email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว 4 มารมาเยือน

ชื่อตอน : ในรอยร้าว 4 มารมาเยือน

คำค้น : เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 22:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว 4 มารมาเยือน
แบบอักษร

“คุณกัณฑ์!!!” สามเสียงเรียกร้องหญิงสาว 

“ปล่อยนะเว้ย ปล่อย!!! โอ๊ย อึก!” 

 

ชายฉกรรจ์จำนวนสามถึงสี่คนร่วมมือกันรุมกระทืบร่างของชายหนุ่มทั้งสอง ที่อีกคนก็บาดเจ็บอยู่แล้วแต่กลับต้องถูกซ้ำเดิมเข้ามาอีก ทั้งสองแม้จะเป็นชายแต่หาได้สู้แรงชายที่จำนวนมากกว่าตนได้จึงต้องยอมสยบแม้ว่าจะไม่อยากจะทำเช่นนี้ก็ตาม 

ใจที่มันสั่นไหวก็นึกถึงหญิงสาวทั้งสามที่จะเป็นเช่นไรบ้าง เขาอยากจะทำอะไรให้มันมากกว่านี้แต่ทว่ามันไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยใจนั้นมันเสมือนว่าแทบจะขาดอยู่ร่อนๆ ชะตาชีวิตครั้งนี้มาเพื่อช่วยคนที่นี่แต่ใยเล่าถึงได้เป็นเช่นนี้ได้... 

“มึงมานี่!!!” มันบีบเข้าที่แขนของมุทิตาอย่างไม่ยั้งแรง 

“มะ...หมอ อึก จะ...เจ็บ โอ๊ย!!! คุณกัณฑ์ นา” เสียงที่เริ่มแผ่วเบาลงของมุทิตาเรียกหาคนร่างหนาที่นอนอย่างไร้แรงสู้ ทั้งยังเรียกหากัณฑ์ธิราและนาธินันท์ที่ถูกจับออกไปคนละทิศคนละทาง 

“ฮึ แขนเจ็บแต่ปากยังพูดได้สินะ” มันลงมือเริ่มดึงกระชากชุดของหญิงสาว แล้วเอาเสื้อที่ดึงถลึงจนขาดวิ่นมามัดที่ปากของหญิงสาว 

“อื้อ อ่อย อั๋น ไอ เออะ อ่ะ” (อื้อ ปล่อยฉันไปเถอะนะ) เสียงร้องขอโวยดังแต่มันหาสนใจคำร้องขอนี้ไม่! 

“หมอ!!!!!!!” อธิวัฒน์ที่เห็นร่างของปัจธมะนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นคู่กับชายอีกคนก็รีบถลาเข้าไปหาร่างหนานั้นทันที   “ชะ...ช่วยด้วย” เสียงพูดที่แผ่วเบาร้องขอความช่วยเหลือ 

เนื้อตัวของปัจธมะถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยฟกช้ำ ซ้ำยังมีสีเลือดติดอยู่ประปราย เต็มไปทั้งร่างกายหนา คนที่เพิ่งมาถึงหมาดๆก็ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เขาน่าจะสั่งกำชับให้มันเข้มงวดกว่านี้เรื่องของการช่วยเหลือที่มันนอกเหนือจากที่พูดคุยกันไว้ในค่าย 

“คุณกัณฑ์ล่ะครับ คุณกัณฑ์อยู่ไหน พวกมุอยู่ไหน” อธิวัฒน์เริ่มเห็นในสิ่งที่มันเกิดขึ้นจนกลัวไปสารพัดอย่างสมองทั้งหมดมันเริ่มสับสนมันเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร มือของปัจธมะที่เริ่มจะไร้เรี่ยวแรงค่อยๆยกขึ้นและชี้ออกไป 

“ออกไปค้นหาให้ทั่ว!” คาร์มิลที่เห็นสถานการณ์แล้วก็ออกเสียงสั่งลูกน้องของแอรอนที่ตามมาทีหลังทันที 

“เกิดอะไรขึ้น” เสียงนิ่งเย็นเฉียบดังขึ้นตามหลังของคาร์มิลออกมา เขาเพิ่งจะมาถึงและตามออกมาได้ไม่นานหลังจากที่ลูกน้องคนสนิทโทรรายงานว่ากัณฑ์ธิราหายตัวไปจากค่าย ตอนแรกก็ร้อนใจคิดว่าสาวเจ้าจงใจที่จะหนีแต่พอรู้ว่าไปกับคนในมหาลัยและหมออีกหนึ่งคนก็พอโล่งใจแต่สถานการณ์ที่เห็นตอนนี้มันทำให้ใจเข้าร้อนรนขึ้นมาอีกรอบ 

“คาดว่าน่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับคุณกัณฑ์ครับ” 

“สั่งให้ตามหาแล้วใช่มั้ย” 

“ครับ กำลังให้ลูกน้องค้นหาให้ทั่ว” 

“ดี รีบหาตัวกัณฑ์ธิราให้พบเร็วที่สุด” 

แล้วร่างของแอรอนก็เดินตามคาร์มิลไปติดๆเพื่อสืบเสาะค้นหากัณฑ์ธิรา... เขาก้าวเดินด้วยใจที่ร้อนรนเพราะเห็นสภาพของปัจธมะแล้วมันคงไม่ได้มากันเพียงแค่สองถึงสามคนแน่ ร่างหนาเดินรุกเข้าไปในป่ารกโดยแยกตัวออกจากคาร์มิลเพราะอาจหาตัวได้เร็วกว่า ในใจของเขาภาวนาขอให้อย่าเป็นอย่างที่ใจคิด ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาใครมันจะแตะต้องไม่ได้!!! 

แต่ทว่าเมื่อเดินลึกเข้ามาเพียงไม่มากกลับเจอเข้ากับภาพของหญิงสาวร่างอวบคนหนึ่งที่กำลังโดนมันกระทำย่ำยีอยู่โดยการฉีกถลึงเสื้อผ้าทุกส่วนจนขาดวิ่นผ้าที่มัดอยู่ที่ปากก่อนหน้าร่นลงมาอยู่ที่คอ น้ำตาใสที่ไหลนองหน้ามองมาที่ดวงตาที่มันแสนเย็นชาของเขาร้องขอและเว้าวอน เธอพยายามจะดีดดิ้นจนสุดตัวและสุดกำลังแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย แขนข้างซ้ายก็เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาด เนื้อตัวถูกมันจับต้องจนเกิดรอยช้ำแดงทั้งตัว เธอคนนี้? หน้าตาที่มันคุ้นเคยเคยเห็นเพียงไม่กี่ครั้งแต่เขาจำได้ว่าเธอคือใคร 

"ฮึก ฮือ ปะ...ปล่อยฉันไปเถอะนะ" พูดทั้งน้ำตามือทั้งสองข้างยกขึ้นพนมร้องขอชีวิตเมื่อมันดึงเอาผ้าที่พ้นอยู่ที่ปากออกไปให้ร่นอยู่ที่คอ 

"อย่างมึงเนี่ยไม่เอานานหรอกแค่สองสามน้ำเดี๋ยวกูก็ปล่อยมึงไป ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ สะใจจริงเว้ยย!" 

"ฆะ...ฆ่าฉันเถอะ ถ้าจะทำแบบนั้น" ได้ยินมันพูดเเล้วก็ไม่อาจจะรับได้ 

"กูฆ่ามึงมันก็บาปสิว่ะ!" 

"เเล้วที่ทำอยู่มันดีมากนักหรือไง!" เสียกร้าวขึ้นน้ำตาอาบไหลทั่ว 

"ปากดี!" 

"เพลี๊ยะ!!!" มือสากตวัดลงที่ใบหนา้ของมุทิตาจนหน้าเธอหันเลือดกลบตรงที่มุมปากจนน่าสงสารจับใจ 

".......!!!" มุทิตาตวัดสายตามองด้วยความโกรธเเค้นเเม้ว่าอยากจะฆ่ามันให้ตายก็ทำไม่ได้ 

​เรี่ยวเเรงของมุทิตามันหมดไปตั้งเเต่กระสุนพุ่งเข้าที่เเขนเธอจนไม่อาจที่จะต้านเเรงของไอชั่วคนนี้ได้ เพียงเเค่ปัดป้องมันยังคงทำได้ยากนัก หยาดน้ำตาที่ไหลอาบเเก้มอย่างสังเวชตัวเอง ทำไม!เธอต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ด้วย ทั้งๆที่สิ่งที่ตั้งใจเเท้จริงเเล้วคือมาช่วยเหลือคน กลับไม่คิดว่าตัวเองจะมาโดนกระทำย่ำยีราวกับเป็นเศษขยะ มันทั้งดึงทั้งขึงจนเธอเจ็บเเสบไปหมด เสียงอ้อนวอนร้องขอให้หยุดกระทำก็ไม่เคยเป็นผล ความป่าเถื่อน ซาดิสก์ มันถาโถมเข้ามาใส่จนหยดน้ำตาที่มันไหลรินเเล้วไหลรินเล่าก็ไม่อาจจะทำให้เธอหายทรมาน ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เธอตายไปเสียเถิด ได้โปรดอย่าให้ต้องอยู่อย่างคนไร้สิ้นความเป็นคนเช่นนี้เลย จนสายตาเศร้าหม่นหันไปเจอคนที่เป้นดั่งความหวัง 

“ชะ...ช่วยด้วย” เสียงที่แสนแผ่วเบาปล่อยออกมาเมื่อเห็นชายร่างสูงที่เป็นดั่งพระเจ้าผู้ช่วยชีวิต ร่างสูงจ้องมองมาด้วยสายตาที่เเสนนิ่งเรียบเธอไม่อาจรู้ได้ว่าเขากำลงัรุ้สึกอะไร แต่สิ่งที่จำได้ชัดเจนคือใบหน้าของเขาเจ้านายของเธอที่เคยพร่ำบอกว่าไม่ชอบนักไม่ชอบหนาตอนนี้เขาเป็นดั่งความหวังของเธอเเล้ว 

"คะ...คุณแอรอน..." 

“ปัง!” 

"โอ๊ย!" มันหยุดการกระทำเมื่อมีกระสุนปืนพุ่งตรงเข้ามาที่หัวไหล่จนล้มตึงลงไปกองอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวด 

“ชะ...ช่วยด้วย...” สิ้นเสียงปืนเปลือกของดวงตาก็ปิดลงไม่อาจรับรู้สถานการณ์ต่อไปอีกได้ หลังจากจัดการไอชั่วเสร็จเรียบร้อยเเล้ว แอรอนก็เดินมาช้อนร่างนี้ขึ้น สายตาคมจ้องมองคนในอ้อมเเขนที่เสื้อผ้าทั้งกายนั้นหลุดลุ่ยออกไปเเทบจะหมดตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือดสีเเดงฉานจนนึกน่าเวทนา 

“คุณกัณฑ์!!!” คาร์มิลที่แยกตัวออกมาก็เจอเข้ากับร่างของหญิงสาวซึ่งสภาพเธอนั้นแดงช้ำไปทั้งร่างกายแต่ยังดีที่เสื้อผ้าที่ใส่มานั้นอยู่บนเรือนร่างครบทุกชิ้นจะมีก็แค่โดนฉีกถลึงให้ขาดวิ่นเล็กน้อย หยาดน้ำตาที่ไหลอาบเเก้มทั้งสองทำให้เขาสงสารเธอสุดหัวใจ! 

“มึง!” เพิ่งจะเริ่มลงมือก็มีมารเข้ามาขัดจังหวะ มันจึงชักปืนขึ้นเพื่อหมายจะยิ่งแต่ทว่ากลับมีเสียงที่ยิงสวนขึ้นมาก่อน 

“ปัง!” 

“คุณแอรอน!!!” คาร์มิลเห็นร่างของนายเดินเข้ามาก็เรียกชื่อลั่น เสียงปืนที่ดังมา เป็นเสียงมาจากปลายกระบอกปืนของแอรอนที่เหนี่ยวไกลมาพร้อมกับร่างหนานั้นยังแบกร่างที่ไร้สติของหญิงสาวไว้บนบ่ากว้าง สภาพของหญิงสาวนั้นแทบจะดูไม่ได้แต่ยังดีที่ยังมีเสื้อสูทของชายหนุ่มคุมปกปิดไว้ 

ลูกกระสุนนั้นถูกยิงเข้าที่หัวไหล่ข้างขวาซึ่งมันมีแรงดีดจากแรงวิถีกระสุนทำให้หัวไหล่ของไอชั่วนั้นมันโดนสะบัดจากแรงยิง เสียหลักล้มลงไปก่อนที่แอรอนจะวางร่างของมุทิตาลงที่พื้นและสาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างที่มันล้มนอนด้วยความเจ็บปวดอยู่และยิงซ้ำเข้าที่ขาซ้ายอีกข้างจนเสียงร้องลั่นออกมาจากปาก 

“อ้าก!!!!” 

“แค่นี้เศษเดนเน่าๆอย่างพวกมึงมันก็ไปไหนไม่ได้แล้ว ที่หลังจำใส่สมองกลวงๆมึงไว้ว่าอย่ามายุ่งกับคนของกู!!” เปล่งเสียงเข้มใส่ร่างที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นก่อนจะหันไปตะโกนเสียงกร้าวเรียกคาร์มิล 

“คาร์มิล อุ้มร่างยัยนั้นซะ! เดี๋ยวฉันอุ้มกัณฑ์ธิราเอง” ร่างนี้เขาไม่อยากให้ใครแตะต้องยิ่งเป็นเหตุการณ์แบบนี้มันยิ่งไม่น่าภิรมย์ตาเสีย เพราะร่างกายของเธอนั้นมันถูกดึงขูดด้วยเนื้อผ้าที่ขาดจนเห็นเนื้อขาวเต็มไปหมด 

“ครับ” รับคำสั่งจากนายก็เดินเข้าไปช้อนร่างอวบของหญิงสาวที่นอนเจ็บขดคู้อยู่ที่พื้นทันที ตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อร่างของมุทิตามันช่างน่าน่าเวทนาเสียเหลือเกิน... 

ร่างทั้งสามร่างของหญิงสาวถูกแบกออกมาด้วยชายทั้งสามคน ส่วนร่างของชายอีกสองคนที่หมดสติไปก็ถูกห่ามเร่ด้วยเตียงผู้ป่วยที่มีจำกัดเพียงแค่สองเตียง ทั้งหมดเคลื่อนย้ายกันออกจากป่าลึก โจรที่เข้ามาทำลายก็ถูกเหล่าผู้ใหญ่บ้านกักตัวไปด้วยแม้ว่าร่างกายพวกมันจะโชกเลือดไปหน่อยเสียเถอะแต่สิ่งที่มันทำกับชาวบ้านนั้นมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ 

ร่างของคนบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวขึ้นฮอลิคอปเตอร์ทันทีเมื่อลงมาจากบนเขา เหล่าค่ายอาสาทุกคนก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อธิวัฒน์ก็เข้าปลอบขวัญชาวค่ายได้สำเร็จ แม้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแต่ภารกิจที่ต้องทำก็ต้องดำเนินต่อไปเพื่อความสุขของคนบนนี้ 

ร่างคนเจ็บถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันทีเมื่อมาถึงโดยที่มุทิตานั้นมีอาการบาดเจ็บรุนแรงเพราะด้วยแผลที่โดนยิงที่ได้รับการรักษาช้าแล้วยังมีเศษดินเศษหญ้าเข้าไปปะปนภายในแผลจึงทำให้มีการอักเสบของตัวเนื้อแผลอยู่มากจึงต้องได้รับการรักษาอย่างละเอียดและต้องผ่าตัดเพื่อเอากระสุนออกจึงใช้เวลานาน 

แต่เมื่อรักษาตัวเสร็จก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ห้องรวมเดียวกับนาธินันท์ที่นอนพักฟื้นก่อนอยู่แล้ว โดยที่กัณฑ์ธิราและปัจธมะก็ถูกแยกออกไปนอนห้องพิเศษตามสภาพสถานะของตนเองโดยที่หญิงสาวอย่างกัณฑ์ธิรามีร่างหนาคุมอยู่ไม่ห่างกาย 

“ฟื้นแล้วหรอ” เสียงเรียบๆนิ่งเอ่ยถามคนร่างเล็กที่เริ่มขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาค่อยๆกระพริบถี่ๆ 

“.......” เธอได้ยินเขาทุกคำพูดแต่ทว่ายังไม่สามารถเอ่ยปากสิ่งใดออกไปได้จะว่าเธอไม่มีแรงพูดก็ได้เพราะภาพเหตุการณ์เก่าที่ผ่านเข้ามามันยังถูกจดจำได้ทุกวินาที 

“ฉันจะไม่พูดอะไรมาก ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง นอนพักซะ” แอรอนยกมือขึ้นลูบผมของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนที่เขาจะปล่อยให้เธอนอนคนเดียวเงียบๆในห้องเพื่อให้เธอได้พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพของจิตใจ จากนั้นก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ 

“ทำไมกัณฑ์ธิราถึงขึ้นไปบนนั้นได้ ฉันสั่งให้นายดูแลดีไม่ใช่หรอ” 

“ผมขอโทษครับ คุณกัณฑ์เธออยากไปกับมุทิตา ผมก็คิดว่าคงจะไม่เป็นอะไร ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ ผมขอโทษครับ” คาร์มิลก้มหน้ากล่าวขอโทษเจ้านายที่ยืนหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า 

“มุทิตา คนงานใหม่คนนั้นหรอ” 

“ครับ มุทิตา” 

​ “แล้วตอนนี้ ยัยนั้นอยู่ที่ไหน” 

“อยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยเตียงคู่ ชั้นสามครับ” 

“ดี ฉันคงต้องไปเยี่ยมเสียหน่อย” 

“ให้ผมไปด้วยมั้ยครับ” 

“ไม่ต้อง เดียวฉันไปคนเดียว นายอยู่นี่คอยดูกัณฑ์ธิราไว้” 

“ครับ” 

แอรอนก้าวเท้าเดินออกไปนิ่งๆตรงไปยังชั้นเป้าหมายที่เพื่อต้องการจะพบกับคนที่เป็นเหตุให้หญิงสาวต้องเจ็บหนัก แม้จิตใจเขาจะแข็งกระด้างเกลียดลูกของศัตรูเข้าไส้ แต่ใช่ว่าเขาจะทนเห็นเธอเจ็บเช่นนี้ได้ ทุกอย่างมันกำลังสับสนมันเป็นเพราะอะไรกัน 

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” 

“เข้ามาได้ค่ะ” เสียงหวานตอบรับเสียงเคาะประตูหน้าห้อง 

“ไม่ทราบว่ามาหาใครหรอค่ะ” นาธินันท์ที่นอนดูทีวีอยู่ที่เตียงเอ่ยถามบุรุษหนุ่มร่างหนาที่ยืนนิ่งเปล่งออร่าความหล่ออยู่ตรงหน้า 

“ผมมาหามุทิตาครับ” เขาเอ่ยเสียงเป็นมิตร 

“มุทิตา อ้อ มุหรอค่ะ พอดีว่ามุไปเอ็กซเรย์ค่ะ เดี๋ยวสักพักก็คงจะมา คุณ...” 

“อ้อ ผมแอรอน ดรอฟ พัฒธรากรณ์รุณครับ” 

“คุณจะรอมั้ยค่ะคุณแอรอน ดรอฟ” 

“ครับ ผมรบกวนด้วยนะครับ” 

“ค่ะ ว่าแต่คุณกับมุรู้จักกันได้ไงค่ะ” 

“พอดีว่าผมเป็นเจ้านายที่คุณมุทำงานด้วยนะครับ” 

“อ่อค่ะ งั้นเชิญคุณแอรอนตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวสักพักก็น่าจะมาแล้ว” 

แอรอนส่งยิ้มพยักหน้าให้กับหญิงสาวก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟาแต่ต่อมาเขาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จนสักพักนางพยาบาลก็เข็ญคนร่างอวบที่เพิ่งจะเอ็กซเรย์เสร็จหมาดๆเข้ามาภายในห้องพักของหญิงสาว ก่อนจะเปลี่ยนคนเป็นนาธินันท์แทน 

“เอ่อใช่มุ พอดีว่ามีคนมาหามุด้วยนะ แต่เขาไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวสักพักก็น่าจะมาแล้วล่ะ” 

“อ้อ โอเคจ๊ะ” มุทิตาพยักหน้ารับคำกับนาธินันท์ ก่อนที่หญิงสาวจะถูกพยาบาลเข็ญออกไปเพื่อเอ็กซเรย์บาดแผลและเซ็กสภาพภายใน ในใจก้นึกสงสัยว่าใครกันที่อยากจะเจอเธอ 

หลังจากที่เพื่อนสาวออกจากห้องไปแล้วมุทิตาก็พยายามเคลื่อนย้ายร่างกายของตัวเองไปยังเตียงแต่ด้วยสภาพร่างกายที่มันมีสายน้ำเกลือละโยงละยางเต็มไปหมดบวกกับอาการกลัวเจ็บที่แขนข้างซ้ายจากการถูกยิงทำให้ต้องค่อยๆทำที่ละขั้นตอนไม่งั้นมีหวังว่าแผลอาจจะเปิดได้หากไปเกี่ยวเอาเสาม่านรูดตรงเตียงที่เอากั้นปิดไว้ระหว่างสองเตียงของเธอกับนาธินันท์ แต่ทว่าระหว่างที่เท้าจะก้าวเดินไปขึ้นเตียงมันเสมือนว่ามีอะไรลื่นๆทำให้เธอต้องเสียหลักการทรงตัว 

“ว๊าย!” 

ด้วยที่มืออีกข้างนั้นถือสายน้ำเกลืออยู่อีกข้างก็ใส่เฝือกแขนทำให้เป็นไปได้ยากที่เธอจะปล่อยมือจากสายน้ำเกลือได้ทันที่จะเอื้อมมือคว้าอะไรไว้ได้ แต่ทว่ามันยังดีที่มีมือปริศนาเอื้อมเข้ามาประคองร่างของเธอไว้ได้ก่อนที่จะล่วงลงที่พื้น ดวงใจของเธอนั้นก็ใจหายวับคิดว่าตัวเองจะต้องเจ็บตัวเพิ่มอย่างเเน่นอน ไม่คิดว่าจะมีมือของสวรรค์ยื่นเข้ามาช่วยไว้เสียก่อน 

‘เกือบได้แผลเปิดอีกมั้ยล่ะไอมุ ซุ่มซ่ามจังวะ’ เธอบ่นตัวเองอุบอิบในใจ 

“คุณคงเป็นคนที่นาบอกไว้ ขอบคุณมากเลยนะคะ” เธอยืนขึ้นแต่ยังไม่ทันได้เงยหน้ามองเจ้าของมือที่ยื่นมาช่วยเพราะมั่วแต่สำรวจว่าทำไมพื้นมันถึงลื่นได้ และทุกอย่างมันก็ชัดเจนอย่างที่เธอคิดไว้เพราะตรงนี้มันน้ำหกอยู่ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุให้เธอต้องเสียหลักลื่น 

‘สงสัยนาเผลอทำน้ำหกแน่เลย’ เธอคิด 

เมื่อทราบสาเหตุแล้วก็เงยหน้าหันขึ้นมามองคนที่ช่วยเธอไว้ แต่พอเห็นหน้าของเจ้าของมือที่เข้ามาช่วยแล้วมุทิตาก็รีบหลบหน้าลงอีกรอบทันที เพราะเขาคนนั้นคือเจ้านายของเธอที่แสนโห๊ด! แสนโหดเวลาที่เธอได้พบ ไม่รู้ว่าอีตาบ้านี่เป็นแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า ว่างมาดเข้มอยู่นั้นแหละ 

“จะหลบหน้าฉันทำไม” เขาถามเธอเสียงเรียบ 

“ละ...แล้วคุณแอรอนมาได้ยังไงค่ะ” 

“ถามมาได้ ฉันก็คงบินมามั้งถ้าไม่เดินมา” 

“คือฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น คือคุณมีอะไรรึเปล่าค่ะ” 

“เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากจะมาดูหน้าคนที่มันทำให้เจ้านายของตัวเองเจ็บ” พูดเสียงเรียบแต่กับแฝงไปด้วยความเยือกเย็น 

“คะ...คือฉันขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณกัณฑ์ต้องได้รับบาดเจ็บ ฉันขอโทษจริงๆค่ะ” เธอไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนี้ได้ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะต้องเข้ามาเสี่ยงและเจ็บตัวเช่นนี้และสงสัยกัณฑ์ธิราก็คงจะเจ็บเอาไม่น้อยเพราะคนอย่างแอรอนมาหาเรื่องเธอถึงที่แบบนี้ 

“ฮึ ขอโทษหรอ แล้วทุกอย่างมันจะกลับมาเหมือนเดิมมั้ย?” เขาตั้งคำถามให้เธอสงสัยเพราะด้วยสภาพจิตใจของกัณฑ์ธิราหลังจากที่เธอเจอเรื่องนั้นหญิงสาวก็ดูเงียบไปทันที 

“หมายความว่าไง” สิ่งที่เขาพูดเขาจะต้องการให้เธอรู้อะไรกันแน่ 

“เธอเองก็ดูปกติดีนิทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย” 

‘เอาตาไหนดูว่าฉันร่างกายดีห๊ะ ไม่เห็นเฝือกที่แขนผ้าที่มันพาดคออยู่รึไง สายน้ำเกลือก็ห้อยโตงเตงอยู่เนี่ย’ ความคิดในใจมันว่าให้ 

“ฉันว่าคุณคงจะเข้าใจอะไรผิดไป ไม่ได้มีแค่คุณกัณฑ์ที่เจ็บแค่คนเดียวนะคะ หมอก็เจ็บเพื่อนฉันก็เจ็บฉันก็เจ็บ คุณโปรดเข้าใจใหม่ด้วย...แล้ว” 

“ปึก!” 

ยังไม่ทันได้พูดให้มันจบดีเขาก็ดันตัวเธอให้ชนเข้ากับเตียงเสียงดัง จนหน้าของเธอต้องเหยเกด้วยความจุกจากแรงผลัก 

“โอ๊ย!” ‘เจ็บนะเว้ย ผลักเข้ามาได้’ 

“เธอกล้ายังไงมาออกปากเสียงกับฉัน!” 

“แล้วทำไมฉันจะพูดอะไรไม่ได้ ในเมื่อสิ่งที่คุณรู้มันไม่ถูกต้อง” เธอเดินถอยออกมาจากขอบเตียงหลังจากถูกเขาผลักแล้วตั้งหลักอีกครั้งพยายามยืนนิ่งแต่ยืนให้มันหมั่นคง 

“สิ่งที่ฉันรู้มันถูกเสมอ” 

“มันจะไปถูกได้ยังไง ในเมื่อ...” 

“โอ๊ย” ‘เฮ้อ จะให้พูดจบสักครั้งได้มั้ย’ เป็นอีกครั้งที่เธอไม่ได้พูดให้มันจบประโยคเขาก็ผลักเธอให้ติดเข้ากับเตียงแถมครั้งนี้มันยังแรงกว่าครั้งแรกมากจนเธอต้องเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้าที่เตียง 

“จำไว้ อย่าบังอาจเอาชีวิตใครไปเสี่ยงแบบนี้อีก ถ้าเธออยากจะตายนักก็ตายไปเองคนเดียว อย่าลากคนอื่นไปตายด้วยโดยเฉพาะกัณฑ์ธิรา” เพราะหญิงสาวสำคัญมากในครั้งนี้แม้จะโกรธเกลียดหญิงสาวเพราะบิดาของเธอทำไว้แสบมากเพียงใดแต่ก็คงไม่อาจมีใครพาเธอไปเสี่ยงเช่นนี้ได้ 

“ดูเหมือนว่าคุณจะให้ความสำคัญกับคนแค่คนคนเดียวนะคะ ชีวิตคนอื่นจะเป็นยังไงก็คงจะชั่งมัน” คงไม่ใช่แค่เธอที่คิดแบบนี้เพราะท่าทางการกระทำของเขาใครๆก็มองออกว่าชายคนนี้คิดยังไงกับผู้หญิงคนนั้นจนคงลืมคิดไปว่าคนอื่นเขาก็มีเปอร์เซ็นชีวิตเท่าๆกัน 

“ใช่ ชีวิตใครมันจะเป็นยังไงฉันไม่สนใจ แค่คนในปกครองของฉันปลอดภัยมันก็คงเพียงพอแล้วไม่ใช่หรอ” จากนั้นเขาก็ทิ้งคำถามไว้ให้กับหญิงสาวก่อนจะเดินออกไปแต่ทว่าเท้าหนายังไม่ทันได้ก้าวพ้นออกไปจากอาณาเขตของห้องพักเสียงของมุทิตาก็ดังขึ้นทำโทสะเขาแทบระเบิด 

“คุณมันน่ารังเกียจ” 

“เธอว่าอะไรนะ” เขาหยุดฝีเท้าและหนกลับมาทางของหญิงสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง 

มุทิตาเมื่อเห็นว่าเขาหยุดเดินและหันมาทางเธอ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของคนจึงเกิดขึ้น เธอรีบขยับตัวของตัวเองถอยหนีแอรอนที่ค่อยๆเดินเข้ามาทีละก้าวทีละก้าวก่อนจะจับหมับ! ลงที่แขนของหญิงสาว 

“ฉันให้เธอพูดอีกทีเธอพูดว่าอะไร” เขากดลงไปที่แขนข้างซ้ายของหญิงสาวลงแบบเน้นๆ แต่ไม่ได้แรงมากนักเป็นเพียงแค่กดนิ้วลงไปครั้งนึง 

“คุณมันน่ารังเกียจ!!! โอ๊ย!!” เขาบีบเน้นลงหนักอีกครั้งแถมครั้งนี้มันยังคงถูกกดลงไปนานกว่าครั้งแรก ทำให้มีเลือดสีแดงไหลชิบออกมาจากบาดแผล 

“จะ...เจ็บ ปล่อย” มุทิตานิ่วหน้าด้วยความเจ็บจากแรงที่เขากดลงมา เขาก็น่าจะรู้ว่าแขนข้างนี้เธอเป็นอย่างไรเพราะผ้ามันก็ผาดอยู่ที่บนหัวไหล่อยู่ทนโท่ 

“เจ็บ เจ็บหรอ เจ็บใช่มั้ย” เขาถามด้วยเสียงเรียบนิ่งแล้วลงน้ำหนักมากขึ้นลงไปที่แขนของหญิงสาว แม้จะมองเห็นว่าเธอนั้นเจ็บมากเพียงใดแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยออกเพราะความถือดีในตัวของเธอที่มันมีมากเกินตัวที่กล้าจะท้าทายอำนาจของเขา ไม่ยอมสำเนียกตัวเองว่าเป็นได้แค่อะไร 

มุทิตาพยักหน้ารับน้ำตาใสไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง หวังเพื่อให้เขาปล่อยออกจากแขนของเธอ แม้ว่ามันจะไม่ถูกกดลงไปโดยตรงที่บาดแผลของเธอแต่จุดที่เขากดนิ้วลงมามันก็ใกล้เคียงกับบาดแผลมากทำให้ความรู้สึกที่มันทั้งปวดและเจ็บควบคู่ไปพร้อมๆกัน น้ำตาใสที่ไม่อยากจะให้มันไหลมันก็ออกมาอย่างอัตโนมัติไม่อาจจะควบคุมมันได้อีกต่อไป 

เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะรู้สึกเช่นไรกับตนเองแต่สิ่งที่เขากระทำมันก็ทำให้รู้แล้วว่าเขาไม่เคยมีความอ่อนโยนให้ต่อใครเลย แต่ก็ไม่เข้าใจว่ากัณฑ์ธิรายอมทนทุกอย่างได้อย่างไรกันกับการกระทำของเขาที่บางครั้งก็พลาดพลั้งลงไปที่หญิงสาวผู้นั้น แต่บางครั้งก็กลับมีความห่วงใยที่มีให้กัน 

นี่เธอต้องมานั่งสับสนความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสองนี้เพื่ออะไรกันทั้งที่มันก็ไม่ได้มีผลอะไรสักนิด แถมมันอาจจะทำให้ชีวิตของเธอถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายด้วยซ้ำ 

“ได้โปรดปะ...ปล่อย” เธอยังนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเพราะสิ่งที่พร่ำบอกให้เขาทำ เขาก็ยังไม่ยอมลดลง 

“ปล่อยหรอ ได้ ฉันจะปล่อย” เขาก็กดเน้นเข้าไปอีกก่อนจะสะบัดมือของตัวเองออกจากแขนของหญิงสาวอย่างแรงจนตัวเซฟุบลงที่เตียง มุทิตาเหลียวสายตามองหน้าของคนใจร้ายที่ทำร้ายร่างกายของผู้หญิงไม่ทางสู้ด้วยสายตาที่แดงก่ำ 

“มะ...มันเจ็บ” 

“มันเจ็บนะสิดี จะได้ไม่กล้าถือดีกับคนอย่างฉันอีก แล้วต่อไปนี้เธอไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า เข้าใจมั้ย” เขากระแทกเสียงใส่หญิงสาวจนคนฟังต้องหลบราวกับกลัวว่าเขาจะลงมือทำอะไรเธอ แต่แล้วก็สงสัยในคำถามสุดท้าย 

“มะ...หมายความว่าอะไร” ถามเขาซ้ำในสิ่งที่ยังไม่กระจ่างพอ มือข้างที่ไม่เจ็บก็ค่อยๆยังขึ้นมากุมแขนอีกข้างไว้แม้ว่าจะห้ามให้เลือดไหลไม่ได้แต่กุมมันไว้อาจจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บที่เขากระทำได้ 

“ก็หมายความว่าเธอพ้นสภาพสถานะการเป็นคนใช้ภายในบ้านฉันแล้ว เชิญไปรับเงินเดือนของเธอได้เลย แล้วก็ออกไปให้พ้นๆบ้านฉันซะ!!! คนที่ทำหน้าที่ได้ทุเรศๆแบบเธอมันไม่สมควรเลี้ยงไว้” 

“แต่ฉันไปเป็นแม่บ้านไม่ใช่การ์ดที่จะต้องมานั่งคอยคุ้มครองใครได้ทุกเวลาแค่ตัวเองตอนนั้นยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แล้วคุณคิดว่าฉันจะไปช่วยอะไรคุณกัณฑ์ธิราได้” รวบรวมคำพูดที่อยากจะพูดสุดใจหวังเพื่อว่าเขาอาจจะแยกหน้าที่การงานออกบ้างว่าหน้าที่อะไรเป็นอะไรไม่ใช่เหล่ารวมหมดแบบนี้ 

“แต่เธอขึ้นชื่อว่าเอาเงินของฉันไปใช้จ่ายในชีวิตเพราะฉะนั้นทุกอย่างมันคือหน้าที่ที่ทุกคนควรตื่นตัวอยู่แล้ว สมควรมีสัญชาตญาณ!!!” เขาตะโกนกดเสียงต่ำใส่หน้าของหญิงสาว ทำให้เธอต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ! 

“แต่สัญชาตญาณบางครั้งมันก็หมดไปได้เมื่อเราต้องเจอเหตุการณ์อันตราย” 

“ฉันไม่สนใจว่าเธอจะพูดอะไรอีก ในเมื่อเธอทำหน้าที่ของตัวได้ไม่ดีสมกับเงินที่ได้ เธอก็ออกไปซะ!” 

“แต่ฉันจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารักษา ถ้าคุณไล่ฉันออก” เธอไม่ได้มีเงินที่ต้องเอาใช้จ่ายแบบนี้มากมายแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องสุขภาพแต่เธอก็ไม่มีเงินมากพอ หากว่าถูกไล่ออกจากงานที่เธอทำอยู่มันคงต้องกระทบต่อบัญชีรายรับรายจ่ายเธอแน่ 

“มันเรื่องของเธอ ปัญหาของเธอ แก้ไขมันเอง ฉันแค่มีหน้าที่จ่ายเงินเดือนงวดสุดท้ายให้เธอ แค่นั้นมันก็น่าจะพอจ่ายไม่ใช่หรอหรืออยากได้มากกว่านั้น” ค่ารักษามันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายแค่เงินเดือนที่เขาจ่ายหล่อนไปมันก็น่าจะเพียงพอแล้วนิหรือจะเกร็งอยากได้ค่าแรงเพิ่ม 

“มันไม่...” 

“พอ ฉันขี้เกียจฟังคำพูดของเธอ ออกก็คือออก!” เขากระแทกเสียงสุดท้ายก่อนจะเดินพาร่างกายกำยำออกจากห้องพักฟื้นของหญิงสาว โดยไม่หันมามองคนที่นั่งน้ำตาคลอมือกุมแผลที่เขากดลงไปอย่างแรงด้วยความเจ็บปวด 

“ปัง!” 

มุทิตานั่งน้ำตาไหลปริ่ม เธอไม่รู้ว่าตนจะต้องเจ็บจากสิ่งใดก่อนกันระหว่างบาดแผลที่มันอยู่บนร่างกายกับคำพูดของของชายหนุ่มที่เพิ่งเป็นอดีตเจ้านายหมาดๆเมื่อครู่ หลังต้องรู้ว่าตอนนี้เธอคือคนที่ตกงานเสียอย่างเรียบร้อยเพราะเหตุที่ว่าพาคนที่อยู่ในความดูแลของเขาไปเสี่ยงอันตราย 

จะว่าผิดมันก็ผิดแต่จะให้เธอผิดแค่ฝ่ายเดียวมันก็คงไม่ได้เพราะถ้าเธอห้ามไม่ให้กัณฑ์ธิราตามไปสักนิดเรื่องแบบนี้มันก็คงจะไม่เกิดขึ้นแล้วถ้าหญิงสาวนึกคิดได้ว่าคนที่ดูแลตนอยู่เขาจะดุว่าเอาได้เรื่องมันก็คงไม่บานปลายขนาดนี้แถมคงไม่ต้องมานั่งเจ็บตัวและโดนไล่ออกอีก เฮ้อ!!! ชีวิต! 

 

มาเเล้วจ้าา 

จะเลือกสงสารใครดี มุหรือกัณฑ์ ดี 

​เม้นให้ไรท์กันด้วยน้าาค่ะ 

ความคิดเห็น