ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2561 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 10 – ตัวกระตุ้น



“ฮ้าว ~ อ้าวเฮียจะไปไหน เฮีย!”

เลโอร้องเรียกพี่ชายตัวสูงด้วยน้ำเสียงงัวเงีย มือหนายกขึ้นเสยผมที่ร่วงลงมาปรกหน้าออก ก่อนจะมึนงงกับท่าทางนิ่งขรึมของนักรบ ที่เดินขึ้นบันไดไปโดยไม่คิดจะเอ่ยตอบหรือชายตาแลเลยสักนิด

“อะไรของเขาวะ”

“ตื่นแล้วเหรอตัว”

คนที่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ แก้เซ็ง เพราะไม่กล้าแม้แต่จะย่างกรายเข้าไปภายในอาณาเขตที่เรียกว่าห้องครัวอย่างผิงผิงก็รีบผุดลุกจากโซฟากำมะหยีตัวยาวในห้องนั่งเล่น มุ่งตรงไปยังบันไดขึ้นชั้นสองของตัวบ้านทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหู

“น้องผิงครับ เฮียรบเป็นอะไร ทำไมทำหน้าโหดเดินขึ้นห้องไปแบบนั้น”

ไม่ตอบคำถาม แต่เลโอเลือกจะถามกลับถึงอาการของผู้เป็นเจ้านายพ่วงด้วยตำแหน่งพี่ชายอันเคารพของตัวเองแทนจนผิงผิงต้องเบะปาก ไหวไหล่บางของตัวเองนิด แล้วตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

“ไม่รู้สิ สงสัยจะโดนพี่ยีนส์กระตุกต่อมอีกแล้วมั้ง”

“หื้อ? เฮียยีนส์มาเหรอ”

ทว่า คำตอบที่ได้รับกลับมา ยิ่งทำให้คิ้วหนาของเลโอย่นเข้าหากันเป็นปมมากขึ้นกว่าเก่า ดวงหน้าหล่อเหลาของบอดี้การ์ดหนุ่มหันกลับมามองใบหน้าน่ารักดูซุกซนด้วยประกายตาที่ฉายชัดถึงความงุนงงระคนสงสัย

“อื้อ เพิ่งมาเมื่อกี้อ่ะ มาถึงก็ถามหาพี่นักรบ เค้าเลยบอกว่าอยู่ในครัวกับจิณณ์”

“เร็วไปปะวะเนี่ย” เลโอลอบถอนหายใจออกหนักๆ มือหนาขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง เมื่อรู้สึกถึงสัญญาณความวุ่นวายที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้

“ตัวว่าอะไรนะ”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร…แต่เดี๋ยวนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขัด ดวงหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้ว มองผิงผิงอย่างจับสังเกต เมื่อนึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่างของประโยคก่อนหน้า

“เราเรียกคุณจิณณ์ว่าจิณณ์เฉยๆ งั้นเหรอ”

“อือฮื้อ ทำไม”

“คุณจิณณ์เขาอายุมากกว่าเราอีกนะครับน้องผิง ทำไมไม่เรียกเขาพี่” คนโดนดุไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังห้องครัว เมื่อพี่ชายจอมดุหนีหายขึ้นห้องนอนไปเป็นที่เรียบร้อย

กึก

ทว่า ช่วงขาเรียวเป็นอันต้องชะงักค้าง ก่อนจะถอยกรู ดึงรั้งแขนแกร่งของเลโอให้มาหลบตรงมุมผนังข้างห้องครัว เพื่อแอบดูความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในห้องครัว

“มีอะไร”

“ชู่ว~ ตัวอยู่เงียบๆ แล้วเฉยไว้ก่อน” นิ้วชี้เรียวยกขึ้นแตะปากบาง เป็นเชิงบอกให้เลโอที่กำลังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมึนงงเงียบลง ก่อนจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนทั้งสองในครัวอย่างตั้งใจ

ทางด้านยีนส์ หลังจากเพื่อนตัวสูงออกไปจากห้องครัว โครงหน้าคร้ามก็หันกลับมามองร่างบางที่นั่งเม้มปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นจนไหล่บางสั่นเทาอยู่บนเคาน์เตอร์ดังเดิม ช่วงขายาวพาตัวเองก้าวเข้าไปใกล้ พลางยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มไปมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูคนที่เด็กกว่า

“ไม่ต้องตกใจหรอก พี่ไม่คิดจะทำอะไรเราเหมือนที่พูดกับไอ้นกรบมันหรอกนะ” รอยยิ้มอบอุ่นและคำพูดแสนสุภาพ ถูกส่งไปให้คนที่เบิกตากว้าง ผงะถอยหนีสัมผัสจากยีนส์อย่างตกใจ

“คะ…คุณยีนส์ ฮึก ไม่ต้องปลอบผมก็ได้ครับ ยังไง ผม…ก็ไม่มีค่า ไม่สำคัญอะไรอย่างที่คุณนักรบว่า ฮึก…จริงๆ นั่นแหละครับ” จิณณ์บอกเสียงสั่นอย่างนึกน้อยใจ ยามแววตาสั่นไหวมองสบกับสายตาที่ดูอ่อนโยนจากชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มตรงหน้า

ไม่ใช่

สำหรับยีนส์แล้ว สัญชาตญาณกำลังบอกว่าสิ่งที่ไอ้เพื่อนตัวสูงพูดและแสดงออกมา ไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่น้อย กลับกันเวลานี้มันกำลังทำตัวเหมือนคนไม่มีหัวใจ เพื่อให้สวนทางกับความคิด ความรู้สึกที่กำลังตีรวนกันอยู่ต่างหาก

หน่วยตาคู่คมที่มักจะฉายแววร้ายกาจก็ดูจะเย็นชาและดุดันกว่าปกติ ยามที่มองสบกับดวงตาคู่คมของเขาเมื่อครู่นั้น เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้คือ…คนของมัน

เพียงแต่นักรบยังคงปากแข็งและยึดติดกับอดีตอันเลวร้าย ที่ตัวเองเคยถูกผู้ให้กำเนิดของจิณณ์สร้างรอยแผลเอาไว้จนฝังใจมาถึงทุกวันนี้

และเพราะเหตุนี้ นักรบถึงยังไม่รู้ว่าแววตาและการกระทำของมัน กำลังสื่อว่าเด็กคนนี้สำคัญกับมันมากขนาดไหน

ถ้ามันปากแข็งนัก เดี๋ยวเขานี่แหละจะเป็นคนง้างปากมันเอง

ข้อนิ้วแกร่งยกขึ้นปาดน้ำตาหยดใสออกจากแก้มเนียนทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา จากนั้น ฝ่ามือหนาก็วางลงบนศีรษะทุย แล้วโยกไปมาเบาๆ คล้ายจะปลอบประโลมเด็กน้อยที่ดูจะเสียใจ และน้อยใจกับคำพูดร้ายกาจระหว่างเขากับไอ้เพื่อนตัวสูงเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงนุ่ม

“อดทนหน่อยนะ”

เพราะเรา อาจจะต้องเจออะไรอีกเยอะ

“อดทนอะไรเหรอครับ” เอียงคอนิด นัยน์ตาเรียวกะพริบปริบ มองคนพูดด้วยประกายความสงสัย ให้ยีนส์ได้หัวเราะในลำคออย่างนึกเอ็นดูกับท่าทางแบบนั้นของจิณณ์

เปิดใจหน่อยเพื่อน แล้วมึงจะเห็นอะไรดีๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแค้นของมึง

“อ้าวคุณยีนส์ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”

ไม่ทันที่ร่างสูงผิวเข้มจะได้ไขข้อสงสัยให้แก่เด็กน้อย ป้าแก้วที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องครัวก็ว่าพร้อมระบายยิ้มจาง ให้กับภาพของชายหนุ่มผิวเข้มที่เธอเคยเจอหน้ากันเพียงแค่ครั้ง สองครั้ง กำลังลูบกลุ่มผมนุ่มของคุณหนูจิณณ์อย่างเอ็นดู

“เพิ่งถึงเมื่อวานครับป้า”

“ตายแล้วคุณหนูจิณณ์ ทำไมตาแดงแบบนั้นล่ะคะ ร้องไห้อีกแล้วเหรอคะเนี่ย ใครทำอะไร ไหนบอกป้าสิคะ”

ทว่า นัยน์ตาเรียวที่คลอรื้นและแดงก่ำของจิณณ์ ทำเอาหญิงสูงวัยถึงกับต้องรีบวางตะกร้าวัตถุดิบที่เพิ่งซื้อมาลงบนโต๊ะ แล้วรีบกุลีกุจอเข้าหาร่างบางด้วยความเป็นห่วง

“ก็มีอยู่คนเดียวนั่นล่ะครับป้า”

“อะไรกันคะเนี่ย แต่เช้าเลยหรือคะ”

“ก็นะครับ อย่างมันเดาอารมณ์ได้ที่ไหนกัน”

ไหล่กว้างไหวตอบ มือหนาสอดล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงตัวหรู เอนตัวพิงสะโพกสอบกับเคาน์เตอร์ พลางปรายตาคมเข้มไปมองนัยน์ตาคล้ายลูกกวางใสแป๋วที่หลบอยู่ตรงกรอบประตูห้องครัวอย่างอยากรู้อยากเห็น

“แล้วนั่นจะหลบอีกนานไหม หื้ม”

“ง่ะ พี่ยีนส์รู้ได้ยังไง ว่าเค้าแอบอยู่ตรงนี้” คนโดนจับได้เดินยู่ปาก มุ่ยหน้าว่าอย่างงอนๆ ช่วงขาเรียวก้าวมาหยุดยืนข้างพี่ชายตัวสูงผิวเข้ม

โดนจับได้ตลอด ไม่เคยเลยที่ผิงผิงจะเอาชนะบรรดาพี่ชายที่รักทั้งหลายได้สักครั้ง

“ทำตาแป๋วมองขนาดนี้ พี่ไม่รู้เลยมั้ง ว่าเป็นเราน่ะ” ให้คนฟังหัวเราะร่า วางมืออีกข้างที่ว่างลงบนศีรษะทุยๆ ของผิงผิงอย่างเอ็นดู ก่อนจะมองข้ามไหล่บาง ไปพยักหน้าทักทายให้กับพ่อบอดี้การ์ดส่วนตัวที่เดินตามหลังมาติดๆ

“ไงมึง ยังไม่ยอมปล่อยให้น้องขับรถเองอีกเหรอวะ”

หมายถึงเจ้าเด็กตัวแสบที่ยืนมุ่ยหน้าใส่อยู่ข้างๆ ปกติเวลาไปไหนมาไหนเลโอไม่เคยจะปล่อยให้ผิงผิงไปคนเดียว หรือจะเรียกให้ถูกคือมันไม่เคยปล่อยดวงใจให้อยู่ห่างจากสายตาเลยแม้แต่เสี้ยววินาที

“ปล่อยไม่ได้หรอกเฮีย กลัวรถชาวบ้านจะเสียหาย”

“ตัว!!!”

พอโดนคนสนิทว่าเหน็บแบบนั้น คนที่กำลังมุ่ยหน้างอนก็หันกลับไปว่าเสียงแหว วาดมือเรียวฟาดลงบนไหล่หนาเสียเต็มแรงหลายทีอย่างหงุดหงิด จนคนโดนทำร้ายต้องร้องเสียงหลง ดวงหน้าหล่อเหลาเบ้ลงอย่างเจ็บปวด

“โอ๊ย! เจ็บๆ น้องผิงครับพี่ล้อเล่น” เลโอจัดการรวบมือเรียวด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็ลูบไหล่ตัวเองที่มีรอยแดงจากฝ่ามือน้อยๆ ของผิงผิง เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ขอบอกว่าแรงเยอะไม่ใช่หยอกเลย

“แล้วนี่เฮียมาได้ไง ผมนึกว่าดูแลสาขาที่’เมกาซะอีก”

“เฮียที่รักของมึงนั่นแหละรีบ อยากได้ข้อมูลด่วน กูเลยต้องถ่อเอามาให้มันถึงที่เนี่ย”

“ก็พอเข้าใจ” เรื่องข้อมูลของคุณจิณณ์และครอบครัว ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องด่วนสำหรับเฮียนักรบไปซะแล้ว

“แต่ไม่นึกเลย ว่ากลับมาครั้งนี้จะเจออะไรสนุกๆ” เสียงทุ้มว่า พลางเหลือบตามองร่างบางที่ลงมายืนอยู่ข้างป้าแก้วด้วยสายตาวาววับราวกับเจอเรื่องสนุก ให้คนที่มองออกอย่างเลโอได้ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วว่าอย่างนึกขนลุกแปลกๆ

“บอกตรงๆ ผมโคตรเกลียดสายตาของเฮียตอนนี้เลยว่ะ”

ถ้าเฮียนักรบขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เฮียยีนส์ก็ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด

“หึ ก็เฮียมึงมันปากแข็ง ขืนปล่อยไว้นานๆ ชาตินี้ทั้งชาติ มันก็ไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง”

“แล้วเฮียจะทำไง”

“คงต้องหาตัวกระตุ้นมาช่วยเร่งปฏิกิริยามันหน่อย” ท่าทางที่ร่างสูงใหญ่ผิวเข้มแค่หัวเราะในลำคอ จนคนที่กำลังมองสองหนุ่มหล่อคุยกันอย่างผิงผิงได้แต่กลอกตาไปมา พ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ บ่งบอกถึงความเอือมระอาเป็นที่สุด

“ให้ตายเถอะ ผู้ชายแก๊งนี้นี่น่ากลัวทุกคนเลยจริงๆ”

“บ่นอะไรคนเดียวน่ะหื้อ น้องผิง”

“ไม่ต้องมาพูด พี่น่ะตัวดีเลย” ศีรษะได้รูปเบี่ยงหลบฝ่ามือใหญ่ ที่หมายจะวางลงมาอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปส่งสายตาเหวี่ยงๆ ใส่พี่ชายผิวเข้มที่ยกยิ้มกว้าง กระทั่งประโยคถัดมาของยีนส์นั่นแหละ ที่ทำเอาผิงผิงยิ่งถลึงตาใส่คนพูดหนักกว่าเดิม

“น่ากลัวยังไง ก็ไม่สู้พี่ชายเราหรอก”

“อย่าว่าพี่ชายนะ!”

“หึ ไม่ว่าก็ได้”

“แล้วนี่พี่ก็ยังจะไปกระตุกต่อมโมโหพี่นักรบเค้าอีกเนอะ อารมณ์ไม่คงที่แบบนั้น ใครจะกล้าขึ้นไปตามพ่อคนจอมโหดลงมากินข้าวล่ะทีนี้” ผิงผิงพ่นลมหายใจเบาๆ เลือกจะเบือนหน้าหนี พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย โดยไม่สนใจสายตากวนประสาทของพี่ชายผิวเข้มที่กำลังส่งมาให้

ตราบใดที่คนที่กำลังต่อล้อต่อเถียงด้วย คือคนที่รู้จักหยิบจุดอ่อนของคนอื่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างพี่ยีนส์ละก็ ยังไงเขาก็ไม่มีทางชนะได้หรอก

และแน่นอนจุดอ่อนของผิงผิงก็มีเพียงอย่างเดียวคือ…พี่ชายแท้ๆ ของเจ้าตัวนั่นแหละ

“เราอยากจะลองขึ้นไปตามดูไหมล่ะ หื้อ” ยีนส์ยื่นข้อเสนอ ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าคุณหนูจอมเอาแต่ใจจะให้คำตอบกับเขาอย่างไร

“ไม่ล่ะ เค้ายังรักตัวกลัวตายอยู่” ไหล่บางไหวนิดอย่างไม่ยี่หระ สองแขนเรียวยกขึ้นไขว้กันระดับอก ก่อนจะตวัดนัยน์ตาสวยคล้ายลูกกวางขึ้นมอง แล้วบอกเสียงเรียบ

“ใครเป็นคนเริ่มก็ไปจัดการกันเองสิ เค้าไม่เอาด้วยหรอก”

ใครกล้าเข้าไปหาพี่นักรบตอนอารมณ์แบบนี้ละก็ บอกเลยว่าเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ

“เอ่อ…เดี๋ยวผมไปตามเองก็ได้ครับ”

และเหมือนจะมีคนกล้าที่ดูไม่ค่อยจะเหมาะกับความกล้านั้นสักเท่าไหร่เอ่ยแทรกขึ้น ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทันทีที่สิ้นประโยคประชดประชันของผิงผิง

“จะไหวเหรอตัว…”

“เอาสิ ลองดูพี่ว่าก็ไม่น่าจะเสียหายนะจิณณ์”

ผิงผิงไม่ทันจะเอ่ยจบประโยค ยีนส์ก็ว่าแทรกขึ้นมาพร้อมกับระบายยิ้มกว้าง ให้จิณณ์พยักหน้ารับคำช้าๆ ก่อนจะละมือจากการทาอาหาร แล้วหันไปเอ่ยบอกขอตัวกับป้าแก้วเบาๆ

“งั้นเดี๋ยวผมมานะครับป้า”

“ค่ะ คุณหนูจิณณ์” หญิงสูงวัยพยักหน้ารับ มองตามจนแผ่นหลังบางหายลับไปจากห้องครัวด้วยความเป็นห่วง

“พี่ยีนส์ ให้จิณณ์เป็นคนไปตามพี่นักรบเองแบบนั้นมันจะดีเหรอ” คิ้วเรียวสวยย่นเข้าหากัน ขยับริมฝีปากเป็นกระจับสีเชอร์รี่สดถามอย่างกังวลใจ

จากสถานการณ์ผิงผิงก็พอจะเดาออกว่าใครเป็นคนทำให้พี่นักรบสุดโหดของเขาอารมณ์เสียแบบนั้น ถ้าเป็นพี่ยีนส์ขึ้นไปตามอีกฝ่ายเองก็คงจะพอรับมือไหวหรอก เพราะเมื่อก่อนทั้งสองคนชอบกระตุกต่อมอารมณ์ใส่กันอยู่บ่อยๆ แต่นี่เป็นคนตัวบาง แถมยังขี้กลัวที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะรับมือกับเจ้าพ่อความโหดไหวแน่ๆ

ส่งให้ไปตาม กลัวว่าจะเป็นการส่งเหยื่อไปให้ราชสีห์ขย้ำเล่นเอาน่ะสิ

“นั่นดิเฮีย ผมล่ะกลัวใจเฮียนักรบเลยว่ะ” เลโอพยักหน้ารัวๆ เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยว่าสมทบอย่างเห็นด้วยกับผิงผิงอีกแรง

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“บอกมาเลยนะพี่ยีนส์ ว่าแอบวางแผนอะไรเอาไว้อีก” เปลือกตาสวยหรี่ปิดลงกว่าครึ่ง มองพี่ชายผิวเข้มอย่างคาดคั้น ลองพี่ยีนส์กระตุกยิ้มมุมปากแบบนั้น แปลว่าต้องมีแผนการอะไรในใจแน่ๆ

และถ้าคนอย่างพี่ยีนส์มีแผน บอกเลยว่า…น่ากลัวสุดๆ

ดวงหน้าหล่อร้ายที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่ หันกลับมาสบดวงตาคมกับแก้วตากลมโตคล้ายลูกกวางของผิงผิง ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ที่ทำเอาทั้งผิงผิงและเลโอเป็นอันต้องเสียวสันหลังวาบ

“เชื่อพี่เถอะ มันไม่ทำอะไรกับจิณณ์ของเราแน่ๆ”




---


ต้องมีตัวกระตุ้นคนปากแข็งและปากร้ายกันหน่อย ~ ให้เวลาเฮียสักนิดเนอะ/me : จับน้องจิณณ์ใส่พานยกให้เฮียยีนส์ 55555


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว