ขอให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรนะคะ :) #คำผิดก็เหมือนผีรู้ว่ามีแต่หาไม่เจอ

ชื่อตอน : #3 แพ้ใกล้ชิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2561 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 แพ้ใกล้ชิด
แบบอักษร

image

“ป๋าขา อ้อนหิวข้าว”

“โอ๊ยยย เรียกพี่สิโว้ย ใครมาได้ยินเขาก็เข้าใจผิดกันหมด” นายแพทย์หนุ่มเอ็ดน้องสาวช่างอ้อนต่างบิดาต่างมารดร แต่มีปู่และย่าคนเดียวกัน ภูดิศนั้นเป็นลูกชายเมตตาผู้เป็นอาของอรนลิน บ้านที่รวมศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกันอย่างสมานฉันท์ ไล่เรียงมาตั้งแต่ “กรุณา” อาจารย์สอนภาษาไทยป้าของอรนลิน ซึ่งเป็นสาวแก่แต่ฉันไม่แคร์ครองโสดเป็นพี่ใหญ่ดูแลทุกคนในบ้าน

ต่อมาคือ “ปัญญา” พ่อของอรนลิน ลุงของภูดิศ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญงานผ่าตัดมือทองไม่ต้องจองคิวเพราะเต็มยาวไปจนหมดปี ปัญญามองการดำรงชีวิตตามหลักของวิทยาศาสตร์ เป็นเหตุมากจากการสูญเสียภรรยาด้วยโรคร้ายไม่ทันได้ดูแลรักษา เขาจึงกลายมาเป็นนายแพทย์ผู้เคร่งตำราและคุณพ่อเลี้ยงเดียวตั้งแต่อรนลินเรียนเรียนประถม

ส่วนคนสุดท้ายคือพ่อของนายแพทย์ภูดิศ ชื่อว่า “เมตตา” ชายหนุ่มช่างฝันละเมอเพ้อพกสะบัดพู่กันไกลถึงปารีส แต่ไม่รู้ว่าสะบัดแรงไปรึยังไงเมตตาก็กลับบ้านมาพร้อมลูกชายสไตล์ฝรั่งเศสเพียงลำพัง ทำทุกคนในบ้านนิ่งงันไปตามๆกัน

อรนลินจึงเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นจนสุก รอบกายรายล้อมไปด้วยคนตามอกตามใจ เพราะแม่ที่รักจากไปกะทันหัน ทำให้ทุกคนพยายามเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดจนอรนลินกลายเป็นคนมีพลังล้นเหลือ มองโลกในแง่ดี ช่างอ้อนรู้จักเอาอกเอาใจ

ใครต่อใครมักคิดว่าเธอกับภูดิศเป็นแฟนกัน เพราะเบ้าหน้าที่ห่างชั้นง่ายต่อการเข้าใจผิด หนำซ้ำอรนลินยังชอบเรียกพี่ชายสายเปย์ว่าป๋า ทั้งที่เธอและเขาอายุห่างกันเพียงแค่สองปีเท่านั้น

ทุกวันศุกร์จะต้องมีผู้ใหญ่ใจดีแวะมารับอรนลิน โตมาจนหมาเมินแล้วสาวเจ้าก็ยังขับรถไม่เป็นทุกชนิด ยกเว้นจักรยานที่ปั่นมาตั้งแต่แปดขวบไปไกลสุดไม่เกินปากซอยลาดพร้าวร้อยนิดๆ

เพราะเด็กน้อยของบ้านต้องกลับมาทานอาหารชาววังสูตรลับรสเลิศฝีมือกรุณาทุกเสาร์ อาทิตย์ตามคำบัญชาจากคนห่วงลูกสาวอย่างปัญญา

“หวงตัวจังวุ้ยยย กลัวเด็กในสังกัดเข้าใจผิดหรอพี่ภู”

“ฉันกลัวแกขายไม่ออกต่างหากละ ไอ้อ้อน” เจ้าของหุ่นดุจนายแบบปารีสแมกกาซีนนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เอ่ยขัดน้องสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม

อรนลินน่ารักแต่กลับไม่มีแฟน ไหนจะเรื่องที่แม่คุณหนุนหนังขี้งกเก็บเงินเรียนต่อ พอมีเวลาว่างก็วาดแต่สีน้ำ เสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้าน ถือว่าสาวเจ้าใช้ชีวิตโสดโนสนโนแคร์

“ป๋ารู้ได้ไง ว่าอ้อนขายไม่ออก อ้อนรอเจอรักแท้ต่างหากเล่า” พอได้ฟังความเพ้อเจ้อยามรถติดของน้องสาว ภูดิศก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มอ่อม

“แล้วฉันจะคอยดู รักแท้แพ้ใกล้ชิดละสิไม่ว่าฉันเห็นมาหลายรายละ ที่ทำงานมีใครเข้าตาบ้างยัง จะได้บอกลุงปัญญาไปสู่ขอเขา”

“โห่ป๋าง่ะ นี้อ้อนนะอ้อนเองอ้อนน้องสาวป๋าไง ...จะว่าไปความจริงก็มีอยู่นิดนึ่ง” อรนลินตอบเสียงอ่อยมองพี่ชายด้วยสายตาออดอ้อน

“ดีม่ะ เอามาดูดิ๊ จะได้วางแผนให้แกถูกว่าควรอ่อยต่อรึรอกินแห้ว”

“โห่ ป๋าปากร้ายอ่ะ เขาชื่อคุณพกสุภาพ น่ารัก พึ่งมาทำงานวันแรก”

“แรดนะเราอ่ะ เจอผู้ชายวันเดียวเอาเพ้อเป็นตุเป็นตะ”

บทสนทนาพื้นฐานชีวิตลากยาวไปจนถึงซอยลาดพร้าวย่านรถติดไม่คิดขยับเขยื้อน ตั้งแต่ทั้งสองคนจำความได้บ้านหลังนี้ยังคงเป็นที่พักพิงแสนอบอุ่นอยู่เสมอ ถึงภูดิศและอรนลินจะขาดแม่ แต่กรุณาดูแลเอาใจใส่ไม่มีขาดตกบกพร่อง


เช้าวันจันทร์กับกล่องข้าวตลับเดิมของอรนลิน สาวร่างเล็กรีบลงมาจากรถยุโรปคันโตของผู้เป็นพ่อ เพราะการจราจรติดขัดในเช้าวันแรกของการทำงาน อรนลินและปัญญาจึงต้องออกแต่เช้าเพื่อจะได้ทันเวลา

“อ้อนไปก่อนนะคะพ่อ อ้อนรักพ่อน้าาา” ปัญญามองกล่องดวงใจด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน ภายใต้ความน่ารักซ่อนความแข็งแกร่งไว้มากมายในวันที่ต้องสูญเสียจวบจนมาถึงตอนนี้ ลูกสาวช่างเข้มแข็งสวนทางกับเขาอย่างสิ้นเชิง

“รู้แล้วๆ รีบเข้าไปตั้งใจทำงานนะลูก”


ภาพการร่ำลาท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในเช้าวันจันทร์ยังอยู่ในสายตาพลพัชร์จนกระทั่งรถคันที่อรนลินโดยสารมาลาลับออกไป ความสดใสเฉพาะตัวเปล่งออร่ามาแต่ไกล ชายหนุ่มยังแอบนึกในใจว่าเธอ ทำได้อย่างไรยิ้มให้คนนั้นทักคนนี้ ชนิดที่ซี้ตั้งแต่หมาหน้าตึกไปจนถึงหัวหน้าแผนก

“คุณพก อรุณสวัสดิ์ค่ะ เมื่อคืนนอนหลับสบายมั้ยคะ” ระหว่างยืนรอลิฟต์อรนลินก็หันไปพบสบสายตาเพื่อนร่วมงานคนใหม่

รอยยิ้มพิมพ์ใจนี้อีกแล้ว พลพัชร์เคยเห็นผู้หญิงยิ้มหวานมานักต่อนัก แต่คนตรงหน้ากลับสะกดสายตาเขาได้อยู่หมัด ตั้งแต่เดินออกจากร้านกาแฟชื่อดังจนมาถึงตอนนี้

“ครับ” พลพัชร์ก็คือพลพัชร์ สั้นกระชับจบไว

เพียงไม่นานกล่องเหล็กโดยสารที่ทุกคนรอก็เคลื่อนตัวมาถึง มวลมนุษย์ต่างเดินกรูกันเข้ามาจนร่างบางถูกเบียดเข้าไปสุดลิฟต์ดีที่มีคนตัวใหญ่พยายามยืนบังเป็นเกาะกำแพง แผงหน้าอกแกร่งของพลพัชร์เรียกได้ว่าแนบชิดอีกนิดใบหน้าหวานก็จะแทบเกยทับ

อรนลินทำได้เพียงมองต่ำไม่กล้าสบสายตา ด้วยความหล่อต่อให้ไม่หลงก็ต้องมีมึนงงในดงเสน่ห์กันบ้าง กลิ่นบุรุษเพศที่เคยผ่านจมูกดื้อรั้นมามากมาย แต่สำหรับพลพัชร์กลับต่างออกไป ใบหน้าอันหล่อเหลาที่ฉาบความเคร่งขรึมเอาไว้ ทำใจดวงน้อยเต้นระรัวขวยเขินจนแก้มนวลแดงระเรื่อ

จนมาถึงชั้น49 สองเท้าบนรองเท้าส้นสูงสีโทปกำลังก้าวไปสแกนนิ้วเข้างาน ก่อนเปิดประตูกระจกบานใหญ่อรนลินไม่วายหันมาเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ทำคนมองยักคิ้วข้างเดียวเชิงเป็นคำถาม

“เอ่อ..ขอบคุณมากนะคะ” สิ้นสุดคำพูดคนตัวเล็กก็รีบเดินจากไป ทิ้งแก้มอมชมพูตรึงใจพลพัชร์จนเผลอยิ้มตาม แต่ข้อจำกัดบางอย่างที่เขาได้ยินเมื่อเย็นวันศุกร์ ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหุบยิ้มด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง ‘ท่องไว้ไอ้พก เขามีคนดูแลแล้ว’

ปกติขึ้นลิฟต์ทุกวันได้แต่มองต่ำทำตัวรีบรักษาระยะห่างไม่เคยมีกำแพงหน้าหล่อเข้ามากันท่าให้ขนาดนี้มาก่อน มันก็ต้องมีใจสั่นเป็นธรรมดา ‘ใจเย็นหน่อยอ้อน เจอเขาแค่สองวันทำเป็นเด็กอ่อนรักไปได้’

image

:.บอกแล้วไงว่าถนัดทำ ไม่ถนัดพูด 🤭

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว