email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว 9 สงสาร...

ชื่อตอน : ในรอยร้าว 9 สงสาร...

คำค้น : ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว 9 สงสาร...
แบบอักษร

“โธ่เว้ย!!!!” เมื่อมุทิตาเดินจากไปทิ้งให้เขาที่ยังคงสับสนกับความรู้สึกของตัวเองต้องว้าวุ่นใจใช้เท้าเตะกวาดดอกไม้ที่มันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อยกระจัดกระจายเต็มไปหมด ตอนนี้เขาสับสนความรู้สึกของตัวเองเขาต้องการอะไรจากกัณฑ์ธิรากันมันจะเป็นหนี้สินที่ค้างคากันอยู่หรือความรักที่อยากจะมีให้เธอ 

สิ่งที่ทำมันทั้งหมดมันใช่เพื่อเธอผู้นั้นใช่หรือไม่ ทั้งหมดมันคือความรู้สึกอะไรกันแน่หรือมันจะแปรเปลี่ยนเป็นรักเสียแล้ว โดยที่เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ตัวได้เลย 

 

“มุเป็นไงบ้าง” 

มันเป็นเสียงของหญิงสาวคนสวยที่เอ่ยถามเมื่อเธอเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังโต 

“ไม่ได้เป็นไรคะ มุขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะเดี๋ยวมันจะไม่ทันเอา” ส่งยิ้มเจื่อนๆไปให้กับกัณฑ์ธิรา 

“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไง เนื้อตัวเต็มไปด้วยเศษดินเศษหญ้าแบบนี้ แล้วไหนจะเลือดที่มันซิบๆออกมาอีก คุณแอรอนทำอะไรเธอ” ยื่นตัวเข้าปกป้องหญิงสาวคนนี้เต็มที่ เขาทำไม่ถูกถ้าจะคาดโทษถามหาคนผิดมันก็คงไม่ใช่มุทิตาเพียงแค่คนเดียวมันต้องรวมเธอไม่ด้วยเพราะพวกเธอเข้าไปที่นั้นเอง 

“ไม่มีอะไรคะ แค่ซุ่มซ่ามเอง” ดึงแขนของตัวเองกลับคืนเมื่อเห็นว่าแอรอนเดินกลับมาจากเรือนดอกไม้แล้วตรงมาที่นี่ 

“คุณแอรอนทำอะไรมุทิตาคะ?” 

“ฉันจะไปทำอะไรคนโปรดของเธอได้กัณฑ์ธิรา” คำพูดเสียงเรียบตอบคำถามของกัณฑ์ธิราอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวทั้งๆที่ตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าที่หญิงสาวต้องเป็นแบบนี้มันเป็นเพราะใคร แต่ทำไมต้องสนใจมุทิตามันไม่ได้มีความสำคัญให้เขาต้องใส่ใจด้วยซ้ำไป ไม่ได้มีผลต่อชีวิตเขาสักนิด 

“ถ้าคุณจะคาดโทษกันแบบนี้ ฉันว่ามันไม่สมควรเพราะมุทิตาไม่ได้ผิดแค่คนเดียว ถ้าคุณจะทำก็ทำฉันด้วยสิคะ” มันคือเรื่องจริงในเมื่อความผิดมันผิดกันทั้งสองคนไม่แค่คนคนเดียว 

“ดูจะห่วงใยกันจังเลยนะ” 

“มันคือเรื่องจริง คุณมันไม่สมเหตุสมผล!!!” เป็นครั้งแรกที่เธอกล้าขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้เพราะว่าครั้งนี้แอรอนทำเกินไป ถ้ามันผิดมากก็ควรที่จะแค่ตักเตือนเท่านั้นไม่ใช่ทำให้เลือดตกยางออกขนาดนี้ 

น้ำเสียงที่มันสาดดังก้องของกัณฑ์ธิราก็ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นตกใจกันไปตามๆกันไม่เว้นแม้แต่แอรอนเองที่ไม่เคยเห็นหญิงสาวเป็นแบบนี้ จากนั้นเธอก็วิ่งขึ้นข้างบนไปทันทีแม้ว่าร่างกายมันจะยังไม่ดีขึ้นแต่ตอนนี้ขอให้เธอได้หนีหน้าหายไปจากผู้ชายไร้เหตุผลคนนี้ทีเถอะ 

“กัณฑ์ธิรา!!!” เขาก็ตะโกนตามหลังของหญิงสาวไปทั้งยังสาวเท้าตามขึ้นไปอีก ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง 

“ผมว่ามุรีบไปทำงานเถอะครับเดี๋ยวจะไม่ทันเอา” คาร์มิลที่อยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยบอกแก่หญิงสาวที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับเหตุการณ์ก่อนหน้า 

มุทิตาไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายได้ขนาดนี้ ก็แค่เดินเข้าไปในเรือนดอกไม้ก็แค่นั้นทำไมเขาต้องทำมันให้เป็นเรื่องใหญ่กัน ถ้าไม่อยากให้ใครเข้าไปมากนักทำไมไม่ปิดมันไปเลยจะเปิดมันทิ้งไว้ทำเพื่อ!! สถานที่สวยๆอย่างนั้นมันยิ่งหาดูยากนักในเมืองใหญ่ 

แต่ทว่าตอนนี้จิตใจเธอนึกห่วงกัณฑ์ธิราขึ้นมาไม่รู้ว่าการที่หญิงสาววิ่งหนีขึ้นไปข้างบนแบบนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง มิหนำซ้ำแอรอนยังตามเธอไปติดๆ เรื่องทั้งหมดมันเป็นต้นเหตุมาจากเพราะตัวเธอเองใช่มั้ยที่อยากให้กัณฑ์ธิราได้พบเห็นอะไรใหม่ๆบ้างเผื่อจิตใจจะดีขึ้นแต่ตอนนี้เหตุการณ์มันกลับกันเสียแล้ว 

“ละ...แล้วคุณกัณฑ์ละคะ” ถามเพราะความสงสัยอยากจะได้คำตอบที่มันทำให้จิตใจของเธอชุ่มชื่นขึ้นกว่านี้ว่าหญิงสาวคงไม่เป็นอะไร 

“ผมเองก็ไม่ทราบครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะมันเป็นครั้งแรกที่คุณกัณฑ์แสดงพฤติกรรมอย่างนี้” 

“คะ...ครั้งแรก” ไม่คิดว่าเสียงตะโกนกร้าวที่ได้ยินของกัณฑ์ธิราจะเป็นครั้งแรกที่เธอใช้น้ำเสียงนี้กับแอรอน 

“มุรีบไปเถอะเดี๋ยวผมจะดูแลทางนี้เอง” 

“ค...ค่ะ” สีหน้าของเธอเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัดตอนนี้มันไม่อาจจะมีรอยยิ้มอยู่บนกรอบหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับกัณฑ์ธิราทำให้สมองของเธอมันประมวลผลนึกถึงสถานการณ์ในเรือนดอกไม้ที่หญิงสาวร้องขอให้ช่วย ซึ้งตอนนี้เธออยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน 

โดยที่ไม่นึกถึงความผิดที่มันจะตามมาเลย 

ฉันต้องทำยังไงคุณกัณฑ์ 

เพราะมองเห็นความทรมานที่หญิงคนนี้เจออยู่มันยิ่งทำให้อยากจะให้เธอหลุดพ้นจากบ่วงนี้  ชิ้นเนื้อใต้สมองเริ่มทำงานประมวลสถานการณ์และหาทางเพื่อการช่วยเหลือ ตอนนี้ไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว กัณฑ์ธิราทรมานจนเกินไปเธอควรที่จะได้รับอิสรภาพให้แก่ตัวเองบ้าง ทั้งร่างกายและจิตใจมันช้ำไปทั้งหมด 

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มันก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้ว ตลอดสามวันทุกครั้งที่เธอไปทำงานเธอก็ไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวเลย ทุกคนในบ้านก็ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นไปข้างบนเพราะคนใจร้ายสั่งไว้หากว่าใครฝ่าฝืนจะไล่ออกทันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ยิ่งคิดมันก็ยิ่งสงสารเธอเข้าไปใหญ่สถานการณ์คล้ายกับถูกปิดประตูขังตายไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันแต่มันยังดีที่มันไม่รุนแรงถึงกับไม่เห็นเดือนเห็นดาวเหมือนที่ใจคิด 

“นา พอดีว่ามุอยากจะช่วยใครสักคน ควรทำไงดี” เอ่ยถามเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ข้างๆกันหลังจากนัดกันมากินข้าวข้างนอก 

“แล้วคนที่มุจะช่วยเนี่ย เขาทำอะไรมาละ” หันไปถามมุทิตา 

“เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่โดนกระทำ เขาน่าสงสารมาก มุอยากช่วยเขาแต่ไม่รู้ว่าจะใช่วิธีไหนดี” ยากกว่าคิดเลขก็วิธีช่วยกัณฑ์ธิราออกมาเนี่ยแหละ 

“ลองคิดดูดีๆเผื่อว่าจะมีวิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ แล้วอีกอย่างถ้ามุช่วยเขามาได้แล้ว แล้วจะพาเขาไปไหนเพราะการที่มานั่งหนักใจแบบนี้มันคงไม่ใช่การช่วยเหลือที่ธรรมดาๆหรอกใช่มั้ย” 

“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่อยากช่วยธรรมดาเนี่ยแหละ เห็นเขาเดือดร้อน” เธอไม่ได้ตอบอะไรนาธินันท์ไปมากเพียงแค่ยิ้มหน้าเจื่อนๆที่ดูเหมือนว่าเพื่อนจะจับทางเธอได้เสียแล้ว 

“แน่ใจ?” 

“แน่ใจสิ” 

 

งั้นก็โอเคเอาใจช่วยแล้วกัน” นาธินันท์ส่งยิ้มสดใสให้กับเพื่อนของตัวเอง เธอไม่ได้แปลกใจอะไรที่มุทิตามาถามเรื่องนี้เพราะมันก็คงเป็นเรื่องปกติที่เราจะช่วยเหลือใครสักคน 

“จ๊ะ” 

มุทิตาเดินวกวนอยู่ภายในห้องครัวจนนับครั้งไม่ถ้วน เธอกำลังร้อนรนใจไม่รู้ว่าจะส่งสารถึงหญิงสาวอย่างไรดีว่าเธอจะทำตามในสิ่งที่กัณฑ์ธิราขอมา แล้วทุกอย่างมันจะต้องดำเนินไปด้วยดี ครั้งนี้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าต้องเอาหญิงสาวออกมาจากขุมนรกนี้ให้ได้ 

อยู่ที่นี่ไปก็แลแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆเขาทำรุนแรงต่อบุคคลร่างบางเกินไป ผู้หญิงร่างเล็กๆอย่างกัณฑ์ธิราจะทนมันได้อย่างไร เป็นคนนะไม่ใช่ผักไม่ใช่ปลาที่จะฟาดหรือลงมือกับมันยังไงก็ได้แต่ ก็นะแม้กระทั่งปลามันยังรู้สึกเจ็บรู้สึกกลัวเลย แล้วนับภาษาอะไรกับคนที่มีสมองมีปัญญารับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดได้ดีกว่า 

“มุเอาข้าวต้มขึ้นไปให้คุณกัณฑ์ให้ป้าหน่อย ไอแววมันไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเรียกสองสามรอบแล้วก็ไม่มา” ป้ามนเรียกใช้มุทิตาให้นำอาหารไปให้กับกัณฑ์ธิรา ซึ้งมันก็ช่างเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้เธอกำลังหาวิธีเจอกับหญิงสาวอยู่พอดี 

“ได้ค่ะ” หันหน้าไปยิ้มรับทันที คราวนี้แหละเธอจะได้ยื่นสิ่งที่อยากให้กัณฑ์ธิราเสียที 

“ถือดีๆละ หกขึ้นมาเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง” 

“ค่ะ” 

มุทิตาค่อยๆถือถาดอาหารในมืออย่างมั่นคงทั้งในมืออีกข้างหนึ่งก็ยังกำเศษกระดาษสำคัญไว้แน่น เดินขึ้นมาพอเมื่อมาถึงที่หน้าห้องของหญิงสาวแล้วจิตใจของเธอมันก็เริ่มรู้สึกหวั่นๆแปลกๆขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่รู้ว่ามันมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ระหว่างดีใจที่จะได้ทำในสิ่งที่กัณฑ์ธิราร้องขอหรือวิตกกังวลใจที่มันอาจจะไม่เป็นไปตามแผน แล้วถ้าทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามอย่างแรกที่คิด แต่กลับเปลี่ยนเป็นอย่างที่สองหมด แล้วเธอจะทำอย่างไร 

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” 

“มุเอาอาหารมาให้ค่ะ ทานหน่อยนะคะ” เดินเข้ามาข้างในก็เจอกับหญิงสาวร่างบางที่นอนตะแคงข้างขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา 

“เอาวางไว้ตรงนั้นแหละมุ เดี๋ยวฉันลุกขึ้นไปกินเอง” บอกหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาภายในห้องของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโรย 

มุทิตาทำตามที่กัณฑ์ธิราบอกทุกอย่าง ก่อนที่เธอจะเดินมายังที่หญิงสาวนอนอยู่ ก่อนจะค่อยๆย่อตัวนั่งลงในท่าเทพบุตรของผู้ชาย แล้วจับมือบางของกัณฑ์ธิรายื่นออกมานำเศษกระดาษที่เตรียมไว้แต่แรกยัดใส่มือของหญิงสาว คนที่นอนอยู่ก็มองด้วยสายตาสงสัยว่าสิ่งที่มุทิตาให้เธอมานี้มันคืออะไรกัน 

“มันคืออะไรมุ” 

“คุณกัณฑ์อ่านดูเถอะค่ะ มุจะมาตามเวลาที่บอกไว้ มันอยู่ที่คุณว่าจะตัดสินใจยังไง” ใช่ ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะช่วยกัณฑ์ธิราแต่ยังไงมันก็ต้องขึ้นอยู่กับหญิงสาวด้วยว่าพร้อมที่จะหลบหนีออกจากที่นี่หรือไม่ 

มุทิตาทั้งคำถามไว้ให้กัณฑ์ธิราอย่างมากมาย สิ่งที่หญิงสาวยื่นให้มันคืออะไรกัน แล้วการที่บอกว่าจะมาตามเวลาที่บอกไว้มันคืออะไร เมื่อหญิงสาวอีกคนพ้นประตูห้องของตนไปแล้วเธอก็เด้งตัวลุกขึ้นอ่านกระดาษในมือทันที ครั้นเมื่อเปิดกระดาษอ่านก็แทบจะตกใจ 

เธอไม่คิดว่าหญิงสาวอย่างมุทิตาจะมีใจที่เด็ดเดียวเช่นนี้ ที่พูดออกไปครั้งนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เธออยากจะตะโกนบอกออกไปให้ใครสักคนได้รับรู้สิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ในใจเท่านั้น แล้วครั้งนี้เธอจะทำเช่นไรดีจะทำในสิ่งที่ใจอยากทำหรือไม่ 

*“*มุตัดสินใจแล้วนะคะว่าจะช่วยให้คุณออกไปจากที่นี่ 

ถ้าคุณจะออกไปจากที่นี่จริงๆก็ได้โปรดมาพบมุในเวลา 

ห้าทุ่ม มุจะรอคุณกัณฑ์อยู่ที่ศาลาในสวนสาธารณะใกล้ๆ 

แล้วเจอกันนะคะ มุจะรอ*”* 

 

การเฝ้ารอได้มาถึงวันนี้เธอหยุดงานที่ต้องทำต่อในช่วงเย็นทั้งหมดเพื่อมารอหญิงสาวอีกคนซึ่งตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอคนนั้นจะออกมาตอนไหนกัน นี่มันก็ห้าทุ่มกว่าแล้วทุกคนภายในคฤหาสน์หลังนี้คงจะหลับกันไปหมดแล้ว ถ้ากัณฑ์ธิราตัดสินใจจะไปจริงๆควรออกมาได้แล้วสิ 

ดวงใจที่มันเต้นอยู่ในอกกระวนกระวายไม่หาย ตื่นเต้นต่อการกระทำครั้งนี้ของตนเองนัก แต่ทำไมเธอยืนรอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววของกัณฑ์ธิราเลยหรือว่าเธอจะถูกแอรอนจับได้กันเสียแล้ว? จนสุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเดินจากออกไปเองเมื่อไม่เห็นเงาของคนที่กำลังเฝ้ารอเลย... 

“มุ!” แต่แล้วก็มีเสียงหวานต้องไล่หลังเธอมา 

“คุณกัณฑ์!” สุดท้ายก็มาเสียที เธอรอจนแทบใจจะขาดจนเกือบจะเดินกลับแล้วเสียด้วยซ้ำ 

“ทำไมมาช้าจังล่ะคะ มุรอคุณตั้งนาน อ้าวแล้วไหนข้าวของไม่มีหรอคะ” หันไปไปยิ้มหวานส่งให้ร่างบางที่เพิ่งจะมาถึงก่อนจะยิงคำถามเข้าใส่รัวๆ โดยที่มุทิตาไม่ได้มองดูสีหน้าของกัณฑ์ธิราตอนนี้เลยว่ามันกังวลแค่ไหน 

“อะ...เอ่อ” เธอไม่รู้จะตอบมุทิตาอย่างไงดี 

“ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เราไปกันเถอะค่ะ” หันไปจูงมือของกัณฑ์ธิราให้ออกเดินก่อนที่อาจจะมีใครที่พวกเธอสองคนรู้จักมาเจอเข้า 

“มุ...” เสียงเรียกที่มันแผ่วเบาของเธอไม่อาจจะทำให้หญิงสาวที่ดึงมือเธอไปเห็นมามองสิ่งใดแม้แต่น้อย 

“จะรีบไปไหนหรอมุทิตา” เสียงเย็นเยือกดังมาทางด้านหลัง ทำให้มุทิตาสะดุ้งเฮือกขึ้นทันที นี่เธอกังวลว่าเขาจะจับได้จนหูฝาดไปเองหรือเปล่า 

“มุ” เสียงของกัณฑ์ธิราที่เรียกเธออีกครั้ง 

“มีอะ...คะ...คุณแอรอน!!!!!” 

เมื่อหันหลังกลับไปแทบจะเป็นลมล้มหงายลงไป ทำไมกัน! ทำไม! เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรหรือว่าแอบตามกัณฑ์ธิรามากัน มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆเท้าของมุทิตาเริ่มถอยออกห่างเรื่อยๆเพราะความหวาดกลัวแต่เมื่อนึกขึ้นได้ในสิ่งที่ต้องทำเท้าที่ก้าวเดินก็หยุดนิ่ง และนึกถึงสิ่งอื่นขึ้นมาแทนดังนั้นเธอต้องรีบให้มันที่สุดเท่าที่จะรีบได้ “คุณกัณฑ์วิ่งค่ะ!!!” ว่าแล้วก็ดึงมือของกัณฑ์ธิราให้วิ่งตามทันที 

“ว้าย!” เสียงหวานร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดีๆมุทิตาก็ดึงมือเธอให้ออกตัววิ่งไปข้างหน้าจนเท้าแทบก้าวตามไม่ทัน  แอรอนที่ตามมาด้วยก็ต้องตะโกนกร้าวสั่งให้หยุด อารมณ์ของเขาตอนนี้มันเดือดดาลมาก! 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้หยุดมุทิตา!!!” สาวเท้าวิ่งตามอย่างว่องไวยัยผู้หญิงคนนี้มันแสบเกินกว่าที่เขาคิดไว้จริงๆ ไม่คิดเลยว่ามันจะมีวันนี้ วันที่ต้องตามล่าเชลยสาวของตัวเองพร้อมกับยัยลูกน้องตัวแสบ!!! ที่บังอาจมาเหยียบหางเสืออย่างเขา! มุทิตา!!!!! 

“คุณกัณฑ์เร็วค่ะ เราต้องหนีให้ได้” หันไปพูดกับกัณฑ์ธิราที่วิ่งตามเธออย่างกระหืดกระหอบ แค่ถึงอย่างนั้นกัณฑ์ธิราก็ไม่ได้พูดสิ่งใดเพราะในใจมัวแต่นึกถึงเหตุการณ์ที่มันเพิ่งจะเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะมาพบกับมุทิตา หากเธอระวังและเด็ดเดี่ยวมากกว่านี้มันคงจะไม่เป็นเช่นนี้... 

เมื่อยี่สิบนาทีก่อนหน้า 

หญิงสาวร่างบางที่ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าประตูบ้าน มีอาการวิตกกังวลและคิดหนักเรื่องความช่วยเหลือที่มุทิตายื่นเสนอให้ เธอคิดไม่ตกเลยว่าถ้าหนีออกไปจากที่นี่ได้เธอก็จะรอดจากการจองจำนี้ 

ไม่ต้องทรมานจิตใจ แต่ถ้ายังฝืนอยู่ต่อไปเธอก็คงต้องแบกรับหน้าที่การใช้หนี้ต่อ แต่ทำไมกัน จิตใจลึกๆของเธอมันไม่อยากจะจากไปซึ้งอาจเป็นเพราะบิดาของเธอ ที่อาจต้องเดือดร้อนถ้ากระทำเช่นนั้น 

แต่ยังไงทางเลือกครั้งแรกมันก็น่าสน 

หนำซ้ำอาจจะสามารถก่อเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ก็ได้แต่มันก็คงต้องใช้เวลา 

เธอยืนเดินวกวนอย่างนั้นอยู่ในความมืดโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังมีภัยเข้ามาคืบคลานเรื่อยๆ 

ใคร!!!” 

เสียงเข้มกร้าวเรียกบุคคลน่าสงสัย ในเวลานี้มันจะเป็นใครกันที่มายืนกระสับกระส่ายอยู่อย่างนี้แถมบุคคลนั้นยังใส่กระโปรงยาวซึ้งมันเพิ่มความแน่ใจให้ได้ว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน 

 

.......... 

กัณฑ์ธิราที่ได้ยินเสียงที่มันแสนคุ้นหูเรียก ตัวก็สั่นขึ้นมาทันทีดวงใจเริ่มหวาดหวั่นขึ้นเรื่อยๆคล้ายกับมันจะระเบิดออกมา 

ฉันถามวาใคร!” 

........ 

มีเรื่องอะไรครับคุณแอรอน 

คาร์มิลที่เดินตามหลังเจ้านายหนุ่มมาถามด้วยความสงสัยว่าเจ้านายนั้นตะโกนถามใครกัน 

ใครอยู่ตรงนั้นถ้าไม่ออกมา อย่าหาว่าไม่เตือน ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม 

หนึ่ง!” 

สอง!” 

สะ.... 

กัณฑ์เองค่ะ 

สุดท้ายเธอก็หนีไปไหนไม่รอด 

​"แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้ 

สาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างบางที่เริ่มเดินถอยห่างออกจากจุดที่เคยยื่น การย่างก้าวของเขามันทำให้คนที่กระทำผิดเริ่มรู้สึกขนลุกซู่ เพราะเขาแผ่รังสีน่ากลัวออกมาทั้งๆที่แทบจะมองหน้ากันไม่เห็นแต่ทำไมเธอกลับรู้สึกถึงความน่ากลัวนี้ 

คาร์มิลไปเปิดไฟ” หันไปสั่งลูกน้องคนสนิท 

พรึ่บ!’ 

แสงไฟถูกเปิดความมืดถูกแทนที่ด้วยความสว่าง สีหน้าที่มองเห็นไม่ชัดในคราแรก ตอนนี้มันมองเห็นกันได้อย่างถนัดถนี่ได้อย่างเต็มสองตา สายตาคมไล่มองดูหญิงสาวร่างบางข้างตัวมีกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างๆ จิตใจและใบหน้าทำหน้าฉงน ทำไมมันถึงมาตั้งวางอยู่แถวนี้หรือเธอคิดจะทำอะไรที่มันเหนือความคาดหมายของเขา 

ทำไมกระเป่าเสื้อผ้ามาอยู่ตรงนี้ได้ เธอคิดจะทำอะไร 

น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความเย็นชาและความน่าเกรงขาม 

อะ...เอ่อคือ 

อย่ามาอึกอัก ตอบฉันมาเธอคิดจะทำอะไร” ทีท่าของกัณฑ์ธิราลนลานคล้ายคนกำลังกระทำความผิดอยู่ 

พะ..พอดีว่ามันเลอะ ฉันเลยจะเอาไปซักน่ะค่ะ 

รีบหาข้ออ้างขึ้นมาทันทีซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะมีเหตุผลสักนิดแต่ตอนนี้คิดได้เท่านี้จริงๆ ในมือบางที่ถือกระดาษที่มุทิตาให้ทิ้งไว้ก็กำมันแน่นขึ้นสองมือกุมเข้าหากันใบหน้าเริ่มลดมองลงต่ำที่พื้น ดวงใจหวาดหวั่นเหลือเกินกลัวว่าโทษทัณฑ์ครั้งนี้มันจะหนักหนา 

ในมือเธอมีอะไร ส่งมันมาให้ฉัน 

ท่าทีที่มือทั้งสองข้างที่มันกุมเข้าหากันแน่น เขาสงสัยเหลือเกินว่าสิ่งที่หญิงสาวพยายามรักษามันไว้อยู่นั้นมันคืออะไร*?* 

มะ...ไม่มีอะไรคะ” หลีกตัวหลบหนีชายหนุ่ม 

ฉันบอกให้เอามา!” 

เขาเดินเข้าไปยื้อแย้งสิ่งของที่มันอยู่ในมือบางแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะดูเหมือนว่าเธออยากจะรักษามันไว้มากเสียจนกำแน่นจนเขาเองยังยากที่จะแกะออกแต่สุดท้ายแล้วยังไงแรงขัดขืนของฝ่ายหญิงมันจะไปสู้อะไรได้กับผู้ชายที่มีรูปร่างและกำลังที่เหนือกว่าหลายเท่า 

คุณแอรอนคะ ฉันขอคืนเถอะนะคะ 

เสียงเว้าวอนร้องขอให้เขาคืนสิ่งที่เพิ่งจะยื้อแย้งจากเธอไป 

แอรอนไม่รอช้าที่จะเปิดมันอ่านแม้ว่าสภาพมันจะยู้ยี่ยับเยินแต่รอยของปากกาที่ปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนี้มันยังเด่นชัด เขาอ่านทุกข้อความที่ถูกเขียนลงไปแล้วก็รับรู้ด้วยกระดาษแผ่นนี้มันมาจากใคร ใครเป็นคนคิดเรื่องบ้าๆนี้ ทั้งสองคนกล้ามากที่คิดรวมหัวกันว่างแผนโดยเฉพาะคนที่มันคิดแผน 

มันกล้าลองดีกับเขาขนาดนี้แสดงว่าคงไม่มีความเกรงกลัวกันอยู่เลยใช่มั้ย!! 

มันเป็นเรื่องบ้าอะไรกัณฑ์ธิราอยู่กับฉันมันทรมานมากนักหรอ!!!” 

มือกำกระดาษที่เพิ่งอ่านมันจบแน่น เสียงกร้าวเข้มถามหญิงสาวที่ยืนน้ำตานองทั่วทั้งกรอบหน้าเนื้อตัวสั่นเทา เสียงสะอื้นไห้ดังออกมาเป็นระยะ ใจเขาอยากจะสงสารแต่ตอนนี้มันสงสารไม่ลงจริงๆในเมื่อกัณฑ์ธิราคิดที่จะทำเรื่องที่มันไม่สมควรเขาก็ไม่สมควรที่จะสงสารหญิงสาวคนนี้อย่างยิ่ง 

ผมว่าเราถามคุณกัณฑ์ดีๆก่อนมั้ยครับ อาจมีเรื่องเข้าใจผิด 

คาร์มิลที่ยืนนิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยเรียกสติของเจ้านายหนุ่มที่เหมือนว่ามันจะขาดสะบั้นไปเสียแล้วให้คืนกลับมาแล้วสอบถามความจริงด้วยถ่อยคำที่มันนุ่มนวลกว่านี้เพราะตอนนี้กัณฑ์ธิราร้องไห้ออกมาจนแทบจะตัวโยนพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไว้ด้วยสองมือบาง 

มันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไร หลักฐานมันก็เห็นกันอยู่ทนโท่ คิดจะหนีเอาตัวเองรอดสงสัยลืมว่าตัวเองยังมีพ่ออีกคน!!!” 

ฉันมะ...ไม่ไปแล้ว ยะ...อย่าทำอะไรคุณพ่อนะคะ ขอร้อง ฮึก ฮือ 

เมื่อเขาเอาบุคคลที่รักขึ้นมาพูด ดวงใจในคราแรกที่แน่วแน่ว่าจะไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่าตอนนี้มันกลับลำกะทันหันขึ้นมาทันที 

ในเมื่อเธออยากจะไปก็ไปซะสิ ไปซะ!!!” 

ตอนนี้เขาไม่อาจที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เท่าคราแรกแล้ว เพราะดวงใจมันคล้ายว่าจะหลุดออกมาเมื่อหญิงสาวพยายามที่จะก้าวเท้าหนีเขาไปทั้งๆที่เขาพยามจะหยุดทุกอย่างเพื่อเธอคนนี้ การกลับมาบ้านของเขาในวันนี้มันผ่านการทบทวนอะไรหลายๆอย่างมาด้วยเพราะความรู้สึกดีๆที่มันเริ่มก่อตัวขึ้นหลังจากที่มันปิดตายมานาน 

เขามั่นใจแล้วว่าดวงใจดวงนี้มันต้องการหญิงสาวจึงคิดว่าต่อไปนี้จะทำตัวใหม่สำหรับกัณฑ์ธิราจะพยายามรักษาเธอไว้ให้เท่าที่จะทำได้จะยอมทุกอย่าง จะยอมรับความรู้สึกที่มันมีให้เธอ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับคืนคือการที่เธอกำลังจะหลีกหนีเขาไป... 

ฮึก ฮือ ฉะ...ฉันไม่ไปแล้ว ขอร้องนะคะยะ...อย่าทำอะไรคุณพ่อเลย 

ล้มตัวลงนั่งที่พื้นที่มันมีบุรุษร่างหนายืนอยู่มือบางทั้งสองยกขึ้นกอบกุมมันเข้าด้วยกัน เสียงหวานวิงวอนร้องขอต่อเขาที่ตอนนี้ดวงตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว 

ไปซะสิ ไป! ฉันจะไปส่งเธอ ลุกขึ้น!!!” 

เพราะดวงใจแตกร้าวจึงเอ่ยปากไล่โดยไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรแม้เพียงนิด แต่ความรู้สึกของเขามันก็ตรงข้ามกับคำพูด 

คุณแอรอนครับ" 

คาร์มิลเอ่ยเรียกสติให้กับเจ้านายหนุ่มกลับมา เขาได้แค่ยืนนิ่งไม่สามารถไปตัดสินใจอะไรได้เรื่องนี้ต้องปล่อยให้แอรอนและกัณฑ์ธิราจัดการเองรวมทั้งมุทิตาด้วยอีกคน 

ฉันขอโทษ ฉันยอมแล้ว ฮึก ฮือ 

เพราะนึกเป็นห่วงบิดาสุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะอยู่ต่อไปแต่ทว่าเขากลับขับไสไล่ส่งแทน 

เธอแน่ใจหรอว่ายอมแล้วไม่อยากจะเป็นลูกอกตัญญูแล้วหรอ 

มะ...ไม่ ขอร้อง ฮึก 

ยังไงเธอก็ต้องทำให้มันเสร็จนะเดี๋ยวคนรอมันจะรอเกลอ 

อยู่ๆก็พูดในสิ่งที่ทั้งหญิงสาวและคาร์มิลไม่เข้าใจขึ้นมา 

คุณแอรอน...???” 

 

​“หยุดเดี๋ยวนี้!!!” แอรอนสาวเท้าเดินตามทั้งสองร่างที่เริ่มกระหืดกระหอบเพราะความเหนื่อยที่ต้องวิ่งกันมาใกล้จนเกือบถึงถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งพลุ่งพล่าน 

“เร็วค่ะ คุณกัณฑ์” 

 

มาเเล้วจ้าา 

มุเราซวยซะเเล้ววว 

ฝากเม้นฝากไลค์ให้ไรท์ด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น