม่งไม่ได้สนหินสนแดดเลยว่ากูกำลังขับรถอยู่ไหม

ผมใช้เวลา 10 นาทีในการขับรถมารับไอ้มิค หน้าขาวๆของมันเห่อแดงเพราะความร้อน 

“ทำไมไม่รอในร่ม” ผมยังไม่ได้ขับออกจากหน้าโรงอาหาร แต่เลือกหยิบทิชชู่ส่งมาให้ไอ้ตัวเล็กที่อยู่ข้างกายก่อน (จริงๆสูง 175 มันก็ไม่ได้เล็กนะ แต่น้องเตี้ยกว่าผมตั้งสิบเซ็น สำหรับผมก็มองว่าเตี้ยกว่าอยู่ดี)

“ผมกลัวพี่มองไม่เห็น พี่ๆหวัดดีครับ” มิคหันไปยกมือไหว้ไอ้ปลากับไอ้โดมที่อยู่เบาะหลัง ส่วนผมมันแค่หันมารับทิชชู่จากมือเท่านั้น ผมชินแล้วแหละที่มันไม่ยกมือไหว้

“ถ้าไม่เห็น กูก็มีมือถือไหม โทรมาดิวะ”

“ผมลืมอ่ะ พี่อย่าดุดิ” มันยู่ปากน่าหมั่นไส้ ผมเอื้อมมึงไปดึงปากมันเบาๆ น้องรีบเม้มปากหนีแทบจะทันที ผมมองไปที่กระจกหลังเห็นไอ้ปลาตั้งกล้องขึ้นมาแล้ว ผมเคยบอกไอ้ปลาก่อนหน้านี้ว่าให้ช่วยตามเก็บโมเม้นระหว่างผมกับมิคด้วยเพราะต้องการให้ขวัญกับฟางเลิกยุ่งกับผมจริงๆจังๆ

“มา เดี๋ยวกูเช็ดให้” “ผมดึงทิชชู่จากมือน้องมาถือแล้วเช็ดเหงื่อให้เขา ไอ้โดมกับไอ้ปลายกมือขึ้นปิดปากกันและกัน มือข้างนึงยังทำหน้าที่ถ่ายคลิปอย่างไม่ละเว้นหน้าที่ “อืมมม ก่อนหน้านี้ที่หน้าแดงก็รู้อยู่หรอกว่าเพราะร้อน แต่ที่หูแดงๆเนี่ยเพราะอะไรครับ”

“พี่ไนท์ พอเลย....”

“เออๆไม่แกล้งแล้ว” ผมยิ้มกับท่าทางของมิค คลิปวันนั้นถูกโหลดลงเฟสผมทันทีที่มาถึงร้านป้า คลิปนั้นถูกแชร์ต่อหลายพัน ทั้งเพจในมหาลัยและเพจอื่นๆ แต่ก็มีสองคนที่ยังเม้นเหมือนเดิมคือไม่เชื่อ

ไม่ต้องเดาก็รู้ใช่ไหมครับว่าใคร

หึ ไม่รู้ว่าต้องให้ผมถ่ายรูปแนวไหนเขาสองคนถึงจะเชื่อผม

วันที่ 4

วันนี้หลังเลิกเรียนผมแวะไปรับมิค เราสองคนแวะไปที่โลตัสใกล้ๆเพื่อทำอาหารกินกันตอนเย็น เห็นผมหน้าตาแบบนี้อยากบอกว่าทำอาหารเป็นนะครับ

เราทำสเต็กกินกัน ผมให้น้องไปล้างผักเพื่อทำสลัด โดยที่ตัวเองไม่ได้คิดจะช่วยน้องล้างเพราะกำลังยุ่งกับการ live ในไอจี

มีคนเข้ามาดูเรื่อยๆ จากตอนแรกที่มีคนดูแค่หลักร้อยตอนนี้กลายเป็นหลักพันในเวลาไม่ถึง 10 นาที

“พี่ไนท์ทำไมมัวแต่เล่นโทรศัพท์วะ”

“กู live อยู่”

“live ทำไมอ่ะ” น้องทำท่าจะคว้าโทรศัพท์ผม

“อยากให้คนอื่นรู้ไงว่าแฟนกูน่ารัก”

“ผม!!!!” ผมยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก บ่งบอกสัญญาณให้เด็กน้อยรับรู้ว่าเขาจะพูดว่าผมกับเขาเป็นแฟนกันไม่ได้ เพราะตอนนี้มีคนเข้ามาดูจะแตะหลักหมื่นแล้วด้วย

“ทำหน้าตลก” ผมเอื้อมมือไปขยี้หัวแมวมิค มันส่งสายตาไม่พอใจให้ผมเป็นระยะๆ คิ้วขมวดบ้าง เม้มปากบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยปากด่าอะไรผม "อะไรเด็กน้อย โกรธเหรอครับ พี่ไนท์ทำอะไรผิด ไหนเล่าให้คนดูฟังสิ"

“กวนตีน” น้องบ่นงึมงัมในลำคอแต่ก็ดังพอให้ผมได้ยิน ผมเดินมาหยุดคร่อมหลังคนตัวบางที่กำลังล้างและจัดผักสลัดลงจาน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบเอวน้อง แล้วเปลี่ยนกล้องในมือจากกล้องหลังเป็นกล้องหน้าแทน

“ทุกคนน้องหาว่าผมกวนตีน ผมกวนตีนเหรอวะ” ผมถามคนที่กำลังดู live คอมเม้นเลื่อนเร็ว แต่ก็ยังตามอ่านทัน

“กวน... อื้อออ” น้องขยับหนีริมฝีปากผมที่ขบเบาๆตรงปลายหู เขากระทุ้งศอกใส่แล้วมุดออกจากวงแขน เดินหายไปหยุดดูเนื้อสเต็กที่กำลังย่างอยู่ ผมยักคิ้วใส่ในโทรศัพท์ คนที่เข้ามาดูตอนนี้เลยหลักหมื่นไปแล้ว

Dome parka dum เยอะสาดดดดดดด จำเป็นต้องโอบเอวแสดงความเป็นเจ้าของขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ #ทีมเสือกเรื่องของเพื่อนขอให้บอก

อย่าแกล้งแมวมิค วงวารลูกกกก หน้าแดงเป็นกุ้งสุกเลยยยยยย ฮืออออออ จะฟินก็ฟินจะสงสารก็สงสาร เลือกไม่ถูกเวร้ยยยยยย

เชี่ยพี่ไนท์ทททท มึงอย่าแกล้งน้องดิวะ สงสาร

อย่าแกล้งน้องงงงง

พี่มึงเอาอีกกกกกก หน่วยสนับสนุนอยู่ทางนี้ แกล้งเลย แกล้งให้ร้องงงงงงงง เอาให้ร้องงงงงง

ทางนี้อีกคน แกล้งเลยค่ะพี่มึงงงง รบกวนเอาให้ครางงงงงงง 55555555555555555555

คอมเม้นหลังจากที่ผมทำท่าจะกัดหูไอ้มิคขึ้นมาเยอะมาก ส่วนใหญ่ไปในแนวๆอย่าแกล้งมิค แต่ก็มีเยอะเหมือนกันที่บอกให้แกล้งต่อ

“สรุปพวกมึงจะเอาไรกันแน่วะ จะให้กูแกล้งหรือไม่แกล้ง” ผมถามคนที่เข้ามาดู

TonTon แกล้ง กด 1 ไม่แกล้ง กด 2

พอไอ้ต้นเข้ามาพิมพ์ประโยคเมื่อกี้ คนกด 1 ยาวเป็นขบวน จะมีกด 2 บ้างประปรายยย

Porpar of Y อิไนท์อย่าเยอะค่ะ ขอร้อง เห็นแล้วหมั่นนนนนนน อย่าโอบน้องอีกกกกกกกก #ทีมหวงแมวมิค ค่ะ

“อิปลามึงควรจะอยู่ทีมกูไหม”

Porpar of Y กูอยู่ทีมน้องมิคโว้ยยย ห้ามโอบห้ามจับบบบ

“โหหห โอบไม่ได้เลยเหรอ มากกว่านี้ก็ทำมาแล้วไหม”

Porpar of Y กรีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสเกลียดดดดดด

ฮือออออออ ขอ live มากกว่านี้ด้วยค่ะ ได้โปรดบอกบุญเราเถอะพี่มึงงงง

จะเอามากกว่านี้

จริงๆไอ้ที่มากกว่านี้ไม่เคยหรอก พูดไปเพราะความมั่นหน้าล้วนๆ ที่เคยทำก็มีแค่จูบ ซึ่งครั้งเดียวก็ตอนที่เจอกันครั้งแรก แบบนั้นแถวบ้านไม่เรียกจูบด้วย เรียกปากแตะกัน ส่วนดูดก็ครั้งเดียวเหมือนกันตอนก่อนสัมภาษณ์เว็บ dek-ven ตอนนั้นแค่อยากแกล้ง พอได้ลองมันก็อยากทำอีก แต่มันยังไม่มีโอกาสไง เมื่อกี้ที่โอบไปก็ต้องรอให้อยู่ต่อหน้ามวลมหาประชาชนก่อนถึงจะกล้า

“พี่ไนท์ พี่พูดอะไรวะ มากกว่าน้อยกว่าอะไร” น้องหันมามองผม “เลิก live ได้แล้ว เอามือถือมาให้ผม”

ผมยกมือถือขึ้นเหนือหัว มิคกระโดดเหยงๆเพื่อแย่งมือถือจากผม

“ไอ้พี่ไนท์ เอามา” มือถือถึงจะอยู่สูงแต่ผมก็ยังสามารถถ่ายจากด้านบนให้เห็นหน้าแมวมิคตอนช้อนสายตาไม่พอใจได้

“ทุกคนอัดคลิปใน live ตอนนี้แล้วส่งหลังไมค์มาให้ผมด้วยนะครับ จะเก็บไว้ดู หึหึ แมวโกรธว่ะ”

“พี่ไนท์ เอามือถือมาเลยยยยยย” น้องปีนขึ้นเก้าอี้แล้วหยิบมือถือไปได้ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคทันที

ผมไม่รู้ว่ามิคพูดอะไรก่อนปิดlive มารู้อีกทีก็ตอนที่เพจคิ้วแท็กมาให้ผม

“ทุกคนผมจะปิดอันนี้แล้วนะ มันต้องปิดตรงไหนอ่ะ กดยังไง ไม่เอาดิ หิวข้าวแล้ว อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ดิวะ เราจะปิดอันนี้แล้ว ใครรู้บอกเราได้ไหม อ๊ะ...ปุ่นดูด้วยเหรอ บอกเราหน่อยกดปิดนี้ยังไง”

มิคพยักหน้า เหมือนกำลังอ่านสิ่งที่เพื่อนพิมพ์บอกในคอมเม้น

“อ่อโอเค เข้าใจแล้ว...”

ผมสังเกตเห็นว่าคอมเม้นเลื่อนเร็วมาก ส่วนใหญ่อยู่ในทำนองว่าไม่อยากให้น้องหยุด live น้องอมยิ้มเหมือนจะเห็นคอมเม้นทั้งหมด เขามองกล้องแล้วยกมือบ๊ายบาย

“ไปนะครับ” แล้วหน้าจอก็ดับทันที

คือแม่ง.......น่ารักว่ะ ความรู้สึกวันที 4 คือรู้สึกแค่ว่าน้องน่ารักเฉยๆ แน่นอนว่าหลังจากหยุด live ผมกับมิคก็ทำตัวตามปกติ มีบ้างที่ผมแกล้งเขา แต่ก็ไม่ได้มากมายเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นหรือต่อหน้ากล้อง

ส่วนวันที่ 5 ผมมาหาแมวมิคที่โรงอาหารเภสัช เดินจูงมือแบบไม่ได้เกรงใจสายตาใครทั้งสิ้น น้องมันก็พยายามห้ามและปรามด้วยสายตาหลายครั้ง

แต่แล้วไงวะ ใครแคร์ ผมไนท์ครับไม่เคยแคร์สิ่งใดบนโลกนี้อยู่แล้ว

และเมื่อวาน ผมลากน้องมาที่โรงอาหารวิศวะ แถมอัพรูปลงสตอรี่แบบถี่รัวจนในสตอรี่วันนั้นเป็นจุดไข่ปลา คือมีเยอะมากเกือบ 15 คลิปสั้น และทั้งหมดในสตอรี่คือมีแต่มิคทั้งนั้น

ส่วนวันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ไอ้มิคเรียนทั้งวัน เพิ่งเลิกและมาถึงที่ห้องผมเมื่อกี้

และที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ทำ

ผมเดินเข้ามาในห้องนอนเมื่อกี้ก็เพื่อเข้ามาหยิบมือถือ

และใช่...วันนี้ผมจะ live สดอีกครั้ง ผม...จะทำมากกว่าวันอื่นๆ มากกว่าในทีนี้คือไม่ได้หมายถึงจูบหรือปล้ำมิคถ่ายทอดสดนะเว้ย แต่ที่มากกว่าของผมเหตุผลหลักๆมาจากการที่น้องบอกว่าพรุ่งนี้กับวันอาทิตย์เขาจะไม่เข้ามาที่หอผมเพราะต้องอ่านหนังสือ อาทิตย์หน้ามีเทสย่อย

ใจนึงก็อยากให้น้องมันไปอ่านในที่ของมัน แต่อีกใจแม่งก็หมั่นไส้ไง หยิ่งดีนัก เกรงใจงั้นเหรอ ขับรถมาเองใช่ไหม

ได้!!! ถ้ามันจะทำให้ผมหงุดหงิดขนาดนี้

คอยดูผมจะ live ให้เขาอยู่และนอนที่นี้ในคืนนี้ให้ได้

แต่ทุกคนต้องช่วยไซโคน้องให้อยู่กับผมด้วยนะครับ ถ้าทุกคนช่วยพูด ช่วยคอมเม้น มันก็จะง่ายขึ้น เพราะด้วยนิสัยมิคที่ผมรู้จักมาตลอด 1 อาทิตย์ นอกจากจะเป็นคนที่อ่านง่ายแล้ว เขายังเป็นประเภทขี้ใจอ่อนและรักษาคำพูดตัวเองเสมอ

ถ้าเขารับปากว่าจะช่วยเขาก็ช่วย

ถ้าเขารับปากว่าจะอยู่เขาก็จะอยู่

เพราะงั้นทุกคนช่วยผมด้วยนะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว