email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...จบ

ชื่อตอน : ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...จบ

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...จบ
แบบอักษร

 

“ไม่ต้องมายุ่ง!” นึกโกรธนักที่จะปล่อยก็ปล่อย ถ้าจะทำอะไรกับเธอก็ทำให้มันเบามือกว่านี้หน่อยจะไม่ได้หรือ การกระทำของเขามันแต่ละครั้งมีแต่เธอที่ต้องเจ็บทั้งนั้น 

 

“จะเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้วอย่ามาทำเป็นอวดเก่ง!!!” 

“แล้วมันเป็นใครล่ะที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้มันไม่ใช่คุณหรอกหรอ!!” 

“เอ่อ!!! แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาถือดีกับฉัน ฉันเป็นเจ้านาย เธอมันก็แค่ขี้ค่า!!!” 

คำว่าขี้ค่าที่เขาพูดใส่กระแทกหน้าเธออย่างจัง มันตอกย้ำความไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงของเธอได้อย่างชัดเจน สถานะนี้เธอรู้ดีมาตลอดว่าเธอคือขี้ค่าคนงานคนหนึ่งในบ้านของเขาที่หาได้มีอำนาจอื่นเหนือกว่าใคร 

“ค่ะ ฉันมันก็แค่ขี้ค่า ถ้าเช่นนั้นก็เชิญคุณออกไปจากห้องของอีขี้ค่าคนนี้เถอะเดี๋ยวมันจะพล่านให้คุณมีเสนียดของขี้ค่าติดตัวไปเปล่าๆ” 

“อย่ามาใช้คำพูดกับฉันแบบนี้!” 

“ทำไมจะพูดไม่ได้ในเมื่อคุณหาได้มีสิทธิ์ในชีวิตของฉัน คนอย่างคุณสมควรกับนางฟ้านางสวรรค์อย่างคุณกัณฑ์นู้น! ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” 

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์!  สิทธิ์ความเป็นผัวนี่มันไม่มากพอใช่มั้ยหรือลืม!” 

“ขอโทษ ฉันไม่เคยมีผัวไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน ฉันอยู่คนเดียวมาตลอด” 

“หรอ! อยากจะให้ฉันทวนความจำเธอหรือยังไง!!!” 

“ไม่!” 

"รีบออกมาก่อนที่อารมณ์ฉันมันจะพลั้งมือฆ่าเธอ!" เขาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับสาวเจ้า 

“ฉะ...ฉันละ...ลุกไม่ไหว” เธอบอกเขาไปตรงๆ ยามนี้เรี่ยวแรงมันแทบจะไม่มีเลย บาดแผลที่เป็นอยู่มันก็ยังไม่อาจที่จะหายได้สนิท 

“.........” แอรอนไม่ได้พูดสิ่งใดแต่ทว่า เขากลับส่งสายตาจ้องมองไปที่มุทิตาด้วยดวงตาที่หาได้รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่มุทิตากำลังพร่ำบอกเขาอยู่ 

“ค่ะ ฉันจะออกไปตามที่คุณบอก” สุดท้ายก็เป็นเธอที่พ่ายแพ้ จำนนต่อชะตากรรมที่ต้องเผชิญ สักวันเถอะเธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้ได้กดขี่ข่มเหงเธอแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว เขาจะต้องรู้สึกอย่างเช่นที่เธอนั้นรู้สึกบ้าง 

แอรอนเมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วเขาก็เดินจากไป ปล่อยทิ้งให้มุทิตาอยู่เพียงลำพัง เมื่อลับร่างเขาไปแล้วเธอก็ต้องรีบทำในสิ่งที่เขาต้องการ ร่างของเธอพยายามฝืนความเจ็บปวดดันตัวเองขึ้นจากเตียง แขนอีกข้างที่โดนยิงก็เจ็บระทมร้าวไปเสียหมด จะทำอะไรก็ยากลำบากไปเสียทุกอย่าง 

 

“โอ๊ย!!!” 

มุทิตากัดฟันกรอด เก็บระงับความจุกและเจ็บ ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดมันออกมาเพื่อระบายความคับแค้นใจ ที่ก็เจ็บแสนเจ็บแต่ทำอะไรมิได้ 

“เจ็บนะเว้ย!!!” พูดไปน้ำก็เล็ดที่ขอบดวงตาไป เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรได้มากกว่านี้ นอกจากบอกกับตัวเองว่าตอนนี้มันเจ็บมากแค่ไหน...ก่อนที่จะต้องกัดฟันฝืนรีบทำในสิ่งที่แอรอนสั่งให้เร็วไว ไม่เช่นนั้นคนที่เจ็บก็คงไม่ใช่ใครนอกจากเธอ... 

มุทิตา 

เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีแอรอนและกัณฑ์ธิรา รวมทั้งอีกหลายคนอยู่ในนั้น พอเดินเข้ามาถึงเธอก็รู้สึกผิด ที่ต้องทำให้คนอื่นต้องรอ 

“ขอโทษค่ะ” 

“กว่าจะออกมาได้ ทำไมโรคตอแหลกำเริบหรอ” ไม่วายที่จะแนบแนมหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ ด้วยท่าทีอิดโรยเสียเหลือเกิน แต่ก็หาได้สนใจ 

“มานั่งเถอะจ๊ะมุ” ครานี้เป็นเสียงของนางฟ้าของเธอ เสมือนว่าหญิงสาวยื่นมือดึงเธอขึ้นมาจากขุมนรกที่ต้องเผชิญหน้าเจอกับเขา 

“ค่ะ” 

มุทิตาเดินมานั่งลงที่พื้นตามฐานะของตนเอง รวมกับคนอื่นๆ ใบหน้าหลบสายตาของแอรอนที่มองมาราวกับว่าจะฆ่าแกงกันอย่างไงอย่างนั้น ในยามนี้เธอก็โต้ตอบสิ่งใดไม่ได้ ทำได้เต็มที่ก็เพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่เฉยๆ 

“หลายคนน่าจะทราบดีอีกไม่กี่วันจะมีงานครบรอบห้าสิบปีที่โรงแรม ฉันเลยอยากจะให้ทุกคนไปช่วยงานกันที่นั้น” พอครบทุกคนแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบสาธยายในสิ่งที่เรียกทุกคนมารวมกันในนี้ทันที 

“แต่ป้ามนกับผู้หญิงคนนั้นไม่ต้องไปนะครับ” เขายกเว้นเพียงคนที่อาวุโสที่สุดในบ้านและผู้หญิงอีกคนที่เขาไปอยากจะมองหน้า 

“แต่ป้าว่ามุมันก็อาการยังไม่ดีขึ้น ป้าว่าป้าไปแทนจะดีกว่าแล้ว...” 

“ไม่ต้องครับ! แผลแค่นั้นมันจะไปเจ็บอะไรหนักหนา” สวนขึ้นทันควัน 

“ไม่เป็นไรจ๊ะป้ามน มุไปได้ แผลแค่นี้เอง” เธอยิ้มสู้ แม้ว่าในใจจะแห้งเหี่ยวเพียงใด แต่เธอต้องแสร้งทำตัวให้มีความสุขเข้าไว้เสีย 

“แน่ใจนะ” 

“จ๊ะ” 

“นา!” เสียงเรียกของมุทิตาที่ตะโกนเรียกเพื่อนสาวอยู่หน้าบ้าน 

“อ้าวมุ มาได้ยังไงเนี่ย” ตกใจที่อยู่ดีๆมุทิตาก็มาโผล่เอาที่หน้าบ้านของตนเอง 

“นั่งรถเมล์มาน่ะ” เธอยิ้มตอบเพื่อน 

“เข้ามาก่อนสิ แล้วมุมีอะไรหรือเปล่าถึงมาหานาถึงที่แบบนี้” คงจะมีเรื่องสำคัญไม่อย่างนั้นสาวเจ้าคงจะมาแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ 

“พอดีว่าเจ้านายที่มุทำงานด้วย โรงแรมเขาจะครบรอบห้าสิบปี เลยจะช่วยนาไปทำงานช่วยงานที่นั้นน่ะ นาสนใจมั้ย” เพราะแอรอนพูดเองว่าหากจะช่วยใครมาช่วยงานก็ย่อมได้แต่ต้องบอกเขาเสียก่อน ค่าแรงก็จะจ่ายให้เท่าๆกัน 

“วันไหนหรอ ถ้านาว่างก็น่าจะได้” 

“อีกไม่กี่วันนี้หรอก ไปเถอะนะไปเป็นเพื่อนกัน” 

“เดี๋ยวนาถามพี่นุก่อนนะ” 

“ได้จ๊ะ ยังไงก็บอกมุด้วยนะ” นาธินันท์พยักหน้ารับเพื่อนสาว 

“ถ้าอย่างนั้นมุกลับแล้วนะ” 

“อ้าวไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนหรอ” 

“ไม่ได้หรอกต้องรีบกลับ ไปก่อนนะ” 

“จ๊ะ” จากนั้นมุทิตาก็ลุกเดินออกไปทันที โดยที่นาธินันท์ก็เดินมาส่งสาวเจ้าถึงประตูบ้าน 

วันงานโรงแรม 

ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สถานที่ในงานจัดขึ้นอย่างสมเกียรติโรงแรมชื่อดังที่ตั้งตงาดมาอย่างยาวนานหลายสิบปี ดอกไม้ต่างๆนานาถูกประดับตกแต่งติดไปทั่วตั้งแต่งหน้าทางเข้าของโรงแรมจนถึงทั่วรอบบริเวณ ให้มีสีสันน่ามองชวนเพลินตาไปหมด ยามนี้มันก็ใกล้ที่จะถึงเวลาเปิดงานเต็มทีแล้ว แขกที่ได้รับการเข้าร่วมก็เริ่มทยอยหลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย ผู้คนต่างแต่งหน้าแต่งตาสวมใส่ชุดสวยงามอร่ามตา บุคคลที่ถูกชวนมาต่างก็มีฐานะกันทั้งนั้น ชวนให้ตาของพนักงานในโรงแรมนั้นตาลายกันไปหลายตะหลบเพราะแสงวิบๆวับๆที่มันเปล่งประกายออกมาจากแก้วแหวนเงินทองเครื่องเพชรที่บุคคลเหล่านั้นสวมใส่ 

จนมองแล้วก็นึกอิจฉาบ้าง บางคนรวยก็รวยแบบไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งก็ต่างจากคนไม่มี ลงทุนลงแรงทั้งกายเหนื่อยแทบสายตัวแทบขาดอย่างไรมันก็ไม่ค่อยจะมีใครๆเขา แต่ทว่าหากคิดในแง่ดีก็ให้คติพอมีพอกินพอใช้ 

“มุเสร็จหรือยังมันจะเข้างานแล้วนะ” 

“แปบนึงนา จะเสร็จแล้ว” มุทิตาที่อยู่ในห้องน้ำตะโกนบอกแก่นาธินันท์ที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ เฝ้าพร่ำเรียกเพื่อนสาวเสียงแจ่ว 

มุทิตาที่อยู่ดีๆก็เกิดปวดท้องขึ้นมาเสียดื้อๆ ต้องรีบวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำอย่างเร็วไวทั้งๆที่ตอนนี้งานมันก็ใกล้ที่จะเริ่มแล้ว ผ๔ชู้คนทั้งในและนอกก็ต่างพากันเข้าร่วมกันย่างมั่งคั่ง ซึ่งมันก็คงจะเป็นหน้าที่ของพวกเธอทั้งสองคนที่ต้องคอยเสิร์ฟน้ำต้อนรับหากว่าไม่มาปวดท้องเอาเสียตอนนี้ 

“มุ” 

“เสร็จแล้วๆ” เธอเองก็รีบเหมือนกัน 

“ไปกันเถอะนา” มุทิตาเดนออกมาจากห้องน้ำอย่างเร็วไวก่อนที่จะไปชักชวนให้นาธินันท์ออกไปหน้างานพร้อมกัน 

**มาเเล้วค่ะ ** 

ไรท์จำได้ว่าไรท์ไม่เคยพิมพ์บอกเลยนะคะว่ากัณฑ์ธิรารักแอรอน 

เเล้วไรท์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องผัวเมียสักนิด เรื่องระหว่างกัณธิรากับแอรอนมันจบไปแล้ว ไรท์เอากัณฑ์ขึ้นมานำตอนเเรกก็จริง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันก็หักเหแล้ว ไม่ใช่ไม่ชอบที่มีคนมาเม้นเกี่ยวกับตัวละคร เเต่บางทีมันก็ปั่นทอนจิตใจเกินไป  การที่พิมพ์มาเเล้วไม่นึกถึงจิตใจคนอ่านบางทีมันก็ไม่อยากเปิดเข้ามาเหมือนกัน ลองใจเขาใจเราสิค่ะ เเล้วก็บอกแล้วว่ากระดาษที่ใช้มันคือA4 ที่เวลาเอามาอัพจะปรับเป็นA5 เเล้วไรท์อัพที่นึงก็ไม่ได้มากอะไร มันเลยยาวเหมือนไม่คืบหน้า อืดอาด น่าเบื่อ แล้วอย่าลืมว่าไรท์บอกไว้เเล้วว่าเขียนทุกอย่างไว้หมดเเล้ว ไรท์ไม่สามารถปรับเนื้อหาตามที่ใครต้องการได้ พล็อตเรื่องมันมาเเบบนี้ มันอาจจะไปขัดใจใคร แต่มันก็เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าจะให้เป็นไปตามที่ต้องการก็คงต้องลบทิ้งทั้งหมดนั้นเเหละค่ะ จะมองว่านี้มันคือการแก้ตัวก็ได้ เเต่ไรท์รักตัวละครของไรท์ทุกตัวใครมาว่าไรท์ก็ต้องเดือดร้อนเป็นธรรมดา ไรท์ไม่ได้ปิดให้ใครเข้ามาเม้น เเต่เวลาเม้นก็คิดถึงใจคนอ่านด้วย ลองคิดว่าเป็นตัวเองบ้างสิจะรู้สึกยังไง ไรท์ไม่ได้มาดราม่า เพราะเเค่เนื่อเรื่องเเค่นี้มันก็ดราม่ามากพอแล้ว ทุกครั้งที่มีคนสงสัยอะไรไรท์ก็จะพิมบอกแทบทุกครั้ง บางคนเคยอ่านกันบ้างหรือเปล่า...? บางครั้งก็เซ็งที่ต้องมานั่งพิมพ์อะไรซ้ำๆสองสามรอบ อีกอย่างจะพิมพ์อะไรก็คิดด้วยนะคะเพราะพื้นที่นี้มันคือพื้นที่สาธารณะทุกคนเห็น ทุกคนรู้ พิมพ์เสร็จก็ลองกลับมาอ่านเม้นของตัวเองดูนะว่ามันเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ไม่ควรพาดพิงถึงตัวละครที่มันเเทบจะไม่ค่อยโผล่มา คุณเป็นคนอ่านคุณไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่าคนเเต่ง ทุกอย่างมันคือจินตนาการอ่านเอาสนุก อย่าคิดมาก แล้วจะอาชีพอะไรก็ไม่ควรพูดถึง เขาไม่ได้ไปฆ่าไปแกงใครเพื่อเอาเงิน เราไม่ควรพาดพิงเขา รู้ว่าอินเเต่ขอให้พอประมาณหน่อยนะคะ 

​ไรท์จะไม่ลืมขอบคุณคนที่อ่านเเล้วคอมเม้นทั้งดีไม่ดีเพราะมันคือเเรงกระตุ้นเเรงผลักดันให้ไรท์มุ่งมั่น ใครที่ติดตามต่อก็ขอบคุณค่ะที่อยู่ให้กำลังใจกันตลอด  ตอนนี้รู้สึกหัวร้อนมาก ขอเอาหัวไปจุ่มน้ำก่อนนะคะ หายควันขึ้นเมื่อไรแล้วจะมาอัพให้อ่านใหม่ 

ความคิดเห็น