ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 :: ข้อตกลงร่วมกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 :: ข้อตกลงร่วมกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 :: ข้อตกลงร่วมกัน
แบบอักษร

ข้อตกลงร่วมกัน

“ไนท์/ไนท์” ทั้งสองเรียกชื่อผมแล้วมองตามสายตาไปยังกลุ่มคนที่นั่งอยู่ “รู้จักเหรอคะ”

“.....” ผมไม่ได้ตอบอะไร ในหัวกำลังลำดับแผนชั่วอยู่ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนแล้วจะจบลงที่ตรงไหน

“คนนั้นหน้าคุ้นๆ เหมือนจะเป็นคู่จิ้นของไนท์ป่ะ” ขวัญเอ่ยปากพูดขึ้นก่อน

“เปล่า...”

“อ่าวไม่ใช่เหรอคะ ฟางว่าน่าจะใช่นะ ที่เรียนเภสัชปี 1”

“ไม่ใช่คู่จิ้นหรอก....แต่เป็นอย่างอื่นมากกว่า...”

“เป็นอย่างอื่น? หมายความว่าไงอ่ะขวัญไม่เข้าใจ”

“ก็หมายความว่าน้องเขาเป็นแฟนผมยังไงล่ะ”

“ว่าไงนะไนท์!!!!!” เสียงผู้หญิงสองคนตะโกนใส่หูผมจนดังสนั่นร้าน ผมอดยกมือขึ้นอุดหูไม่ได้ ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่ตกใจ คนที่นั่งอยู่ในร้านหลายคนก็หันมามองกันหมด รวมถึงไอ้เด็กนั่นด้วย

มันมองมาที่ผมด้วยสายตาไม่พอใจราวกับตำหนิผมว่าไม่มีมารยาท

“ก็อย่างที่พูดไป น้องเขาเป็นแฟนผม”

“ไนท์”

“ผมขอโทษจริงๆที่ไม่ได้บอกว่ามีแฟนแล้ว แถมแฟนคนนั้นก็เป็นผู้ชายอีก และผมก็ไม่อยากให้เขาต้องมารู้สึกแย่กับความเจ้าชู้ของผมอีกแล้วว่ะ ผมเลยว่าจะเลิกแล้ว”

“หึ” ขวัญยิ้มมุมปากราวกับเรื่องที่ผมเพิ่งบอกไปเมื่อกี้มันน่าตลก ส่วนฟางเองก็ไม่ต่างไปจากขวัญสักเท่าไหร่

“ไนท์คิดว่าฟางโง่หรือไง คิดว่าไม่รู้เหรอว่าสิ่งที่ไนท์พูดออกมามันเป็นเรื่องโกหก”

“เด็กนั่นกับไนท์ไม่ได้รู้จักกันเลยสักนิดไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันเลยสักครั้ง ที่เห็นจะมีใกล้เคียงความจริงสุด ก็แค่กระแสคู่จิ้นในโซเชียลเท่านั้น”

“ไม่เคยเห็นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยไป” ผมรู้ว่าทั้งขวัญและฟางแฟร์พอที่จะยอมจบกับผมทันทีที่เห็นด้วยตาว่าผมมีแฟน แต่ที่ผ่านมาเขาทั้งคู่อยู่กับผมตลอด เขาถึงได้มั่นใจไงว่าเด็กนั่นไม่ใช่แฟนผม

 “........”

“ถือว่าผมบอกคุณสองคนดีๆแล้วนะ ขออนุญาตไปหาแฟนครับ” หลังจากพูดกับสองคนนั้นเสร็จผมก็เดินเข้ามาในร้านตรงมุมที่กลุ่มเด็กเภสัชนั่งอยู่ เสียงพูดคุยไม่ได้ห่างหายไปจากกลุ่ม เพื่อนกลุ่มน้องเขามีทั้งชายและหญิง คนแรกที่เห็นว่าผมเดินเข้ามาที่โต๊ะคือน้องผู้หญิงผมสั้น

“พี่...ไนท์” การเรียกชื่อที่ถูกต้อง ทำให้ผมรู้ว่าในกลุ่มน้องมีบางคนที่รู้จักผม “พี่มาหาใครคะ”

ผมยิ้มแล้วชี้นิ้วไปยังคนที่นั่งดูเมนูอยู่

“มิคเหรอคะ ฮืออออ” มิคเด็กนี้ชื่อมิคสินะ

“ห้ะ ว่าไงปุ่น เรียกเราเหรอ”

“ไม่ๆ พี่ไนท์เรียก”

“พี่...ไนท์” เด็กมิคพูดชื่อผมช้าๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองผม

ความรู้สึกตอนที่สบตาในระยะใกล้ มันเหมือนเสียงหัวใจเต้นคร่อมไปหนึ่งจังหวะ ผมไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไร เพราะเป็นปกติของผู้ชายที่พอเห็นคนหน้าตาน่ารักก็จะรู้สึกแบบนี้ แม้ว่าไอ้เด็กนี้จะเป็นผู้ชายก็เถอะ

“ไปกับพี่”

“ห๊า” เพื่อนๆมันแต่ล่ะคนตาลุกวาว มีหลายคนทำหน้างงๆ ส่วนไอ้คนที่ถูกผมจับแขนอยู่แสดงสีหน้าออกมาว่าไม่พอใจเท่าไหร่ “ได้ยินที่พี่พูดไหม...มิค”

“อะไรอ่ะ พี่ไนท์รู้จักมิคเหรอ” เป็นเพื่อนมันอีกคนที่ถาม

มิคกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่เป็นผมเองที่ดึงมือมิคให้ลุกจากที่นั่งก่อน

“เอ๊ะ??” เด็กมิคเม้มปากแน่น ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ เขาขืนมือตัวเองออกจากมือผมแล้วทำท่าจะนั่งลงที่เดิม แต่ผมกระตุกและบีบแขนเขาให้ลุกขึ้นยืนอีกรอบ

“ผมเจ็บนะ”

“ก็บอกให้ตามกูมาไง”

“ไม่...”

“เอ่ออ สรุปว่ารู้จักกันจริงๆสินะคะ”

“รู้ครับ/ไม่รู้” ประโยคแรกเป็นผมเองที่พูด ส่วนประโยคต่อมาคือน้องมัน “จริงๆนะปุ่นเราไม่รู้จักไอ้บ้านี่”

“ไอ้บ้า??” มันกล้ามากที่เรียกผมด้วยคำนี้

“.......” มิคไม่ตอบ เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาชัดเจนมาก แถมตอนนี้พยายามดึงแขนตัวเองออกจากมือผมเป็นระยะๆด้วย แต่ขอโทษนะไอ้แมว

กูไม่ปล่อยครับ

ผมกำแขนเขาแน่นกว่าเก่า ก่อนจะส่งสายตาท้าทายไปที่เด็กน้อยตรงหน้า

“ปล่อย...อ๊ะ เจ็บ...” เชี่ยย รู้อยู่ว่าเจ็บที่แขน แต่เสียงเมื่อกี้กับสีหน้าที่แสดงออกมามันทำให้ผมคิดไปเรื่องอื่นเฉยเลย  แน่นอนไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกสำหรับความคิดที่แว่บขึ้นมาในหัวเมื่อกี้

“มองอะไรเล่า ผมบอกให้ปล่อยไงวะ”

“มิค...”

“......”

“ถ้าจะโกรธที่พี่มากับคนอื่นพี่บอกแล้วไงว่าขอโทษ” คือไหนๆเรื่องมันก็เลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก

เดอะ โชว์ มัส โก ออนนน

“??” มิคทำหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูดออกไปเมื่อกี้

จะให้เข้าใจได้ไงวะ ก็กูเพิ่งกุเรื่องขึ้นนี่หว่า

“มิคพี่ขอโทษ....” มิคกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่างแต่เป็นผมที่ถือวิสาสะ ประคองหน้าน้องด้วยมือทั้งสองข้าง นิ้วโป้งลูบเบาๆที่ริมฝีปากแดงสีเชอรี่ สายตาจับจ้องที่ปากนั่นชั่วอึดใจก่อนที่ผมจะขยับแล้วกดจูบเบาๆลงไปที่ปากน้อง

เสียงรอบข้างเหมือนหยุดหายไปดื้อๆ หูผมเหมือนอื้อไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง น้องเองก็ดูจะอึ้งกับการกระทำของผมเหมือนกัน

ผมไม่ได้บังคับจูบน้องดูดดื่ม เป็นแค่การสัมผัสกันของริมฝีปากผมกับน้องเท่านั้น

ผมไม่ได้ทำเพราะมีความรู้สึกพิศวาส ไม่ได้ทำเพราะรู้สึกรัก หรือแม้แต่ความรู้สึกชอบก็ยังไม่ได้มีในหัว

ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อแสดงให้ผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ในร้านเห็นว่าเด็กนี่เป็นแฟนผม

“โทษทีนะพี่ขอตัวมิคก่อนได้ไหม”

“อ่าาา ได้ค่ะได้ นี่กระเป๋ามิคค่ะพี่ไนท์” เด็กอีกคนส่งกระเป๋าเป้สีดำมาให้ผม

“ปุ่นไม่ใช่นะเว้ย เราไม่ได้...”

“ไปเถอะมิค คุยกับพี่เขาดีๆนะเว้ย เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน” มิคโดนเพื่อนในกลุ่มผลักไสไล่ส่งให้เดินมากับผม เจ้าตัวเม้มปากแน่น ส่งสายตาร้อนระอุมาที่ผมเป็นระยะๆ รู้เลยว่าโกรธมากแค่ไหน

แต่ขอโทษนะน้องมิค

นอ ระ พัด ด้อนแคร์โว้ยยย นาทีนี้กูขอสะสางเรื่องกูก่อน ส่วนเรื่องที่มึงโกรธเอาไว้ค่อยจัดการทีหลัง

ผมดึงแขนไอ้แมวให้เดินตามมาก่อนจะเลื่อนมือไปจับที่มือเขา ประสานเข้าด้วยกันตอนที่เดินผ่านขวัญและฟาง เธอสองคนนั้นกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ทันเพราะผมพูดขัดขึ้นมาก่อน

“อย่าล้ำเส้น”

“ฟางไม่เชื่อหรอกนะ”

“ขวัญเองก็เหมือนกัน”

“แล้วแต่เลย เพราะสุดท้ายยังไงความจริงก็คือความจริง ใช่ไหมมิค”

“อะไร” กูให้มึงตอบว่าใช่หรือไม่ใช่จะมาทำหน้าแมวงง แล้วถามว่าอะไรอีกทำไมเล่า ผมเคาะหัวมิคไปทีก่อนจะคว้าคอเขาให้เดินตามมาด้วยกัน

แม่งเอ๊ย อยู่กับกูนี่ทำไมทำหน้ามุ้ยจังวะ ตะกี้ตอนอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็ยิ้มอารมณ์ดีอยู่ไม่ใช่หรือไง

จูบกับกูมันแย่ตรงไหน มึงไม่รู้รึไงว่ากำลังจูบกับเดือนวิศวะน่ะห๊ะ

แม่งถ้าจะมองด้วยสายตารังเกียจแบบนี้เอามีดมาแทงกูดีกว่าไหมไอ้มิค

มึงค่าาาาาาาาข่าวล่ามาแรงมากพี่มึงจูบกับน้องมิค เชี่ยยย กรีสกร๊าดมากเหอะ ทีมงานสอบถามไปยังคนแถวนั้นข่าวคอนเฟิร์มว่าค่อนข้างจริง แต่ไม่มีใครถ่ายรูปได้ทันเพราะตอนนั้นอยู่ในอาการตะลึง #แอดบี จะรายงานความคืบหน้าอีกครั้งค่ะ

โอ้ย ตรั่ยแล้วววววว เรื่องจริงไหมเนี่ยยยย เรือผีกูกำลังจะกลายเป็นเรือยอร์ชถูกมะ

เขาไม่รู้จักกันไม่ใช่เหรอวะ แล้วนี่สิ่งใดทำไมจู่ๆไปจูบกันกลางห้างงงง ซัมติงรวองใช่ไหมตอบบบ

พรุ่งนี้เขามีสัมกับเว็บ**dek-ven ใครก็ได้ส่งคำถามไปดิ๊ ถามไปเลยว่าเป็นไรกันนนนนน

กลัวใจความเกรี้ยวกราดพี่มันนี่ดิ ถ้าถามไปแล้วล่มเรือเราขึ้นมา ถึงตอนนั้นบ่าวจะไม่สู้นะคะคุณหญิงงงงงง

แล้วหลังจากจูบทำไรต่อไหม ไม่อยากเชื่อเลยว่ะ กลัวแหล่งข่าวมโน แล้วคนที่เจ็บก็กูไงสาดดดด ฮืออออ

น้องมิคเป็นไงบ้างวะ นี่กลัวจะหักมุมตรงที่อิพี่แกล้งน้องด้วยความหมั่นไส้ มันยิ่งเกรี้ยวกราดถามใน**askอยู่เลยว่าใครเป็นมิค แล้วตอนนี้ลากน้องมาจูบ เราว่ามันขัดๆกันไหมอ่ะ

นี่ก็คิดเหมือนกัน กลัวใจพี่มึงมากๆ กลัวทำร้ายน้องงงง โอ่ยยยแมวมิคของฉัน น้องจะยังไหวอยู่ไหมเนี่ยยยยย

สวัสดีค่ะเราเพื่อนในกลุ่มมิคที่ไปด้วยกันวันนี้นะคะ มิคกับพี่ไนท์เจอกันแล้วจริงๆแต่ไม่มีการจูบอะไรทั้งนั้น พี่ไนท์แค่มาพามิคไปคุยเรื่องงานวันพรุ่งนี้เฉยๆค่ะ ยังไงรบกวนอย่าพูดอะไรมากไปกว่านี้เลยนะ เราสงสารมิค มันไม่รู้เรื่องน่ะ

แอดมินต้องขอโทษน้องมิคและพี่มึงที่เอาข่าวผิดๆแบบนี้มาแชร์นะคะ ยังไงจะคอยติดตามข่าววันพรุ่งนี้กันดีกว่าเนอะ

นั่นไงกูบอกแล้วเรือผีก็ยังเป็นเรือผีอยู่วันยังค่ำ ความรู้สึกเหมือนเกาะขึ้นไปบนสวรรค์แล้วร่วงลงนรกด้วยความเร็วยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงอ่ะค่าาา

ขอบคุณแอดมินที่แก้ข่าวนะคะ แอบเสียใจแต่ก็นะเขาไม่รู้จักกันเขาจะไปจูบกันได้ยังไงถูกมะ เพราะงั้นหลังจากที่ออกงานเว็บ dek-venแล้วมีข่าวว่าเขาจูบกัน นั่นแหละถึงจะน่าเชื่อมากกว่า

เราไม่รู้นะว่าที่แอดมินกับกลุ่มน้องออกมาปฏิเสธเพื่อปกป้องน้องไม่อยากให้คนมองน้องแนวนั้นหรือเปล่า แต่ที่เราได้ยินและเห็นมากับตาคือมิคกับพี่มึงเป็นแฟนกัน (เราอยู่ในร้านด้วย) และเราวิเคราะห์ว่าเรื่องนี้เป็นแผนอิพี่มึงเพราะคนที่ปล่อยกระแส #ไนท์มิค คือแอดมินเพจนึงที่เป็นเพื่อนพี่ไนท์ชื่อพี่ปอปลา เราว่าพี่มึงรำคาญผู้หญิงที่มาเกาะแกะ แล้วให้พี่ปอปลาปล่อยกระแส ส่วนเรื่องการตอบaskที่ทำเหมือนคนไม่รู้จักน้อง เพราะพี่มันขี้แกล้ง ขี้กวนตีน ไม่แปลกหรอกที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักน่ะถูกใจ 1,547 คน

ผมลากไอ้เด็กแมวมาจนถึงรถ ดันคนหน้างอเข้าไปนั่ง ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งฝั่งคนขับ

“หน้างอ”

“............”

“เงียบทำไม”

“เราไม่รู้จักกัน”

“ก็รู้จักซะสิ”

“แต่ผมไม่ได้อยากรู้จักนิ....”

“อยากตายเหรอ”

“.............” มันเงียบแล้วหันไปทำท่าจะเปิดประตูลง แต่ขอโทษถ้ากูไม่ให้ลงก็คือไม่ให้ลง

“เปิดประตูดิวะ”

“ไม่อ่ะ” ผมยักไหล่แล้วสตาร์ทรถ มือข้างนึงเอื้อมไปเปิดเพลง ไม่ได้สนใจเสียงไม่พอใจจากคนข้างกายสักนิด

“ทำแบบนี้ทำไม”

“แบบไหน”

“ก็แบบที่กำลังทำอยู่”

“จูบอ่ะเหรอ” ผมท้าวแขนกับพวงมาลัยตอนที่รถติดตรงขาออกจากห้าง หันไปมองน้องมันที่มีสีหน้าเลิกลั่กแล้วตลก เห็นนะเว้ยว่าหูแดง

“ไม่ใช่เรื่องนั้น…”

“แล้วเรื่องไหนล่ะครับ” ผมมองริมฝีปากแดงนั่นจนน้องมันเม้มปากแน่นสนิท อดขำกับท่าทางไม่ได้ น้องดูตลกจนน่าแกล้ง

“เรื่องที่ลากผมมานี่ไง”

“กูก็แค่อยากหาตัวช่วยเพื่อกำจัดผู้หญิงให้กูเท่านั้น”

“แล้วทำไมต้องเลือกผมด้วย แม่งไม่รู้จักกันสักนิด”

“ไม่รู้จักได้ไง กูเดือนSI”

“อ้าวเหรอ...ผมไม่รู้จักอ่ะ โอ้ยยยย” ผมผลักหัวไอ้แมวจนหัวมันชนเข้ากับกระจก

“ถ้างั้นก็รู้ไว้ว่าคนที่นั่งข้างๆมึงและขับรถให้มึงนั่งอยู่นี่เป็นเดือนSI เข้าใจไหมไอ้เตี้ย” เบ้ปากอีก คิดว่าทำหน้าอย่างนั้นแล้วน่ารักรึไงวะ หลายคนอาจจะไม่รู้จักว่า SI คืออะไร มันคือคำย่อของคณะผมหรือจริงๆก็คือวิศวะภาคอินเตอร์นั่นแหละครับ ค่าเทอมก็ไม่มากไม่มายอะไร เทอมๆนึงก็แค่เหยียบแสนเท่านั้น

“แล้วถามจริงมึงไม่ได้ตามข่าวโซเชียลอะไรบ้างเลยเหรอ รู้บ้างป่ะว่ามีคนเขาจิ้นกูกับมึงทั้งๆที่ไม่รู้จักกันอ่ะ”

“ไม่ได้ตาม”

“เพื่อนมึงไม่ได้บอก?”

“บอกมั้ง แต่ไม่ได้สนใจ” ทำไมไอ้เด็กข้างกายผมมันน่าฆ่าแล้วหั่นศพทิ้งในป่าจังวะ

 “เออๆช่างเถอะ แล้วพรุ่งนี้รู้ไหมว่าเว็บ dek-ven เขานัดสัมภาษณ์” น้องพยักหน้า

“รู้...แล้วทำไมมึงไม่แอดไลน์กู”

“........” เงียบ ไม่พูด

“ไอ้มิค กูถามได้ยินไหม”

“แอดไม่เป็น”

“ตอแหล” ผมเคาะหัวมันไปอีกรอบ

“เจ็บนะ”

“เออก็เคาะให้เจ็บไง แอดไลน์กูเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องมามองหน้า หยิบมือถือมึงขึ้นมาเดี๋ยวนี้ แล้วกูจะบอกทีล่ะตัว” มิคถอนหายใจออกมาแรงๆ แต่พอเห็นผมทำท่าจะเคาะกระโหลกอีกรอบมันก็ยกมือขึ้นบังแล้วรีบหยิบมือถือขึ้นมาทันที ปากก็บ่นพึมพำไปว่าถ้าสมองมันฝ่อขึ้นมาใครรับผิดชอบ

“เปิดยัง”

“เปิดแล้ว”

“N”

“อืม”

“I G H T E I E I”

“ไนท์อิอิ??”

“เออ”

“ชื่อปัญญาอ่อนจัง” พูดจบมันก็รีบยกมือขึ้นปิดหัวตัวเองทันที คงกลัวว่าผมจะเคาะหัวมันอีก แต่ขอโทษกูบีบปากมึงแทนก็ได้ “เจ็บนะเว้ย”

“ก็มึงมันปากบอน” มิคไม่ได้ตอบอะไรผมอีก แค่หันหน้าหนีเท่านั้น  ผมมองตามสายตามันก็ไม่เห็นว่าเจ้าตัวจะโฟกัสอะไรเป็นพิเศษ “ช่วงนี้ก็ช่วยกูหน่อยล่ะกัน ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว”

“ไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”

“หน้ามึงก็เอาไว้ที่เดิมนั่นแหละ โซเชียลอะไรก็ไม่เล่นไม่ใช่เหรอ ยังไงมึงก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าใครจะพูดถึงมึงว่าไงบ้าง”

“ไม่เอาอ่ะ” ผมรู้ว่าผมบังคับไอ้เด็กนี่ไม่ได้ แถมไม่มีเครื่องต่อรองอะไรสักอย่าง แล้วที่นี้ผมจะทำยังไงดีวะเนี่ย

“นี่ๆ” น้องมันพูดพร้อมเขย่าแขนผมอย่างแรง

“อะไร กูชื่อไนท์ มาเรียกนี่ๆ กูใช่เพื่อนเล่นมึงเหรอ”

“เออ ไนท์...”

“พี่ไนท์สัด”

“พี่ไนท์สัด??”

“เอ๊ะนี่มึงกวนตีนใช่ไหม...”

“อย่านะ” น้องมันเอามือข้างนึงขึ้นจับหัวส่วนอีกข้างเอาปิดปาก ผมยิ้มแล้วพยักหน้า ไอ้เด็กข้างๆก็พยักหน้าตาม สุดท้ายเลยเลือกดีดเข้าไปที่หน้าผากมันเต็มแรง “ฮืออ เจ็บอ่ะ”

ด่าพร้อมทำหน้าไม่พอใจเสร็จก็ใช้มือถูหน้าผากตัวเองไปมา

“เลือดไหลหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“เว่อร์จริง กูไม่ได้ดีดแรงขนาดนั้น”

“ไม่ได้เว่อร์ ช่างเถอะ เอาเป็นว่าพี่ไนท์ เลี้ยวไปตรงซอยข้างหน้านั้นหน่อยดิ เมื่อกี้ผมเหมือนเห็นแมวตัวนึงโดนหมากัดอ่ะ น่าสงสาร”

“สั่ง??”

“ขอร้องก็ได้...น้า ทีพี่ยังลากผมมานี่ได้เลย แถมทำเรื่องแบบนั้นกับผมต่อหน้าคนอื่นอีก” หน้าน้องมันยู่จนทุกอย่างจะรวมเป็นก้อน

“เออๆ ซอยไหนล่ะ” สุดท้ายความรู้สึกผิดที่ลากน้องมันมาก็ชนะ ผมขับรถเข้าไปในซอยตามที่น้องมันสั่ง พอเห็นว่าแมวตัวที่มันบอกนอนอยู่ข้างฟุตบาทมันก็สั่งให้ผมจอด ก่อนจะลงไปอุ้มมันขึ้นมาบนรถด้วย

“แมวใครก็ไม่รู้ เอาขึ้นมาทำไม”

“มันเจ็บ ไม่มีปลอกคอด้วย ไม่น่ามีเจ้าของ”

“มโนอีก” ผมด่ามันแล้วรีบขับรถออกจากตรงนั้น แมวที่มิคอุ้มมาเป็นแมวสีน้ำตาลอมส้มคาดขาว ขนฟูหน่อยๆแต่เพราะคราบสกปรกตามตัวเลยทำให้แมวตรงหน้าดูไม่น่ารักในสายตาผมเท่าไหร่

“เดี๋ยวพามันไปหาหมอที่คณะสัตวแพทย์ล่ะกัน จะได้รู้ว่าเป็นไง เสร็จแล้วค่อยเอามันกลับมาไว้ที่เดิม”

“ไม่ได้หรอก...ถ้าเอามันไปปล่อยที่เดิมมันก็โดนหมาแถวนั้นกัดอีก”

“ถ้างั้นมึงก็เอามันไปเลี้ยง”

“บ้านผมไม่ให้เลี้ยงหมากับแมวอ่ะ แม่แพ้ขนสัตว์ แพ้หนักจนขึ้นโรงบาลเลย”

“ก็ให้เพื่อนมึงสักคนเอามันไปเลี้ยงจนกว่าจะหาเจ้าของใหม่ให้มันได้” มิคพยักหน้าเข้าใจแล้วก้มลงไปลูบหัวแมวที่นอนตัวสั่นอยู่บนตัก

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า หมอถึงทำแผลเสร็จ ตอนที่เดินเข้าไปรับแมว สีหน้ามิคดูกังวลแปลกๆ

“เดี๋ยวไงกูไปส่งมึงที่บ้าน แต่ตอนนี้กูขอไปให้อาหารมาตินก่อน ลืมสนิทเลยว่าไม่ได้เทอาหารไว้”

“มาติน??”

“ลูกกูเอง กระรอกน้อย น่ารักมากถ้ามึงเห็นจะหลงรัก”

“หอพี่เลี้ยงสัตว์ได้เหรอ”

“เออดิ หอกูแพงนิ”

“งั้นพี่รับเลี้ยงแมวตัวนี้เพิ่มอีกตัวได้ไหมอ่ะ”

“ตลกไหม...ถ้าแมวมึงแดกมาตินกูขึ้นมาทำไง แล้วจู่ๆมาพูดให้กูเลี้ยงแมวให้ สรุปเพื่อนมึงไม่มีใครรับเลี้ยงหรือดูให้ก่อนเหรอ” ไอ้มิคส่ายหน้า แววตาดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศหม่นหมองลงราวกับมีผู้คุมวิญญาณลอยผ่าน ผมเองก็สงสารมันนะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะผมเลี้ยงไม่ได้จริงๆ กลัวมาตินจะโดนแดก

เกือบ 30 นาทีที่ขับรถจากคณะสัตวแพทย์มาที่หอ มิคเดินตามผมขึ้นมาบนห้อง มันอนุญาตตัวเองนั่งลงบนโซฟา แมวน้อยในอ้อมกอดมันผงกหัวดูมาตินที่วิ่งมาหา มันสองตัวจดๆจ้องๆกันอยู่พักหนึ่ง ผมเองก็คอยมองว่าแมวไอ้มิคจะเขมือบลูกผมไหม แต่ก็เปล่ามันไม่ได้ทำอะไรลูกผมแถมยังปล่อยให้มาตินขึ้นไปคลอเคลียบนตัวได้ด้วย

“พี่ไนท์ เห็นไหมแมวไม่กินมาติน”

“เออเห็น....”

“ถ้างั้นให้มันอยู่นี่ได้ไหม จนกว่าจะหาบ้านให้มันได้”

“...........” ผมเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร

“ไม่ได้สินะ”

“ก็ไม่ได้บอกสักคำว่าไม่ได้ แต่เงื่อนไขมันก็มี อยู่ที่มึงจะทำมันหรือเปล่าก็เท่านั้น”

“ทำๆ ผมทำ พี่บอกมาเลยให้ผมทำไร ผมทำได้หมด”

“มึงแน่ใจนะที่พูดแบบนั้นออกมาอ่ะ”

“แน่ใจ”

“หึ ถ้างั้นก็ตามนี้” ผมยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน  หยิบกุญแจสำรองอีกอันออกมาทั้งๆที่ดอกนี้ผมไม่เคยให้ใครแม้กระทั่งฟางหรือขวัญ

“อ่ะนี่คีย์การ์ดกับกุญแจห้อง เผื่อมึงจะต้องขึ้นมาดูมันเรื่อยๆ แล้วเบาะนอน ของกินหรืออะไรก็แล้วแต่ของแมวมึงกูบอกไว้ก่อนว่ากูไม่รับผิดชอบใดๆทั้งนั้น”

“รู้แล้วๆ เดี๋ยวผมหามาเอง”

“และกูไม่ได้ให้มันอยู่ถาวร”

“อื้อ ผมจะพยายามหาบ้านใหม่ให้มันเร็วๆ”

“และเงื่อนไขอีกข้อที่มึงต้องทำก็คือมาเป็นแฟนปลอมๆของกู”

“ห้ะ? พี่ว่าไงนะ”

“ก็ว่าตามที่บอก มึงก็เห็นในร้านอาหารวันนี้แล้วไม่ใช่เหรอ กูต้องการกำจัดผู้หญิงที่กูคุยด้วยออกไปจากชีวิต และมึงต้องช่วย”

“บ้า...ไม่เอาอ่ะ”

“ถ้างั้นมึงก็ช่วยเอาแมวออกจากห้องกูไปด้วยล่ะกัน”

“...........” น้องเงียบไม่ได้ตอบอะไร หน้าตาเขากำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

“เอาไง”

“ทำไมพี่ไม่บอกผู้หญิงพวกนั้นดีๆไปล่ะว่าพี่ไม่ชอบ  ให้เลิกแล้วต่อกันอะไรก็ว่าไปสิทำไมต้องมายุ่งกับผม”

“ถ้าทำแบบนั้นได้ง่ายๆกูจะขอร้องมึงรึไงห้ะ...” ผมเดินมานั่งลงข้างๆมัน “สรุปเอาไง ทางเลือกมีไม่มากหรอกนะ และกูก็ไม่ใช่คนใจดีที่จะมาพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก”

“...................”

“...................”

“เออ ผมช่วยก็ได้วะ....”

“ก็แค่นั้น”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว