ขอให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรนะคะ :) #คำผิดก็เหมือนผีรู้ว่ามีแต่หาไม่เจอ

ชื่อตอน : #2 น่ารัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2561 01:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#2 น่ารัก
แบบอักษร

image

เป็นไปตามประเพณีที่วันแรกของการทำงานมักจะสนุกสนานครื้นเครง เพราะเป็นเด็กใหม่อยู่ในช่วงทดลองยังไม่ได้รับผิดชอบงานใหญ่ จึงทำให้พลพัชร์ลดอาการเกรงระหว่างเพื่อนร่วมชั้นแผนกใกล้เคียงได้ไม่น้อย ถึงเขาจะไม่ชอบความวุ่นวายก็ตาม เพียงไม่นานเสียงหัวเราะเคาะโต๊ะก็เริ่มซา อรนลินจึงเดินนำพาเพื่อนใหม่ไปยังโต๊ะทำงานที่ยังว่างอยู่ และห่างกันกับโต๊ะเธอแค่หันหน้าเข้าหากัน

บริษัทนำเข้าลักชัวรี่เฟอร์นิเจอร์กินพื้นที่บนตึกสูงเสียดฟ้าย่านเพลินจิตถึงห้าชั้นตั้งแต่ชั้น48ขึ้นไปจนถึงชั้น52 โดยแบ่งแยกแผนกแต่ละชั้นอย่างชัดเจน

ส่วนแผนกจัดซื้อระหว่างประเทศถูกมัดรวมให้มาอยู่กับบัญชีและการตลาด ซึ่งการทำงานในแต่ละทีมเข้มข้นพอๆกับฝีปาก การเอาตัวรอดดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่งกว่าหนังดังเรื่องเขาวงกต โต๊ะทำงานของอรนลินอยู่ติดกับริมหน้าต่างเพียงหันข้างก็เห็นวิวกลางกรุงเด่นชัดถนัดตา ถัดมาก็เป็นโต๊ะของอดีตรุ่นพี่ซี้ย่ำปึ๊กซึ่งตอนนี้ชิงหนีลาไปพักรอคลอดจึงถูกถ่ายโอนส่งต่อให้ผู้มาใหม่อย่างพลพัชร์โดยปริยาย

บนโต๊ะมีอุปกรณ์ทุกอย่างครบพร้อมว่างอยู่รอถูกใช้งาน

“ทั้งหมดเป็นของคุณนะคะ ใช้งานได้เต็มที่” อรนลินบอกเพื่อนร่วมงานคนหล่อด้วยน้ำเสียงสดใส เพราะช่วงที่ขวัญข้าวยื่นใบลาคลอดแล้วยังหาคนมาแทนไม่ได้ เธอจำต้องจัดการส่วนที่เหลือเองทั้งหมดเรียกได้ว่าหัวหมุนเป็นลูกข่าง และพลพัชร์ก็ดันมาทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ

“ขอบคุณครับ” ส่วนคนหล่อยังคงตอบรับด้วยมาดเคร่งขรึม เรียบสั้นกระชับจบไว เหมือนชายหนุ่มอยากไล่รอยยิ้มพิมพ์ใจไปพ้นทาง

“ขาดเหลืออะไรบอกอ้อนได้เลยนะคะ” อรนลินยังอัธยาศัยดีไม่เลิก ถึงคนตรงหน้าจะก่อกำแพงทำซื่อก็ตาม

พลพัชร์มองคนตัวเล็กด้วยแววตาขบขันในความคิดชั่ววูบของตัวเอง ถ้าเขาบอกเธอว่าช่วงนี้ที่บ้านขาดคนหุงข้าวแล้วเธอจะเข้าใจรึเปล่า อรนลินดูยังเด็กกว่าเขามาก ชนิดที่เรียกได้ว่าเกือบรอบก็ว่าได้ หวังว่าช่วงฝึกงานของเขาจะไปรอดปลอดภัยจนจบ เพราะพลพัชร์ชักเริ่มไม่แน่ใจว่าใครจะดูแลใคร น่ารักก็อีกอย่าง หุ่นบอบบางก็อีกเรื่อง เขาเองก็ไม่ใช่ผู้วิเศษจากไหนแต่อรนลินน่ากินจริงๆอันนี้พลพัชร์เองก็ไม่กล้าเถียง

“ครับ ขอบคุณมาก”

“ระหว่างรออ้อนรวบรวมข้อมูล คุณพกก็เช็คอุปกรณ์ของบนโต๊ะไปก่อนนะคะ” พลพัชร์พยักหน้าตอบรับแล้วหันกลับมาจัดแจงสิ่งของ ปล่อยให้คนตัวเล็กได้มีเวลาตระเตรียมข้อมูลงานต่างๆ เพราะชายหนุ่มเข้ามากะทันหันไม่ทันแจ้ง อรนลินจึงต้องคัดกรองงานอย่างง่ายมาสอนเด็กใหม่


ตะวันสาดแสงสะท้อนกระจกบานใสในช่วงเวลาบ่ายคล้อยชวนง่วงหงาวหาวนอน อรนลินยังคงทำหน้าที่พี่เลี้ยงสอนงานให้กับพลพัชน์อย่าง​ขยันขันแข็ง ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มยังทุ่มความสนใจไปริมฝีปากบางอมชมพูที่กำลังขยับเปล่งคำพูด และจมูกโด่งรั้นที่คนตรงหน้าพยายามซ่อนเร้นบางอย่างเอาไว้ พลพัชร์ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งมองยิ่งเพลินยิ่งมองยิ่งชอบ ชอบในความตั้งใจทั้งที่อายุยังน้อย ชอบในความฉะฉานชัดเจนในเรื่องของงาน

"เบื้องต้นก็ประมาณแหละค่ะ คุณพกคะ คุณพก!" อรนลินเรียกเพื่อนร่วมงานคนใหม่เสียงดัง ที่คลายกำลังตกอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่างบนใบหน้าเธอ 

แต่แล้วคนสะดุ้งเผลอหลุดโป๊ะก็ตอบรับหน้าตาเคร่งขรึม

"ครับ"

"หลับในหรอคะ"

"ผมเปล่า" เปล่าหลับในแค่มองของน่ารักกำลังเพลิน

"ง่วงก็บอกนะคะ อ้อนก็ไม่ได้จะว่าอะไร" พลพัชร์จ้องมองคนน่ารักด้วยความสงสัย คนอะไรจะใจดีขนาดนั้น

"อ้อนจะได้หางานมาให้คุณพกทำเพิ่ม" พูดจบอรนลินก็หัวเราะเสียงใสในแววตาฉายความอ่อนหวาน ทำคนมองต้องเผลอยิ้มตาม


เพียงไม่นานเวลาเลิกงานที่ทุกคนถวิลก็มาถึง พนักงานชั้น49 เริ่มทยอยเก็บของเตรียมออกไปท่องโลกรถติดเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะนัดแนะไปตี้หาที่นั่งชิลล์ผ่อนคลาย

ทำให้บรรยากาศที่เคยมีเสียงคนคลาเคล้าเริ่มซบเซาลงเรื่อยๆ ก่อนกลับเจ๊ฝ้ายเจ้าแม่ฝ่ายบัญชีไม่วายเดินแวะมาอ่อยเอ่ยเย้าเด็กใหม่หน้าหล่อถึงโต๊ะทำงาน

“ไปค่ะที่รักกลับบ้านกัน” พลพัชร์ทำได้เพียงยิ้มตามมารยาท โค้งตัวเล็กน้อยเพื่อไล่ไปในทางอ้อม

“พี่ฝ้ายยย แล้วอ้อนละคะ”

“เกิดเป็นชะนีต้องสตองค่ะลูก เชิญกลับเองเจ๊ไปละบายยย” ก่อนลาคุณเจ๊สุดจิ๊ดก็หันมาโบกมือส่งจูบให้พลพัชร์อีกหนึ่งที


“คุณพกกลับได้เลยนะคะ” เมื่อเห็นว่าทั้งชั้นเริ่มเงียบ พนักหลายคนเริ่มทยอยกลับ ในส่วนของแผนกก็เหลือเพียงเขาและเธอเท่านั้น

“แล้ว..คุณอ้อนยังไม่กลับหรอครับ” พลพัชร์ชั่งใจอยู่พัก ผู้หญิงตัวเล็กๆทำงานหนักค่ำๆมืดๆ อย่างน้อยเขาก็ควรจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“อ้อนรออีเมลล์คอนเฟิร์มสต๊อกจากต้นทาง เดี๋ยวสักพักก็กลับแล้วค่ะ” อรนลินตอบเขาเสียงใสบวกกับรอยยิ้มสะกดใจคนมองอย่างจัง

“เอ่อ...งั้น...”

“คุณพกกลับเถอะค่ะเดี๋ยวรถติดนะคะ ยิ่งวันนี้เย็นวันศุกร์คิดแล้วก็ขนลุก” เพราะต้องติดตามประสานงานข้ามไทม์โซนอยู่ประจำ ทำให้อรนลินคุ้นชินที่จะเป็นยามประจำชั้น ด้วยต้องประสานงานกับหลายส่วนจากนั่นไปนี่จากนี่ไปนั่น เรียกว่าใช้แรงงานเธอคุ้มโบนัสเลยก็ว่าได้

ครั้นจะอยู่เป็นเพื่อนสาวเจ้าก็ดูสนิทมีน้ำใจเกินหน้าเกินตา เพราะพึ่งมาทำงานวันแรก แถมกองเอกสารที่เขาต้องเรียนรู้ยังตั้งอยู่บนโต๊ะไม่มีทีท่าจะลดน้อยถอยลง พลพัชร์เลยเก็บของเอ่ยลาขอตัวกลับก่อน


กว่าอรนลินจะเคลียร์งานที่ข้างค้างเสร็จเรียบร้อย ท้องน้อยๆก็ร่ำร้องประท้วงหิวข้าว ดวงตากลมโตก้มดูเวลาข้างหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็พบว่าล่วงเวลามามาก ถ้าเป็นปกติเธอคงโซ่ยมาม่าคัพ แต่วันนี้พิเศษว่าวันธรรมดาที่ผ่านมาทั้งสัปดาห์

ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างบางน่าทะนุถนอมก็มายืนอยู่หน้าบริษัทเหมือยคอยท่าใครมารับ

พลพัชร์ที่กำลังเดินออกจากลิฟต์ผู้บริหารมา ก็เห็นผมยาวดัดลอนธรรมชาติปล่อยทิ้งและการแต่งตัวคุ้นตากะว่าก่อนกลับบ้านจะแวะเข้าไปทักแต่ทว่า

“ป๋าขา ป๋าอยู่ไหนคะอ้อนทำงานเสร็จแล้วค่ะ”

“งั้นเราไปเจอกันที่คอนโดก็ได้ค่ะ ตรงนี้รถติดป๋าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามา”

“โอเคค่ะ ได้ค่ะ เจอกันนะคะ อ้อนคิดถึงป๋าที่สุดเลย”

คำก็ป๋าสองคำก็ป๋าเขารึอุตส่าห์แอบชื่นชมการทำงาน ส่วนความน่ารักอันนั้นพลพัชร์ขอไม่นับ เขาเป็นผู้ชายอกสามศอกต้องมีมองเป็นของธรรมดา ผู้หญิงสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ พอคิดมาถึงตรงนี้พลพัชร์ก็ได้แต่ถอดถอนลมหายใจปล่อยปลงเดินตรงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว