ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 11 – ข้อแลกเปลี่ยน



ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณนักรบครับ” ตาเรียวสวยมองไม้เนื้อดีที่ปิดสนิท จิณณ์ยืนชั่งใจรออยู่เกือบนาทีเต็ม ก่อนจะตัดสินใจลองแง้มบานประตูเข้าไป เมื่อยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากอีกฝั่ง

ช่วงขาเรียวก้าวเข้ามายังโซนด้านใน กวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง ก่อนจะพบแผ่นหลังกว้างอันคุ้นเคยของคนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงด้านนอก จิณณ์พาร่างตัวเองมาหยุดยืนมองอีกฝ่ายอยู่ตรงกรอบประตูทางเชื่อม

“คุณนักรบครับ ใกล้ได้เวลาอาหารเช้าแล้วนะครับ” ยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ นักรบทำเพียงแค่ขยี้ปลายบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ใกล้ๆ มือ ตาคู่คมทอดมองทิวทัศน์นอกรั้วบ้านพลางสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหวังให้มันช่วยเขาสงบสติอารมณ์

แม้จะยังรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย กลัวว่าหากเซ้าซี้เกินไปจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าอารมณ์ไม่ดีมากขึ้นกว่าเก่า แต่จิณณ์ก็ตัดสินใจขยับก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด ลองสำรวจจากซากของก้นบุหรี่ในที่เขี่ยแล้ว ท่าทางคุณนักรบคงจะสูบไปไม่ต่ำกว่าสองมวนแล้วแน่ๆ

หมับ

ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตวัดโอบรอบเอวบาง ดึงเจ้าของกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ผิดกับกลิ่นบุหรี่จากตัวเขาเข้ามากอดแน่น เสี้ยววินาทีนักรบจัดการพลิกแผ่นหลังบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ดันสะโพกสวยเบียดกับขอบระเบียง ดวงตาคมกริบสอดประสานกับนัยน์ตาเรียวที่เบิกกว้างอย่างตกใจ

“ไม่หว่านเสน่ห์ใส่ไอ้ยีนส์มันแล้วหรือไง”

“ผมไม่ได้ทำแบบนั้นเสียหน่อย” ตาเรียวช้อนมองคนตรงหน้า ก่อนจะตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกึ่งตัดพ้อ กึ่งน้อยใจอย่างลืมตัว

“หึ แล้วอยากทำไหมล่ะ”

“ไม่ครับ”

ดวงหน้าหวานส่ายไปมาช้าๆ หลุบตาลงมองแผ่นอกกว้างที่มือเรียวกำลังขยุ้มเสื้อยืดอยู่แน่นอย่างหวาดหวั่น กลัวจะทำอะไรไม่ถูกใจอีกคน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าท่าทางเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มพอใจจากใบหน้าคมได้มากขนาดไหน นักรบช้อนคางมนให้แหงนขึ้น ก่อนจะโน้มลงกดริมฝีปากร้อนบนอวัยวะส่วนเดียวกัน

จูบร้อนแรงเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ถูกถ่ายทอดให้คนที่เผยอปากน้อยๆ รับเรียวลิ้นร้อนเข้ามาอย่างคุ้นชิน ปลายลิ้นร้อนเจือกลิ่นนิโคตินกวาดต้อนทุกหยาดหยดน้ำหวานจากร่างบาง จนมือเรียวต้องยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งแทบทันที

ไอร้อนจากแสงแดดที่สาดกระทบลงมาบนเรือนร่าง เทียบไม่ได้กับจูบอันแสนเร่าร้อนและวาบหวามของคนสองคนที่ยังคงแลกเปลี่ยนลมหายใจซึ่งกันและกันอยู่ตรงระเบียงกว้าง อย่างไม่นึกกลัวว่าใครจะผ่านมาเห็นภาพเหล่านั้นหรือไม่

ดวงหน้าหล่อเลื่อนจากริมฝีปากบวมเจ่อลงมาพรมจูบทั่วลำคอระหง ซุกไซ้สูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอขาวเข้าเต็มปอด มือหนาดึงรั้งคอเสื้อทั้งสองข้างลง เผยให้เห็นลาดไหล่บางขาวเนียนที่มีรอยประทับสีกุหลาบของเขาอยู่จางๆ

ริมฝีปากร้อนจูบซับแผ่วเบาตรงหัวไหล่มน สัมผัสแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยได้รับทำเอาเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลง จิณณ์เอนตัวซบใบหน้าหวานเข้ากับอกแกร่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบอย่างไม่คิดปฏิเสธ

น่าแปลกที่แค่เพียงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายบางตรงหน้าก็สามารถทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองในใจของนักรบบางเบาลงได้ดี ยิ่งกว่าบุหรี่หลายมวนที่เขาสูบไปก่อนหน้านี้เสียอีก

ดวงตาคู่คมที่ปิดอยู่ค่อยๆ เปิดขึ้น ก่อนจะหลุบลงมองต่ำอย่างรวดเร็วทันทีที่รับรู้ได้ว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาจากใครบางคน ตามสัญชาตญาณการระวังภัยที่ถูกสั่งสอนมานาน

อารมณ์ที่ดูเหมือนจะคงที่มากขึ้นของนักรบ ถูกกวนให้ขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง โดยฝีมือของร่างสูงผิวเข้มที่กำลังยืนพิงไหล่กับต้นไม้ใหญ่ตรงข้างสระว่ายน้ำ

ยิ่งรอยยิ้มร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ราวกับว่าเจ้าตัวรู้ทุกอย่างล่วงหน้า ยิ่งทำให้นักรบนึกถึงคำพูดยียวนและสายตากวนประสาทในห้องครัว รู้ทั้งรู้ว่ามันกำลังปั่นหัวเขาเล่น แต่ก็ไม่วายยังควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ไหลไปตามเกมที่ไอ้เพื่อนตัวดีมันวางเอาไว้ไม่ได้

“อ้ะ! คุณนักรบ”

จู่ๆ ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดช้อนอุ้มร่างบางในท่าเจ้าสาว ก่อนจะหมุนปลายเท้ากลับเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว

“จะไปไหนครับ”

และคนที่คล้องลำคอแกร่งอย่างกลัวหล่นจากอ้อมแขนก็อดจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้ ก่อนแก้มขาวจะขึ้นสีระเรื่อ เพราะคำตอบของอีกฝ่ายที่เอ่ยตอบเสียงแหบพร่าพร้อมหน่วยตาคู่คมแสนวาววับที่มองสบลงมานั่นด้วย

“อาบน้ำไง”


.

.

.


“โหย ถ้าจะขึ้นไปตามกันเป็นชั่วโมงขนาดนี้ ลงมาอีกทีตอนมื้อเที่ยงเลยก็ได้นะ ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นหรอก ว่าจะหิวกันหรือเปล่า” ทันทีที่นักรบก้าวเข้ามาในห้องทานอาหารพร้อมกับจิณณ์ในเสื้อผ้าชุดใหม่ แถมดวงหน้าหวานยังคงขึ้นสีระเรื่อ คนที่นั่งกอดอก มุ่ยหน้ารออยู่เกือบชั่วโมงก็ว่าเสียงเหวี่ยงให้เลโอได้รีบห้ามปราม

“น้องผิงครับ”

“ก็จริงอ่ะตัว”

เล่นหายกันไปนานขนาดนั้น แถมหน้าตาพี่นักรบก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนแรกเป็นไหนๆ สงสัยจะแอบกินจิณณ์เข้าไปอีกแล้วแน่ๆ

เลโอส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเอ็นดู ท่าทางเขาคงจะปรามเจ้าตัวแสบคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว ดวงตาคู่คมเลื่อนสบกับดวงตาคมกริบของเจ้านายตัวเองที่พยักหน้าช้าๆ คล้ายจะบอกว่าไม่คิดติดใจกับคำพูดเหล่านั้นเท่าไหร่นัก

“จะยืนอยู่ทำไม ไปนั่งสิ” นักรบหันไปเอ่ยสั่งเสียงเข้ม พยักพเยิดหน้าเป็นสัญญาณให้จิณณ์ไปนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆ

“ครบแล้วก็ตักอาหารเลย” หันไปสั่งสองสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ให้ลงมือตักข้าวใส่จานของเจ้านายและแขกทั้งหลาย

“คุณจิณณ์ลองทานอันนี้ดูหน่อยนะครับ อร่อยมากๆ เลย ผมเพิ่งบอกให้ป้าแก้วทำเพิ่มเมื่อกี้เองเพราะรู้ว่าเป็นของโปรดคุณ”

“คุณยีนส์…รู้ได้ยังไงครับว่าผมชอบอะไร”

“ผมรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณจิณณ์นั่นแหละครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มกว้างที่แสนจะอบอุ่น

ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ในเมื่อเขาเองก็เป็นคนที่คอยช่วยหาข้อมูลและประวัติต่างๆ ของจิรนนท์คนนี้มาให้ไอ้นักรบมันด้วยน่ะ

ไม่วายจะเหลือบดวงตาคู่คมแสนเจ้าเล่ห์ไปมองพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากให้เพื่อนตัวสูงตรงหัวโต๊ะ ที่ยังคงนั่งหน้านิ่ง หากแต่มือหนากลับกำช้อนในมือแน่นอย่างระงับอารมณ์ที่เดือดพล่านของตัวเอง

“อ๋อ, ครับ” กลีบปากบางระบายยิ้ม แม้จะยังแอบแปลกใจกับสรรพนามที่คนตรงหน้าใช้เรียกกันจะดูต่างจากตอนที่คุยกันในห้องครัวก่อนหน้านี้มากนัก

“ว่าแต่คุณจิณณ์มาอยู่ที่นี่นานหรือยังครับ”

“มึงจะอยากรู้ไปทำไม” เป็นนักรบที่เอ่ยขึ้นเสียงห้วนพร้อมสีหน้าติดจะหงุดหงิด เมื่อเขารู้สึกว่าไอ้เพื่อนผิวเข้มกำลังพยายามสร้างโลกส่วนตัวกับจิณณ์มากเกินความจำเป็น ให้คนที่วางหมากเกมเอาไว้แล้วเป็นอย่างดีได้ยกยิ้มพอใจ

“มึงชื่อจิณณ์หรือไง”

ผิงผิงเหลือบตามองคนทั้งสามตรงหน้าสลับกันไปมา ก่อนจะหันกลับมองร่างสูงข้างกายอย่างนึกเสียวสันหลังแปลกๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบโต๊ะอาหารจากบทสนทนาของพี่ชายทั้งสอง

จะมีใครลุกขึ้นมาล้มโต๊ะไหมเนี่ย

“เอ่อ…ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกครับ”

และเหมือนจะไม่ใช่แค่ผิงผิงหรือเลโอที่รับรู้ถึงบรรยากาศชวนให้อึดอัดเหล่านั้น จิณณ์เองก็รู้สึกได้เช่นเดียวกัน ตาคู่สวยมองโครงหน้าคร้ามสลับกับใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงไปมา ก่อนจะตอบคำถามด้วยความหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย

“แล้วได้ออกไปข้างนอกบ้างหรือเปล่าครับ”

“เอ่อ…ไม่เลยครับ” จิณณ์ส่ายหน้าไปมาช้าๆ แทนคำตอบ ซึ่งท่าทางที่แสนใสซื่อนั้นก็ยิ่งชวนให้นักรบหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

เพราะอะไรน่ะหรือ?

เพราะมันจะเข้าทางไอ้คนเจ้าเล่ห์ที่วางแผนเอาไว้แล้วน่ะสิ

“คุณจิณณ์อยากลองไปเที่ยวสนามแข่งรถดูบ้างไหมครับ”

“ไอ้ยีนส์”

เสียงทุ้มกดต่ำเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทตัวเองอย่างไม่พอใจนัก มือหนาวางช้อนส้อมในมือ ก่อนจะจ้องเขม็ง ให้ยีนส์ไหวไหล่แล้วย้อนประโยคก่อนหน้านี้ของนักรบ

“ทำไม ก็มึงบอกกูเองว่าจะทำอะไรก็ได้มึงไม่ถือ เพราะเขาไม่สำคัญสำหรับมึง”

“มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับกู” เหมือนจะรู้ว่าเผลอลืมตัว เดินตามเกมของไอ้เพื่อนจอมเจ้าเล่ห์เข้าให้ นักรบเลยรีบไหวไหล่บอกเสียงเรียบ ปรับสีหน้าเป็นปกติ

“งั้นมึงจะขัดกูทำไม”

“แล้วมึงจะพามันไปโดยไม่ขอเจ้าของสนามอย่างกูเลยหรือไง” ทว่า ประโยคนั้นกลับทำให้ยีนส์เลิกคิ้วมองแล้ว…แสยะยิ้ม

“ถ้าจำไม่ผิด กูก็เป็นหุ้นส่วนของสนามนั้นด้วยนะเพื่อน”

สาบานได้เลยว่าไม่มีใครรู้หรอก ว่าเวลานี้นักรบกำลังข่มอารมณ์ตัวเองมากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ลุกขึ้นไปปล่อยหมัดใส่หน้าหล่อๆ ของเพื่อนตัวเอง

“อ่ะ พอเลยพอไม่ต้องเถียงกัน ถ้าพี่ยีนส์จะพาจิณณ์ไปสนามละก็เค้าไปด้วย ไปกันให้หมดทุกคนนี่แหละ”

และก่อนจะมีการเปิดศึกปะทะใส่กันระหว่างพี่ชายตัวสูงทั้งสองที่เป็นเพื่อนรัก เพื่อนกัดกันมานานกลางโต๊ะอาหาร ผิงผิงเลยต้องรีบออกปากห้ามอย่างรวดเร็ว ให้ยีนส์กระตุกยิ้มมุมปาก ยอมละสายตาจากดวงตาคู่คมของเจ้าของบ้าน

“เดี๋ยวแล้วจะไปสนามทำไม มีสอบไม่ใช่เหรอเรา” นักรบขมวดคิ้วเป็นปมแน่น มองผิงผิงอย่างสงสัย ถ้าจำไม่ผิดยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่จะพาเจ้าเด็กตัวแสบคนนี้ไปสนามแข่งรถเลยด้วยซ้ำ

“อื้อฮึ”

“งั้นก็ไม่ต้องไป อยู่บ้านอ่านหนังสือเลยเราน่ะ”

“ไม่เอา ถ้าพี่ยีนส์ยังยืนยันว่าจะพาจิณณ์ไปสนามให้ได้ละก็ งั้นเค้าก็จะไปด้วย” ผิงผิงส่ายหน้าพรืดเป็นเชิงปฏิเสธ ริมฝีปากสีเชอร์รี่สดเอ่ยบอกเสียงใสพร้อมลงมือตักข้าวเข้าปากอีกครั้ง

“อีกอย่าง เค้าเหลือสอบตัวสุดท้ายวันมะรืนแหนะ แค่นี้สบายมาก ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

“แต่วันนี้มีแข่งนัดสำคัญ เราอย่าไปเลย” ยีนส์ว่าเสริมอีกแรง ทั้งที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นยังไง เห็นท่าทางรั้นๆ แบบนั้นสงสัยจะตามพวกเขาไปสนามแข่งรถคืนนี้ให้ได้แน่ๆ

“นั่นแหละเค้ายิ่งต้องไป ไม่รู้แหละ ถ้าเกิดพวกพี่ยังมีความคิดที่จะพาจิณณ์ไปสนามจริงๆ เค้าก็จะไปด้วย และพวกพี่ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” และเพียงเท่านี้ สามหนุ่มร่างสูงที่สนิทกันมานาน ก็ได้คำตอบของความดื้อรั้นในประโยคก่อนหน้าทั้งหมดทั้งมวลของผิงผิงแล้ว ว่าเจ้าตัวทำไปเพื่ออะไร

ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วง…จิรนนท์

“งั้นก็ตามใจ เพราะยังไงคืนนี้พี่ก็จะพาคุณจิณณ์ไปสนามให้ได้เหมือนกัน” ยีนส์ว่าอย่างไม่ยี่หระพลางหันกลับมาสบสายตากับเจ้าของบ้านด้วยแววตาจริงจัง เป็นเชิงบอกว่าเขาทำจริงอย่างที่พูดและนักรบก็ไม่มีสิทธิ์ค้านใดๆ ทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน




---


เฮียนักรบยังเป็นพระเอกอยู่จริงๆ นะ 55555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว