ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP 02 หนี Loading…50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 17:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 หนี Loading…50%
แบบอักษร

image

EP 02

หนี Loading…50%


แกร๊ก!


ท่องเอาไว้ว่าเหลือเวลาไม่มากก่อนจะเช้า ฉันต้องรีบไปแล้ว


หลังจากที่ข่มใจอยู่สักพัก ฉันก็เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูแล้วพาตัวเองเดินออกมา ซึ่งก็ไม่ได้ผิดจากที่คิดเอาไว้สักเท่าไหร่ว่าที่ด้านนอกจะมีคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนเฝ้าอยู่ ที่เห็นชัดๆ ตอนเปิดประตูออกมาเลยก็สามคนเข้าไปแล้ว


ฉันทำทีเป็นก้มหัวให้คนพวกนั้นนิดหน่อย ก่อนจะเดินออกมาให้เหมือนท่าทีการเดินปกติ แม้ว่าผมจะขมวดเอาไว้ด้านบนแต่ฉันมั่นใจว่าต่อให้จะมีการตรวจคนที่เข้าออกห้องพักของฉันอย่างเข้มงวด แต่คนที่ถูกส่งมาเฝ้าฉันพวกนี้ไม่มีทางจะจดจำหน้าตาของพยาบาลที่มักจะสลับสับเปลี่ยนและหมุนเวียนกันมาเฝ้าฉันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งกลางวันและกลางคืนได้หมดทุกคนแน่ๆ และในขณะเดียวกันที่พยาบาลสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน คนของแบล็กสกอร์เปี้ยนเองก็มีการผลัดเวรกันด้วยเหมือนกันนั่นแหละ


นอกจากนั้นเท่าที่ฉันเฝ้าสังเกตตั้งแต่วันแรกที่ตื่นขึ้นมาในห้องนั้นก็คือจะมีคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนแค่สองคนเท่านั้นที่เคยเห็นหน้าฉันเพราะได้รับอนุญาตให้เข้าไปจับตาดูฉันในห้องเวลาที่ฉันลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสองคนนั้นจะจดจำใบหน้าของฉันได้มากแค่ไหนเพราะไม่มีใครกล้ามองหน้าฉันตรงๆ และส่วนมากที่ฉันเข้าห้องน้ำก็จะเป็นเวลากลางวัน ส่วนเหตุผลข้อสุดท้ายที่ทำให้ฉันกล้าตัดสินใจทำแบบนี้ก็เพราะฉันมั่นใจว่าคงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าฉันจะกล้าทำ


“นี่เธอ”


หัวใจกระตุกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนที่ฉันเพิ่งจะเดินผ่านมาดันเรียกฉันเอาไว้ สองเท้าของฉันชะงักกึกลงทันที หลับตาปี๋แล้วพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะหันกลับไปช้าๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อส่งยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นทั้งที่มือเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ


ถ้าคนตรงหน้าเป็นพี่โยชิดะที่กำลังสวมบทคนร้าย ฉันต้องโดนเขาฆ่าตายแน่ๆ เพราะเพียงแค่โดนเขาเรียกด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ก็เหมือนว่าร่างกายของฉันจะสั่นไปหมดแล้ว


“จะไปไหน” น้ำเสียงเข้มๆ เอ่ยถาม สีหน้าของผู้ชายคนนั้นดูดุดันจนฉันนึกหวั่นอยู่ในใจ แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าฉันไม่รู้สึกคุ้นหน้าเขา นั่นแปลว่าเขาเองก็ไม่น่าจะคุ้นหน้าฉันเหมือนกัน


“ฉันจะไปเอายาให้คุณนามิค่ะ เธอบ่นว่าปวดที่แผล เพราะเมื่อช่วงกลางวันถูกดะ...ถูกคุณไดสึเกะกระชากจนแผลฉีก” ฉันอ้าง พูดจบก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่


“แล้วไปเอายาที่ไหน ทำไมถึงได้ไปทางนั้น”


“เอ่อ ต้องลงไปเบิกข้างล่างค่ะ พอดีต้องทำเรื่องขอเบิกยาตัวใหม่ เพราะคุณนามิบอกว่ายาตัวเดิมทานแล้วไม่หายปวดค่ะ” ฉันยังพยายามอ้างต่อ ทั้งที่ความจริงแล้วฉันไม่มีความรู้เรื่องยาเลยสักนิดเดียว


ผู้ชายคนนั้นขมวดคิ้วนิดหน่อยเหมือนจะลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมถอนหายใจออกมาหนักๆ แล้วโบกมือไล่ฉันเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร ซึ่งเมื่อได้รับสัญญาณให้ไปได้ ฉันก็ค่อยๆ หมุนตัวกลับแล้วเดินออกมา ใจจริงอยากจะวิ่งไปแล้วด้วยซ้ำ ติดตรงที่ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนปกตินี่แหละ!


ติ๊ง!


เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นก่อนที่ประตูลิฟต์ที่ฉันเป็นคนกดเรียกจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากกัน ฉันก้าวเท้าเข้ามาด้านในแล้วรีบหันกลับไปกดปิดประตูลิฟต์ทันที


เสียงหัวใจยังคงเต้นดังอยู่ในอก แม้จะรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแต่อย่างน้อยเมื่อประตูลิฟต์ปิดลงได้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นจากเดิมพอสมควร


อีกนิดเดียว ขอแค่ฉันสามารถก้าวออกไปจากโรงพยาบาลได้ ฉันก็จะรอด!


ติ๊ง!


ฉันพยายามตั้งสติแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีเสียงสัญญาณหรือเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นฉันก็อดที่จะสะดุ้งไม่ได้ทุกที ยิ่งมองเห็นว่ามีผู้ชายชุดดำที่ดูก็รู้ว่าเป็นคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าประตูลิฟต์ฉันก็ยิ่งรู้สึกจิตตก


ตึก!


เสียงเท้าที่ฉันก้าวเดินออกจากลิฟต์ดังขึ้นช้าๆ ทีละก้าวๆ และทุกก้าวล้วนมีความหมายกับชีวิตของฉันมากเหลือเกิน


“นี่เธอ”


“บ้าฉิบ!” ฉันสบถเบาๆ เมื่อโดนเรียกอีกครั้ง ก่อนที่จะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้เหมือนคนเรียกคนนั้นเดินตามฉันออกมา


ฟึ่บ!


“เงินหล่นน่ะ”


ฉันควรจะดีใจรึเปล่า?


“ขะ ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกยิ้มๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับเงินจำนวนหนึ่งกลับมาใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ มันคงร่วงออกจากกระเป๋าเสื้อเพราะฉันรู้สึกว่ากระเป๋ามันตื้นมากตั้งแต่ตอนที่ยัดมันใส่เอาไว้แล้ว แต่เมื่อครู่มัวแต่ระแวงคนมากกว่าการทำเงินหล่นน่ะสิ


เงินจำนวนนี้เป็นของพยาบาลคนนั้นนั่นแหละ ฉันขโมยมาหลังจากที่ค้นเจอมันในกระเป๋าสตางค์ของเธอ เพราะฉันจำเป็นต้องใช้เงินในการหนี ไม่อย่างนั้นฉันจะหนีรอดได้ยังไง ซึ่งโชคดีที่เธอมีเงินสดติดตัวอยู่บ้าง ถึงจะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ทำให้อุ่นใจกว่าไม่มีเลย เอาเป็นว่าถ้าฉันหนีรอดไปได้ ฉันจะส่งเงินกลับมาคืนเธอให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลยก็แล้วกัน


หลังจากที่ได้เงินคืนมาแล้ว ฉันก็ยิ้มให้นายคนนั้นนิดหน่อยก่อนจะรีบเดินออกมาจากโรงพยาบาล การทำตัวกลมกลืนกับคนอื่นที่เดินสวนไปสวนมาไม่ใช่เรื่องยากนัก เว้นซะก็แต่ฉันจำเป็นต้องสอดส่ายสายตาเพื่อระวังคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนเอาไว้ตลอดเวลาด้วย ซึ่งนับตั้งแต่ที่ก้าวเท้าออกมาจากห้องพัก ฉันก็เห็นว่าคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนป้วนเปี้ยนอยู่เต็มโรงพยาบาลไปหมด


เกือบสิบนาทีกว่าที่ฉันจะสามารถพาตัวเองออกมายืนอยู่ที่ถนนด้านหน้าโรงพยาบาลได้สำเร็จ ด้านหน้าโรงพยาบาลมีป้ายรถเมล์ แต่สำหรับฉัน ที่ตรงนั้นมันสว่างเกินไป ในเวลาที่ต้องหลบซ่อนตัว ฉันไม่ควรจะมายืนประเจิดประเจ้อตรงนั้น และที่สำคัญคือฉันจะยืนอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องเดินไปเรื่อยๆ และไปให้เร็วที่สุดด้วย


สุดท้ายฉันก็เลือกจะเดินลัดเลาะมาตามถนนเส้นเล็กๆ ที่ถึงแม้จะมืดและเปลี่ยว แต่มันน่าจะปลอดภัยกับฉันมากกว่าการพาตัวเองเดินไปตามถนนเส้นหลัก เพราะฉันไม่แน่ใจนักว่าตอนนี้คนของแบล็กสกอร์เปี้ยนที่เฝ้าฉันอยู่ที่โรงพยาบาลจะรู้รึยังว่าฉันหายออกมา


เดิมทีถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทักฉันแล้วฉันดันอ้างไปว่าจะลงมาเบิกยา ฉันอาจมีเวลามากกว่านี้ ไม่รู้ว่าป่านนี้นายคนนั้นอาจจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติแล้วรึยังว่าฉันลงมาเบิกยานานผิดปกติ เพราะนับเวลาตั้งแต่ที่ฉันก้าวออกมาจากโรงพยาบาลก็เกินครึ่งชั่วโมงแล้ว คิดแล้วก็ทำให้ฉันมองเห็นความผิดพลาดของตัวเองขึ้นมา ถ้าพี่โยชิดะยังอยู่ ฉันต้องโดนเขาเอ็ดยกใหญ่แน่ๆ


ฉันรู้ดีว่าคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนไหวพริบดีทุกคนนั่นแหละ จะเรียกว่านี่เป็นเกมที่ฉันกำลังชิงไหวชิงพริบกับคนพวกนั้นอยู่ก็ได้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นช่วงเวลากลางคืนที่ทุกคนคิดว่าฉันต้องการพักผ่อน เขาอาจผลักประตูเข้าไปดูในห้องให้แน่ใจแล้วก็ได้ว่าฉันปวดแผลและต้องการยาแก้ปวดจริงรึเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บที่หัวใจ ไม่คิดมาก่อนว่าวันหนึ่งฉันจะต้องมาเดินหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ข้างถนนแบบนี้ ทั้งที่เป็นถึงรองประธานของเสือขาว ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ยิ่งใหญ่หรือมีอิทธิพลเท่าแบล็กสกอร์เปี้ยน เพราะรายนั้นคงหาคนเทียบได้ยาก จะคิดว่าไม่มีเลยก็ไม่ผิดนัก แต่อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่เคยต้องหลบซ่อนใคร ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันภูมิใจเสมอกับการเป็นเสือขาว


ก่อนหน้านี้แบล็กสกอร์เปี้ยนกับเสือขาวไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนหรอก จนกระทั่งวันที่พี่โยชิดะตัดสินใจจะหมั้นหมายและมีแผนจะแต่งงานกับพี่ฮิมาวาริ รองประธานของกระเรียนทองกรุ๊ป ซึ่งทุกอย่างก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีจนกระทั่งพี่โยชิดะสืบทราบมาว่าแท้จริงแล้วกระเรียนทองกรุ๊ปมีเพียงแค่เปลือก ทุกอย่างของกระเรียนทองกรุ๊ปตกอยู่ภายใต้อำนาจของแบล็กสกอร์เปี้ยนทั้งหมด (ที่อยู่ภายใต้อำนาจของโอยามะ) พี่โยชิดะจึงตัดสินใจส่งฉันเข้าไปสืบหาความจริง นั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้ฉันต้องไปทำความรู้จักกับคนสารเลวอย่างไดสึเกะ


ฉันถูกส่งเข้าไปที่แบล็กซิโนในฐานะลูกค้า ทั้งหมดก็เพื่อหาทางใกล้ชิดกับไดสึเกะ เพราะไดสึเกะเป็นอีกหนึ่งคนที่จะต้องรู้ข้อมูลของกระเรียนทองกรุ๊ปที่พี่โยชิดะต้องการ หน้าที่ของฉันคือทำทุกอย่างเพื่อให้ไดสึเกะสนใจในตัวของฉัน ซึ่งเขาก็สนใจฉันตั้งแต่ก้าวแรกที่ฉันก้าวเข้าไปในแบล็กซิโนจริงๆ เหมือนอย่างที่พี่โยชิดะบอกเอาไว้


ไดสึเกะเป็นฝ่ายพยายามเข้าหาฉันโดยไม่รู้ตัวมาก่อนว่าฉันเป็นใคร เขารู้จักฉันในฐานะของลูกค้าของแบล็กซิโนเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นแผนการของพี่โยชิดะมาตั้งแต่ต้น


ฉันจำได้ดีว่าในตอนนั้นไดสึเกะเทกแคร์ฉันเป็นอย่างดี เราเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น ไว้ใจกันมากขึ้น หลายครั้งที่ฉันเองก็เผลอใจไปกับเขา จนในที่สุดเราต่างก็รู้สึกพอใจในตัวของกันและกัน สุดท้ายฉันก็สามารถทำให้ไดสึเกะยอมที่จะบอกข้อมูลของกระเรียนทองกรุ๊ปกับฉัน ซึ่งความจริงก็คือกระเรียนทองกรุ๊ปเป็นส่วนหนึ่งของแบล็กสกอร์เปี้ยนไปแล้วจริงๆ ตามที่พี่โยชิดะมีข้อมูลอยู่


หลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวของกระเรียนทองกรุ๊ปให้พี่โยชิดะรับรู้ เขาก็ตัดสินใจยกเลิกงานหมั้นรวมถึงล้มแผนการจะแต่งงานกับพี่ฮิมาวาริทันที ซึ่งในขณะที่เรื่องราวของพี่โยชิดะจบลง เรื่องราวของฉันกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้น เพียงแต่มันไม่ได้เริ่มต้นอย่างสวยงามหรือราบรื่นแบบที่ฉันคิด


ความสัมพันธ์ของฉันกับไดสึเกะมันก็เหมือนอย่างที่เคยได้ยินคนอื่นเขาพูดกัน เราเริ่มต้นจากการเป็นคนแปลกหน้าที่มีมูลเหตุชักจูงให้ต้องมาทำความรู้จักกัน จากนั้นก็เริ่มสนิท เริ่มผูกพัน จนกระทั่งกลายเป็นความรัก


ใช่! สำหรับฉันครั้งหนึ่งความรู้สึกที่ฉันมีต่อไดสึเกะมันเคยเป็นความรัก


ฉันยอมรับว่าฉันเคยหลงรักผู้ชายสารเลวอย่างไดสึเกะ ความสัมพันธ์ของเราอยู่ในระดับลึกซึ้งแบบที่ฉันเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าทั้งหมดนั้นมันจะมีแค่ฉันที่รู้สึกไปเองเพียงคนเดียว ยิ่งนึกถึงความจริงเรื่องนี้ ฉันก็ยิ่งเกลียดตัวเอง


หลังจากที่ฉันยอมไว้ใจเขา ยอมเป็นของเขา ไดสึเกะก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาค่อยๆ หายออกไปจากชีวิตของฉันทีละนิดๆ และเริ่มติดต่อไม่ได้ นั่นทำให้ฉันเริ่มสัมผัสได้ว่าที่ผ่านมามันก็แค่ละครที่เขาแสดงเพื่อตบตาฉันเท่านั้น ซึ่งสำหรับฉันแล้วการเลิกราไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะฉันรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งคนที่หมดใจ และสำหรับไดสึเกะ เขาอาจไม่ได้รักฉันเลยตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ส่วนสาเหตุที่เขายอมบอกข้อมูลของกระเรียนทองกรุ๊ปกับฉัน ที่ฉันเพิ่งมั่นใจเมื่อไม่นานมานี้เองว่ามันไม่ได้เกิดจากความไว้ใจ เพียงแต่ข้อมูลที่ว่า มันดันเป็นอะไรที่คนอย่างไดสึเกะเองไม่ได้คิดว่ามันสำคัญหรือเป็นความลับอะไรอยู่แล้วตั้งแต่ต้นต่างหาก


สิ่งเดียวที่มีความหมายกับผู้ชายอย่างไดสึเกะ ก็คือผลประโยชน์ของตัวเขาเอง นั่นทำให้มันไม่ยากเลยที่เขาจะยอมเล่าทั้งหมดให้ฉันฟัง เพื่อแลกกับร่างกายของฉัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการในตอนนั้น


ฉันมันโง่เอง!


ฉันยอมเลิกรากับไดสึเกะเพราะไม่ต้องการอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่พี่โยชิดะกลับไม่คิดแบบนั้น เขาต้องการให้ฉันแต่งงานกับไดสึเกะเพื่อให้คนอย่างไดสึเกะรับผิดชอบ หากแต่ฉันที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขารู้ดีว่าแท้จริงแล้วมันมีเหตุผลมากกว่านั้น


หลักๆ เลยก็น่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่พี่โยชิดะต้องการจากแบล็กสกอร์เปี้ยน มันปฏิเสธได้ยากว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวงการนี้ ล้วนต้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันทั้งนั้น ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความต้องการของฉันเลย แต่ฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธในเมื่อนั่นเป็นคำสั่งของพี่ชาย


ทุกอย่างที่พี่โยชิดะทำ มันเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของเสือขาว รวมไปถึงการที่ฉันได้มารู้ทีหลังว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ไดสึเกะปฏิเสธฉัน เป็นเพราะว่าเขามีคนรักที่ชื่อ ‘ริโกะ’ อยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ จากที่ไม่คิดจะโกรธ ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ฉันเริ่มตามสืบเรื่องของผู้หญิงคนนั้นจนกระทั่งรู้ว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกโอยามะซื้อมา เพราะเธอถูกพ่อกับแม่ของเธอพามาขาย พ่อของเธอติดการพนัน ส่วนแม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน (สามารถติดตามได้จาก Black scorpion มาเฟียถลำรัก)


ความจริงที่สืบมาได้ทำให้ฉันเกือบจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจยัยเด็กนั่นอยู่แล้วเหมือนกัน ถ้าไม่ติดตรงที่ไดสึเกะดันเข้ามาขวาง มิหนำซ้ำยังออกตัวว่าจะปกป้องยัยนั่นทุกอย่าง นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความอดทนของฉันหมดลง!


ที่สุดแล้วฉันก็ตัดสินใจจะพรากยัยเด็กนั่นไปจากไดสึเกะ ฉันอยากเห็นคนไร้หัวใจอย่างนั้นต้องอยู่อย่างเจ็บปวด โดยร่วมมือกับพี่โยชิดะ เพราะพี่โยชิดะเองก็ตั้งใจจะสั่งสอนพวกแบล็กสกอร์เปี้ยนด้วยเหมือนกัน หากแต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างที่วางแผนมากลับล้มเหลว


แผนการกำจัดริโกะเพราะต้องการเห็นไดสึเกะทรมานของฉันไม่สำเร็จเพราะถูกขัดขวางโดยพวกแบล็กสกอร์เปี้ยน มิหนำซ้ำฉันเองก็เพิ่งมารู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเด็กผู้หญิงที่ชื่อริโกะนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไดสึเกะเลยด้วยซ้ำ เธอเป็นเพียงหมากที่ไดสึเกะวางเอาไว้ เพราะต้องการไล่ฉันออกจากชีวิตของเขาเท่านั้นเอง


นอกจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะทำให้ฉันหูตาสว่าง เห็นถึงความสารเลวของไดสึเกะแล้ว มันยังทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปตลอดกาลเพราะฉันต้องสูญเสียพี่โยชิดะไปอย่างไม่มีวันกลับ


ในคืนนั้น พี่โยชิดะเลือกจะยิงตัวเองตายต่อหน้าฉัน ซึ่งถึงแม้คนนอกจะมองว่ามันเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด แต่ฉันและทุกคนของเสือขาวรู้และเข้าใจดีว่ามันเป็นการกระทำเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเสือขาว การฆ่าตัวตายของพี่โยชิดะคือการประกาศให้พวกแบล็กสกอร์เปี้ยนรู้ว่าไม่ว่ายังไงเราก็จะไม่ยอมก้มหัวให้แบล็กสกอร์เปี้ยนอย่างเด็ดขาด และฉันเองก็จะไม่มีทางทรยศพี่โยชิดะ


ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วการที่โอยามะต้องการจะให้ฉันแต่งงานกับไดสึเกะไม่ใช่มันมีเหตุผลมากกว่าการแก้แค้นฉัน มากกว่าการสั่งสอนไดสึเกะ แต่ทั้งหมดนั่นมันก็เพื่อจะยึดทุกอย่างของเสือขาว ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าพวกแบล็กสกอร์เปี้ยนต้องการจะชุบมือเปิบฮุบเอาทุกอย่างที่พี่โยชิดะสร้างมาไปง่ายๆ ซึ่งฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด


ตุ้บ!


สองเท้าของฉันอ่อนแรงลงเมื่อพาตัวเองเดินมาถึงจุดหมายปลายทาง ฉันทิ้งตัวเองนั่งลงกับพื้น สองตามองออกไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ตอนนี้ด้านในมืดสนิทเพราะไม่มีคนอยู่ แต่ด้านนอกกลับมีคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนตรึงกำลังอยู่อย่างแน่นหนา


ฉันนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ในหัวใจมีแต่ภาพของพี่โยชิดะและรอยยิ้มของเขา มันทำให้ยากต่อการจะกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องรีบยกหลังมือขึ้นมาปาดมันออก เพราะรู้ดีว่าแต่ไหนแต่ไรมาพี่โยชิดะไม่ชอบเห็นฉันร้องไห้ เขาพูดเสมอว่าเสือไม่ร้องไห้ง่ายๆ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าช่วงหลังมานี้ฉันทำผิดกับเขามากเหลือเกิน


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว