ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 12 – รางวัลของผู้ชนะ




“คุณนักรบ…”

คนที่เพิ่งตั้งสติจากการถูกปล้ำจูบและทบทวนคำพูดของร่างสูงได้อย่างจิณณ์ค่อยๆ ยกมือขวาสั่นเทาที่ว่างจากการถูกล็อกขึ้นลูบตามโครงหน้าคร้าม เช็ดคราบเลือดที่ยังไหลลงมาต่อเนื่อง พลางเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกับคำพูดและแววตาอันแสนหนักแน่น

หยาดน้ำตาสีใสหยดแรกร่วงเผาะลงข้างแก้มซ้าย พร้อมรอยยิ้มที่หลากหลายความรู้สึก ถูกถ่ายทอดผ่านหน่วยตาเรียวที่ยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้ จิณณ์เอนซบอกอุ่นของนักรบ เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ อย่างรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย

“ทำไมไม่เปิดตั้งแต่รถจอดสนิทน่ะห้ะ พี่…นัก รบ…”

น้ำเสียงร้อนรนของผิงผิงเอ่ยถามขึ้นทันทีที่กระจกฝั่งคนขับถูกลดลง ก่อนจะค่อยๆ ขาดห้วง นัยน์ตากลมโตคล้ายลูกกวางจอมแสบกะพริบถี่ มองภาพคนสองตรงหน้าอย่างตกตะลึงไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในกลุ่ม

“นี่ถามจริง นั่งอย่างนี้มาตั้งแต่เริ่มแข่งเลยป่ะ” ถามแกมประชด มือเรียวยกขึ้นไขว้กันในระดับอก พลางส่ายหน้าไปมาอย่างนึกหน่ายใจ

ไอ้เราหรือก็เป็นห่วงแทบตายตอนได้ยินเสียงปืนดังลั่น แถมรถของพี่นักรบยังเซจนน่ากลัวว่าจะเป็นอันตรายนั่นอีก แต่ที่ไหนได้ ดันมานั่งยิ้มร้ายกาจกอดรัดจิณณ์ซะแน่นเชียว แล้วดูสิเจ้าตัวจ้อยบนตักนั่นก็หูแดงซุกหน้าอยู่กับอกแกร่ง ไม่ต้องหันกลับมาก็พอรู้ล่ะนะว่าหน้าต้องแดงมากพอๆ กับหูแน่ๆ เลย

“เฮียแม่งร้ายว่ะ”

ไม่เว้นแม้แต่ควันเองที่จะเอ่ยแซวอย่างโล่งอก ที่อย่างน้อยพี่ชายตัวสูงกับพี่จิณณ์คนน่ารักของเขาก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมาก ถึงแม้ว่าเฮียแกจะได้เลือดอยู่บ้างก็ตามอ่ะนะ แต่ดูจากสายตาแล้ว…คงจะได้ยาดี

“เป็นไงบ้างมึง”

“กูโอเค ฝากมึงจัดการที่เหลือด้วยแล้วกัน” คนโดนถามพยักหน้าตอบ ดวงตาคู่คมมองสบสายตาเจ้าเล่ห์ของเพื่อนผิวเข้มที่เดินมาสมทบเป็นรายสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยบอกให้ยีนส์แสร้งเลิกคิ้วถาม

“มึงไม่ลงมาจัดการเองเหรอวะ”

“หึ กูอยากลงไปจัดการเองนะ แต่ดูท่าทางแล้วคนเป็นห่วงจะไม่อยากให้ลงเท่าไหร่” กระตุกยิ้มตอบ นัยน์ตาคู่คมหลุบลงมองคนบนตักที่เผลอครางฮื่อออกมากับอก ให้คนที่ยังยืนอยู่บริเวณนอกรถได้หัวเราะร่ากับท่าทางเหล่านั้นอย่างเอ็นดู

“ยังไงมึงก็จัดการแทนกูหน่อยแล้วกัน”

“ไม่ต้องห่วงหรอกจิณณ์ ไอ้นี่มันอึดจะตายไป” ยีนส์โน้มตัวลงเท้าศอกทั้งสองกับขอบประตูรถ เอ่ยบอกเจ้าตัวเล็กที่ค่อยๆ หันกลับมามองพร้อมยกยิ้มแห้งๆ จนคนมองอดไม่ได้จะเอื้อมมือหนาลงลูบบนกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากให้เพื่อนตัวสูงที่ขึงตาใส่จนแทบจะหลุดออกมา

“หึ ทำเป็นหวง เออๆ เดี๋ยวกูจัดการเอง ส่วนมึงก็ไปจัดการตัวเองซะ” คนเจ้าเล่ห์ช่างแหย่ไหวไหล่นิด ผละยืดตัวออกมายืนข้างรถ พร้อมยกมือทั้งสองข้างเสมอไหล่เป็นเชิงยอมแพ้ทั้งที่สายตากำลังฉายชัดถึงความสนุก

“ไอ้เหี้ยนั่น อย่าให้มันเสนอหน้าเข้ามาเหยียบที่นี่ได้อีก ถ้ามันกล้ากลับมาเหยียบอีก กูอนุญาตให้เล่นมันได้เลย ไม่ต้องสนเหี้ยอะไรทั้งนั้น” ตาคมเหลือบมองรถคู่แข่งที่มีไดมอนด์และสาวอกโตโดนล็อกมือติดอยู่ด้วยกัน ก่อนจะประกาศกร้าวเสียงดังลั่นให้ได้ยินจนเกือบทั่วทั้งสนาม

“ส่วนนั่น ถ้าใครอยากได้ก็เอาไป กูยกให้”

“ของรางวัลมึงเลยนะ ไม่เอาไงวะ”

“ไม่ล่ะ กูมีของกูอยู่แล้ว” เอ่ยบอกเสียงดังฟังชัด พร้อมมองสบกับนัยน์ตาเรียวที่มองกันอยู่ก่อนแล้ว ชนิดที่ว่าคนถามอย่างยีนส์เป็นต้องหัวเราะในลำคอกับอาการปิดไม่มิดของเพื่อนตัวเอง

หึ มึงนี่มันต้องให้กระตุ้นสินะถึงจะรู้สึกตัว

“แล้วเฮียจะไม่เอากุญแจมือออกก่อนเหรอวะ” มองข้อมือของคนทั้งสองที่ยังถูกล็อกติดกันอยู่แล้ว ควันก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย

คือเห็นแล้วมันขัดๆ เกะกะลูกกะตาไง แต่จะไม่ให้พูดเลยก็ยังไงอยู่ แถมอุ้มพามาเกยกันอยู่บนตักแบบนั้นอีก เฮียนักรบแม่งจะขับรถได้เหรอวะนี่สงสัยมาก

“เฮียมึงคงอยากลองของใหม่ว่ะ ไอ้ควัน”

คำบอกของพี่ชายผิวเข้มที่วางพาดแขนบนไหล่ทำเอาควันถึงกับหน้าเหวอ ดวงตาคู่คมเบิกตากว้าง มองหน้าคนพูดสลับกับพี่ชายพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้านายของตัวเอง ให้นักรบได้ส่ายหน้านิด พรูลมหายใจอย่างเอือมระอา เตรียมเลื่อนปิดกระจก หากไม่มีเสียงทุ้มนุ่มขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ไอ้นักรบ”

พึ่บ

ลูกกุญแจถูกโยนลงบนตักจิณณ์อย่างเหมาะเจาะ ก่อนยีนส์จะทันเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนตัวสูง ที่กระชากรถออกจากสนามแข่งไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ยังมีร่างบางนั่งอยู่บนตักของมันเหมือนเดิม

“โธ่, แล้วก็บอกว่าเฮียรบอยากจะลองของใหม่”

“บ่นอะไรของมึง รีบไปเคลียร์เรื่องลูกปืนที่ทำเฮียรบมึงได้เลือดดีกว่าไป” น้ำเสียงยียวนคล้ายกวนอวัยวะเบื้องล่างของควัน ทำเอายีนส์ต้องยกมือผลักศีรษะของมันหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปจัดการเรื่องที่นักรบฝากฝังเอาไว้ให้เรียบร้อย


.

.

.


เสียงเครื่องยนต์อันคุ้นหูที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดสนิทในโรงจอดกว้างของคฤหาสน์หลังใหญ่ ทำให้คนที่นั่งรอคุณชายของบ้านตั้งแต่หัวค่ำได้รีบวิ่งออกมาดูด้วยความโล่งใจ

“ตายแล้วคุณนักรบ นี่ไปทำอะไรกันมาคะเนี่ย เลือดถึงได้ออกเยอะแบบนั้น” และเหมือนป้าแก้วจะโล่งใจได้เพียงไม่นานก็เป็นอันต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจกับสภาพของคุณชาย ที่มีคราบเลือดไหลเปรอะใบหน้าด้านซ้ายและเสื้อที่สวมอยู่

ไหนจะร่างบางของคุณหนูจิณณ์ที่ถูกอุ้มออกมาจากรถในท่าเจ้าสาว กำลังเอนซบใบหน้ากับอกแกร่งแถมยังมีกุญแจมือล็อกคนทั้งคู่เอาไว้ด้วยกันนั่นอีก ยิ่งเพิ่มความสงสัยระคนเป็นห่วงให้กับหญิงสูงวัยมากกว่าเดิม

“แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยครับป้าแก้ว ไม่มีอะไรมากหรอก เดี๋ยวยังไงผมขอตัวขึ้นไปทำแผลก่อนแล้วกันนะครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับป้า” ว่าจบ ก็ก้าวยาวๆ เดินผ่านร่างของป้าแก้วเข้าไปในตัวบ้าน มุ่งตรงไปยังห้องนอนชั้นสองทันที

“เอ่อ…”

หลังจากถูกวางให้นั่งลงบนเตียงนอนกว้าง ริมฝีปากบางก็เอ่ยออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ จิณณ์ช้อนนัยน์ตาเรียวมองคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ กันด้วยความเป็นห่วง

“ผม…ขอทำแผล ให้คุณนักรบได้ไหมครับ”

ดวงตาคู่คมมองสบกับคนพูด ก่อนมือหนาที่กำลังถือกล่องปฐมพยาบาลติดมาด้วยจะเอี้ยวตัวเล็กน้อยแล้ววางมันลงข้างหมอน สองมือแกร่งเลื่อนยกเอวบางของจิณณ์ให้ลอยขึ้น จัดการจับอีกคนนั่งชันเข่า คร่อมทับร่างของตัวเองที่ตอนนี้เอนพิงหลังกับพนักเตียงเรียบร้อย

“ไหนว่าจะทำแผลให้ไง รีบเข้าสิเดี๋ยวเลือดกูก็หมดตัวพอดี”

จิณณ์เม้มปากแน่น ก้มลงมองใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบของคนด้านล่างที่ห่างกันไม่ถึงคืบ แม้จะรู้สึกขัดเขินกับท่าทางล่อแหลมนี้อยู่ไม่น้อยแต่เจ้าตัวก็เลือกจะพยักหน้ารับคำ เอื้อมมือข้างที่ว่างไปเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบเอาสำลีและยาฆ่าเชื้อออกมาทำความสะอาดแผลให้อีกคน

นัยน์ตาคมเข้มจับจ้องดวงหน้าหวานของคนด้านบน ที่กำลังตั้งใจทำแผลให้เขาทุกรายละเอียด จนแก้มขาวค่อยๆ ขึ้นสีระเรื่อชวนมองอย่างไม่วางตา ท่อนแขนแกร่งโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น เมื่อรู้สึกถึงมือเรียวที่ชะงักค้างตรงบริเวณลำคอ

“เป็นอะไร หื้อ” นักรบแหงนหน้าขึ้นถามคนที่เอาแต่จ้องแถวๆ ลำคอของเขาด้วยแววตาวูบไหว ก่อนจะจุดยิ้มมุมปากพลางหัวเราะต่ำในลำคอ

“หึ รอยจูบที่คอกูหรือไง”

คำถามที่ทำให้จิณณ์เม้มปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเพื่อบอกปัด ทั้งที่ความจริงแล้วก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังตีรวนกันไปหมด ยามมองรอยลิปสติกจากหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นสิ่งท้าพนันในคืนนี้ไม่ต่างกับเขาที่ปรากฏชัดอยู่บนลำคอแกร่งของคุณนักรบ

พรึ่บ!

“อ้ะ! คุณนักรบ”

เสี้ยววินาทีที่จิณณ์กำลังนิ่งเงียบราวกับใช้ความคิด นักรบจึงเลือกจะจับเอวบางพลิกหงายให้นอนราบลงไปกับเตียงนอนนุ่ม แล้วตามลงไปคร่อมทับเหนือร่างเอาไว้อย่างรวดเร็ว จนคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับหลุดร้องเสียงหลง มือเรียวทั้งสองยกขึ้นดันแผ่นอกแกร่งอย่างตกใจ

นักรบรู้ว่านอกจากหญิงสาวที่ชื่อจีน่าอะไรนั่นจะกดจูบตรงแก้มของเขาแล้ว เจ้าหล่อนยังทิ้งรอยประทับตรงซอกคอแกร่งของเขาเหมือนเป็นรอยตีตราเอาไว้ด้วย ดังนั้น หากจะมีรอยหลงเหลือให้จิณณ์ได้เห็นมันเข้าก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้น ไม่อยากให้ตัวกูมีรอยของคนอื่นหรือไง”

“เอ่อ…”

“ไม่อยากให้มีก็ลบมันสิ” ว่าจบ นักรบก็โน้มดวงหน้าหล่อเข้าไปกระซิบบอกเสียงแหบพร่าข้างใบหูขาว

“ลบมันด้วยรอยจูบของมึงไง จิณณ์”

ตาคมมองสำรวจทั่วทั้งใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อ ริมฝีปากหนาจุดยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้น มือซ้ายที่ว่างก็ประคองแก้มขาว แล้วบดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว โดยที่จิณณ์ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ริมฝีปากร้อนไล่เลาะ ขบเม้มไปตามกลีบปากบางสีสดทั้งบนและล่างอย่างหยอกล้อ ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็กจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

“อื้อ…แฮก…”

เสียงจูบดังขึ้นสลับกับเสียงครางต่ำ ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืนของห้องนอนกว้าง ขณะที่นักรบยังคงป้อนจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมมืออีกข้างที่ถูกล็อกติดกับจิณณ์เอาไว้ก็เลิกชายเสื้อตัวบางขึ้น ลูบวนไปมาบนหน้าท้องบางที่หดเกร็งอย่างรู้สึกเสียวซ่าน

“แฮก…คุณ อื้อ นักรบครับ”

“หื้อ” ขานรับเสียงแหบพร่า ทั้งที่ดวงหน้าหล่อกำลังเลื่อนลงพรมจูบ คลอเคลียตามซอกคอขาวไม่ยอมห่าง

“ผะ…แผลคุณ ต้องทำ อื้อ แผลก่อนนะครับ”

“ช่างแผลมันเหอะ”

เสียงหวานของจิณณ์ถูกกลืนหายเพราะริมฝีปากร้อนทาบทับลงมาอีกครั้ง มือหนารั้งถอดเสื้อตัวบาง จนเผยให้เห็นแผ่นอกขาวกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ตามด้วยเสื้อเชิ้ตของนักรบที่เจ้าตัวผละลุกขึ้นถอดมันออกจนค้างติดอยู่ตรงข้อมือฝั่งที่มีกุญแจมือ เช่นเดียวกันกับเสื้อของจิณณ์ก่อนหน้า

“อาห์…”

จิณณ์สะดุ้งเฮือก หลุดเสียงครางหวานออกมา เมื่อลิ้นร้อนลากเลียบนตุ่มไตสีสวยทั้งสองข้างสลับไปมาอย่างแผ่วเบา กายบางบิดเร่าน้อยๆ ปลายเท้าเรียวจิกลงบนเตียงนุ่มกับสัมผัสอันแสนอ่อนโยนจากคนตัวสูง

กริ๊ก

นักรบอาศัยจังหวะที่จิณณ์กำลังเคลิ้มกับการปลุกเร้าจากตน ใช้มือซ้ายที่ว่างหยิบลูกกุญแจที่ยีนส์ให้ไว้ก่อนหน้าออกจากกระเป๋ากางเกงตัวเก่ง มาไขกุญแจมือให้เป็นอิสระ เพื่อดึงเสื้อทั้งสองตัวที่เกะกะอยู่โยนทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจนัก

จากนั้น ค่อยเลื่อนลงมาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่เหลือของตัวเองและจิณณ์ออกจนหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืดตัวขึ้นล็อกติดกุญแจมือกลับดังเดิม

มือเรียวโอบกอดรอบลำคอแกร่ง กลีบปากบางที่บวมเจ่อจากการบดจูบครั้งแล้วครั้งเล่าก็เริ่มจูบตอบอีกฝ่ายอย่างเงอะงะ แต่ช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกินสำหรับคนเป็นงานอย่างนักรบ เรือนกายกำยำบดเบียดเข้ากับกายบางของจิณณ์แนบแน่นแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียว ส่วนอ่อนไหวของทั้งคู่เสียดสีจนความต้องการเริ่มขยับโป่งนูนขึ้นมา

นิ้วยาวข้างที่ถูกล็อกกุญแจมือเอาไว้ค่อยๆ สอดประสานเข้ากับนิ้วเรียวของจิณณ์ จับกันแน่นจนจมหายไปกับเตียงนอนนุ่ม ริมฝีปากร้อนพรมจูบลากผ่านตั้งแต่แผ่นอกบางไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงหลุมสะดือสวยกลางลำตัว ลิ้นร้อนสอดเข้าไปจนคนใต้ร่างบิดเร่าด้วยความเสียววูบวาบในช่องท้อง

ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบกดลงระหว่างขาเรียวทั้งสองข้างของจิณณ์ ปลายลิ้นร้อนขยี้ลงบนส่วนปลายแดงก่ำแรงๆ ตวัดลากเลียอย่างคนมีชั้นเชิง ทำเอาจิณณ์ต้องเลื่อนมือข้างที่ว่างขยุ้มลงบนกลุ่มผมดำขลับของนักรบด้วยความเสียวกระสันอย่างลืมตัว

เฮือก!

“อาห์…ฮ้า…อื้อ!”

จิณณ์หลุดเสียงครางหวาน เผลอยกสะโพกเข้าหาโพรงปากร้อนที่ครอบครองส่วนอ่อนไหวฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยดน้ำสีขุ่น ดูดกลืนจนรู้สึกวูบวาบไปหมด

ฟึ่บๆๆ

ดวงตาคู่คมเหลือบขึ้นมองร่างกายขาวที่กำลังสูดปากเบาๆ บิดเร่าไปมาอย่างเสียวซ่าน ริมฝีปากร้อนเริ่มขยับและดูดเม้มรุนแรงกว่าเก่า ฝ่ามือหนาข้างที่ว่างก็ลูบไล้แผ่นหลังชื้นเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาตามแนวขาเรียวที่จิกลงบนเตียงนอนนุ่ม

“อ๊า!!!”

พรวด

เพียงไม่นาน หยาดน้ำสีขุ่นก็ทะลักเข้าภายในโพรงปากอุ่นของนักรบที่รองรับเอาไว้ ร่างสูงถอนริมฝีปากออกจากแก่นกายสีสวย กลืนกินทุกหยาดหยดอย่างไม่นึกรังเกียจพลางมองเรือนร่างสวยงามของคนที่นอนหอบหายใจถี่ ราวกับวิ่งรอบสนามหลายรอบ

“คุณ…อื้อ!!”

ทุกเสียงถูกกลืนหายอีกครั้ง เมื่อนักรบโน้มลงมาประกบจูบที่ริมฝีปากได้รูปบวมเจ่ออีกครั้งและอีกครั้งอย่างตะกรุมตะกรามและกระหายอยาก

นิ้วยาวแทรกผ่านความคับแคบ สัมผัสกับแรงตอดรัดถี่ที่ทำเอาปวดหนึบไปทั่วทั้งกลางลำตัวจนต้องกดนิ้วย้ำเข้าออกช้าๆ เน้นๆ แล้วจึงเพิ่มจำนวนนิ้วกระทุ้งเข้าไปในจุดเสียวกระสันจนจิณณ์ตัวงอ เชิดหน้าขึ้น ร้องครางลั่นพลางเพิ่มแรงบีบตรงฝ่ามือที่ประสานกับคนตัวสูงด้านบน สมองขาวโพลนไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกนอกจากปล่อยให้คนเป็นงานได้ชักนำ

“อ้ะๆๆ อื้อ! คุณ นักรบ…เสียว ฮื่อ ผมเสียว อึ่ก”

“อืม…”

ฟึ่บ

สวบ

นักรบจัดการดึงนิ้วที่กำลังเบิกทางออกจากช่องทางสีสวย เข่าหนาดันแยกขาเรียวทั้งสองข้างให้อ้าออกกว้าง แล้วจับแก่นกายใหญ่จ่อช่องทางสีสวยที่เต้นตุบ ถูไถไปมาตรงปากทาง ก่อนจะสอดลึกเข้าไปช้าๆ จนมิดด้าม ให้จิณณ์กรีดร้องในลำคอ ทั้งรู้สึกเสียด เสียวและจุกในคราวเดียวกัน

แท่งไฟร้อนจัดแช่เอาไว้เพียงครู่ นักรบโน้มตัวลงวางเท้าศอกข้างซ้ายลงข้างขมับขาว มองสบกับตาเรียวปรือปรอยและฉ่ำน้ำตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยแววตาที่อ่อนลง ฝ่ามือหนาปัดปอยผมชุ่มเหงื่อที่ปรกหน้าออกให้อย่างเชื่องช้า ก่อนจะลูบกลุ่มผมนุ่มเบามือแล้วกดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา

“ไหวไหม”

เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีอะไรกันมาที่นักรบเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใย จนจิณณ์รู้สึกอุ่นวาบไปทั่วทั้งอก ดวงหน้าหวานพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ไหว…ครับ”

สวบๆๆๆ

แรงตอดรัดรุนแรงของผนังนุ่มและคำตอบของจิณณ์ช่วยกระตุ้นให้นักรบเริ่มขยับกายเข้าออกอีกครั้ง ร่างสูงกระทุ้งเบาๆ เน้นย้ำให้คนใต้ร่างได้หลับตาพริ้ม ดวงหน้าหวานเชิดขึ้นนิดอย่างเสียวซ่านจนคนมองอดใจไม่ไหว ต้องโน้มลงบดจูบริมฝีปากบางบวมเจ่อที่กำลังยั่วยวนนั่นอีกครั้ง

นักรบกดจูบแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมคนที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นฮักและตกใจกลัวกับการต้องเป็นของพนันให้เขา ไหนจะตลอดการแข่งในสนามที่จิณณ์เอาแต่หลับตาแน่น เกร็งตัวเอนซบไหล่หนาของเขาอย่างหวาดกลัวนั่นอีก

คืนนี้คงหนักหนาสำหรับจิณณ์อยู่ไม่น้อย

“แฮก…แฮก…อ้ะ…อื้อ”

จิณณ์ส่งเสียงหวานครวญครางแทบขาดใจ ยามแท่งไฟร้อนจัดกระแทกเข้าออกอย่างหนักหน่วง สลับกับหมุนควงวนในช่องทางคับแคบ จนร่างบางตัวสั่นคลอนไปตามจังหวะ มือเรียวที่อ่อนแรงเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ยกตัวจูบปลายคางชื้นเหงื่อของคนด้านบน

ปั่บๆๆ

เอี๊ยดๆๆ

“อึ้ก…อ้ะ…คุณ…ช้า…หน่อย…ฮื่อ…มัน…เสียว”

เสียงหวานร้องห้าม เมื่อคนด้านบนดึงตัวออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกสวนกายเข้ามาใหม่ทีเดียวจนมิดด้าม จากนั้นก็หมุนควงแท่งไฟร้อนตรงจุดกระสันในช่องทางคับแคบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรัวเร็วและเร่าร้อน

เตียงนอนกว้างกระทบกับผนังส่งเสียงดังกุกกักไปทั่วทั้งห้อง ผสมปนไปกับเสียงครางต่ำของคนทั้งคู่จนกายบางสะดุ้งเฮือก มือข้างที่ประสานกันอยู่ไม่มีใครคิดจะคลายมันออกจากกัน มิหนาซ้ำยังจับกันแน่นขึ้นกว่าเก่าจนชุ่มเหงื่อไปหมด

“ถ้าไม่อยากลุกออกจากเตียงไม่ได้เป็นอาทิตย์ อย่าทำแบบนั้นอีกจิณณ์” เสียงแหบพร่าคำรามต่ำบอกคนใต้ร่างที่เอียงคอมองนัยน์ตาใสอย่างงุนงง จนนักรบต้องบดกรามแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างนึกสับสนในตัวเอง เมื่อคนที่ผ่านศึกบนเตียงมาอย่างโชกโชนกลับถูกกระตุ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะการกระทำอันแสนน่ารัก

ให้ตาย อยากขย้ำให้แหลกคาเตียงฉิบหาย

ความคิดที่ทำให้นักรบสวนกายเข้าออก กวาดต้อนทุกความสุขจากช่องทางสีสวยที่ร้อนระอุและตอดรัดแน่น รุนแรงจนจิณณ์ต้องแยกขาออกกว้าง โอบรอบเอวสอบ ยามเมื่อรู้สึกถึงความปรารถนาสุดท้ายแล่นมารวมกันอยู่ที่แก่นกายกลางลำตัว

พรึ่บ

ทว่า จู่ๆ คนด้านบนก็พลิกตัว ขยับไปนอนกึ่งนั่งพิงหลังกับพนักเตียงนอน แล้วจับร่างบางของจิณณ์ให้นั่งคร่อมอยู่เหนือเรือนกายสูงใหญ่โดยที่ร่างกายคนทั้งคู่ยังคงเชื่อมกันอยู่

“เอาสิ ไม่อยากให้มีรอยจูบของคนอื่นไม่ใช่หรือไง ลบมันสิ” คิ้วหนาเลิกขึ้น พร้อมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหยอกล้อคนที่มีสีหน้าทรมาน

นักรบยังไม่ลืมเรื่องรอยลิปสติกที่ทำให้จิณณ์ต้องมีสีหน้าเศร้าสลดก่อนหน้านี้ไปหรอกนะ และอย่างที่เคยบอกเอาไว้ ว่าหากไม่อยากให้รอยเหล่านั้นหลงเหลืออยู่บนตัวเขา จิณณ์ก็ต้องเป็นคนลบมันด้วยตัวเอง

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก้มลงมองประสานสายตากับดวงตาคู่คมแสนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะข่มความอาย ค่อยๆ โน้มตัวลงบดจูบบนรอยลิปสติกตรงลำคอแกร่ง ถูไถไปมาอย่างหนักหน่วงจนนักรบครางต่ำ พลางลากเรียวลิ้นชื้นที่มีหยดน้ำหวานสีใสไปตามรอยลิปสติกนั้น ราวกับต้องการจะเช็ดล้างมันออกให้หมด

“หมดแล้ว?” เอ่ยถามเสียงทุ้มนุ่ม เมื่อจิณณ์ยืดตัวตรง ก่อนจะพยักหน้ารับแทนคำตอบ รู้สึกกระดากอายไม่น้อย ภาพใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อตรงหน้าทำเอาคนมองอดใจไม่ไหว ฝังปลายจมูกโด่งเข้ากับแก้มเนียนเสียเต็มแรง

“อ้ะๆๆ อื้อ”

จิณณ์หลุดเสียงครางสะอื้น มือขวาที่ว่างวางแนบลงบนหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเรียงตัวสวย เมื่อมือหนาบังคับสะโพกมนให้ขยับขึ้นลงช้าๆ ขย่มส่วนใหญ่โตที่สอดลึกเข้ามาภายในมากขึ้นกว่าเก่าจนจุกและเสียวไม่น้อย

มือหนาข้างที่ประสานกันอยู่เลื่อนขึ้นมากดจูบเบาๆ ลงบนฝ่ามือเรียวของจิณณ์ ทั้งที่ตาคู่คมเข้มยังไม่ละไปจากดวงหน้าหวานของคนด้านบน ก่อนจะสวนกายกระแทกขึ้นนิด หมุนวนสะโพกเบาๆ จนผนังนุ่มด้านในตอดรัดรุนแรงยิ่งขึ้นจนเสียวซ่านไปหมด

“อ้ะๆๆ ฮื่อ ผม…ไม่ไหวแล้ว”

คำบอกที่ทำให้นักรบจับพลิกมือเรียวข้างที่ถูกล็อกกุญแจมือติดกันให้จับแก่นกายเล็กฉ่ำเยิ้ม แล้วช่วยกันรูดรั้งส่วนอ่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง ส่วนอีกข้างที่ว่างก็ดึงรั้งท้ายทอยจิณณ์ให้โน้มลงมารับจูบ

“อื้ม…”

จิณณ์ซบหน้าชื้นเหงื่อลงกับไหล่กว้างเปลือยเปล่า ร่างกายแข็งเกร็งอย่างทนไม่ไหว เมื่อมือหนาขยับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ก่อนแก่นกายเล็กจะปลดปล่อยหยาดน้ำขุ่นออกมาเลอะหน้าท้องของตัวเองและนักรบ

“แฮก…แฮก”

แม้จิณณ์จะเป็นฝ่ายเสร็จไปก่อน ทว่า คนด้านล่างอย่างนักรบก็ยังคงตระกองกอดเอวบางเอาไว้แน่น จากนั้นก็ค่อยขยับสวนกายแข็งขืนเป็นจังหวะเนิบนาบสลับกับหนักหน่วงเข้าออกอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนจะกระตุกกาย ปลดปล่อยทุกหยาดหยดความต้องการออกมาทั่วทั้งช่องทางด้านหลัง

“ผมเหนื่อย”

คนฟังพยักหน้ารับ พรมจูบลงบนผมนุ่ม สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าเต็มปอดพร้อมลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียนไปมาอย่างแผ่วเบา ท่อนแขนแกร่งตวัดกอดรัดแน่น ปล่อยให้คนที่เหนื่อยหอบได้พักผ่อนเพียงครู่เดียวเท่านั้น

ก่อนบทรักครั้งใหม่จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้งจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่




---


เอ่า เฮียรบเป็นพระเอกแล้วละมุนเลยนะเรา 

ปล.ใครอยากเล่นแท็กใช้ #นักรบล่ามรัก ได้เลยคับผ้ม


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว