ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 – ห่วงใย (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 – ห่วงใย (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 15:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 – ห่วงใย (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 14 – ห่วงใย



“อันแหนะ มีห่วง ทีเมื่อก่อนล่ะก็...” ควันหรี่ตาลงอย่างล้อเลียน นิ้วชี้ยาวยกขึ้นกระดิกไปมาเบาๆ อย่างที่เลโอเองก็อยากจะยกมือขึ้นไฮไฟท์กับคำของน้องชายจอมทะเล้นเสียเหลือเกิน

หากไม่ติดที่ว่า…

“ไอ้ควัน มึงนี่มัน…”

“เดี๋ยวๆ เฮียๆๆ เฮียรบ! ผมล้อเล่น โว้ย ใจเย็นนี่น้องนะน้อง น้องไง” คนแกล้งแหย่รีบผงะถอยหลัง เมื่อเห็นมือหนาของเฮียที่เคารพวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ แถมช่วงขายาวๆ ยังยกขึ้นเตรียมฟาดเตะเข้าที่ข้างลำตัว

“คิก”

ทว่า เสียงหัวเราะมีความสุขที่หลุดมาจากกลีบปากบางของคนในอ้อมกอด ดึงความสนใจจากคนตัวสูงให้หันกลับไปมองรอยยิ้มหวานจนตาหยี ที่นักรบยอมรับเลยว่าเขาเพิ่งเคยจะเห็นมันชัดๆ เต็มตาแบบนี้เป็นครั้งแรก

“หัวเราะเหรอ หื้อ”

ฟอด

และแน่นอนว่านักรบไม่คิดจะปล่อยผ่านกับรอยยิ้มหวานตรงหน้า ไวเท่าความคิด ปลายจมูกโด่งก็จัดการฝังลงบนแก้มเนียนที่กำลังยกยิ้มกว้างทั้งสองข้างสลับไปมาไม่หยุด พร้อมตระกองกอดรัด ประคองเอวบางของจิณณ์เอาไว้แน่น

“อื้อ คุณนักรบครับไม่เอา พอแล้วครับ” มือเรียวทั้งสองยกขึ้นดันใบหน้าหล่อให้ออกห่าง เมื่อรู้สึกว่าแก้มทั้งสองของเขาอาจช้ำจากการฟัดจูบของคนตัวสูงตรงหน้าได้ พลางหัวเราะคิกคัก หลบหนีจมูกโด่งแสนซนที่คอยแต่จะเอาเปรียบแก้มเนียนของเขา

“เหวอๆๆ คุณนักรบจะทำอะไรครับ”

จู่ๆ คนที่เอาแต่ฟัดแก้มซ้ายแก้มขวาสลับกันไปมาก็สอดแขนเข้าใต้ข้อพับกับลำคอ ก่อนจะออกแรงยกร่างบางที่หัวเราะร่าให้ลอยขึ้นเหนืออากาศ จนจิณณ์ถึงกับผวาโอบกอดลำคอแกร่งแน่น แถมยังลุกขึ้นจากเก้าอี้นอนก้าวยาวๆ ไปทางสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องห่วง กูไม่ปล่อยให้มึงตกลงไปหรอกน่า”

เห็นสีหน้าซีดเผือดหวั่นๆ นั่นฉายแววหวาดกลัว ก็ทำเอานักรบต้องกระชับสองมือที่อุ้มร่างบางเข้าหาอกแกร่งแน่นพลางกระซิบบอกข้างใบหูขาว ให้จิณณ์กะพริบตามองสบกับดวงตาคู่คมอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

“อยากลองหย่อนขาลงในน้ำหน่อยไหม”

“คือ…”

“ถ้ากลัว งั้นก็กลับไปนั่งเหมือนเดิม” ตาเรียวที่ช้อนขึ้นมองอย่างหวั่นๆ เป็นคำตอบให้นักรบเตรียมหมุนปลายเท้ากลับไปนั่งบนเก้าอี้ดังเดิม หากเสียงหวานไม่ขัดขึ้นเสียก่อน

“เอ่อ…ลองแช่ สักแป๊บนึงก็ได้ครับ”

“ไหวแน่นะ”

“ก็ถ้าคุณนักรบไม่โยนผมลงไป ก็…น่าจะไหวครับ”

เป็นครั้งแรกที่จิณณ์กล้าพูดอะไรแบบนี้ใส่คนตัวสูง ก่อนมือเรียวจะกระชับโอบรอบลำคอแกร่งพลางระบายยิ้มหวานเป็นคำตอบ ให้นักรบต้องกดปลายจมูกโด่งเข้ากับแก้มเนียนของคนช่างอ้อนอีกครั้งอย่างอดใจไม่ไหว

จิณณ์ยอมรับว่ายังกลัวใจอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย แต่หากเจ้าของอ้อมแขนแกร่งอันอบอุ่นจะคอยประคองกอดเขาเอาไว้ โดยไม่คิดแกล้งหรือแก้แค้นคืนให้เขาเจ็บช้ำอีก

จิณณ์ก็ยินดีที่จะลองเสี่ยงไปพร้อมกับคนคนนี้ดูสักครั้ง

นักรบค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งข้างสระว่ายน้ำ ช่วงขายาวทั้งสองหย่อนลงในสระ ก่อนจะวางร่างบางลงนั่งแทรกกลางระหว่างขายาวทั้งสองข้าง มือหนาโอบรั้งเอวบางเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผ่นอกแกร่ง ให้จิณณ์เอนตัวพิงกับคนด้านหลัง สองมือวางลงบนฝ่ามือหนาที่ประคองอยู่รอบเอวเอาไว้อีกที

ขายาวค่อยๆ ดันขาเรียวทั้งสองข้างขึ้นตีกับน้ำในสระไปมาเบาๆ พลางพลิกหงายฝ่ามือหนา จากนั้นก็สอดประสานนิ้วยาวทั้งห้าเข้ากับนิ้วเรียวของอีกฝ่าย ก่อนจะหลับตาซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติยามค่ำคืน จนลืมกระทั่งว่ายังมีอีกสี่ชีวิตเป็นพยานให้กับความอ่อนโยนของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าแข็งกระด้างคนนี้

“นี่คิดว่าอยู่กันสองคนหรือยังไง ฮึ่ย หงุดหงิดๆ” ผิงผิงแทบจะยกไม้บาร์บีคิวทั้งหมดในจานมาปาใส่ร่างสูงของนักรบ ที่ตอนนี้จัดการพาจิณณ์เข้าสู่โลกส่วนตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“รู้สึกเหมือนใครใส่น้ำตาลลงไปในเหล้าเลยว่ะ” ยีนส์เองก็อดไม่ได้จะว่ายิ้มๆ แซวเพื่อนตัวเองบ้าง ให้เลโอได้ว่าเสริมอย่างเห็นด้วยแบบสุดๆ

“นั่นดิเฮีย วิสกี้ผมตอนนี้โคตรหวานเลย”

“น่าหมั่นไส้มากเฮีย ผมยืนยันอีกแรง”

“แต่จะว่าไป เห็นแบบนี้แล้วก็คิดถึงตอนเฮียนักรบพามึงไปจีนครั้งแรกเลยนะไอ้ควัน” เลโอหันกลับไปมองหน้าน้องชายตัวแสบที่แซวเฮียที่เคารพรักของมันเสร็จก็ยกเครื่องดื่มในแก้วขึ้นดื่ม เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกับมัน

แม้ว่าจำนวนคนในกลุ่มจะไม่ครบเหมือนตอนนั้น แต่บรรยากาศโดยรอบกับการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ข้างสระว่ายน้ำในบ้านแบบนี้ ก็ทำเลโอนึกถึงลูกหมาที่มีสภาพสะบักสะบอมตัวนั้น ตัวที่เฮียนักรบพามันก้าวเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณหนูตัวแสบจอมเอาแต่ใจเป็นครั้งแรก

“ใช่ๆ จำได้ว่าตอนนั้นก็จัดปาร์ตี้กันข้างสระแบบนี้แหละ แล้วพอเริ่มกรึ่มๆ นะ เฮียยีนส์กับเฮียแทนไทก็จับผมโยนลงสระว่ายน้ำ สำลักเกือบตาย ดูดิคนเรานิสัยไม่ดีชอบแกล้งคนอื่น”

“สงสัยมึงจะอยากลงไปเล่นน้ำจริงๆ อย่างที่ไอ้นักรบมันว่าสินะ”

“เฮียยีนส์ๆ ผมล้อเล่น โว้ะ ทำไมพอเมาแล้วขึ้นง่ายกันจังวะ”

เสียงร้องลั่นของควันพร้อมกับเสียงโต้เถียงกันไปมาของพี่น้องที่ดูจะสนิทกันยิ่งกว่าสายเลือดแท้ๆ ทำเอาคนที่ฟังอยู่ถึงกับหลุดยิ้มขำออกมาเบาๆ ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองเจ้าของแผ่นอกแกร่งที่ก้มมองกันอยู่ก่อนแล้ว

ก่อนริมฝีปากร้อนจะทาบทับลงมาอย่างอดใจไม่ไหวกับความน่ารักตรงหน้า ลิ้นร้อนกวาดต้อนไปรอบๆ กลีบปากบาง แล้วค่อยๆ สอดเข้าภายในโพรงปากหวานอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ฝ่ามือร้อนสอดเข้าใต้สาบเสื้อ ลูบวนผิวเนียนเบาๆ อย่างปลุกเร้าอารมณ์เสียจนจิณณ์ถึงกับตัวอ่อน

“แฮกๆ คุณนักรบ…อย่าครับ อื้อ”

จิณณ์หอบหายใจทันทีที่เป็นอิสระ พร้อมเอ่ยห้ามคนฉวยโอกาส หากแต่ริมฝีปากร้อนกลับไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น นักรบประกบจูบลงมาอีกครั้งเบาๆ แล้วผละออก มือขวายังคงประคองอยู่ข้างแก้มแดงระเรื่อ

“ทำไม หื้ม”

“คนอื่น” …มองอยู่

จิณณ์อยากจะบอกแบบนั้นเสียเหลือเกิน ทั้งที่ยังมีอีกหลายชีวิตนั่งมองพวกเขากันตาใสแจ๋ว แต่คุณนักรบกลับมาปล้ำจูบเขาไม่ยั้งแบบนี้

“มองเหี้ยอะไรกัน”

ดวงตาคู่คมตวัดมองตามทิศทางที่นัยน์ตาเรียวมองอยู่พลางถามเสียงห้วน จากนั้นก็ลุกขึ้นก่อนจะช้อนร่างบางแนบอก แล้วหมุนปลายเท้ากลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง แบบที่คนมองตามอย่างยีนส์ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มอย่างระอา

“ให้ตาย ตอนแค้นเขาล่ะมันรู้ใจตัวเองดี พอแค่คำว่ารักมึงจะปากแข็งอะไรนักหนาวะเพื่อนกู ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”


.

.

.


“คุณนักรบ…”

นักรบก้มลงมองร่างบางในอ้อมแขนที่พึมพาเรียกชื่อเขาออกมาเสียงแผ่ว ขณะที่อ้อมกอดอุ่นกำลังอุ้มจิณณ์ในท่าเจ้าสาวอยู่แนบอก ช่วงขายาวก็ก้าวมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอน

“เปิดประตู” ออกปากสั่งคนในอ้อมแขนเสียงเรียบ ให้จิณณ์ค่อยๆ ลดมือที่โอบรอบลำคอแกร่งข้างหนึ่งไปเอื้อมเปิดบานประตูไม้ที่ปิดสนิท

ช่วงขายาวก้าวตรงไปยังเตียงนอนกว้าง วางแผ่นหลังบางให้นอนราบลงกับฟูกนุ่ม ตามมาด้วยเรือนร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงคร่อมคนใต้อาณัติเอาไว้แทบจะทันที จิณณ์กะพริบตาปริบๆ ยันสองมือเรียวกับแผ่นอกกว้างกำยำอย่างเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดี

“เอ่อ…”

“อะไร”

เจ้าของเสียงเข้มไม่ต่างจากความหล่อเหลาของโครงหน้าแสร้งกดเสียงลงต่ำ บอกตามตรงว่าเห็นสีหน้าหวั่นๆ และอาการตัวสั่นน้อยๆ ก็อดไม่ได้จะต้องแกล้งเสียหน่อย จนจิณณ์เม้มปากเข้าหากันแน่น นึกหวั่นกลัวเหลือเกินว่าจะทำอะไรไม่ถูกใจคนด้านบนเข้าให้อีกหรือเปล่า

“เปล่าครับ ว่าแต่คุณนักรบง่วงแล้วเหรอครับ”

“อือ ก็มีใครบางคนแถวนี้บอกว่ากูไม่สบาย คงต้องรีบนอนจะได้พักผ่อน”

“งั้น…คุณนักรบ เอ่อ ไปอาบน้ำก่อนดีกว่าไหมครับ เมื่อกี้เพิ่งหย่อนขาในสระมา แถมยังนั่งตากน้ำค้างอีก เดี๋ยวจะแย่กว่าเดิมนะครับ ถ้ายังไงผมไปเตรียมน้ำอุ่นๆ เอาไว้ให้แล้วกันนะครับ” ยกมือเรียวข้างหนึ่งที่ดันแผ่นอกแกร่งแตะเข้าที่แก้มสาก ไล่อังบนหน้าผากกว้าง นัยน์ตาเรียวสวยทอแสงด้วยความเป็นห่วง กลัวอีกฝ่ายจะอาการหนักขึ้นกว่าเก่า

โครงหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบส่ายไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ นักรบคว้ามือเรียวที่ลูบอยู่ข้างแก้มสากมากุมไว้แน่น สอดประสานนิ้วเรียวเข้าด้วยกัน ก่อนริมฝีปากร้อนผะผ่าวจะกดจูบลงบนฝ่ามือขาวอย่างแผ่วเบา

“หอม อาบน้ำหรือยัง” ปลายจมูกโด่งโน้มลงกดบนแก้มเนียน คลอเคลียข้างซ้ายสลับขวาไปมาอย่างเอาแต่ใจ น้ำเสียงแหบทุ้มพร่าพรายที่เอ่ยถาม ทำเอาจิณณ์พยักหน้ารับคำช้าๆ ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงเพื่อรับสัมผัสจากคนด้านบน

“จำที่กูวัดไข้ให้มึงคราวก่อนได้ไหม”

จู่ๆ คนที่เอาแต่ปล้ำจูบ ฟัดแก้มเนียนก็ผละออกห่าง ให้จิณณ์มองสบสายตากับคนถามอยู่เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอีกครั้งแทนคำตอบ แล้วก็เป็นอันต้องชะงักนิ่งกับประโยคถัดมา

“งั้นลองทำสิ จะได้รู้ว่าอาการกูเป็นยังไงบ้าง”

แตะตัวเอาก็ได้หรือเปล่า ไม่เห็นต้องวัดไข้ด้วยวิธีแบบนั้นเลยนี่นา

“ว่าไง จะทำหรือไม่ทำ”

เห็นสีหน้าลังเลของคนใต้อาณัติ คนจงใจแกล้งอย่างนักรบก็อดไม่ได้จะแสร้งทำเป็นกดเสียงเข้มดุๆ ใส่ ท่อนแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามทั้งสองยันลงข้างขมับขาวด้วยสีหน้าจริงจัง เสียจนจิณณ์ต้องรีบตอบกลับเสียงสั่น

“ทะ…ทำก็ได้ครับ”

มือเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ออกแรงรั้งให้อีกฝ่ายโน้มลงมาใกล้ ก่อนจะประกบริมฝีปากอย่างแผ่วเบา เรียวลิ้นสั่นเทาค่อยๆ กวาดต้อนไปรอบริมฝีปากร้อนผ่าว จากนั้นก็สอดเข้าไปภายใน ไล่เลียไปทั่วทุกอณูของปาก แล้วถูไถที่ปลายลิ้นร้อนอย่างเงอะงะแบบคนไม่ประสีประสา

จุ๊บ

“อื้อออออ”

รสจูบแสนแผ่วเบาและนุ่มนวลของคนที่พยายาม ‘วัดไข้’ ทำเอานักรบต้องเลื่อนมือไปคว้าท้ายทอยของคนใต้อาณัติแน่น ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายคุมเกมแทน บดขยี้กลีบปากบาง ป้อนจูบที่ดุดันและเร่าร้อนให้อย่างทนไม่ไหว

ลมหายใจร้อนผ่าวถูกส่งผ่านเข้ามาภายในโพรงปาก เช่นเดียวกันกับลิ้นร้อนที่เกี่ยวลิ้นนุ่มอย่างมีชั้นเชิง ต่างจากของจิณณ์ก่อนหน้านี้เป็นไหนๆ เสียงหอบหายใจดังสะท้าน ก่อนคนชักนำจะผละออกแล้วว่าเสียงแหบพร่าอย่างคนพยายามที่จะหักห้ามใจ

“นอนไหม ก่อนที่กูจะทนไม่ไหว”

“แฮกๆ แต่ว่า คุณนักรบ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะครับ นอนทั้งแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายหนักกว่าเก่านะครับ”

“ช่างเถอะน่า กูแข็งแรงดีไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก” ว่าจบ ก็ทิ้งตัวลงนอนพร้อมดึงรั้งร่างบางของคนที่ยังเหนื่อยหอบจากการโดนปล้นจูบเข้ามากอดแน่น พยายามข่มตาหลับเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน แล้วเผลอรังแกคนช่างห่วงเข้าให้

“งั้น ฝันดีนะครับ คุณนักรบ”


.

.

.


“อื้อออ”

แรงขยับตัวดิ้นไปมาเบาๆ จากคนที่กำลังกอดก่ายกันอยู่ราวกับเป็นหมอนนอนหนุน ปลุกจิณณ์ที่เพิ่งหลับไปได้ไม่นานให้ตื่นขึ้น เปลือกตาเรียวค่อยๆ ปรือมองเจ้าของแผ่นอกกว้างกำยำผ่านความมืด ก่อนอุณหภูมิจากร่างกายแกร่งที่ซุกซบอยู่จะทำให้ร่างบางต้องรีบผุดลุกขึ้นนั่ง เอี้ยวตัวไปกดสวิตซ์เปิดไฟตรงหัวเตียงแทบทันที

“ไหนบอกว่าตัวเองแข็งแรงดี ไม่เป็นอะไรง่ายๆ ไงครับ แล้วทำไมถึงได้ตัวร้อนแบบนี้ล่ะ หื้อ” จิณณ์อังมือเรียวกับหน้าผากกว้างของคนนอนที่เหงื่อออกจนชุ่ม ทั้งที่อุณหภูมิในห้องเย็นฉ่ำ เสียงหวานเอ่ยถามขำๆ ในลำคออย่างไม่อยากรบกวนการนอนของอีกฝ่าย

ช่วงขาเรียวก้าวลงจากเตียงนอนอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา ห้องน้ำกว้างคือจุดมุ่งหมายของจิณณ์ ร่างบางหายเข้าไปในนั้นเพียงครู่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมอ่างแก้วขนาดเล็กและผ้าผืนเล็กติดมือมาด้วย หมายจะเช็ดตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิให้คนที่ตัวร้อนอย่างกับไฟ

“อย่า…อา ธนัตถ์ อย่าครับ กลัว…แล้ว ผมกลัวแล้ว…ฮึก”

ทว่า เสียงเพ้อเพราะฤทธิ์ไข้และเสียงสะอื้นที่เคยได้ยินจากร่างสูงเป็นครั้งแรก ทำเอาจิณณ์ต้องรีบวางอ่างแก้วในมือลงข้างเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงข้างๆ คว้ามือหนาที่กำผ้าห่มมากุมเอาไว้แน่น ลูบไล้ปลายนิ้วกับหลังมือร้อนผ่าวอย่างแผ่วเบา มืออีกข้างก็แตะเบาๆ ข้างแก้มสากเพื่อเรียกคนที่ไร้สติ

“คุณนักรบ คุณนักรบครับ”

“พ่อครับ ฮึก…ช่วยด้วย ฮึก…ผมกลัว ฮือ…แม่ ช่วยแม่ด้วย”

ดวงหน้าหล่อเหลาส่ายไปมา หยาดน้ำสีใสหยดลงข้างสองแก้ม เนื้อตัวสั่นเทาน่าสงสารจนคนมองต้องโน้มตัวลงโอบกอด ลูบกลุ่มผมดำไปมาอย่างแผ่วเบาพลางเอ่ยปลอบ

“ชู่วว์ เงียบนะครับ ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไร ผมอยู่นี่แล้ว”

หมับ

“ฮึก พ่อครับ…พ่อ”

ท่อนแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้แน่น ซุกหน้าเข้าหาราวกับเจอที่พึ่ง ก่อนจะปล่อยโฮออกมา แม้เสียงร้องไห้จะไม่ดังมากนัก หากแต่คนที่อยู่ใกล้อย่างจิณณ์กลับได้ยินอย่างชัดเจนจนต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

ความอ่อนแอครั้งแรกของผู้ชายใจร้ายที่ชื่อนักรบ

“พ่อผมทำอะไรกับคุณกันแน่ครับ…คุณนักรบ”




---


เอ่า เฮียเขาก็มีมุมอ่อนแอนะเออ

ใกล้รู้ความจริงละว่าทำไมเฮียถึงแค้นขนาดนั้น เดากันออกป่าว ~


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว