กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่17 เราจะแต่งงานกัน 1

ชื่อตอน : ตอนที่17 เราจะแต่งงานกัน 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 244

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2562 18:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่17 เราจะแต่งงานกัน 1
แบบอักษร

​เราจะแต่งงานกัน 1


อนภัทรขับรถมารับแก้วกันยาที่ทำงานเหมือนเช่นทุกวัน 

"กินอะไรดี" อนภัทรหันมาถามแก้วกันยาที่นั่งเงียบมาตลอดทาง 

ยามนี้เขาทำตัวเป็นแฟนที่ดีของเธออย่างสมบูรณ์เข้านอกออกในบ้านแสงสุริยา ตามรับตามส่ง ไปกินข้าว ไปเที่ยวพักผ่อนถ้ามีเวลาว่าง 

แม้แฟนมโนอย่างแก้วกันยาจะไม่เคยให้ความร่วมมือใดๆเลยก็ตาม ดื้อกับเขาอย่างไรเธอก็ยังเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยน

"ไม่กิน..."

เมื่อได้คำตอบอนภัทรก็ตีไฟหักรถเข้าจอดข้างทางอย่างไม่ทันตั้งตัว

ร่างหนากระชากร่างบางให้ขยับมาเผชิญหน้ากัน ไม่ต้องรั้งรอชายหนุ่มประกบจูบเธอทันทีไม่ให้เสียเวลา แม้เธอจะดิ้นสู้ขัดขืนเขาก็ไม่หยุดปากหนายังคงบดเบียดกับปากอิ่มบดขยี้ดูดกลืนทุกสิ่งอย่างตามที่ใจเขาต้องการ

"อื้อออ!!" แก้วกันยารัวมือใส่อนภัทรไม่ยั้งจนที่สุดเขาก็ยอมผละออกไป หญิงสาวเหนื่อยหอบผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการที่เขากดท้ายทอยเธอเอาไว้มั่น มือบางปาดลิปสติกที่เปรอะเปื้อนปากอย่างหงุดหงิดใจ สายตาคมมองหน้าคู่กรณีอย่างขึงขังแม้จะไม่ได้ร้องโวยวายเช่นอดีตที่เคยทำ

ปากเขายังมีสีลิปสติกเธอติดอยู่

"ทุเรศ!" หญิงสาวดึงกระดาษทิชชู่ส่งให้ทำเอาอนภัทรยิ้มออกมาอย่างประหลาดใจ   "เช็ดปากสิมายิ้มทำไม!" แก้วกันยาเหวี่ยงใส่ อนภัทรยิ้มและก็เช็ดปากตัวเองจนสิ้นสี

"แต่งงานกันมั้ย" อนภัทรมองแก้วกันยาอย่างจริงจัง

"ห๊ะ!" หญิงสาวหันมามองหน้าเขาอย่างประหลาดใจสุดๆ

"ไม่กินข้าวก็ไม่เป็นไร....งั้นไปหาพ่อผมกัน"

"พ่อนาย..." แก้วกันยาหน้าตื่น

"ใช่" อนภัทรยิ้ม

"เดี๋ยวๆนี่มันเรื่องอะไร ฉันไม่แต่งงานกับนายหรอกนะแล้วก็ไม่ไปหาพ่อนายด้วย"

"ทำไม?...นี่ผมจริงจังนะ"

"นายเกลียดครอบครัวฉัน!"

"แต่ผมรักคุณนี่นา"

ตึกๆ...ตึกๆ..ตึกๆ..

แค่ได้ยินคำว่ารักที่หลุดออกมาง่ายๆของอนภัทร แก้วกันยาก็ใจเต้นระส่ำเธอมองหน้าเขาอย่างประมวลผลไม่เชื่อเลยว่าสิ่งที่อนภัทรพูดคือความจริงที่กลั่นออกมาจากใจ

เขาเกลียดเธอ...

หญิงสาวรู้ดีเพราะเขาแสดงออกมาโดยตลอด แม้จะเจอกันในช่วงเวลาสั้นๆแต่คนที่เคยกักขังเธอ ตบหน้าเธอ ย่ำยีเธอจะกลายเป็นคนที่รักเธอไปได้อย่างไร

ไม่มีใครรู้ว่าเขาร้ายกาจแค่ไหนนอกจากเธอเท่านั้น...

แม้คุณภัทรที่ใครๆเรียกจะสุภาพแสนดีกับเธอแค่ไหนหญิงสาวก็ไม่เคยไว้ใจเลยสักครั้ง

เราไม่ได้เป็นแฟนกันแต่หลายเดือนมานี้เขาทำตัวเป็นคนรักที่แสนดีของเธอมาตลอดแม้แต่เวลาอยู่กันตามลำพังเขาก็ไม่เคยแสดงกิริยาหรือพูดจาต่ำๆใส่เธอจะมีก็แต่อาการเอาแต่ใจที่มักล่วงเกินร่างกายเธอยามหัวเสียเหมือนเมื่อครู่เท่านั้น

"อย่าพูดบ้าๆ"

"ผมมันไม่มีหัวใจรึไง" อนภัทรดึงมือแก้วกันยามาจับที่หน้าอกซ้ายของตัวเอง   "เห็นมั้ยหัวใจผมก็ยังเต้น"

"บอกแผนคุณมาดีกว่าฉันยินดีจะร่วมมืออย่าเอาความรักที่คุณพูดมาล้อเล่นกันแบบนี้เลย"

"ไม่มีแผน....นอกจากแพลนแต่งงานของเรา" อนภัทรยิ้ม

"นี่!..." แก้วกันยาหงุดหงิด

"อาทิตย์นี้นะ...ผมจะพาคุณไปหาพ่อ"

"ส.ส.ก้องเกียรติ"

"ใช่...นั่นแหล่ะพ่อผม"



เย็นวันอาทิตย์ 

อนภัทรพาแก้วกันยามาร้านอาหารเล็กๆเป็นห้องแถวขนาด2คูหา มันเป็นร้านข้าวต้มธรรมดาแต่มีลูกค้าเดินเข้าออกอยู่ไม่ขาด

แก้วกันยาแปลกใจที่อนภัทรพาเธอมาที่นี่แต่เมื่อเห็นชายสูงวัยผิวขาวดูภูมิฐานแต่งตัวธรรมดานั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน เธอก็รู้ว่ามันคือเรื่องจริง

หญิงสาวยอมรับว่าแอบระแวงเหมือนกันว่าอนภัทรจะกุเรื่องมาทั้งหมดเขาอาจไม่ใช่ลูกนักการเมืองดัง

เธอพยายามหาข้อมูลของส.ส.ก้องเกียรติในอินเตอร์เน็ตก็ได้ข้อมูลมาพอควร แม้ในประวัติจะบอกว่ามีบุตรชายหนึ่งคนชื่ออนภัทร กิจจา แต่ไม่มีรูปถ่ายยืนยันว่าอนภัทรที่กล่าวถึงคือผู้ชายที่เดินอยู่ข้างหน้าเธอ

"พ่อ..." อนภัทรเรียกบิดา

"นี่ๆ...ลูกชายผม" ก้องเกียรติแนะนำลูกชายกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี อนภัทรก็ต้องพลอยยกมือไหว้ลุงๆป้าที่เข้าใจว่าคือฐานคะแนนเสียงของบิดาอย่างนอบน้อม

ทุกคนยิ้มแย้มก่อนจะแยกตัวออกไปเหลือเพียงแก้วกันยาที่ยืนเก้กังอยู่ข้างหลัง

"แก้วกันยาครับพ่อ" อนภัทรโอบหลังหญิงสาวเอาไว้

เธอยกมือไหว้แล้วก็นั่งลงตรงข้ามผู้ใหญ่ตามคำเชื้อเชิญ

"ได้ยินชื่อหนูมานาน...ดีใจนะที่ได้เจอกันสักที"ก้องเกียรติยิ้มอย่างเมตตา

บรรยากาศในมื้อเย็นเป็นไปอย่างเรียบง่ายสบายๆ พ่อของอนภัทรเป็นคนคุยเก่งและดูใจดีเป็นกันเอามากจนเธอเองนึกสงสัยว่าเขาเคยล่วงรู้ถึงนิสัยอย่ๆของลูกชายหรือเปล่า

อนภัทรเองก็ดูนิ่ง สุขุมขึ้นเมื่อยามอยู่ต่อหน้าบิดา

"เราวางแผนจะแต่งงานกันครับ" อนภัทรพูดขึ้นมาแล้วก็หันมามองหน้าเธอที่กำลังตักข้าวเข้าปาก

"ค่ะ" แก้วกันยาพูดได้เท่านั้นเมื่อเห็นว่าส.ส.ก้องเกียรติมองมาที่เธอ

"ฮ่าๆ...งั้นพ่อก็ต้องเคลียร์งานแล้วล่ะ"ก้องเกียรติยิ้ม


มือเย็นจบลงแล้วด้วยความรู้สึกที่ประทับใจ แก้วกันยาชื่นชมพ่อของอนภัทรมากเพียงแค่เจอกันครั้งแรก

"ฉันถามอะไรคุณได้มั้ย"

"ว่ามาสิ"

"คุณ.........เกลียดพ่อฉันเรื่องอะไร" แก้วกันยากลั้นใจถามออกไป

เธอลุ้นด้วยใจระทึกว่าอนภัทรจะโกรธเธอหัวฟัดหัวเหวี่ยงหรือไม่

สรุปคือไม่....

เขานิ่งไปพักใหญ่จนแก้วกันยาเองก็ใจไม่ดี

"คุณ........"

อนภัทรหันมามองแก้วกันยาพร้อมกับลูบหัวเธอเบาๆ

"เธอผมไม่บอก...คุณก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผมสินะ" อนภัทรรู้ทัน

"แล้ว......มันเรื่องอะไรกันพ่อฉันดูจะไม่รู้จักคุณสักนิด"

"....ท่านไม่รู้จักผมหรอก....และผมก็ไม่รู้จักท่านเหมือนกัน"อนภัทรโกหก

"หมายความว่าไง?"

"...."ชายหนุ่มนิ่ง

"คุณจำเด็กที่ชื่อเข่งได้มั้ย...คนที่ยกข้าวไปให้คุณกิน" แก้วกันยานึกตาม   "จริงๆแม่เขาตายไปแล้วคนที่เขาเรียกว่าแม่คือป้าแท้ๆของเขา ผมไม่เคยรู้ว่าแม่เข่งหน้าตาเป็นยังไงมีแต่คนบอกว่าสวยคมไปทำงานโรงงานแช่แข็งบนฝั่งแล้วก็ฆ่าตัวตาย...."

"โรงงาน...." แก้วกันยานิ่ง

"เข่งเป็นน้องคุณนะ...ผมไม่รู้ว่าพ่อคุณรู้รึเปล่าแต่เรื่องที่ผมได้ยินมามันก็ทำเอาผมโคตรเกลียดพ่อคุณเลย ผู้ชายมักมาก..."

"เข่ง....?" แก้วกันยาอึ้งยิ่งกว่าเก่า

"ผมแค่อยากสั่งสอนพวกคนรวยที่เห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศก็เลยสั่งลูกน้องจับคุณมา อยากรู้เหมือนกันว่าคนแบบนั้นจะเลี้ยงลูกมาแบบไหน แต่คุณน่ะฤทธิ์เยอะเกินอะไรๆมันก็เลยเกินกว่าที่ผมจะควบคุม ใจผมแค่อยากให้คุณเจอเข่ง...เขาเป็นเด็กดีกตัญญูเขาควรได้เจอพี่น้องเขาบ้าง ถ้าคุณเข้าใจในตอนนั้นผมก็ไม่ห้ามถ้าจะรับเข่งไปดูแล"

"ฉันเจอเข่งอีกได้มั้ย..."แก้วกันยาเสียงเครือ

"ได้สิ...ไว้มีเวลาเราไปกัน" อนภัทรยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปจับมือแก้วกันยาอย่างปลอบโยน



เขาส่งแก้วกันยาเรียบร้อยแล้วและโล่งใจมากที่เธอหลงเชื่อคำลวงของเขา อย่างน้อยเรื่องมโนนี้ก็ตัดความระแวงสงสัยในความเกลียดชังที่เขามีต่อสุธีได้ ชายหนุ่มมั่นใจว่าถึงอย่างไรเขาก็จะต้องได้แต่งงานกับแก้วกันยา

แก้วกันยารู้สึกใจหายเมื่อได้ฟังเรื่องจริงจากปากอนภัทร เธอเชื่อเขาจริงๆถ้าเอ่ยถึงความไม่พอของบิดาเพราะมันเป็นสิ่งที่เธอเห็นมาตลอด

ความเจ้าชู้ไม่รู้จักพอ...

ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความฟอนเฟ๊ะนอกจากคนในครอบครัวอนภัทรจะเอาเรื่องนี้มาจากไหนถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง พ่อเธอคงมีเล็กมีน้อยอีกมากเพียงแต่ไม่มีใครในบ้านมีโอกาสล่วงรู้

สงสารแต่ผู้หญิงพวกนั้นจะมีอีกมั้ยนะคนที่ยอมจบชีวิตตัวเองเพราะบิดาของเธอ

หญิงสาวมองรอยแผลจางๆที่ข้อมือซ้ายพลางยิ้มให้กับชีวิตตัวเอง ใครๆก็เป็นเหยื่ิอของบิดาเธอทั้งนั้น


ไม่นานผู้ใหญ่ทางฝ่ายอนภัทรก็เข้ามาพูดคุยเรื่องงานแต่งของทั้งคู่ สุธีพอใจมากที่ในที่สุดจะได้เกี่ยวดองกับคนใหญ่คนโตที่มีอิทธิพลที่สุดในจังหวัดนี้ก็ว่าได้ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันฤกษ์ดีในอีก6เดือนข้างหน้า

เป็นช่วงเวลาที่แก้วกันยามีความสุขที่สุด เมื่อตัดความระแวงสงสัยออกไปและเปิดใจรับชายหนุ่มมากขึ้น เธอก็พบว่าเขาเป็นคนดีกว่าที่คิด

สิ่งที่เธอได้รู้อีกอย่างคืออนภัทรเป็นลูกนอกสมรสหรือเรียกบ้านๆว่าลูกเมียน้อย แม่เขาเสียตั้งแต่ยังเด็กและเขาไม่เคยเข้ากับภรรยาหลวงของบิดาได้ ซึ่งจากที่แก้วกันยาได้เจอคุณทัศนีมันก็ดูจะเป็นเรื่องจริง เธอไม่พูดคุยกับตัวเธอหรืออนภัทรเลยสักคำได้แต่นั่งนิ่งทำเหมือนเราทั้งคู่ไม่มีตัวตน แต่พอได้ควงคู่ออกงานสังคมคุณทัศนีกลับยิ้มแย้มเรียกเธอกับอนภัทรว่าลูกไม่ขาดปาก จนแก้วกันยาเริ่มชินกับความจอมปลอมนี้ไปแล้ว

เราตกลงว่าจะไม่สร้างเรือนหอใหม่เธอยินดีจะไปอยู่ที่เรือนขาวซึ่งอนภัทรบอกว่ามันคือบ้านของเขา แก้วกันยาก็ไม่ขัดเพราะเธอเองก็ยื่นข้อเสนอที่จะขอกลับไปนอนที่บ้านบ้างหากเธอคิดถึงครอบครัว

เธอมาลองชุดเจ้าสาวหลังจากที่มีการปรับแก้ไปครั้งก่อน อนภัทรพอใจกับชุดที่ดูจะเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว70% เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแต่หนุ่มสาวยังมีอะไรต้องทำอีกมากรายชื่อแขกในงานก็ยังไม่เรียบร้อยดีสถานที่จัดงานก็ยังไม่ลงตัว

ต้องโทษบิดาของเธอที่ขยันเพิ่มรายชื่อแขกได้ทุกวัน เขาให้เหตุผลว่าลูกสาวคนโตแต่งงานทั้งทีมันก็ต้องประกาศให้รู้กันทั่วแต่แก้วกันยาไม่ชอบเลยสักนิด

"แขกเยอะขนาดนี้ต้องไปจัดที่สนามกีฬาจังหวัดแล้วล่ะครับ" ภูวริศแนะเมื่อเห็นว่ารายชื่อแขกในงานของเพื่อนมีร่วมพันกว่าคน

ทั้งคู่มาดูห้องจัดเลี้ยงที่โรงแรมภูวริศเลยถือโอกาสเลี้ยงข้าวเพื่อนรักสักมื้อ

"สนามกีฬาเลยเหรอคะ" แก้วกันยาตกใจ

"จังหวัดเราไม่ได้ใหญ่นะครับคุณแก้วแม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มที่ก็พันคนแบบบุฟเฟ่ต์นะครับไม่ใช่โต๊ะจีนไม่มีโรงแรมไหนในจังหวัดจุแขกได้เกินพันคน"ภูวริศอธิบายในฐานะผู้อยู่ในแวดวง

"ผมว่าคุณต้องไปคุยกับพ่อคุณแล้วล่ะ" อนภัทรพูดอย่างใจเย็น

เสียงมือถือแก้วกันยาดังขึ้น....

"แก้วขอตัวสักครู่นะคะ..."หญิงสาวยิ้มก่อนเดินออกไปรับสายสำคัญ

"เสี่ยสุธีแม่งโลภชิบหาย..."ภูวริศหงุดหงิดแทนเพื่อน แค่ฟังจำนานแขกเขาก็รู้ว่าตาแก่นั่นคิดอะไร หวังจะเชิญนักธุรกิจมางานแต่งลูกสาวเพื่อประกาศว่าตัวเองมีแบ็คดี แต่งลูกแต่หวังหน้าตาหวังธุรกิจตัวเอง

"มันก็โลภแบบนี้มาตลอด...สันดารไม่เปลี่ยน" อนภัทรว่าตามความจริง

"มึงจะรับมือคนบ้านนั้นไม่ไหวไอ้ต้น...พ่อมึงอ่ะจะโดนเอาชื่อไปอ้างแน่ๆ" ภูวริศรู้ทัน

"กูมีแผนอยู่" อนภัทรพูดแบบไม่สะท้านกับสันดารคนบ้านนั้น

"กูถามมึงจริงๆนะจะแต่งกันอยู่แล้วมึงไม่รู้สึกอะไรกับคุณแก้วบ้างเลยเหรอ" ภูวริศแอบมองแก้วกันยา

"เห็นนิสัยพ่อมันแล้วมึงยังจะรักลูกมันลงมั้ยล่ะ" อนภัทรยิ้มเย็นก่อนหันไปมองแก้วกันยาที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่นอกร้านอาหาร




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว