email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...1

ชื่อตอน : ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...1

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...1
แบบอักษร

 

“ฉันมาไม่ทันซะแล้วหรอ” ในมือถือกระเช้าดอกไม้สวยงามอยู่ในมือ หวังว่าจะนำมาเยี่ยมหญิงสาวตรงหน้า แต่ทว่าพอก้าวเข้ามาก็เห็นคนร่างอวบกำลังยุ่งกับการจัดเก็บข้าวของ แถมยังไม่ได้อยู่ในชุดคนป่วยอีกต่างหาก 

“เหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ” เธอหันมายิ้มให้กับฟิลลิปที่ยืนอยู่ด้านหลัง 

“น่าเสียดาย แต่ไม่เป็นไร นี่สำหรับเธอ” เขายื่นกระเช้าดอกไม้ในมือให้กับมุทิตา 

 

“แล้วแขนเป็นยังไงบ้าง” 

เห็นที่แขนของมุทิตามันยังถูกผ้าพันแผลปิดไว้แน่นพร้อมทั้งยังมีผ้าสำหรับวางแขนคล้องคอไว้อยู่ 

“ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ว่ามันก็ยังเจ็บๆหน่วงๆอยู่” 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันช่วยเก็บของแล้วกัน” แย่งของที่มันอยู่ในมือของสาวเจ้ามาแต่ทว่ามืออวบยังดึงรั้งไว้อยู่ 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเก็บเองได้” 

“จะไม่เป็นไรได้ยังไง แขนเดี้ยงอยู่อย่างนี้” 

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ ว๊าย!” เพราะเธอยื้อคืนกลับมาเลยทำให้ตัวเองเสียหลักจนแทบจะหงายหลังตึงลงไปที่ที่นอน แต่ยังดีที่มีมือหนามาประคองหลังของเธอไว้เสียก่อน 

“จะยืนโอบกันอีกนานมั้ย!” แอรอนที่เขามาทันเห็นมุทิตาทิ้งตัวเข้าหาฟิลลิปพอดี ก็อารมณ์เดือดปุ๊ดๆ เคยพร่ำบอกไปแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่ผู้หญิงดื้อด้านคนนี้มันก็ไม่เคยฟัง 

“ขะ...ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษกับฟิลลิปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา 

“ว๊าย! คุณแอรอน” 

แอรอนเดินเข้ามาลากมุทิตาออกห่างจากฟิลลิปอย่างฉับไว เขาดึงรั้งร่างอวบโดยไม่คำนึงเลยว่าแรงบีบรัดที่กดแน่นลงไปมันจะแรงแค่ไหน 

“คุณแอรอน มะ..มันเจ็บ” มุทิตานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดกับแรงที่เขากระทำต่อร่างของเธอ ราวกับเป็นเพียงแค่สิ่งของจะจับถูหรือกระชากอย่างไรก็ได้ 

“ระวังหน่อยดิวะ ไม่แหกตาดูหรอว่ามุทิตากำลังเจ็บอยู่!” 

“ไม่ต้องมาเสือก มันไม่ใช่เรื่องของมึง!” 

“ทำไมกูจะเสือกไม่ได้ ในเมื่อมึงกำลังทำคนที่เป็นเพศแม่อยู่!” 

“หึ! แล้วมึงแน่ใจหรอว่ามึงก็ไม่เคยทำไอฟิลลิป” 

“มึงหมายถึงอะไร” 

“อย่าคิดว่ากูไม่รู้ มึงคิดว่ามึงจะปิดเรื่องนี้ไปได้นานสักเท่าไรเชียว” เขาพูดเสมือนว่าไปรู้อะไรมา 

“ไอแอรอน!” 

“เลิกยุ่งกับเมียกู ไม่อย่างนั้นคนของมึง กูก็จะเข้าไปทักทายเหมือนกัน!!!” จากนั้นเขาก็เดินลากมุทิตาพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระใบเล็กของเธอออกไปจากห้องไปทันที แอรอนลากมุทิตาออกมาจากโรงพยาบาลโดยไม่แคร์สายตาของใครที่มองมาเลย เขาทั้งฉุดกระชากลากถูหญิงสาว มุทิตาเองก็ขัดขืนจนเต็มทีจนสุดท้ายเขาก็ลากเธอมาเหวี่ยงติดกับประตูรถจนแทบจุกไปทั้งตัว ยังดีที่เธอหันอีกด้านที่ไม่มีบาดเจ็บอยู่เข้าได้ทัน ถ้าไม่อย่างนั้นคงได้วิ่งเข้าโรงพยาบาลอีกรอบเป็นแน่ 

“โอ๊ย!” 

เพราะมีแรงกระทบเข้าอย่างจังจนทำให้คนที่นั่งในรถอยู่ก่อนต้องตกใจที่มีอะไรเข้ามากระทบจนเกิดเสียง แต่ทว่าด้วยที่กระจกข้างในนั้นสามารถจะมองเห็นด้านนอกได้ “นั้นมุนี่คะ” เป็นเสียงของกัณฑ์ธิราที่นั่งอยู่เบาะหลังดังขึ้นถามคาร์มิลที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับ 

“ครับ” 

“ขึ้นรถ!!” 

“ไม่! ฉันจะกลับเอง ไม่อยากจะนั่งร่วมหายใจกับคนอย่างคุณ!” 

“มุทิตา! อย่ามาเรื่องมากหรือเธออยากจะกลับเข้าไปนอนในโรงพยาบาลอีกรอบห๊ะ!” เขาพูดก่อนที่จะเปิดประตูหน้าแล้วยัดเข้ารถทันที ก่อนที่เข้าจะเดินไปฝั่งตรงข้ามเปิดประตูนั่งลงที่เบาะหลัง 

“โอ๊ย!” ร่างอวบกระแทกเข้ากับเบาะรถข้างหน้าอย่างแรงจนคาร์มิลที่นั่งอยู่ข้างๆต้องรีบหันมาถามสาวเจ้าด้วยความเป็นห่วงเป็นใย 

“เป็นอะไรมากมั้ยมุ” 

“รู้สึกเจ็บๆหน่วงๆแผลนิดหน่อยค่ะ” เธอบอกออกไปตามความจริง ตอนที่เขาผลักเข้ามามันรู้สึกหน่วงๆที่แผล จะทำอะไรเธอแต่ล่ะทีไม่มีที่จะอ่อนโยนต่อกันเลย 

“จะยังพูดกันอีกนานมั้ย ออกรถสิคาร์มิล!” แอรอนตวาดกร้าวสั่งให้คนที่กำลังคุยห่วงกันอยู่ออกรถ 

“ครับ” 

“มุ!” กัณฑ์ธิราที่นั่งเงียบอยู่เบาะหลังเอ่ยเรียกชื่อสาวเจ้าที่นั่งอยู่เบาะหน้า 

“คุณกัณฑ์!” ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเองมาจากด้านหลังก็หันไปมองแล้วก็พบเจอเข้ากับกัณฑ์ธิราที่นั่งอยู่ 

“มุโดนอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้ล่ะ” 

“เอ่อ...คือ” 

“โง่! เดินไม่ระวังเลยลื่นตกบันได” แอรอนพูดปดคำโตเขาไม่อยากจะให้กัณฑ์ธิรารู้เรื่องนั้น 

“จริงหรอมุ” ในตอนนี้เธอไม่ได้มีท่าทีที่นิ่งเฉยกับแอรอนดั่งเช่นครั้งแรกแล้วเพราะทุกครั้งที่ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาก็พร่ำบอกตลอดว่าขอโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

“คะ...ค่ะ” เธอก็ต้องตอบตามน้ำเขาไป 

“ทำไมเดินไม่ระวังเลยล่ะ แล้วเจ็บมากมั้ย” 

“พอสมควรค่ะ แต่มันก็เจ็บไม่เท่ากับที่อื่น แล้วคุณกัณฑ์เป็นยังไงบ้างคะ มุ ขะ...ขอโทษ” 

“อย่าโทษตัวเองเลยมุ” กัณฑ์ธิรารู้ว่ามุทิตาไม่ได้กระทำอะไรผิดเลย มันเป็นเพียงเธอทั้งนั้นที่อ้อนวอนร้องขอ 

“พอเถอะ ออกรถได้แล้วคาร์มิล” เป็นแอรอนเองที่หยุดบทสนทนานั้นแล้วจึงสั่งให้คาร์มิลออกรถไปเพราะด้วยที่ว่ามุทิตาหันหลังมาคุยกับกัณฑ์ธิราอยู่จึงไม่สามรถจะออกรถไปตามที่เขาสั่งในคราแรกได้ สงสัยก็คงจะกลัวว่าคนที่นั่งข้างๆมันจะเจ็บอีกเพราะนั่งไม่ถนัดกาย เมื่อคิดว่ามันเป็นแบบนั้นอารมณ์มันก็รู้สึกกระฟัดกระเฟียดขึ้นมาทันที 

พอรถคันหรูเข้ามาจอดภายในบ้านหลังใหญ่โตผู้คนต่างก็พากันมายืนต้อนรับกัณฑ์ธิรากันเพียบ ร่วมทั้งมิเกลด้วยที่ยืนรวมกันกับคนอื่นเขาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว แถมยังไม่รู้ด้วยว่าผู้หญิงอีกคนที่ยืนเคียงข้างแอรอนเป็นใครกันแต่ทว่าบุตรชายขอตนนั้นดูห่วงใยผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน ทั้งพาเข้าไปข้างในทั้งพาประคองเดินไป 

“ยินดีต้อนรับกลับนะคะคุณกัณฑ์” ป้ามนเอ่ยต้อนรับหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างกับแอรอน 

“ขอบคุณนะคะป้ามน” สาวเจ้ายิ้มรับคำทักทายของผู้ที่อายุเยอะกว่าเธอมากด้วยความนอบน้อม 

“เข้าบ้านเถอะ” แอรอนบอกกับกัณฑ์ธิราแต่หาได้หันไปพูดกับมุทิตาเลยแถมเขายังไม่เหลียวชายตาแลเธอด้วยซ้ำไป 

“ผมฝากป้ามนวานให้คนยกของเข้าไปในบ้านด้วยนะครับ” เอ่ยบอกเท่านั้นแล้วก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้อีกคนที่หวังรอคำชักชวนให้ได้เข้าบ้านไปพร้อมกับเขาบ้าง แต่ทว่ามันก็ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆเลยด้วยซ้ำ จะยืนน้อยใจก็คงไม่ได้เพราะเธอหาได้มีสถานะใดกับเขา 

“เป็นยังไงบ้างมุ” คำถามนี้เป็นคำถามของมิเกลที่ในคราแรกยืนหลบอยู่หลังของคนงานคนอื่นเมื่อแอรอนยืนคุยอยู่กับป้ามน เธอเห็นแววตาที่สาวเจ้าคนนี้ใช้จ้องมองบุตรชายของเธอ เธอรับรู้มันได้ว่าในยามนี้เธอคนนี้ไม่อาจที่จะหักห้ามหัวใจของตัวเองได้แล้ว นึกสงสารมุทิตาจับใจหญิงสาวคนนี้ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนจากแอรอนเลย มีเพียงแค่ความชอกช้ำเท่านั้นที่เขาหยิบยื่นให้ 

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ” รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด แล้วหันมาตอบคำถามของมิเกลผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเเม่ของผู้ชายคนที่เธอหลวมใจรักในตอนนี้ 

“ฉันขอโทษนะ ที่ไม่ได้เข้าไปเลยหลังจากวันนั้น” 

“ไม่เป็นไรค่ะ” แม้ว่าปากจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่หัวใจเธอมันก็แอบน้อยใจ แต่ยังไงก็ยังเข้าใจเธอดี แต่คนที่มันน่าน้อยใจที่สุดของคงจะเป็นคนใจร้ายคนนั้นเขาไม่เคยคิดที่จะเข้ามาถามไถ่เธอเลยว่าสภาพแผลของเธอมันเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากรึเปล่า ทำอะไรลำบากมั้ย มันไม่เคยมีคำถามพวกนี้เอือนเอ่ยออกมาจากปากของเขาเลย แอรอนเพียงแต่เฝ้าดูกัณฑ์ธิราคนที่เขารักอย่างเดียว 

ไม่เคยที่จะนึกคิดถึงว่ามันก็ยังมีคนที่เจ็บจากเขาเหมือนกันอยู่ตรงนี้อีกคน ยังจะต้องให้เธอแบกหน้าอยู่ในบ้านนี้ไปอีกนานแค่ไหน จะทนอยู่ก็เจ็บหัวใจเพราะเจ้าของหัวใจดวงนั้นก็หวนคืนมาแล้ว จะยอมถดถอยก็ไม่มีที่จะให้อยู่ ลำพังจะพึ่งแต่มารดามันก็คงจะไม่ได้ เธอโตพอที่ควรทำอะไรได้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งปัญหาเหล่านี้ด้วย 

“ป้าว่าเอ็งรีบเข้าบ้านเถอะ คุณคาร์มิลเขาขนของมาไว้ในห้องให้แล้ว วันนี้ก็นอนพักผ่อนซะ คงจะยังไม่ค่อยมีแรงทำงานอะไรได้มากหรอก” ป้ามนเสริม 

“จ๊ะ” 

มุทิตาพาร่างที่มันทั้งชอกช้ำทั้งกายและใจมาเอนตัวลงที่เตียงเหล็กแคบในห้องคนใช้เล็กๆ มืออวบเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาตัวโปรดเข้ามาโอบกอดไว้ด้วยความโหยหา น้ำตามันก็คลอปริ่มเธอคิดถึงมารดาอย่างจับใจ เธอยากจะหายออกไปจากโลกนี้เสียเหลือเกินไม่อยากจะต้องทนมองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ดั่งที่ว่าเขาทำให้เธอเจ็บแต่ทว่าเขาไม่เคยที่จะคิดปลอบประโลมหัวใจดวงนี้เลย ได้เพียงเเต่คอยกระทืบซ้ำๆให้มันช้ำอยู่ร่ำไป ทั้งสมองและหัวใจคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยจนดวงตามันเริ่มที่จะปิดลงเพราะความเหนื่อยล้าเสียแล้ว...จนสุดท้ายสิ่งที่เธอสามารถทำได้ดีที่สุดในยามนี้ก็คือปิดเปลือกตาที่แสนล้านี้ลงเถิด ขอไปปล่อยตัวปล่อยใจลงในภวังค์แห่งความฝันของตัวเองมันคงจะดีกว่า... 

มาเเล้วจ้าา 

เม้นเยอะๆนะคะ 

ความคิดเห็น