ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 – บุคคลอันตราย (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 – บุคคลอันตราย (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2561 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 – บุคคลอันตราย (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 16 – บุคคลอันตราย



รถสปอร์ตคันหรูแบรนด์ดังระดับโลกเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทบริเวณลานจอดรถกว้าง ช่วงขายาวของเจ้าของเรือนกายสูงสง่างามก้าวลงจากรถ มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลนิธิปวงศกรอย่างรวดเร็ว

ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดแบรนด์หรูกวาดมองไปรอบบริเวณตัวบ้าน แล้วหยุดอยู่ที่สองพี่น้องต่างสายเลือดที่กำลังพาดขา เกยก่ายนอนหลับหมดสภาพกันอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ขายาวสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะ…

ปัก!

ตุบ!

“ใครวะ!” คนถูกถีบจนตกจากโซฟาตัวใหญ่งัวเงียพลางถามเสียงห้วน ให้เจ้าของฝ่าเท้าหนักๆ เมื่อครู่ได้ลดแว่นกันแดดลง จากนั้นก็เอ่ยบอกเสียงเรียบแบบที่ยีนส์เป็นต้องรีบดีดตัว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างอัตโนมัติ

“กูเอง”

“เฮีย!!!”

ดวงตาคู่คมแสนเจ้าเล่ห์เบิกกว้าง มองชายหนุ่มร่างสูง เจ้าของโครงหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทว่า มีรังสีความน่าเกรงขามและทรงอำนาจ ที่เพียงแค่สบกับนัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นก็รับรู้ได้ถึงความอันตราย ที่แผ่กระจายออกมาให้ได้เสียวสันหลังวาบ

นี่ยังไงล่ะ ต้นแบบความร้ายกาจที่แท้จริงของไอ้นักรบ***…ฮัง หลง***

“เฮียจะมาทำไมไม่บอกผมก่อน”

“เพิ่งรู้ว่ากูจะทำอะไรต้องรายงานมึงด้วย” เจ้าของแววตาคมกริบดุจราชสีห์มองสบกับยีนส์ที่ยังคงยืนนิ่ง ทำตัวสงบเสงี่ยมแตกต่างไปจากทุกทีคล้ายคนมีความผิด

จะไม่ให้เป็นคนมีความผิดได้ยังไงล่ะ สภาพของเขากับไอ้ควันตอนนี้สามารถบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้เป็นอย่างดีเลย

เมาเละขนาดนี้ มีหวังโดนโทษหนักแน่ๆ เลยกู

ขณะที่ยีนส์กำลังคาดโทษตัวเองในใจ ช่วงขายาวของคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงประมุขใหญ่แห่งพรรคมังกรดำก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่แทนที่เขา ท่อนแขนแกร่งทั้งสองยกขึ้นไขว้กันในระดับอก ไขว่ห้างพิงพนักพลางไล่สายตาลงไปยังก้อนกลมๆ ที่นอนคู้ตัวอยู่บนพื้น ให้ยีนส์ได้มองตาม ก่อนที่จะ…

ปัก!

“โอ๊ย!”

ช่วงขายาวอันแข็งแกร่งอย่างคนชอบออกกำลังฟาดเข้าที่ข้างลำตัวไม่แรงนัก แค่พอให้ควันได้หลุดร้องเสียงหลงอย่างเจ็บปวด พลิกตัวกลับมาปรือตามอง พลางเอ่ยถามพี่ชายผิวเข้มด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างหงุดหงิด เหมือนเด็กน้อยที่ถูกรบกวนการนอนอันแสนสบาย

“เตะผมทำไมวะเฮียยีนส์”

“ก็ปลุกมึงไง” ยีนส์ว่าเสียงเรียบ ส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างหน่ายกับไอ้น้องชายตัวแสบที่ทำท่าว่าจะหลับอีกครั้ง

“แล้วเฮียจะมาปลุกทำไมแต่เช้าเนี่ย คนจะนอน” เฮียยีนส์แม่ง เมื่อคืนกว่าจะได้หลับ ได้นอนก็ข้ามวันไปแล้วป่ะวะ

“อยากนอนยาวๆ ไหมล่ะ ไอ้ควัน”

“เฮียฮังหลง!!!”

โป๊ก!

“โอ๊ย! เจ็บ”

จากเดิมที่ตั้งใจจะนอนต่ออีกสักหน่อย ควันก็เป็นอันต้องรีบผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ระวังตัว ชนเข้ากับโต๊ะกระจกใสตัวใหญ่ที่เมื่อคืนเผลอกลิ้งมานอนอยู่ด้านใต้เข้าอย่างจัง ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ ยามทิ้งตัวลงนอนกับพื้นอีกครั้ง

“อือกูเอง มี’ไรไหม” เอ่ยตอบเสียงเรียบ ดวงหน้าหล่อเหลาของคนที่เปรียบเสมือนเจ้าชีวิตของนักรบรวมไปถึงใครอีกหลายคนในพรรคมังกรดำกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ นึกขำกับอาการเซ่อซ่าของไอ้น้องชายจอมขี้เล่นที่นักรบเก็บมาเลี้ยงพลางส่ายหน้าอย่างระอา

“เฮียมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกพวกผมก่อน พวกผมไม่ได้ไปรับเลยเห็นไหม”

“เรื่องนั้นกูจัดการเองได้ ไม่ต้องให้พวกมึงทำหรอก”

ควันถามคำถามเดียวกันกับที่ยีนส์เคยถามฮังหลงไปก่อนหน้า แต่คราวนี้คนตอบกลับกลายเป็นใครอีกคนที่เดินยิ้มกว้างพร้อมจัสตินที่ถือเอกสารมากมายเข้ามาในห้องนั่งเล่น ให้ควันได้ผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมเบิกตากว้าง ก่อนจะพุ่งตัวกระโดดกอดคอผู้มาใหม่อย่างดีใจ

“เฮียแทน! กลับมาแล้วเหรอวะ”

“อื้อหือ ถ้ามึงจะวะใส่กูขนาดนี้ ไม่ต้องเรียกกูว่าเฮียก็ได้นะไอ้ควัน” แทนไทผลักศีรษะทุยๆ ของไอ้เด็กตัวแสบอย่างหมั่นไส้กับอาการดีใจออกนอกหน้าที่เขากลับมาแบบนี้ ทั้งที่ความจริงเขาก็ไปกลับจีนออกจะบ่อย

โอเวอร์ตลอดไอ้นี่

“อ้าว ได้เหรอวะ อะ…”

“มึงอยากโดนถีบใช่ไหม”

ยังไม่ทันที่ควันจะพูดจบประโยค แทนไทก็รีบยกมือขึ้นชี้หน้าหล่อทะเล้นอย่างคาดโทษ ให้ควันยิ้มเผล่ รีบกอดท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม พร้อมถูไถใบหน้าหล่อไปมาอย่างออดอ้อนออเซาะเสียจนน่าถีบซะเหลือเกิน

“ผมล้อเล่นนา เฮียแทนอย่าจริงจังดิ”

“กูก็ถีบเล่นนา มึงอย่าจริงจังดิ” ส่งยิ้มกวนๆ พร้อมยักคิ้วใส่คนที่กำลังกะพริบตาปริบๆ ขัดกับหน้าตาของตัวเองหนึ่งที จนควันต้องร้องโหยออกมาอย่างเซ็งๆ

“พวกพี่นี่ยังไร้สาระเหมือนเดิมเลยนะ” จัสตินว่าเสียงเรียบ มองสองพี่น้องต่างสายเลือดข้างๆ อย่างหน่ายใจ พลางยื่นเอกสารในมือทั้งหมดให้ยีนส์ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยความเคยชิน

“โหยน้องจัสตินครับ นี่คือคำทักทายแรกของคนที่ไม่ได้เจอกันนานเหรอเนี่ย แหมะ แบบนี้มันน่าน้อยใจจังเลยเนอะ เฮียแทนเนอะ”

“นั่นดิไอ้ควัน พี่โคตรปวดใจเลยเนี่ย”

“ปัญญาอ่อน” ยีนส์ว่าเสียงเรียบ ตาคมมองสองพี่น้องที่ตอนนี้หันมาเข้าขากันดีเสียเหลือเกิน ต่างจากตอนเถียงกันเป็นไหนๆ อย่างระอา

“เอ้า! เฮียยีนส์ อย่าทักทายกันแบบนี้ดิ ผมก็เพิ่งกลับมาพร้อมน้องเลยนะ”

“เกี่ยว? กูแค่พูดแทนจัสตินเฉยๆ”

“ครับๆ รู้ใจสมเป็นแฟนกันจริงๆ เลย”

“เสือก”

“ทำอะไรกันน่ะพวกพี่”

จังหวะนั้นเอง บทสนทนาทุกอย่างก็เป็นอันต้องหยุดลง เมื่อเสียงหวานติดจะเหวี่ยงตามนิสัยเอาแต่ใจของผิงผิงดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างบางที่กำลังก้าวเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น โดยมีร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเลโอตามมาติดๆ

“อ้าว! จัสติน ตัวกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นบอกเค้าก่อนเลย” เพื่อนสนิทตาโต ตัวเล็กคือคนแรกที่ปรากฏชัดในสายตาของผิงผิง แขนเรียวรีบโอบกอดอีกคนอย่างคิดถึง เช่นเดียวกับจัสตินที่ยิ้มรับพร้อมกอดอีกฝ่ายกลับเช่นกัน

“เพิ่งมาถึงพร้อมเฮียแทนเมื่อกี้เอง”

“พี่แทนเหรอ”

และชื่อที่หลุดออกมาจากคนในอ้อมกอดก็ทำให้นัยน์ตาสวยหรี่ลงเกือบครึ่ง มองเจ้าของแขนแกร่งที่ควันเกาะอยู่อย่างพิจารณา ก่อนจะไล่สายตาไปยังแผ่นหลังกว้างแสนคุ้นตาของใครบางคนที่กำลังนั่งหันหลังอยู่บนโซฟาตัวใหญ่อย่างอัตโนมัติ

หากว่าพี่แทนอยู่ที่นี่ ถ้าอย่างนั้นคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่นั่นก็…

“พี่ชาย!”

หมับ

“ว่าไงครับตัวแสบ” เพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ ผิงผิงก็จำได้ทันทีว่าชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของแผ่นหลังสง่างามคนนี้เป็นใคร

“งื้อออ น้องคิดถึงพี่ชายจังเลย”

คราวนี้สองแขนแกร่งที่เคยไขว้กันอยู่เป็นต้องขยับอ้าออกกว้าง เพื่อรอรับการกระแทกของเจ้าเด็กจอมเอาแต่ใจที่เบิกตากว้าง ร้องเสียงหวานอย่างดีใจ จากนั้นก็กระโจนข้ามโซฟาตัวใหญ่ พุ่งเข้าหาร่างสูงเสียเต็มแรง จนฮังหลงผงะถอยหลังไปนิดกับน้ำหนักของคนในอ้อมกอด

ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูที่ทำให้ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มพร้อมโยกตัวไปมาเบาๆ แววตาคมเข้มที่ดูมีอำนาจแทบตลอดเวลากลับอ่อนลง ยามก้มลงมองคนในอ้อมกอด ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ อันแสนคุ้นเคยที่ห่างหายกันไปนานหลายเดือนอย่างคิดถึง

“ไม่หวงเหรอวะมึง” แทนไทแกล้งแซะไหล่หนาของเลโออย่างหยอกล้อ ใบหน้าหล่อพยักพเยิดไปทางโซฟาตัวใหญ่

คำถามที่ทำให้เลโอต้องอมยิ้มส่ายหน้า มองภาพของสองพี่น้องทายาทมาเฟียใหญ่ที่คุมอำนาจไปทั่วทั้งเอเชียกำลังกอดกันกลม ก่อนจะหันกลับมาบอกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ให้แทนไทหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้กับคำตอบที่ได้รับ

“ถ้ากับพี่ชายแท้ๆ ของน้องผิงกูยังหวง แบบนั้นก็อาการหนักแล้วว่ะ”

“แต่กับพวกกูมึงยังหวงเลยไอ้เพื่อนเหี้ย”

“นั่นมันมึง แต่นี่เฮียฮังหลงพี่ชายน้องและเจ้านายกู หวงไม่เข้าเรื่องเดี๋ยวก็ได้ไปนอนอยู่ในทะเลอ่าวไทย”

“พวกมึงจะยืนเถียงกันอีกนานไหม” ดวงตาคู่คมทรงอำนาจเหลือบมองบรรดาลูกน้องคนสนิท ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเหี้ยม

“โอเคเฮียฮังหลง นั่งแล้วครับ พวกผมนั่งแล้วครับ” ควันรีบบอกด้วยน้ำเสียงทะเล้น ทั้งที่ลึกๆ แล้วในใจเขาน่ะกลัวแทบตาย

ให้ตายเหอะ ขนาดอยู่ด้วยกันมาก็นานแต่ไม่เคยจะชินสักที เฮียนักรบแม่งกล้าเล่นกับเฮียฮังหลงได้ไงวะ

“แล้วเราน่ะมาอ้อนพี่ทำไมเนี่ย หื้อ” ฮังหลงหันกลับมาพูดกับคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ท่อนแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้าม จัดการเปลี่ยนท่าให้เจ้าน้องชายตัวแสบจอมเอาแต่ใจของตัวเองขึ้นมานั่งข้างๆ กันบนโซฟาตัวใหญ่

“ก็คิดถึงพี่ชายไง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนแหนะ”

“คิดถึง แต่ไม่ยอมไปหา เลือกจะย้ายมาอยู่ที่นี่กับไอ้เลโอแทนที่จะอยู่จีนกับพี่น่ะเหรอ แบบนี้พี่ควรดีใจใช่ไหม” ทว่า ถ้อยคำที่ฟังดูคล้ายกับจะน้อยใจของพี่ชายตัวสูงกลับทำให้เด็กดื้ออย่างผิงผิงต้องมุ่ยปาก แล้วซบหน้าหวานๆ ของตัวเองลงกับไหล่กว้างอีกครั้ง

ความจริงแล้ว ผิงผิงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ ของเมืองจีนเพื่อจะอยู่กับเขาก็ย่อมได้ แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะทำเรื่องย้ายมาเรียนต่อที่นี่แทน ส่วนเหตุผลก็เพียงเพราะว่าบอดี้การ์ดส่วนตัวพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าของหัวใจอย่างไอ้เลโอมันถูกส่งให้มาคอยช่วยงานไอ้นักรบที่นี่น่ะสิ

ดูน้องชายเขาเลือกสิ*…แบบนี้ควรดีใจใช่ไหม*

“ง่ะ พี่ชายอ่า”

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย”

“ฮั่นแน่, เหงาใช่ไหมล่ะเค้าไม่อยู่ด้วยอ่ะ บอกแล้วว่าให้หาพี่สะใภ้เป็นตัวเป็นตนได้แล้ว ไม่ใช่เรื่อยเปื่อยกับยัยพวกนางแบบอกโตหวังสูงพวกนั้น” คิดถึงบรรดาหญิงสาวที่ต่างพากันมาทอดกาย ถวายตัวให้พี่ชายตัวเองอย่างง่ายดายแล้ว ผิงผิงก็เป็นอันต้องเบะปากอีกรอบ

“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย”

“ก็เค้าไม่ชอบอ่ะ” ใครจะไปชอบกันล่ะ ในเมื่อที่ผ่านมาแทบทุกคนไม่เคยยอมจบที่คู่นอน แต่หวังสูงอยากเป็นมาดามของพรรคมังกรดำกันทั้งนั้น

“นี่ไง พี่ว่าจะมาหาแถวนี้แหละ ได้ข่าวว่าน่ารักด้วยนี่”

“พี่นักรบไม่ยกให้พี่ชายหรอก รายนั้นเค้าหวงจะตาย” ผิงผิงค้านเสียงใส เข้าใจได้ทันทีว่าน่ารักที่พี่ชายตัวโตหมายถึงคือใคร

“หึ อย่าลืมสิน้องผิง…” ฮังหลงเว้นวรรคนิด ก่อนจะก้มลงมองนัยน์ตาสวยพร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ

“ว่าถ้าพี่อยากได้ ไอ้นักรบมันก็ให้อยู่แล้ว”

“นี่พี่ชายสนใจจริงๆ หรือแค่ล้อเล่น” และเพราะสีหน้าบวกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งของฮังหลงยามเอ่ยประโยคเหล่านั้น ทำเอาคนฟังอย่างผิงผิงต้องหรี่เปลือกตาลงมองอย่างไม่วางใจ

หากว่าเป็นคนอื่น ผิงผิงก็ยังพอจะอ่านความคิดได้ง่ายเพียงแค่สบตากันเหมือนที่พี่ชายคนเดียวของเขาทำ แต่มันกลับไม่ใช่กับคนตรงหน้า เขาไม่เคยรู้หรือเดาใจประมุขหนุ่มรูปงามแต่น่าเกรงขามแห่งพรรคมังกรดำคนนี้ได้เลยสักครั้ง ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แล้วสิ่งที่พูดออกมาน่ะจะเล่นหรือจริงก็ไม่รู้

และก็อย่างที่พี่ฮังหลงว่าไม่ใช่แค่พี่นักรบหรอก ต้องบอกว่าสมาชิกของพรรคมังกรดำทุกคนล้วนแต่พร้อมจะมอบทุกสิ่ง ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งสละชีวิตตัวเองเพื่อพี่ชายคนเดียวของผิงผิง ทุกคนก็ยินดีมอบให้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดคิดเลยด้วยซ้ำ

“ก็น่าสนอยู่นะ”

“ไม่ได้นะ! พี่ชายห้ามยุ่งกับจิณณ์เลยนะ เค้าไม่ยอมเด็ดขาด” คำตอบนั้น ทำเอาผิงผิงแทบจะแยกเขี้ยวใส่พี่ชายตัวเองอย่างหวงแหน เจ้าตัวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ เผลอแสดงสีหน้าเหวี่ยงใส่คนตัวโตอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเวลาโดนขัดใจ

แค่คิดว่าพี่นักรบจะยอมยกจิณณ์ให้พี่ชายของเขาจริงๆ ผิงผิงก็อดสงสารไม่ได้ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้วล่ะก็ บุคคลที่อันตรายต่อร่างบางตัวจริงน่ะมันจะไม่ใช่พี่นักรบหรอก…แต่เป็นพี่ชายของผิงผิงคนนี้ต่างหาก

“ไม่ใช่แค่ไอ้นักรบแล้วละมั้งที่หวงน่ะ”

“พี่ชาย จิณณ์เจอเรื่องลำบากมาเยอะแล้ว พี่ชายอย่ารังแกจิณณ์อีกคนเลยนะครับ” ฮังหลงหลุดยิ้มขำ ให้กับน้ำเสียงออดอ้อนและสีหน้าดูเศร้าสลดของน้องชายตัวเอง จนอดไม่ได้จะยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างเอ็นดู

ผิงผิงไม่ใช่เด็กใจดีเหมือนหน้าตา เจ้าตัวไม่เคยแสดงออกถึงอาการหวงหรือห่วงใยคนนอกที่ไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคนในพรรคเลยสักครั้ง เจ้าตัวแสบมักจะเย็นชาและมีมาดของทายาทคนเล็กแห่งพรรคมังกรดำมาเฟียใหญ่ของเอเชียเสมอ

แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป ทั้งน้ำเสียงและประกายตาที่อ่อนโยน ดูรักใคร่ยามพูดถึงจิณณ์แบบนั้น…ฮังหลงไม่เคยเห็นมาก่อน

คงจะเอาชนะใจเจ้าเด็กจอมเอาแต่ใจของกลุ่มได้แล้วสิ

เก่งไม่เบาเลยนะ…จิรนนท์

“แต่เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนะ พี่ชายบอกว่าจิณณ์น่ารัก แปลว่าเคยเจอจิณณ์มาก่อนแล้ว อย่างนั้นใช่ไหมครับ” เหมือนสมองเพิ่งจะประมวลคำพูดของพี่ชายตัวเองเสร็จ ผิงผิงช้อนนัยน์ตากลมสวยคล้ายลูกกวางที่เต็มไปด้วยคำถามขึ้นมอง

“อือฮึ ใช่ครับ”

“แล้วทำไมถึงมีแค่เค้าที่ไม่รู้เล่า!” คนฟังไม่ตอบแต่เลือกที่จะไหวไหล่นิดแล้วพยักหน้ารับคำ ให้ผิงผิงได้ฮึดฮัดใส่อย่างขัดใจ

ทำไมมีแค่เขาที่ไม่รู้ ว่าทุกคนเจอตัวจิรนนท์ ฐานนันท์ญาตั้งนานแล้ว

ทำไมถึงปล่อยให้เขามารู้ ตอนที่จิณณ์โดนพี่นักรบแก้แค้นไปแล้วด้วย

มันน่าเหวี่ยงให้บ้านพังจริงๆ เลย

“ก็เพราะว่าเราน่ะมันดื้อไง” เป็นเลโอที่ตอบแทน ริมฝีปากหนาระบายยิ้มจางส่งไปให้เจ้าเด็กตัวแสบที่ตวัดตากลับมามองอย่างขัดใจ แล้วว่าต่อ

“ดื้อตรงไหน ตัวพูดให้ดีๆ นะ”

คนสนิทก็คนสนิทเถอะ ถ้าพูดจาไม่น่าฟังจะให้พี่ชายเป่าสมองทิ้งจริงๆ ด้วย

“เพราะเฮียนักรบรู้ไงครับ ว่าเราน่ะมันเป็นพวกแพ้ทางคนหัวอ่อน หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู ถ้าบอกไปแล้วเราเกิดดื้อ แผลงฤทธิ์จนเสียแผนของเฮียแกขึ้นมาจะทำไงกันล่ะ หื้ม”

แต่ผิดคาดเหมือนกัน เพราะนอกจากผิงผิงจะยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ แล้ว เจ้าตัวยังไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องความแค้นของเฮียนักรบอีกต่างหาก ถึงจะแอบไม่พอใจและคอยเป็นห่วงคุณจิณณ์อยู่ห่างๆ บ้างก็ตาม

“แต่ก็น่าจะบอกเค้าบ้างสิ” คนถูกกล่าวหาว่าดื้อมุ่ยปาก คลายมือออกจากท่อนแขนแกร่งของพี่ชายตัวเอง เปลี่ยนมาเป็นกอดอกแน่น ให้ฮังหลงอดไม่ได้จะยกยิ้มเอ็นดูพร้อมว่าเสริม

“เอาน่า ยังไงตอนนี้ก็รู้แล้วนี่”

“เชอะ!”

“ไม่ต้องมางอนเลย”

“ก็ได้ นี่เห็นว่าเป็นพี่ชายหรอกนะ”

“ครับๆ ยังไงก็…ดูแลปกป้องเขาดีๆ ล่ะ” และแน่นอนว่าคำตอบที่ฮังหลงได้จากนัยน์ตาคล้ายลูกกวางของผิงผิง คือแววตาที่ฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะปกป้อง…จิรนนท์คนนั้น

“แล้วตกลงว่าเฮียรีบบินมาขนาดนี้ทำไม ไหนเฮียบอกผมว่าจะมาอาทิตย์หน้าไง” สถานการณ์ดูจะผ่อนคลายลง ยีนส์จึงเลือกที่จะเอ่ยถามเจ้านายตัวเองถึงสิ่งที่สงสัย ให้ฮังหลงหันกลับมาสบตา ก่อนจะพูดเสียงเย็นที่ทำเอาทุกคนเสียวสันหลังวาบ

“กูได้ข่าวว่าน้องรักกูโดนลอบกัด แล้วยังจัดการกันไม่ได้”

“เอ่อ…”

“กูเคยสอนพวกมึงว่าไง” เสียงทุ้มกดต่ำ สีหน้าเรียบนิ่ง แววตาดุดันคล้ายราชสีห์มองสบกับบรรดาลูกน้องคนสนิทฝั่งตรงข้ามทีละคน จนดูน่ากลัวแบบที่ผิงผิงเองก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยแทรกขัดขึ้นมา ให้พี่ใหญ่สุดในกลุ่มอย่างยีนส์ได้เป็นฝ่ายตอบ

“ถอนรากถอนโคนให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เป็นเสี้ยนหนาม”

“แล้วทำไมพวกมึงไม่ทำ” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบเป็นคำตอบที่รายล้อมพวกเขาเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงหึในลำคอจากฝั่งตรงข้ามที่ส่งมาพร้อมสายตาเย็น

“เพราะแบบนี้ไง กูถึงต้องมาจัดการเอง”




---


เฮียฮังหลงคนนี้อ่ะตัวจริง หล่อมากด้วยนะเออ 555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว