ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (2/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (2/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2562 17:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง (2/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 17 – ด้านมืดที่แท้จริง



RRRrrr RRRrrr

แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูพร้อมกับหมายเลขที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ เรียกรอยยิ้มแสนร้ายกาจจากริมฝีปากหนาได้เป็นอย่างดี มือหนาเลือกจะกดปิดหน้าจอ จัดการยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่คิดสน ว่าการกระทำนั้นจะสร้างความร้อนใจให้ปลายสายหรือไม่ ขณะที่ขายาวก็ก้าวออกจากสนามแข่งที่กำลังวุ่นวาย มุ่งตรงไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล

ปึก!

“ยิ้มเหี้ยแบบนี้แปลว่าได้ผลดีสินะ” ทันทีที่บานประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับถูกปิดลง คนที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ฝั่งคนขับก็หันกลับมามองผู้มาใหม่พลางแสยะยิ้ม มองสบกับดวงตาคมวาววับที่ฉายชัดถึงประกายความพึงพอใจ

“หึ อย่ามาทำเป็นพูดทั้งที่มึงเป็นคนเสนอแผนนี้เองสิ ไอ้มาร์ค” ไดมอนด์เลิกคิ้วมองคนพูดอย่างยียวน ให้มาร์คหัวเราะร่วนออกมา ก่อนจะอัดบุหรี่ในมือจนหมดมวนแล้วโยนทิ้ง

“ไม่คิดเลยนะว่ารูปแค่รูปเดียว จะทำให้ไอ้นักรบและคนทั้งสนามเดือดได้ขนาดนี้” ดวงตาแสนร้ายกาจก้มมองโทรศัพท์ในมือที่ยังคงสั่นอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนต้องระเบิดหัวเราะออกมาอย่างนึกสะใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันได้เห็นภาพของคนอวดดีและหยิ่งผยองอย่างไอ้นักรบร้อนรนได้ขนาดนี้

ป่านนี้ไอ้นักรบมันคงจะเดือดพล่านจนอยู่ไม่สุขแล้วล่ะมั้ง

“ก็เมียทั้งคน”

จะไม่ให้หวงจนเดือดได้ไง

มาร์คกระชากตัวรถออกจากอาณาเขตสนามแข่งรถอย่างรวดเร็ว พลางเหลือบตามองร่างบางของคนที่นอนหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่ตรงเบาะด้านหลัง คาดว่าอีกไม่นานบรรดาลูกน้องในสนามแข่งคงจะแยกย้ายกันออกตามหาตัวคนที่หายไปอย่างแน่นอน

คำพูดของมาร์คทำให้ไดมอนด์ละความสนใจจากโทรศัพท์เครื่องหรู แล้วเปลี่ยนมาเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกเหนือกว่าศัตรูตัวฉกาจได้ขนาดนี้แทน

จุดอ่อนของไอ้นักรบ

หลังจากไอ้เพื่อนลูกครึ่งหน้าหล่ออย่างมาร์ค ยอมเสียสละตัวเองเข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในอู่จนโดนกระทืบปางตาย ก็ทำให้เขาได้ความลับสุดแสนจะแปลกใจและน่าทึ่งในคราวเดียวกัน ว่าคนอย่างไอ้นักรบก็มีจุดอ่อนกับคนอื่นเขาด้วย

และถึงแม้จะไม่เชื่อข้อมูลของเพื่อนลูกครึ่งหน้าหล่อสักเท่าไหร่นัก แต่จากการแข่งคราวก่อนมันก็ทำให้ไดมอนด์ได้เห็นกับตา และได้เจอกับตัวจนเชื่อสนิทใจแล้วว่าร่างบางตรงเบาะหลังมีความสำคัญกับไอ้นักรบมากแค่ไหน

มากจนมันอยู่ไม่สุขแบบตอนนี้ไง

“จะว่าไป ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ”

แววตาหยาบโลนไล่พิจารณาทั่วร่างกายของคนที่ครั้งหนึ่งเคยถูกนำมาเป็นของพนันอย่างจาบจ้วง ดวงหน้าหวานแม้จะซีดเซียวเพราะฤทธิ์ไข้แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจอยู่ไม่น้อย ผิวขาวเนียนที่คิดว่าหากลองได้สัมผัสสักครั้งคงจะนุ่มลื่นติดมืออย่างแน่นอน

“อย่าแตะ”

น้ำเสียงเหี้ยมลอดผ่านไรฟันที่ขบกันจนแน่น มือหนากำพวงมาลัยอย่างข่มอารมณ์โกรธ เมื่อคนพูดไม่พูดเปล่าแต่กลับเอี้ยวตัว ยื่นมือไปด้านหลังหมายจะสัมผัสผิวกายเนียนนุ่มของคนที่นอนหลับหน้าซีด ซึ่งนั่นเรียกเสียงหัวเราะจากไดมอนด์จนดังก้องไปทั่วทั้งห้องโดยสารภายในรถ

“ทำหวง หึ ทำไม มึงก็อยากได้เหมือนกันหรือไง” คนถูกปรามหัวเราะต่ำในลำคอ พลางเหลือบตามองคนขับอย่างรู้ทัน

จะให้ไม่รู้เท่าทันความคิดได้ยังไงกัน คนอย่างไอ้มาร์คยอมปล่อยให้ศัตรูคู่อาฆาตกระทืบตัวเองจนอาการสาหัส ปางตายเพียงเพื่อช่วยปกป้องคนแค่คนเดียว นั่นก็เป็นหลักฐานชั้นดีที่สามารถบอกได้แล้วว่ามันน่ะคงถูกใจร่างบางอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

“เรื่องของกู” คนฟังไหวไหล่ ยอมผละจากความตั้งใจแล้วกลับมาสนใจเพื่อนตัวเองดังเดิม

“แต่ของเหลือจากไอ้นักรบเลยนะเว้ย มึงยอมได้เหรอวะ”

“อย่าดูถูกคุณจิณณ์!” มือหนากำพวงมาลัยแน่นขึ้น รถคันหรูแล่นเร็วขึ้นตามอารมณ์ของคนขับที่พุ่งสูงด้วยความโกรธ

ใครจะดูถูกคู่นอนของใครก็แล้วแต่มาร์คไม่เคยคิดจะใส่ใจ แต่ต้องไม่ใช่กับคุณจิณณ์!

“ถือซะด้วย” คนฟังเบ้ปากอย่างเยาะเย้ย ใจจริงก็อยากจะแกล้งยั่วอารมณ์เพื่อนตัวเองต่ออีกสักนิด แต่พอเห็นแววตากระด้างของคนขับที่หันกลับมาจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไดมอนด์ก็ทำเพียงแค่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ แล้วว่าต่อ

“จะไปยากอะไรถ้ามึงอยากได้ มึงก็จัดการไอ้นักรบมันซะสิวะ แค่นี้เมียมันก็จะกลายมาเป็นเมียมึง”

“กูจัดการมันแน่ มึงไม่ต้องห่วง” ไอ้คนที่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสจนต้องนอนโรงพยาบาลอยู่หลายวัน มาร์คไม่มีทางปล่อยให้มันได้มีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่คิดทำอะไรแน่

มันต้องตายกันไปข้าง

รถคันหรูยังคงพุ่งทะยานไปตามเส้นถนนอย่างรวดเร็ว ตามแรงอารมณ์ของคนขับโดยที่คนตรงเบาะด้านหน้าทั้งสองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าใครอีกคนที่กำลังพูดถึงอยู่นั้น รับรู้และได้ยินบทสนทนาทุกอย่างผ่านโทรศัพท์เครื่องหรูของจิณณ์ที่ไม่ได้หลับอย่างที่คิด

และตอนนี้ก็กำลังพุ่งตัวตามออกมาด้วยความร้อนใจ ราวกับไฟที่พร้อมจะมอดไหม้ทุกอย่าง

มึงกล้าแตะเมียกูแม้แต่นิดเดียว มึงไม่ตายดีแน่ไอ้เหี้ยมาร์ค*!*


.

.

.


นับตั้งแต่วันแรกที่ถูกพาตัวมาอยู่ด้วยกันกับคุณนักรบจวบจนถึงปัจจุบัน จิณณ์ไม่เคยได้แตะต้องเครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่าโทรศัพท์เลยสักครั้ง เพราะปกติเขาจะมีหน้าที่แค่คอยอยู่ช่วยป้าแก้วทำงานบ้านและดูแลเวลาคุณนักรบกลับมาเท่านั้น

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะนับเป็นความโชคดีหรืออย่างไรที่ก่อนออกจากบ้าน วันนี้จู่ๆ คุณนักรบก็ยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูให้กับจิณณ์เอาไว้ มิหนาซ้ำยังกำชับด้วยน้ำเสียงทุ้มและสายตาจริงจังอีกด้วยว่าต้องพกมันติดตัวตลอดเวลา

แม้ว่าคราแรกจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายในสิ่งที่ร่างสูงต้องการจะสื่อมากนัก แต่เพราะดวงตาคมเข้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกังวลระคนห่วงใย ทำให้จิณณ์แค่เพียงพยักหน้าและรับมันไว้ตามที่อีกฝ่ายต้องการ

แล้วในวินาทีที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการนอนหลับเพราะฤทธิ์ไข้ ด้วยเสียงปิดของบานประตูที่ดังลั่นและเสียงของคนสองคนที่พูดคุยกันแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันก็ทำให้จิณณ์เข้าใจความกังวลของคุณนักรบ และรู้ได้ทันทีว่าตัวเองถูกพาออกมาจากห้องพักในโซนวีไอพีของสนามแข่งรถเป็นที่เรียบร้อยโดยฝีมือใครบางคน

ใครบางคนที่จิณณ์รู้สึกคุ้นกับน้ำเสียงจากหนึ่งในสองคนนั้นเหลือ

ดังนั้น ต่อให้เวลานี้จะนึกหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเผชิญ หรือมึนงงเพราะฤทธิ์ไข้ที่เหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นสักเพียงไร จิณณ์ก็ยังคงมีสติมากพอจะไม่ทำให้คนด้านหน้าทั้งสองรับรู้ว่าเขาตื่นขึ้นแล้ว

มือเรียวข้างหนึ่งที่แม้จะอ่อนแรง แต่ก็พยายามควานหาเจ้าโทรศัพท์เครื่องหรูจากในกระเป๋ากางเกงอย่างแผ่วเบาและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะพยายามติดต่อหาคนที่มอบมันให้แก่เขาด้วยหัวใจที่สั่นระรัว

คุณนักรบ*…ช่วยผมด้วย*

ความคิดที่ทำให้หยาดน้ำสีใสร่วงหล่น ทั้งที่เปลือกตาบางทั้งสองยังคงปิดสนิท จิณณ์ได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้เจ้าของอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นและปลอดภัยออกตามหา แล้วพาเขากลับไปอย่างปลอดภัย

ปลอดภัยทั้งตัวเขาและ…คุณนักรบ

บทสนทนาสุดท้ายก่อนทุกอย่างภายในรถจะเงียบสงัด ทำเอาลมหายใจของจิณณ์สะดุด เมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำของคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกน้องในอู่อย่างคุณมาร์คใช้พูดถึงคุณนักรบนั้น มันฟังดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น

ทำไม*?*

คำถามมากมายผุดขึ้นในความคิดของจิณณ์ เพราะอะไรกันทำไมคุณมาร์คถึงต้องโกรธแค้นคุณนักรบ แล้วทำไมถึงต้องคิดจะเอาคืนคุณนักรบด้วย ในเมื่อคุณนักรบเองก็เป็นเจ้านายของอีกคนด้วยไม่ใช่หรือ

หรือว่าเขาพลาดอะไรไป

ตลอดเส้นทาง ภายในรถมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหวีดหวิวของสายลม กระทั่งรถที่เคยเคลื่อนตัวด้วยความเร็วจอดสนิทพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลง ก่อนร่างบางของจิณณ์จะถูกช้อนอุ้มออกจากเบาะด้านหลังรถด้วยท่อนแขนแกร่งของใครบางคน จากนั้นก็ถูกจัดวางให้นอนราบลงบนฟูกนุ่มที่มีลักษณะคล้ายกับโซฟาอย่างระมัดระวัง

“แล้วมึงจะทำไงต่อ จะปลุกเลยหรือปล่อยให้นอนอยู่แบบนั้น” ไดมอนด์เอ่ยถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวข้างๆ มองคนที่ยื่นมือไปทาบบนหน้าผากมนแผ่วเบา เหมือนกลัวอีกคนจะตื่นเพราะสัมผัสของมัน แล้วก็ได้แต่เบ้หน้าอย่างรู้สึกสยองกับสิ่งที่ได้เห็น

“ปล่อยให้พักนั่นแหละ ตัวคุณจิณณ์รุมๆ สงสัยจะเป็นไข้”

“อ้ะ…อื้อ”

เสียงครางแผ่วเบาในลำคอดังลอดออกจากริมฝีปากบางของคนที่หลับสนิท ส่งผลให้มือหนาเย็นจัดข้างที่ยังใช้การได้ปกติต้องรีบผละออก มาร์คขมวดคิ้วเข้าด้วยกันแน่น ตาคู่คมมองดวงหน้าหวานที่ซีดเซียวอย่างเป็นกังวล

คุณจิณณ์กำลังไม่สบาย

อุณหภูมิสูงที่แผ่ออกมาจากร่างบางบอกอย่างนั้น เพียงเท่านี้มันก็ทำให้มาร์คถึงกับต้องคำรามต่ำในลำคออย่างไม่สบอารมณ์นัก เพราะก่อนหน้านี้เขาต้องรีบพาตัวคุณจิณณ์ออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ก่อนคนอื่นๆ ในอู่จะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เลยทำให้เขาลืมเอะใจถึงอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าร่างกายของคนปกติทั่วไปนี้

“สั่งคนของมึงเอายาเข้ามาให้กูด้วย” ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเซียว ทั้งยังดูเหมือนจะตัวสั่นกว่าเดิม คนมองก็เอ่ยกับอีกหนึ่งชีวิตที่นั่งอยู่เสียงเข้ม

“เฮ้ย! เป็นแค่ตัวล่อไอ้นักรบ มึงจะดูแลดีอะไรนักหนา” คำพูดราวกับไม่ใยดีในอาการป่วยไข้ของจิณณ์ทำเอามาร์คถึงกับคิ้วกระตุก คนที่เคยนั่งยองอยู่หน้าโซฟาตัวยาวพรวดพราดลุกขึ้นยืนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่คนพูดทันที

หมับ!

“ถ้ามึงอยากตาย ก็ลองไม่ทำตามที่กูบอกสิ” คอเสื้อของไดมอนด์ถูกกระชากเต็มแรง น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านไรฟันที่ขบกันแน่นจนขึ้นกราม ทั้งยังขยับเข้าไปใกล้ แววตาคู่คมกำลังฉายชัดว่ามาร์คไม่ได้ขู่แต่…เขาทำจริง

“มึงจะหวงยังไงก็ได้กูไม่ว่า แต่อย่ามาซ่ากับกู” ท่าทางโกรธจัดที่ทำให้ไดมอนด์ว่าเสียงเรียบ พลางดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ก่อนจะผลักคนตรงหน้าอย่างเต็มแรงจนเสียหลักเซไปด้านหลัง นิ้วเรียวยาวยกขึ้นชี้หน้าคาดโทษอีกคน แล้วว่าต่อเสียงเรียบ

“อย่าลืมว่าตอนนี้มึงยังไม่ผ่านบททดสอบของกลุ่ม”

ใช่, ถึงเขากับมันจะเป็นเพื่อนกันมาหลายปีก็จริง แต่ตอนนี้ไอ้มาร์คยังไม่ผ่านบททดสอบสำคัญเพื่อเข้าร่วมกับแก๊งของเขาเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น มันจึงไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับเขาแบบนี้

ปัง! ปัง! ปัง!!!

อ้ากกกกกกกก!!!

ขณะที่เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดกันพร้อมกับเสียงร้องโอดครวญอย่างทรมานและเจ็บปวด มาจากทางด้านหน้าของอู่ทำเอาไดมอนด์เลิกคิ้วขึ้นนิด มองดวงหน้าหล่อของมาร์ค ก่อนรอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“เหมือนเจ้าของเขาจะมาเยือนแล้วว่ะ”



---


เอาซี่ พ่อเสือเขาโกรธแล้วหนา สู้ไหวอ่อ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว