ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (3/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (3/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส (3/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 13 – รอยสัมผัส




“ให้ตาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ะ ว่าเฮียจะเป็นคนพูดอะไรแบบนั้น”

“ถ้ามึงยังไม่เงียบ กูจะถีบมึงออกจากบ้านเดี๋ยวนี้เลยไอ้ควัน” น้ำเสียงเหี้ยมโหดและดุดันไม่ได้ทำให้ควันรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย เจ้าตัวแค่เบี่ยงหลบจากระยะฝีเท้าของนักรบแล้วมายืนข้างๆ คนที่คิดว่าพอจะช่วยชีวิตเขาได้อย่างเฮียยีนส์

“หึๆ ทำมาเป็นโหดกลบเกลื่อนนะมึง”

“มึงก็อีกคน เงียบไปเลย”

“ถามจริงๆ มึงสะกดคำว่าแค้นเป็นไหมวะไอ้นักรบ มึงเข้าใจความหมายของมันอยู่ไหม แล้วมึงยังจำได้หรือเปล่าว่ามึงจับคุณจิณณ์มาทำไม” ริมฝีปากหนายกยิ้ม วาดท่อนแขนแกร่งลงบนไหล่กว้าง พลางเอ่ยถามไอ้คนที่ดูเหมือนตอนนี้จะลืมจุดประสงค์สำคัญในการตามหาตัวคุณจิณณ์จนแทบพลิกแผ่นดินไปเสียแล้ว

รู้ความจริงเข้าหน่อยล่ะลืมทุกอย่างเลยนะมึง

หลงเขาแล้วล่ะสิ

“คำๆ นั้นมันติดตัวกูมาเป็นสิบปีทำไมกูจะจำไม่ได้”

“แต่ไอ้การที่มึงแสดงออกกับเขาตอนนี้เนี่ย มันตรงกันข้ามกับคำที่เรียกว่าแค้นไปไกลเลยนะ เพื่อนรัก” พอโดนเพื่อนดักทางเข้าหน่อย นักรบก็เลือกจะเงียบ ไม่โต้ตอบอะไรอีกให้ยีนส์ได้หัวเราะในลำคอ แล้วว่าต่อพร้อมกับคิ้วหนาที่ยักใส่เพื่อนตัวสูงสองทีอย่างกวนๆ

“คิดอะไรมากวะ ถ้าหวงเขาก็รักษาไว้ให้ดีๆ”

“…”

“เพราะกูเองก็ไม่รับประกัน”

ไม่ใช่คำล้อเลียนหรือแกล้งแซว แต่มันเป็นคำเตือนจากเพื่อนคนหนึ่งที่อยากจะเตือนมันด้วยความหวังดี

“มึงคิดจะทำอะไร”

ประโยคคำพูดราวกับต้องการจะสื่อความหมายอะไรบางอย่างทำเอานักรบต้องเลิกคิ้วถาม เอี้ยวตัวมองหน้าคนที่พาดแขนแกร่งกอดคอเขาอยู่อย่างไม่เข้าใจ

“กูเองก็บอกอะไรมึงไม่ได้เหมือนกัน”

เพราะคนที่จะทำไม่ใช่เขาหรอก แต่เป็นราชสีห์ตัวจริงต่างหากล่ะ ที่จะทำให้เสือร้ายอย่างนักรบมันคลั่งน่ะ

“แต่กูว่าเรื่องนั้น มันยังไม่เครียดเท่ากับเรื่องลูกกระสุนที่ยิงรถมึงเมื่อคืนหรอกนะ”

สีหน้าจากที่เคยปรากฏความเจ้าเล่ห์เปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้น ยีนส์ว่าเสียงเรียบๆ ลดมือลงกอดอก พลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวหรูทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น เช่นเดียวกันกับนักรบและเลโอที่เดินไปทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม

“ตกลงยังไงวะเฮีย ใช่พวกมันหรือเปล่า” เลโอที่เงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเช้านี้ผิงผิงมีนัดคุยงานและอาจารย์เลื่อนสอบ เมื่อคืนเขาจึงต้องรีบพาเจ้าตัวกลับบ้านทันที ไม่ได้อยู่ช่วยพวกที่เหลือสืบหาตัวก่อเหตุ

แต่เอาจริงๆ พวกเขาก็พอจะเดากันได้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือใคร

ทั้งที่สนามแข่งรถของเฮียนักรบมีกฎบอกเอาไว้อย่างชัดแล้ว ว่าห้ามนำอาวุธทุกชนิดเข้ามาภายในโดยเด็ดขาด แถมทางเข้าออกยังมีการ์ดที่คอยตรวจคนเข้าออกตลอดเวลา แบบที่ว่าไม่มีทางเลยที่จะมีใครสามารถนำมันเข้าไปได้แบบนั้น

นอกเสียจากจะเป็น**…คนใน**

คำถามที่ทำให้ยีนส์มองสบกับดวงตาคู่คมของเลโอ ก่อนจะพยักหน้ารับแทนคำตอบ ให้ควันที่นั่งอยู่ข้างๆ ร่างสูงผิวเข้มได้สบถออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงหน้าคนที่กล้าทำร้ายเฮียนักรบและพี่จิณณ์ที่เขารัก

“ไอ้พวกเหี้ยนี่กัดไม่ปล่อยจริงๆ”

“เออ ต่อไปก็ระวังให้ดีแล้วกัน มันคงหนักข้อกว่านี้แน่” วางมือลงบนศีรษะทุยของไอ้น้องชายจอมอวดเก่งพลางโยกไปมา แล้วว่าต่อ

“เฮียรบของมึงน่ะมันดูแลตัวเองได้ อันนั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่หรอก แต่อีกคนพยายามอย่าให้คลาดสายตาเลยจะดีมาก”

หมายถึงใครอีกคนที่ตอนนี้คาดว่าน่าจะยังอึ้งกับคำพูดของไอ้นักรบมันอยู่ในครัวแน่ๆ

ตาคมเข้มเสมองคนฝั่งตรงข้ามที่นั่งหน้าเครียดไม่ต่างกัน แม้ว่าจะไม่มีเสียงใดๆ เปล่งออกมาเป็นคำพูด แต่จากสายตาที่มองสบกันยีนส์ก็พอจะรู้ว่าตัวนักรบเองก็คงจะเดาได้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนยิงกระสุนนัดนั้นใส่มันเมื่อคืน

จะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่…ศัตรูตัวฉกาจของมัน

“แบบนี้มันจะตามมาวอแวอะไรพี่จิณณ์อีกหรือเปล่าวะเฮียยีนส์”

“กูก็บอกไม่ได้ แต่จากเมื่อคืนคงเป็นตัวยืนยันได้ดี” …ว่าจิณณ์ จิรนนท์น่ะสำคัญกับไอ้นักรบมันมากแค่ไหน

“ให้เฮียจัดการไหมวะ” ยีนส์เสนอ ถ้าหากไอ้นักรบมันยังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แบบนี้แล้วล่ะก็ ดูท่าว่าจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละที่พอจะช่วยแก้สถานการณ์ตอนนี้ได้…คนที่เลี้ยงดูและฝึกพวกเขามากับมือ

ถ้าไอ้นักรบมันยอมให้อีกคนช่วยน่ะนะ

“อย่าไปรบกวนมัน แค่งานของพรรคตอนนี้ก็แทบจะล้นมือจนมันจัดการไม่ทันแล้ว” คนที่เงียบอยู่นานส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงบอกปัดข้อเสนอ เขาไม่อยากจะดึงใครอีกคนเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องของตัวเองเท่าไหร่นัก

แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็เป็นอย่างที่ยีนส์คาดการณ์เอาไว้แล้ว โครงหน้าหล่อคร้ามพยักหน้ารับคำของเพื่อนตัวสูงอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยด้วยสีหน้าระอากับสรรพนามที่นักรบใช้เรียกพี่ชายที่สอนทุกอย่างในชีวิตนี้ให้กับมัน

“นี่ถ้าไม่ใช่มึงเป็นคนเรียกนะ กูว่าโดนเฮียเป่ากบาลไปแล้ว”

“หึ มันเลิกถือสากูไปนานแล้ว” พอนึกถึงใครบางคนที่เคยช่วยชีวิต แถมยังคอยสอนทุกอย่างจนเขากลายมาเป็นนักรบคนใหม่ได้อย่างทุกวันนี้ ไหล่กว้างกำยำก็ไหวเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงพิงกับพนักโซฟาตัวหรู

ใครบางคนที่เป็นกระทั่งต้นแบบความโหดร้ายและความเย็นชา ถึงขนาดที่ว่าไอ้ควันเองก็ยังถือเอาเป็นแบบอย่างมากกว่าตัวเขาที่เป็นคนช่วยชีวิตมันเสียอีก

“ก็นะ…เฮียแกเลี้ยงมึงมาเองกับมือ ตั้งแต่วันแรกที่เจอมึงในสภาพเหมือนลูกหมา แถมยังคอยสอนทุกอย่างที่เรียนรู้มาให้ด้วยตัวเอง เป็นธรรมดาที่มึงจะได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่น”

คิดถึงวันที่นักรบเล่าความเป็นมา ตอนเจอกับคนที่เป็นทั้งเจ้านายและผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตมันเอาไว้ครั้งแรกก็อดสงสารไม่ได้เหมือนกัน เพราะกว่าที่นายนักรบ นิธิปวงศกรจะมายืนถึงจุดนี้ได้ก็ผ่านอะไรมามากมายพอตัวอยู่ รวมไปถึง…ความแค้นกับคนในตระกูลฐานนันท์ญาที่หล่อหลอมให้นักรบฮึดสู้มาจนถึงวันนี้

ความจริงต้องบอกว่าพวกเขาทุกคน ก่อนจะมาเจอกับผู้เป็นเจ้านายที่ให้ชีวิตใหม่ก็มีสภาพไม่ต่างจากกันเท่าไหร่นัก ถ้าไม่โดนซ้อมจนเกือบตายอยู่ข้างถนนก็เป็นพวกที่ไม่มีใครต้องการ แม้กระทั่ง…พ่อแม่ของตัวเอง

“แล้วเรื่องบัญชีมึงจะเอายังไง ปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปมึงไม่มีทางจัดการได้แน่ๆ ให้คุณจิณณ์เข้ามาช่วยไหม ยังไงเขาก็จบด้านนี้มาโดยตรงเลยนี่หว่า”

“มึงสืบไปถึงไหนแล้ว” หมายถึงเรื่องของจิณณ์ที่เขาขอให้ยีนส์ไปตามสืบเพิ่มเติมต่ออีกหน่อย หลังจากที่อีกคนเผลอหลุดปากเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

“รู้แค่ว่ามีแบ็คคอยคุ้มครองเขาอยู่” ละมือหนาออกจากไอ้เด็กจอมอวดเก่งเปลี่ยนมาเป็นยกขึ้นไขว้กันระดับอก ก่อนจะเล่ารายละเอียดที่เขาพอจะสามารถสืบค้นมาให้มันได้

หลังจากข้อมูลล่าสุดที่พอจะรู้แค่ว่าตระกูลฐานนันท์ญาย้ายไปอยู่อเมริกาทั้งครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ก็แทบจะไม่มีข้อมูลอื่นๆ ออกมาให้พวกเขาได้สืบหาอีกเลย ถึงขนาดที่ว่าเจ้านายของพวกเขาที่มีอิทธิพลไปกว่าครึ่งค่อนเอเชียยังไม่สามารถหาข้อมูลที่มากไปกว่านี้ได้

“ซึ่งกูบอกเลยว่าอิทธิพลพอๆ กับเฮีย”

คำบอกของยีนส์ทำเอานักรบต้องขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจนัก ถ้าหากว่ามีคนคอยคุ้มครองที่มีอิทธิพลมากมายขนาดนั้น แล้วทำไมจิรนนท์ยังต้องมาทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเอง แถมยังอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ และราคาถูกแบบนั้นอีก

“เจ้าตัวไม่รู้หรอก คุณจิณณ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องเปลี่ยนชื่อไปทำไม” และเหมือนว่ายีนส์เองก็พอจะรู้ว่าเพื่อนตัวสูงของตัวเองกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ร่างสูงผิวเข้มเลยเอ่ยบอกพร้อมกับมองจ้องดวงตาคู่คมเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดอีกแรง

ก็นั่นมันคือความจริงล่าสุดที่เขาเพิ่งสืบมาได้เมื่อไม่นานนี้เอง




---


น้องมีแบ็คคอยคุ้มกันนะเออ ~ เฮียถึงหาน้องไม่เจอสักที

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว