กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่1 คนที่ไม่มีใครต้องการ |รีไรท์|

ชื่อตอน : ตอนที่1 คนที่ไม่มีใครต้องการ |รีไรท์|

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2565 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 คนที่ไม่มีใครต้องการ |รีไรท์|
แบบอักษร

:คนที่ไม่มีใครต้องการ

15ปีก่อน 

"คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไงคุณก้องเกียรติทำได้ยังไง!!!" หญิงสาววัยกลางคนแผดร้องสุดเสียงมองชายที่ตนรักนักหนาอย่างเจ็บปวด 

"ผมจะไม่ขอโทษคุณนะทัศนีเพราะคุณก็รู้ดีว่าเพราะอะไร" ชายที่ขึ้นสถานะว่าสามีมองภรรยาตีทะเบียนอย่างเธอด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย 

"ใช่สิ!ฉันจะพูดอะไรได้...เมียที่นอนกอดทะเบียนสมรสอย่างฉันจะทำอะไรได้…” ทัศนียังคงประชดประชันเธอรู้แก่ใจดีว่าการแต่งงานระหว่างเราทั้งสองมันไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก 

คงมีแต่เธอที่ทั้งรักทั้งเทิดทูนสามี 

"ตาต้นจะอยู่กับผมที่นี่" ทัศนีมองก้องเกียรติที่ดึงตัวเด็กชายวัยประถมเข้าไปโอบกอด 

"ไม่มีทาง! ลูกมาได้อีกไม่นานคุณก็ต้องพาแม่มันมาร้ายนักนะนังอัปสร" ทัศนีเคียจแค้นมองเด็กน้อยที่ถอดแบบมารหัวใจของเธอมาทุกกระเบียด 

"อย่าเรียกแม่ผมแบบนั้นนะ" เด็กน้อยโต้แย้งด้วยท่าทางอวดดียิ่งเพิ่มทวีความเกลียดชังให้ทัศนีเข้าไปใหญ่ 

"ทำไมฉันจะเรียกไม่ได้แม่แกมันแย่งผัวฉันแกมันก็ลูกเมียน้อย!" 

"หยุดนะทัศนี!” ก้องเกียรติตวาดภรรยา 

 หญิงสาวหน้าชาไปไม่เป็นน้อยใจที่สามีเห็นเด็กกาฝากนั้นดีกว่าแต่ก็ต้องฝืนเป็นคนเก่งแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร 

"ฉันไม่หยุด!ฉันพูดความจริง!" 

"งั้นพรุ่งนี้ก็เตรียมตัวเซ็นใบหย่า"  

"ฉันไม่เซ็น! ฉันไม่ยอมหย่ากับคุณเด็ดขาดฉันไม่ยอมให้นังอัปสรเข้ามานั่งชูคอในบ้านฉัน นอนเตียงฉันแล้วก็เรียกคุณว่าผัวอย่างเต็มปากหรอกนะ!" 

“นี่มันบ้านผมทัศนี… ถ้าไม่อยากไปจากที่นี่ก็เลิกบ้าซะทีตราบใดที่คุณยังผลาญเงินในบัญชีผมไปกับกระเป๋าแบรนด์เนมและเครื่องเพชรพวกนั้นคุณต้องฟังผม ตาต้นจะอยู่กับเราที่นี่ในฐานะลูกชายคนเดียวของเรา” 

“ฝันไปเถอะค่ะ” ทัศนีลุกหนี 

“เดี๋ยวก่อนผมยังพูดไม่จบ คุณต้องรับตาต้นเป็นบุตรบุญธรรม” 

"ฉันไม่เซ็น! ไม่มีทาง!"  

เธอต้องเป็นบ้าแน่ๆ ถ้ายอมให้ลูกชู้มาเป็นลูกตัวเองแม้แต่หน้ามันเธอก็ไม่อยากจะมองหายใจร่วมกันเธอก็รังเกียจ 

"คุณต้องเซ็น" ก้องเกียรติย้ำ 

"ไม่!" 

"ฟังนะทัศนี...อัปสรตายแล้ว...เห็นแก่ผมและสงสารเด็กตาดำๆรับตาต้นเป็นลูกบุญธรรมซะ คุณเองก็มีลูกไม่ได้ถือซะว่าตาต้นเป็นลูกชายของคุณก็แล้วกัน" ทัศนีย์เจ็บปวดกับถ้อยคำหว่านล้อมของสามี 

 เขาลืมไปหรือเปล่าว่าเธอมีลูกไม่ได้เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะแม่ของเด็กคนนี้หรอกเหรอที่ทำให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่าง 

"อะไรๆมันก็ดูง่ายไปหมดเลยนะสำหรับคุณ...คิดถึงใจฉันบ้าง ฉันจะต้องเสียสละอีกสักเท่าไหร่เพื่อให้คนที่คุณรักอยู่เชิดหน้าชูตาสุขสบายจนมันมาย่ำยีศักดิ์ศรีและหัวใจฉัน" ทัศนีน้ำตารื้น 

"....." ก้องเกียรติถอนหายใจยาว 

"แม่มันตายก็สมควรแล้วคนชั่วๆแบบนั้นทำไมฉันต้องสงสารลูกมันด้วยล่ะ!" 

"ทัศนี!....ที่คุณกำลังพูดถึงนี่คือลูกชายผมนะ!" ก้องเกียรติไม่พอใจ  "อย่าบีบให้ผมต้องเลือกระหว่างคุณกับตาต้น...ไม่ต้องบอกคุณก็น่าจะรู้คำตอบดี" 

ทัศนีร้องไห้ออกมา… สะอึกสะอื้นราวกับว่าสูญเสียแล้วทุกอย่างเธอแพ้แม้กระทั่งคนที่ตายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน  

สุดท้ายสามีก็ไม่เคยรักเธอ 

 

ทัศนีลืมตาตื่นพร้อมน้ำตาที่อาบแก้มทำไมเธอถึงฝันถึงเรื่องเมื่อสิบห้าปีก่อนได้นะ

ต้องเป็นลางร้าย 

การฝันเห็นลูกชายนอกสายเลือดไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ หญิงสูงว่ารีบลุกขึ้นจากเตียงเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่อิ่ม เปิดประตูเข้ามา เธอมองคนเก่าคนแก่ ที่ติดสอยห้อยตามกันมาตั้งแต่แต่งงาน 

พี่อิ่มเป็นทุกอย่างสำหรับทัศนี

“คุณผู้หญิงร้องไห้ทำไมคะ”

“ฉันฝันร้ายนะพี่อิ่ม ฝันถึงนังอัปสร ผ่านมาหลายปีแล้วยังตามมาหลอกหลอนฉันอยู่นั่น”

“โถ…คุณผู้หญิง”

“ถ้าไม่มีมันตาหนูของฉันก็…”

"เธอก็ไปชดใช้กรรมในนรกแล้วไงคะอย่าคิดถึงเรื่องนี้เลยค่ะอิ่มว่าคุณผู้หญิงไปรับอาหารเช้าดีกว่าค่ะ"

"คุณก้องล่ะ?"

“กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ”

"งั้นพี่อิ่มไปบอกเด็กให้ตั้งโต๊ะเผื่อคุณก้องด้วยนะ"

"ได้ค่ะ" นางอิ่มลุกออกไป

ทัศนีทำธุระส่วนตัวเช็คความเรียบร้อยในกระจกก่อนออกจากห้อง เดินตรงไปยังห้องนอนรับรองแขกค่อยๆเปิดประตูอย่างเบามือมองคนที่เธอเรียกว่าสามีที่ยังคงหลับสนิท   

ทั้งสองคนแยกห้องนอนกันตั้งแต่28ปีก่อนตอนที่ทัศนีจับได้ว่าสามีนอกใจไปมีผู้หญิงอื่น แต่คำตอบที่ได้รับจากคุณก้องมันไม่ใช่คำขอโทษหรือความสำนึกเสียใจ เขาหยิบยื่นความจริงอันโหดร้ายว่าเธอคือผู้มาทีหลังถ้าหากคุณแม่เขาไม่บังคับให้แต่งงานกับเธอเขาก็จะได้แต่งงานกับอัปสรผู้หญิงคนเดียวที่เขาหวังจะได้เป็นภรรยา

เพราะคำสารภาพที่ไม่รักษาน้ำใจทำให้ทัศนีบุกไปเอาเรื่องอัปสร

เราทั้งคู่มีปากเสียงกันมีการฉุดกระชากใช้กำลังและนั่น…ทำให้เธอเพี้ยงพล้ำถูกอัปสรผลักลงไปกลางถนน

ทัศนีตื่นมาพบกับความสูญเสียข้อแรกเธอเสียสามีให้คนอื่น ข้อสองเสียลูกในท้องโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่ากำลังจะได้เป็นแม่คนข้อสุดท้ายเธอเสียอวัยวะสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก

ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้ทัศนีขอแยกห้องทันทีที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านแอบหวังลึกๆว่าสามีจะมาง้อหรือเอ่ยคำขอโทษเธอสักครั้ง 

แต่มันก็กินเวลายาวนานจวบจนทุกวันนี้

เธอไม่เคยได้รับคำขอโทษสักครั้งแม้จะปวดใจแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เตรียมชุดให้สามีแล้วออกจากห้องไปเงียบๆ

โต๊ะทานข้าว

ทัศนีจัดแจงดูแลความเรียบร้อย อคอยให้คุณก้องลงมาทานอาหารเช้าพร้อมกัน

"สวัสดีครับแม่ใหญ่" เสียงเด็กหนุ่มที่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยทำเอาทัศนีนึกแปลกใจ 

แต่เพราะคำว่า 'แม่ใหญ่' ที่ผู้ชายร่างหนาผิวพรรณหน้าตาดูดีเรียกขานเธอก็ทำให้เธอไม่เครงใจอีกต่อไป

"แกกลับมาทำไม" ทัศนีชักสีหน้ามองลูกเลี้ยงที่ไม่ได้เห็นหน้ามานับสิบปี

 ตั้งแต่เธอยอมเซ็นรับเด็กกาฝากนี่เป็นลูกบุญธรรมคุณก้องก็ส่งมันไปเรียนเมืองนอกไม่เจอกันนาน…

จนทัศนีคิดว่ามันจะไม่กลับมา

"ช่างเป็นคำต้อนรับลูกชายที่น่าฟังมากครับแม่ใหญ่" อนภัทรยิ้มบางๆอย่างไม่รู้สากับคำพูดที่อีกฝ่าย

เขาชินชากับความเกลียดชังที่ได้รับมาเป็นมรดกตกทอดต่อจากมารดาและรู้ว่าจะรับมือกับผู้หญิงวัยทองอย่างทัศนีแบบไหน

"ฉันไม่มีลูก...โดยเฉพาะแกฉันยิ่งไม่ต้องการกลับมาทำไมยะ ทำไมไม่ตายอยู่ที่อังกฤษ"

"แหม...ผมก็อกตัญญูแย่สิครับผมไม่ตายง่ายๆหรอกครับยังไงก็ต้องให้เกียรติแม่ใหญ่ตายก่อน...อย่านานนะครับผมไม่ชอบรอ" อนภัทรยิ้ม

"ไอ้ต้น!...แกไอ้เด็กเหลือขอ...แก!"

"อ๊ะๆ...ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกเอานะครับ อย่าโมโหๆ" อนภัทรส่งยิ้มยียวนกลับไปให้อีกครั้งยิ่งทำให้ทัศนีโกรธจนตัวสั่นอยากจะหยิบฉวยอะไรใกล้มือคว้างใส่

"แกเข้ามาทำอะไรในบ้านฉัน ออกไปเลยนะ!"

"ผมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลจะไล่กันแล้วเหรอครับ"

"นี่มันบ้านฉันไสหัวไปเรือนขาวเลยไป...ที่ซุกหัวนอนแกอยู่ที่นั่นฉันขี้เกียจให้เด็กมันต้มน้ำร้อนมาล้างเสนียดแกที่ติดบ้านฉัน"

"ไหนๆก็ต้องล้างอยู่แล้วงั้นผมก็ขอใช้สิทธิ์ให้เต็มที่หน่อยแล้วกันนะครับ" อนภัทรเดินมาเลื่อนเก้าอี้หัวโต๊ะ เขานั่งลงพร้อมกับตักข้าวต้มร้อนๆเข้าปากอย่างสบายใจ

"หยุดนะนั่นมันข้าวต้มของคุณก้อง วางช้อนลงเดี๋ยวนี้" ทัศนีโวยวาย

ก้องเกียรติได้ยินเสียงทัศนีมาแต่ไกลไม่ต้องบอกเขาก็เดาได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ 

ตาต้นคงกลับมาถึงแล้วสินะ

"โวยวายอะไรกัน" ก้องเกียรติปรามขณะเดินเข้ามาในห้องทานข้าว

"ถามลูกคุณเองแล้วกัน กลับมาถึงก็กวนประสาทฉันซะแล้ว" ทัศนีน้อยใจที่ถูกสามีตำหนิ

"สวัสดีครับคุณพ่อ" อนภัทรลุกขึ้นหันไปประนมมือไหว้ทำเอาทัศนีมองค้อน

"ไงไอ้แสบ!...มานี่ก่อนพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย" ก้องเกียรติตบบ่าลูกชายก่อนจะเข้ามากอดคอพากันเดินออกไปที่ห้องทำงาน   “ล็อคประตูด้วย” เขาบอกลูกชายก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา   "ไหนว่าจะมาเดือนหน้า...แต่กลับมาก็ดีแล้วล่ะไปอยู่ที่นู่นตั้งหลายปีพ่อคิดถึง"

"ขอโทษครับผมทำให้พ่อเป็นห่วง" ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้เป็นพ่ออีกครั้ง ก้องเกียรติตบบ่าลูกชายเบาๆก่อนจะสวมกอดให้หายคิดถึง

ทุกครั้งที่มองหน้าลูกชายหัวใจของเขามันก็ปวดหนึบเมื่อคิดถึงผู้ให้กำเนิดที่จากไป อนภัทรมีส่วนคล้ายอัปสรอยู่มาก

ยามที่มองเขาก็ยิ่งคิดถึงคนรักที่จากไป

"ไหนบอกว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะไม่กลับถ้ายังหาเธอไม่เจอ" ก้องเกียรติกำลังพูดถึงเด็กสาวที่อนภัทรตามหา

ไม่ใช่รักแรกพบหรือความทรงจำแสนหวานอะไรอย่างนั้น เธอคือลูกสาวของสุธีคนที่อนภัทรกาหัวให้เป็นศัตรูอันดับหนึ่ง

"เธอ…กลับมาแล้วครับ" อนภัทรกำมือแน่นเมื่อนึกถึงแก้วกันยา

"พ่อรู้ว่าไม่ควรพูดแต่พ่อก็อยากจะเตือนสติต้นอีกครั้ง อย่าเอาชีวิตเราไปผูกใจเจ็บกับใครเลยมันจะกลายเป็นบ่วงที่กักขังพันธนาการเราเอาไว้ เวรกรรมที่เขาทำยังไงก็ต้องชดใช้ไม่ชาติหนี้ก็ชาติหน้าปล่อยวางซะเถอะนะเรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว" ก้องเกียรติพูดเตือนสติลูกชายอีกครั้ง

"ตราบใดที่ผมยังตื่นมากลางดึกเพราะฝันถึงแต่เรื่องวันนั้นผมไม่มีวันหยุดครับพ่อ คนพวกนั้นต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำกับแม่กับผม" อนภัทรยังยืนยันความตั้งใจเดิมไม่เคยเปลี่ยน 

ก้องเกียรติมองลูกด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่อาจทัดทานอะไรได้ เขาเข้าใจดีว่าตาต้นรู้สึกเช่นไรตอนที่ได้รู้ความจริงเขาก็ร้อนเป็นไฟเช่นกันอยากล้างแค้น อยากเอาคืนสุธีให้สาสมแต่พอดึงสติได้ก็คิดว่ามันไม่คุ้มถ้าสุธีเป็นอะไรไปลูกสาวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมรับเคราะห์กรรม

เด็กคนนั้นไม่ควรกำพร้าพ่อเหมือนตาต้นที่ไม่ควรกำพร้าแม่

เขาเลยปล่อยผ่านและหวังว่าสักวันเวรกรรมจะตามทันแต่ตาต้นไม่คิดแบบนั้นลูกชายเขายังจมอยู่กับอดีตที่เจ็บปวดและขับเคลื่อนชีวิตด้วยความแค้น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว