email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : ) ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ในรอยร้าว 1 แรกพบไม่สบตา

ชื่อตอน : ในรอยร้าว 1 แรกพบไม่สบตา

คำค้น : ดราม่า ร้าว nc+

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2562 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในรอยร้าว 1 แรกพบไม่สบตา
แบบอักษร

สาวร่างอวบที่เดินหางานมาแล้วรวมกว่าสัปดาห์ยืนปาดเหงื่อจากแดดเมืองไทยที่มันแสนจะร้อนซะเหลือเกินไม่รู้ว่าพระเจ้าเอาดวงอาทิตย์มาทิ้งไว้ที่ประเทศแล้วลืมเก็บเอากลับไปรึเปล่ามันถึงได้ร้อนได้ร้อนดีขนาดนี้ 

ซึ่งมันทำให้ใครหลายๆคนต้องลำบากเมื่อต้องเดินบนพื้นถนนไปพร้อมกับแสงแดดที่ส่องมาอย่างไม่ย่อท้อฉายแสงไม่ยอมหยุดเสมือนว่ามันคือหน้าที่ที่ต้องทำให้ลุล่วงไปในทุกๆวันแต่มันอาจหารู้ไม่ว่าแสงของมันอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้เช่นเธอที่ในตอนนี้เองเธอจะต้องหางานพาร์ทไทม์ทำเพราะอีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้วด้วยค่าเงินในการเรียนมันก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ 

ลำพังจะพึ่งพาแต่มารดาก็ใช่ว่าท่านจะมีเงินอะไรนักหนามาให้เธอ เหนื่อยกายแทบสาหัสที่ต้องหาเงินมาให้คนๆหนึ่งใช้ทั้งที่ตัวเองแทบจะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยแต่กระนั้นท่านก็ยังทำ ทำเพื่อให้เธอมีอนาคตที่ดี เธอยังจำคำที่มารดาพูดไว้ตลอดว่า 

“เรียนสูงๆแล้วหางานทำดีๆ จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนแม่ จะเรียนอะไรแม่ไม่ว่าเอาที่เราอยากจะเรียน แม่มีปัญญาส่งหนูเรียน” 

คำๆนี้มันจะยังคงจำไปตลอดว่าเธอจะต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูบุคคลที่เธอรักและรักเธอที่สุดให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงเหนื่อยแค่ไหน แค่นึกถึงมารดาดวงใจที่กำลังห่อเหี่ยวก็ชื่นขึ้นมาได้อย่างทันตาเห็น 

ยามเมื่อเดินมาเรื่อยๆก็เห็นบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ติดป้ายรับสมัครแม่บ้าน ดูจากค่าอัตราเงินเดือนมันก็น่าสนใจแม้จะเป็นงานแม่บ้านเธอก็ไม่เกี่ยงขอแค่มีงานทำช่วยแบ่งเบามารดาตนก็เพียงพอ ก่อนที่มือจะเอื้อมไปกดกริ่งหน้าบ้าน รอไม่นานก็มีลุงเดินมาเปิดประตูให้พร้อมถามไถ่เห็นท่าคงจะเป็นลุงคนสวน 

“มาทำอะไรล่ะแม่หนู” ลุงถามอย่างใจดี เห็นยืนอยู่นานสองนานกว่าจะกดกริ่งหน้าบ้านได้ 

“พอดีว่าหนูเห็นป้ายรับสมัครแม่บ้านน่ะค่ะ อยากรู้ว่ายังรับอยู่มั้ยคะ” 

“อ้อ รับสิ แม่หนูจะมาทำรึ” ยังไม่มีใครมาสมัครมันเลยเพราะเพิ่งจะติดได้แค่เพียงสัปดาห์กว่าเท่านั้น 

“ใช่ค่ะ พอดีว่าผ่านมาเห็นเลยสนใจอยากสมัครค่ะ” ดีนะที่เธอลงมาในซอยนี้ โชคดีจริงๆ 

“อ่าโอเคๆ งั้นเข้ามาก่อนเดี๋ยวลุงจะบอกหัวหน้าแม่บ้านให้ เดินเข้าไปรอข้างในได้เลยนะ” 

“ค่ะลุง” หญิงสาวเดินเข้าไปตามทางเพื่อไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ พอได้เห็นก็แทบอึ้งเธอว่าข้างนอกก็ใหญ่แล้วแต่ทว่าข้างในกับใหญ่กว่ามากแถมยังหรูอย่างแรง บ่งบอกได้ทันทีว่าเจ้าของเป็นคนมีเงินแน่นอนไม่งั้นคงไม่ใหญ่ขนาดนี้ 

หญิงสาวเดินเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ที่คิดว่าเธอน่าจะรอคนที่ลุงคนสวนไปตามภายในนี้ เพียงแค่นั่งรอไม่นานเสียงของหญิงที่ฟังก็รู้ว่าเข้าสู้วัยมากแล้วแน่นอน 

“ว่าไงล่ะ มาสมัครงานรึ” เดินมาก็คิดว่าคนมาสมัครน่าจะมีอายุหน่อย แต่กลับผิดคลาดเพราะเธอนั้นยังอยู่ในวัยสาว 

“ใช่ค่ะ” ตอบและส่งยิ้มกลับไป 

“ทำอะไรได้บ้างล่ะ” ถามถึงคุณสมบัติ หากว่าทำอะไรไม่ได้เลยก็คงจะรับไว้ไม่ไหวเพราะยิ่งสาวๆแบบนี้ 

“ทำได้ทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นล้างจาน ทำอาหาร กวาดบ้าน ถูพื้น ซักผ้าค่ะ” เธอร่ายสรรพคุณที่เธอสามารถทำได้ให้หญิงอายุมากฟัง 

“อ้อดี แล้วจะเริ่มงานวันไหนล่ะ” เพียงแค่บอกว่าทำได้ทุกอย่างก็รับเข้าทำงานแล้ว แถมยังสาวแบบนี้น่าจะทำงานได้ดี เพราะสมัยนี้มันหายากเหลือเกิน 

“เอ่อ...คือว่าถ้าหนูขอทำเป็นพาร์ทไทม์ได้มั้ยค่ะ เพราะว่ากลางช่วงเย็นจะต้องไปทำงานที่อื่นต่อน่ะค่ะ” เธอมีงานพาร์ทไทม์ตอนกลางคืนที่ร้านอาหารต่ออีก หากว่าได้มันจะเป็นการดีมาก 

“ที่นี่มันต้องทำคล้ายงานประจำนะ แถมยังต้องย้ายเข้ามาอยู่นี่อีก ฉันคิดว่ามันจะลำบากหน่อยสำหรับเวลางาน” 

น่าเสียดายที่หญิงสาวเอ่ยว่ามีงานพาร์ทไทม์อีกหนึ่งงานที่ต้องไปทำ เพราะที่นี่ถือว่าหากรับคนงานเข้าทำงานแล้วต้องให้ที่พักอาศัยแก่คนงานนั้นด้วยจะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะอีกอย่างเวลาจะใช้อะไรจะได้ใช้ได้ทันใจ 

“ขอร้องเถอะนะคะ หนูหางานมาหลายอาทิตย์แล้ว” สายตาวิงวอนอ้อนต่อหัวหน้าแม่บ้านที่เป็นคนถือกรรมสิทธิ์รับเธอเขาทำงานครั้งนี้ 

“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอคุณแอรอนเขาก่อนละ กติกาที่มันนอกเหนืออย่างนี้ฉันตัดสินใจเองไม่ได้” เธอมีสิทธิ์ในการรับคนเข้าทำงานหากว่าผ่านคุณสมบัติที่กำหนดไว้ แต่หากว่าเงื่อนไขนั้นมันต่างจากเดิมก็ต้องรอ 

“แอรอน ดรอฟ พัฒธรากรณ์รุณ” 

“ค่ะ” เธอยอมรอหากว่าขอได้แล้วมันได้ผล 

“งั้นเอาเบอร์เธอมาเดี๋ยวคุณแอรอนกลับมาแล้วฉันจะได้ติดต่อไป” ขอเบอร์ไว้เพื่อความสะดวกในการเรียกตัวอีกครั้งหากข้อตกลงนี้มันถูกอนุมัติ 

“ได้ค่ะ 09-973-xxxx” 

“กลับได้เลยนะ เดี๋ยวฉันโทรกลับไปไม่น่าเกินสองสามวันนี้แหละ” 

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณเสร็จก็ลุกเดินออกไปยังหน้าบ้านหลังใหญ่ทันที แต่เธอเดินออกไปได้ถึงบริเวณใกล้ถึงประตูทางออกเท่านั้นเพราะมันดันมีรถคันหรูที่ราคาพุ่งแทบหูฉีกขับเข้ามาอย่างเร็ว ราวกับว่าสถานที่นี้คือสนามแข่ง 

หญิงสาวเหลียวหลังหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป ในใจก็บ่นพึมพำ ‘คิดว่าเป็นสนามแข่งรึไง ถ้าชนคนได้น่าจะชนแล้วล่ะ’ ก่อนจะสะบัดก้นออกไปจากบ้านไม่สิมันคือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คนสักสามสิบสี่สิบแทบจะอัดเข้าไปอยู่ได้ แถมมันยังคงจะมีพื้นที่เหลือซะด้วย 

คนในรถก็เห็นคนร่างอวบที่เดินออกไปจากบริเวณบ้านของเขาก็เหลียวมองตามไปนิดๆ ก่อนจะหันมาสนใจคนที่อยู่ข้างๆกายอีกคนที่นั่งมาด้วยกันแต่กลับเงียบตลอดทาง 

“ใครมาหรอป้ามน” ชายหนุ่มร่างกายภูมิฐานแต่งสูทเรียบสีเทาเดินเข้ามาภายในบ้านของตนก่อนจะเอ่ยถามหัวหน้าแม่บ้านหรือที่เขาเรียกว่าป้ามน ว่าคนที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่เป็นใคร 

“คนงานใหม่จะมาสมัครน่ะค่ะ” คนที่ชายหนุ่มถามก็คงไม่พ้นหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้หรอ 

“แล้วทำไมไม่พาไปดูห้องล่ะ ผมเห็นเดินออกไปข้างนอก” 

“พอดีว่าเธอบอกว่าอยากทำแบบพาร์ทไทม์น่ะค่ะ เห็นว่าถ้าทำที่นี่เสร็จแล้วจะไปทำที่อื่นต่อ” 

“แล้วป้ามนก็เลยรอผม” เขารู้ดีว่าเงื่อนไขนี้มันไม่อยู่ในที่กำหนดไว้ ป้ามนคงจะรอให้เขามาบอกเอง 

“ใช่ค่ะ เกรงว่าคุณแอรอนจะไม่รับ” 

“งั้นก็เอาตามนั้นเลย เรียกเธอทำงานได้ภายในสองวันเพราะบ้านเรามันก็กำลังขาดคนพอดี” ช่วงนี้กำลังขาดคนช่วยแม่บ้าน จะมาทำในรูปแบบไหนเขาก็รับหมดทั้งนั้นแหละ ก่อนจะหันไปมองคนข้างกายที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ 

“เธอก็ขึ้นไปข้างบนซะสิ” เขาสั่งหญิงสาวสวยร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ 

“ค่ะ” เธอรับคำกับเขาเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินขึ้นไปข้างบน 

หญิงสาวคนนี้คือ ‘กัณฑ์ธิรา สมากุลรัตน’ 

(สะ-มา-กุน-รัด-ตะ-นะ) 

ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมเทียร์ทาวน์รายใหญ่ที่มีเงินสะพัดเข้ามาหลายร้อยล้านบาทต่อปีเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่ใครๆต่างก็รู้จัก มีวุฒิวัตน์เป็นบิดาที่แสนจะเก่งด้านการบริหาร ทำงานมาได้เกือบทั้งชีวิตมีเงินอยู่ก็มากโข่แต่ทว่ากลับมาตกม้าตายให้กับการพนันจนต้องเอาทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมากู้เงินของชายหนุ่มเพื่อไปลบล้างหนี้เพราะเขาเป็นทางเลือกเดียวในเวลานั้น 

โดยมีข้อแม้คือลูกสาวคนสวยของเขาต้องมาเป็นหลักประกันว่าจะไม่หนีหนี้สินทั้งหมด แล้วในขณะนี้โรงแรมแห่งนั้นก็มีเขาเป็นผู้ที่ถือหุ้นรายใหญ่หรือจะเรียกง่ายๆว่าเป็นเจ้าของก็ยังได้ และตอนนี้กัณฑ์ธิรามาอยู่กับแอรอนได้เกือบจะสองเดือน เธอไม่มีสิทธ์อะไรเหนือคนอื่นมีเพียงแค่ต้องไปทำงานที่โรงแรมดรอฟ แกรนด์ แอรัล ของเขาในตอนเช้าโดยให้คนของแอรอนไปส่งและรับกลับแต่ทว่าวันนี้เขากลับมาด้วยเพราะเสร็จธุระเร็วก็เท่านั้น 

“ทำหน้าที่ของเธอซะกัณฑ์ธิรา” เขายอมรับว่าหญิงสาวผู้นี้สวยมาก เขารู้สึกติดใจต่อรสสัมผัสที่เวลาหญิงสาวทำให้เขา แต่ทว่าก็กลับไม่ได้โหยหามันมากนักจะทำกิจนี้กับหญิงสาวก็เพียงแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นแต่วันอื่นๆก็ใช่ว่ากายสมส่วนจะไร้รสสัมผัสเสียเมื่อไร 

“อ่า...ดีมาก กัณฑ์ อืม” แอรอนเคลิ้มไปกับรสสวาทที่หญิงสาวปลุกขึ้นเธอทำมันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนร่างหนากระตุกเริ่มมีอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาเรื่อยๆจนต้องพลิกกายของตนขึ้นมาแทนเพราะความชักช้าของหญิงสาว 

“อ่ะ...อ่า คะ...คุณแอรอน เบาๆหน่อยค่ะ อะ!” ชายหนุ่มกระแทกเข้ามาภายในร่างกายเธออย่างป่าเถื่อน เธอรู้ว่าเขานั้นชอบการมีเซ็กส์แบบดิบๆแต่ไม่คิดว่ามันจะดิบเช่นนี้ทุกครั้งที่มีสัมพันธ์กันเธอก็เจ็บตัวเสียทุกครั้งไปครั้งมันก็คงจะเป็นเช่นนั้น 

“จะเอาอะไรโซ่ แส้ กุญแจมือหรือ...” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลุกไปเปิดตู้เพื่อเอาสิ่งที่ใช้ในการร่วมรักออกมา 

“กะ...กุญแจมือค่ะ” เธอตะโกนเสียงแผ่วออกไปก่อนเข้าจะเอ่ยอีกสิ่งนั้นออกมา แต่ทว่าขออะไรไปมันก็เท่านั้นเพราะเขาก็เป็นคนเลือกเองอยู่ดี 

“ไม่ดีกว่า ฉันว่าแส้น่าจะเหมาะกับเธอดีนะ หึหึหึ” หัวเราะในลำคอก่อนจะหยิบแส้ออกมาและออกคำสั่งหญิงสาว 

“หันหลังซะ” เมื่อสั่งหญิงสาวเสร็จเขาก็จัดท่าให้กัณฑ์ธิราให้เข้าที่ก่อนฟาดแส้นั้นลงไปแรงๆสองครั้ง 

“เพลี๊ยะ! เพลี๊ยะ!” 

“อ่ะ...อ่าส์ จะ..เจ็บ” นิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ทว่ามันจะเจ็บยังไงมันก็ยังเสียวอยู่ ก่อนที่แอรอนจะดันเอาส่วนล่างของตนเข้ามาทางด้านหลังของหญิงสาวแล้วกระแทกมันแรงๆจนกัณฑ์ธิราสั่นคลอนทั้งตัว มือหนาอีกข้างก็คลึงเข็ญหน้าอกสาวอย่างมันส์มือ 

“อ่ะ...อ่าส์ สะ...สุดยอดกัณฑ์” 

“อ่ะ...คุณแอรอน แรงๆคะ ดะ...ดันเข้ามาแรงอีกค่ะ” ร่างบางก็เสียวซ่านตามร่างหนารสสัมผัสนี้ทั้งเขาและเธอก็ต่างมีความสุขกันทั้งคู่ แอรอนไม่สามารถต้านแรงอารมณ์ดิบเถื่อนแบบนี้ของตนได้ ไม่ว่าเขาจะมีเซ็กส์กับใครที่ไหนอารมณ์ของเขามันก็จะเหมือนๆกัน บทสวาทบทนี้ดำเนินต่อเรื่อยๆอีกครั้ง อีกครั้ง แต่ต่อให้มันจะกี่ครั้งยังไงเขาก็ไม่ลืมที่จะป้องกันอย่างแน่นหนา 

สองวันถัดมา 

“จริงหรอค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ในที่สุดเธอก็ได้งานทำเสียทีหลังจากเมื่อวันนั้นไปบ้านหลังนั้นมา ตอนแรกก็รอแล้วรอเล่าไม่ติดต่อกลับมาเสียทีคิดว่าจะไม่ได้งานนี้เสียแล้วแต่สุดท้ายโชคก็ยังเข้าข้างเธออยู่ 

“เริ่มงานได้วันพรุ่งนี้เลยหรอค่ะ โอเคค่ะขอบคุณมากนะคะ” กล่าวขอบคุณก่อนจะวางสายไป เขาให้เธอเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลยซึ่งมันเป็นผลตอบรับดีมากสำหรับคนที่กำลังหางานทำในช่วงของการปิดภาดเรียนอยู่ เธอหวังว่าการเข้าไปทำงานในบ้านหลังนั้นมันคงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ ขอให้ทุกอย่างที่เธอเผชิญดำเนินไปได้ด้วยดีเถิด เพล้ง! 

เช้าวันถัดมาหญิงสาวก็รีบนั่งรถบึ้งไปที่บ้านหลังนั้นทันทีเพราะหัวหน้าแม่บ้านที่เธอเจอบอกว่าจะตั้งเข้างานเร็วหน่อยกว่าที่อื่นเขา แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเธอ แต่ทว่าแค่วันแรกมันก็กลับสายเสียแล้วนี่นะสิ 

“กริ๊ง กริ๊ง” 

เสียงออดหน้าบ้านหลังใหญ่ดังขึ้นทำให้ลุงคนสวนคนเดิมเดินเข้ามาเปิดประตูให้เธอ ก่อนจะถามไถ่ว่ามาทำอะไรเมื่อได้คำตอบกันแล้วหญิงสาวก็รีบสาวเท้าเข้าไปด้านในทันที หัวหน้าแม่บ้านบอกว่าวันแรกเธอต้องมาแนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักชื่อสียงเรียกนามเธอเสียก่อน 

“เอ้า มาโน่นแล้วค่ะคุณแอรอน” ป้ามนพูด 

วันนี้มีเจ้าของบ้านมานั่งไขว้ห้างอยู่ในห้องนั้นด้วย โดยที่ข้างกายเขาก็ยังมีสาวสวยคนเดิมนั่งอยู่ข้างๆกาย เธอสวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ในความคิดของเธอเพราะหญิงสาวมีผิวกายที่ขาวสว่างกระจ่างใสมากซึ่งมันผิดกับเธอที่กลับมีผิวออกคล้ำๆจากแสงแดดเพราะต้องค่อยทำงานออกแดดบ้างบางครั้งแต่ใช่ว่าเธอจะไม่ดูแลมันเลย ซึ่งมันก็ยังไม่หมดหญิงสาวยังอ่อนหวานยิ้มทีนี่โลกแทบจะละลายหายไปแทบให้ได้ 

เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าผู้ชายคนนี้ไปเสาะหาผู้หญิงเช่นนี้มาจากไหนเพราะเสมือนว่ามันคุ้มค่ากับชายหนุ่มมากจริงแต่เมื่อเธอเห็นว่ามีคนรออยู่เยอะมากจึงรู้สึกผิดหน่อยๆจึงต้องหยุดความคิดไว้แค่นั้น ก่อนที่จะรีบกุลีกุจอเข้าไปด้านใน เพื่อไม่ให้คนอื่นได้รำคาญอีกต่อไป 

“ขอโทษที่มาช้าค่ะ” มาถึงก็รีบกล่าวขอโทษทันที แต่ก็ยังไม่วายมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจนหน้าเธอแทบสลด 

“มาแค่วันแรกก็สายแล้ว แบบนี้มันจะไหวหรอ” แม้ว่าเขาจะเป็นคนอนุมัติให้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานได้ แต่ใช่ว่าจะมาสายตั้งแต่วันแรกได้ หากเป็นเช่นนี้มันจะไปทำอะไรทัน 

“ขะ...ขอโทษค่ะ พอดีว่ารถมันติดนิดหน่อยค่ะ” ก็มันเรื่องจริงนี่นา ดีที่เธอตัดสินใจซิ่งพี่วินหน้าปากซอยมาไม่งั้นคงโดนด่าจนหูชาแน่แถมอาจจะโดนไล่ออกจากงานตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ได้เริ่มทำด้วยซ้ำไป 

“เอาล่ะ จะทำอะไรก็รีบทำนมผมไม่ได้มีเวลาทั้งวัน” หันไปพูดกับหัวหน้าแม่บ้าน 

“เอาล่ะ แนะนำชื่อเธอซะ” ป้ามนหันไปบอกกับหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ‘มุทิตา จันทรากาญจ์’ ค่ะ ดิฉันจะเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ที่นี่คะยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ” เธอส่งยิ้มไปให้ใครหลายๆคนที่ยืนอยู่นับเกือบสิบกว่าชีวิตได้ด้วยอารมณ์ของความเป็นมิตร 

“แค่นี้ใช่มั้ย” เสียงห้าวดังขึ้นกลบอารมณ์ดีของหญิงสาวเสียหมด เธอไม่รู้ว่าเขาคนนี้ไปกินอะไรผิดมาหรือเปล่าหน้าถึงบูดเป็นตูดหมาแบบนี้ 

“ค่ะ” เสียงหวานตอบกลับไป 

“ไปเถอะกัณฑ์ธิรา” พูดจบเขาก็ยืนขึ้นเดินออกไปจากห้องนั้นทันที แถมยังมีสาวหน้าตาสะสวยอีกคนเดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ หืม เขาทั้งสองคนชั่งเหมาะสมกันเสียจริงอีกคนก็ทั้งหล่อเท่ปาดใจอีกคนก็สาวสวยซะจนชะนีอย่างเธอยังเหลียวหลัง แต่ทว่าทำไมหญิงสาวคนนั้นคล้ายกับคนไม่มีความสุขเสีย ทั้งๆที่บ้านหลังนี้ก็ดูออกใหญ่โตมีสิ่งของมากมาย มีชายที่ให้เป็นที่รักคอยอยู่เคียงข้าง 

“แยกย้ายเถอะทุกคน ส่วนเธอก็ตามฉันมา ฉันจะบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง” ป้ามนจัดแจ้งบอกกล่าวต่อสิ่งที่หญิงสาวจำเป็นต้องทำให้เธอนั้นได้รับทราบ ก่อนที่ตัวเองก็จะไปทำหน้าที่ของตนเช่นกัน แต่ทว่าก่อนที่จะเดินจากไปก็มีข้อห้ามเด็ดขาดสั่งออกมา 

“จำไว้นะมุทิตา เธอห้ามเขาไปยุ่งภายในห้องของคุณแอรอน และห้ามยุ่งกับคุณกัณฑ์ธิราหากว่าคุณแอรอนเธอไม่ได้สั่ง ทุกคนที่นี่จะรู้ดี” ข้อห้ามเรื่องนี้คนทั้งบ้านรู้กันหมดทั้งสิ้นเพราะมันคือข้อเด็ดขาดหากใครฝ่าฝืนอาจจะจบไม่สวยเสียเท่าไร 

มุทิตาทำงานได้ที่นี่ได้สองอาทิตย์กว่าแล้วโดยที่เธอไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ภายในบ้านหลังนี้แต่อย่างไรเนื่องจากว่าตนนั้นต้องไปทำงานอีกหนึ่งงาน กว่าจะกลับก็คงจะดึกกลัวว่าหากกลับมาแล้วจะเป็นการรบกวนคนอื่นเสียมากกว่า การที่เธอทำงานที่นี่ถือว่าดีมากๆแม้ว่าบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบใจเธอเสียเท่าไรตั้งแต่เข้ามาแต่หญิงสาวก็ไม่ได้เห็นเป็นอะไรเพราะยังไงมันก็เป็นสัจธรรมของมนุษย์อยู่แล้วในเมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียดเป็นธรรมดา สู้ทำงานไปวันๆอย่าไปสนใจอะไรมากให้มันหนักสมองเอานักเลยเดี๋ยวหนักขึ้นมาจะรับไม่ไหวเสียเอง 

“มุกลับก่อนนะคะป้ามน” บอกกับหัวหน้าแม่บ้านที่มีนามว่ามนที่เป็นคนที่รับเธอเข้าทำงาน เวลานี้มันใกล้จะหกโมงแล้วซึ่งมันใกล้จะถึงเวลาที่เธอต้องไปทำงานอีกที่เสีย 

“โอเค แล้วกลับดีๆล่ะ” กล่าวบอกหญิงสาวที่มาทำงานได้สองอาทิตย์แล้ว ตลอดเวลาที่เห็นทำงานก็ขยันขันแข็งดีดูท่าอาจจะไม่เหมือนหญิงสาววันเดียวกันทั่วไป 

“ไปแล้วนะคะ” เก็บข้าวของเรียนร้อยก็รีบก้าวเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ที่ดูแลทันที แล้วมุ่งตรงไปที่หน้าปากซอย 

ระหว่างทางที่หญิงสาวเดินขึ้นไปที่หน้าปากซอยสายตาก็ปะทะเข้ากับรถคันหรูของเจ้าของบ้านที่เธอไปทำงานอยู่ที่ขับเคลื่อนตัวลงมาพอดี ปกติแล้วเขาจะไม่กลับบ้านเวลานี้จากที่เธอสังเกตมาแล้วตลอดที่ทำงานมาทุกคนจึงดูไม่ได้เกร็งอะไรกันมาก แต่เมื่อเขามาเมื่อไรกลับทำให้ทุกคนต้องเกร็งนิ่งไปตามๆกัน 

สายตาคมที่อยู่ภายในรถหันมองคนร่างอวบ แต่ก็หันมองด้วยสายตาที่เรียบๆไม่รู้ว่ามันจะหมายความว่าอะไรเพราะมันนิ่งเสียเหลือเกินจนเธอหาคำตอบไม่ได้ ส่วนข้างถัดไปนั้นเมื่อมองรอดผ่านไปก็ยังคงเห็นกัณฑ์ธิราอีกเช่นเดิม ไม่รู้ว่าใช้กาวยี่ห้อไหนทาไว้รึเปล่าถึงได้ติดหนึบกันขนาดนี้ 

แต่ทว่าแววตาที่เธอเห็นของหญิงสาวคนนั้นก็ยังคงหม่นเหมือนเดิม แต่ร่างอวบก็มิได้สนใจอะไรรีบก้าวเดินต่อไปเพื่อไปทำงานยังอีกที่หนึ่งก่อนที่มันจะเลยเวลาทำงาน หากว่าเลยเธอคงโดนหักเงินเดือนแหง่ๆ 

“นั้นมันพนักงานใหม่ไม่ใช่หรอ?” เขาเห็นมาถามเสียงเรียบเมื่อเห็นคนหน้าตาคุ้นๆคล้ายคนงานในบ้านของเขาที่เพิ่งรับเข้าทำงานได้ไม่นานกำลังจะเร่งฝีเท้ารีบไปไหนสักแห่ง 

“ใช่ครับ” คาร์มิลบอดี้การ์ดที่แอรอนให้ความไว้วางใจอีกคนหนึ่งเงยหน้ามองที่กระจกหน้ารถเล็กน้อยเพื่อตอบคำถามของเจ้านาย 

คาร์มิลเป็นบอดี้การ์ดมือขวาของแอรอนที่เขาให้ความไว้ใจมากอีกคนหนึ่งเพราะด้วยเนื่องจากความที่ทำงานด้วยกันมานานเสียเหลือเกิน เขาจึงเป็นอีกคนหนึ่งเมื่อมีเรื่องอะไรแอรอนจึงให้ไปจัดการอยู่บ่อยครั้ง 

“แล้วทำไมเธอถึงไม่พักที่บ้านล่ะคะ” เป็นเสียงหวานของกัณฑ์ธราที่ถามขึ้นมา โดยที่แอรอนเมื่อได้คำตอบในคำถามแรกแล้วก็นั่งเงียบไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ 

“เห็นว่ามีงานพิเศษอีกงานน่ะครับ” บอกเสียงนุ่มนิ่มแก่คนถาม จริงๆแล้วเขาแอบมีใจให้กับหญิงผู้นี้อยู่หน่อยๆเพราะด้วยรูปหน้าของหญิงสาวที่ดึงดูดเสียเหลือเกินไหนจะวาจาที่เอ่ย แต่ก็เป็นอันต้องเสียใจเพราะเธอคนนี้คือผู้หญิงของนายตนเอง 

“อ้อค่ะ” จากนั้นบนสนทนาในรถก็เงียบไปตลอดทางจนถึงบ้านหลังใหญ่ 

มุทิตามาถึงร้านที่ต้องทำงานในเวลาแบบเฉียดชิวพอดี เธอจึงรีบก้าวเข้าไปในร้านเพื่อทำหน้าที่ของตน ซึ่งมันก็อาจจะไม่ได้มีอะไรมากเพราะเธอนั้นก็แค่เดินถืออาหารไปเสิร์ฟหรือถ้าหากว่าว่างจากการเสิร์ฟอาหารก็เข้าไปหลังร้านเพื่อช่วยเก็บกวาดล้างจาน อีกทั้งรับออเดอร์อาหารเพียงเล็กน้อย 

มุทิตามาถึงร้านที่ต้องทำงานในเวลาแบบเฉียดชิวพอดี เธอจึงรีบก้าวเข้าไปในร้านเพื่อทำหน้าที่ของตน ซึ่งมันก็อาจจะไม่ได้มีอะไรมากเพราะเธอนั้นก็แค่เดินถืออาหารไปเสิร์ฟหรือถ้าหากว่าว่างจากการเสิร์ฟอาหารก็เข้าไปหลังร้านเพื่อช่วยเก็บกวาดล้างจาน อีกทั้งรับออเดอร์อาหารเพียงเล็กน้อย 

“มุวันศุกร์นี้วันหยุดมุใช่มั้ยอ่ะ” เพื่อนสาวของมุทิตาถามหญิงสาวที่กำลังงวนอยู่กับการล้างจานหลังจากที่ว่างจากงานในร้านเรียบร้อยแล้ว 

“อ่าใช่ ดาวมีอะไรหรอ” 

“พอดีว่าที่ทำงานที่ดาวเคยทำงานอยู่น่ะ เขาโทรมาขอให้ไปช่วยหน่อยเพราะว่าวันนั้นคนขาดเยอะแต่วันนั้นดาวดันมีธุระวันนั้นพอดี มุพอจะว่างไปแทนดาวได้มั้ย แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ” 

“ศุกร์นี้ใช่มั้ยดาว” หญิงสาวคุ้นคิดวันศุกร์นี้มันคือวันหยุดของเธอในร้านอาหารแห่งนี้ หากว่ากลับจากบ้านหลังใหญ่แล้วก็คงจะไม่มีอะไรทำ หากไปทำงานหารายได้สักหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไร 

“ใช่ศุกร์นี้แหละจ๊ะ แค่วันเดียว” 

“อ้อโอเคได้สิ” 

“ขอบคุณมากนะมุ” ส่งยิ้มหวานให้กับมุทิตาที่ยืนอยู่ข้างกันก่อนที่จะมีเสียงหวานดังขึ้นมาอีกครั้ง 

“ดาวอย่าลืมส่งพิกัดมานะว่าร้านอยู่ไหน” เธอไม่ลืมที่จะบอกเพื่อนสาวว่าให้ส่งพิกัดของร้านมาให้ตนด้วยเพื่อที่ว่าจะได้ไปถูกและไม่หลง 

“โอเคจ้า” 

วันนี้เป็นวันที่มุทิตาจะต้องไปทำงานพิเศษอีกที่ที่เธอรับปากประดุจดาวหลังจากที่ทำงานในบ้านหลังนั้นเสร็จแล้ว พอมาถึงที่ทำงานเธอก็แทบอยากเดินถอยหลังกลับบ้านทันทีเพราะมันคือคลับหรูที่เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปในที่ที่อโคจรเต็มไปด้วยอบายมุขหลายสิ่งแต่หาใช่ว่ามันผิดกฎหมาย 

แต่ยังไงเธอรับปากกับประดุจดาวไว้แล้วเธอก็ต้องทำ ร่างบางเดินเข้าไปข้างในก็พบว่าข้างในนั้นยังไม่ได้มีเสียงเพลงเปิดขึ้นเพราะมันยังไม่ได้เวลาเปิดบริการแต่คาดว่าอีกไม่นานนักนักท่องราตรีต้องเต็มพื้นที่ที่เธอยืนอยู่ตรงนี้แน่ๆ 

“สวัสดีค่ะ พอดีว่าเป็นคนที่ดาวบอกไว้น่ะคะ” เดินเข้ามาข้างในก็เอ่ยบอกผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเป็นพนักงานที่นี่ 

“อ้อ โอเคงั้นตามมาเลยจ๊ะ” 

“นี่อ่ะ เป็นชุดที่ต้องใส่นะ” หญิงสาวคนนั้นยืนชุดทำงานมาให้เธอก่อนจะบอกว่าหน้าที่นั้นต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งมันก็ได้ยากเลยแค่ค่อยให้บริการความสะดวกต่อลูกค้าจัดหาโต๊ะให้ ค่อยจดออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งและนำไปเสิร์ฟซึ่งมันก็ได้ต่างจากงานที่เธอทำทั่วไป 

“มุมาช่วยรับออเดอร์คุณอัครพลทางนี้หน่อยจ๊ะ” หลังจากร้านเปิดได้หลายชั่วโมงงานก็ยุ่งใช่ย่อย ต้องคอยต้อนรับแขกอยู่ตลอดเวลา ผู้คนก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆจนพนักงานเองยังหัวปั่นกันเลย 

“ค่ะ” จดออเดอร์และส่งให้เคาน์เตอร์เสร็จเธอก็เดินมารับแขกที่เพิ่งเข้ามา ซึ่งรายนี้น่าจะเป็นระดับวีไอพีเพราะขนาดผู้จัดการร้านยังออกมาต้อนรับพร้อมทั้งเดินนำไปที่ห้องหนึ่งที่เหมือนว่าจะมีพรรค์พวกของเขานั้นรออยู่ด้านใน 

“รับอะไรดีค่ะ” มือล้วงหยิบสมุดปากกาในกระเป๋าออกมาเพื่อจดออเดอร์แต่ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละถึงกับโป๊ะแตก!!! 

นี่มันเจ้านายเธอที่บ้านใหญ่ชัดๆไม่คิดว่าอะไรจะบังเอิญให้เขาได้มาที่นี่ในวันนี้ แถมข้างกายชายหนุ่มกับมีหญิงสาวร่ายล้อมกลับไม่ใช่กัณฑ์ธิราที่เธอเห็นอย่างกับเงาตามตัว เพื่อนเขาก็เช่นกันมีกันคนละคนสองคน เฮ้อ! ผู้ชายหนอผู้ชาย 

“จะกินอะไรว่ะไอแอรอน” อัครพลเจ้าของสถานที่แห่งนี้เอ่ยถามคนที่เพิ่งมาใหม่ว่าจะต้องการอะไรเพราะคืนนี้มันคงอีกยาวไกล 

“วอคก้าแล้วกัน” เขาบอกเสียงนิ่งก่อนที่คนได้ยินจะรีบจดสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยลงบนกระดาษใบสีขาว 

“หึ กูไม่คิดว่าพนักงานบ้านกูมันจะมาทำงานเสริมที่ร้านมึง” 

อยู่ๆเขาก็พูดออกมาขณะที่หญิงสาวที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงอยู่จดออเดอร์อยู่ แม้จะเคยเห็นหน้าแค่ครั้งสองครั้งแต่เขาก็จดจำใบหน้าของคนงานในบ้านได้ทุกคน 

“อ้าว พนักงานบ้านมึงหรอวะ ฮะฮะฮะ” อัครพลหัวเราะร่าเมื่อเขาบอกว่าเธอคนนี้คือพนักงานที่บ้านของตน 

“จะรับอะไรเพิ่มอีกมั้ยค่ะ” หันมาถามเป็นครั้งสุดท้ายอยู่ในนี้มันแสนจะอึดอัดชีวิตซะเหลือเกินเหมือนกับว่าออกซิเจนโดนสายตาเขาดูดกลับไป 

“ไม่ล่ะ” อัครพลบอกมือปัดๆไป ก่อนที่หญิงสาวจะรับและเดินไปนำสิ่งที่หนุ่มๆทั้งหลายโหยหาซะเหลือเกินมาเสิร์ฟให้ถึงปาก!!! 

“ไหนที่บอกว่าพนักงานร้านกูเป็นพนักงานที่บ้านมึงคืออะไรว่ะ” 

“อย่าไปสนใจเลย กูก็พูดไปงั้นแหละ” แอรอนบอกเพื่อนหนุ่มที่นั่งข้างกันที่มีสาวล้อมรอบถึงสองคน 

“เออ!” หึ ที่หลังก็อย่าพูดให้ต่อมเผือกเขามันผลุดขึ้นดิวะ นึกแล้วเสียอารมณ์ 

มุทิตาเดินนำเครื่องดื่มที่เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายนั้นสั่งอย่างกลับว่าจะไม่ได้กินแล้วมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แล้วจะเดินไปทำหน้าที่ของตนต่อแต่ทว่ากลับมีเสียงนิ่งดังขึ้นเรียกให้หญิงสาวที่หันหลังอยู่ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ 

“วันนี้ได้ไปเท่าไหร่แล้วล่ะ” แม้จะเป็นเสียงเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคนประเภทนี้ก็คงไม่พ้นการมีเสี่ยรองรับและดูแลแต่ที่ต้องอาจมาทำงานอาจจะกำลังมองหาเหยื่อใหม่ที่อาจจะติดกับดักที่เธอวางไว้ก็ได้ แถมยิ่งเป็นนักศึกษาที่ใกล้จะจบด้วยแล้วก็คงต้องการเงินเยอะเลยล่ะ แม้ว่าจะไม่ได้มีรูปร่างที่ชวนสะดุดตาแต่ใครจะรู้ว่าลีลาอาจร้อนแรง 

“คะ...???” 

“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอห๊ะ ฉันถามว่าวันนี้เธอได้ไปเท่าไรแล้ว” 

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร แต่ฉันขอตัวนะคะ” ไม่ได้อยู่รอคำอนุญาตจากปากใครพูดจบก็เดินออกไปจากจุดนั้นทันที มีหวังถ้าอยู่นานกว่านี้น่าจะโดนเจ้าของคำถามยิงคำถามที่มันไม่น่าเข้าโสตประสาทหูใส่รัวๆเป็นแน่แท้ 

‘หึ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงหยามฉันอย่างนี้’ แอรอนคิดเคืองในจิตใจ 

ไม่มีใครที่กล้าจะปฏิเสธคำถามของเขาสักคนแล้วเธอเป็นใคร เป็นแค่แม่บ้านคนนึงในบ้านเขาก็หัดเตรียมตัวเสียซะบ้าง! 

ค่ำคืนนั้นการทำงานของมุทิตาผ่านไปได้ด้วยดีถ้าไม่นับที่เจอเจ้านายของตนด้วยแล้ว ก็ถือว่างานนี้ไม่ได้มีอะไรมากมายเลยซึ่งมันก็ไม่ต่างจากงานที่ทำอยู่ 

“คิดว่าตัวเองใหญ่โตล้นฟ้ามากรึไงถึงได้ถามคำถามสิ้นคิดดูถูกแบบนี้กับผู้หญิง คิดว่าคนที่ทำงานในที่แบบนั้นมันจะเป็นกันทุกคนเลยรึไง” แม้ยามที่เดินอยู่ริมข้างทางแต่พอนึกคิดถึงสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นเปล่งวาจามันออกมา มันก็อดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้ เขาดูถูกคนทำงานหากินจนเกินไป 

ใช่ว่าสิ่งที่เขาสื่อความหมายออกมาเธอจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรแต่แค่ไม่อยากจะว่าความยาวสาวความยืดก็แค่นั้น ณ จุดๆนั้นในใจของเธอมันร้อนแรงเหมือนเปลวไฟที่พร้อมแผดเผาแต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องทำมันจึงต้องระงับสิ่งที่กำลังประทุไว้ 

วันนี้มุทิตาก็ตื่นเช้ามาทำงานตามปกติของตน แต่ที่มันไม่ปกติวันนี้คือเธอเห็นกัณฑ์ธิราอยู่บ้านด้วยวันนี้ ปกติแล้วเธอเลิกงานโน่นกว่าจะเห็นเงาของหญิงสาวแต่ทว่าวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเธอเห็นหญิงสาวเดินป้วนเปี้ยนอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่แถมร่างกายเธอมันดูล้าเสียเหลือเกิน 

แถมวันนี้เธอต้องขึ้นไปทำความสะอาดที่ห้องของหญิงสาวตามที่ป้ามนนั้นมอบหมายไว้ให้อีกด้วย เห็นแค่นี้ก็อึดอัดจะตายอยู่แล้วเพราะหญิงสาวนั้นช่างไร้ชีวิตชีวาเหลือเกินถ้าเขาไปอยู่รวมกันคงจะสูดเอาอากาศเข้าปอดลำบากเป็นแน่ 

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ 

มือเอื้อมไปเคาะประตูเพื่อให้เจ้าของห้องรับรู้ว่ากำลังจะมีผู้มาเยือน พร้อมทั้งรอคำอนุญาตจากหญิงสาว 

“เข้ามาได้จ๊ะ” กัณฑ์ธิราตะโกนตอบรับกับเสียงเคาะประตูหน้าห้อง เธอรู้อยู่แล้วว่าเป็นใครกันที่มาเพราะนมนั้นได้บอกเธอไว้แล้วว่าจะมีคนขึ้นมาทำความสะอาดบนห้อง 

“ขออนุญาตนะคะ” มุทิตาเมื่อได้ยินเสียงหวานตอบรับแล้วก็ค่อยๆบิดลูกบิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ก่อนที่ร่างอวบจะค่อยๆบรรจงทำความสะอาดไปเรื่อยๆที่ละจุดที่ละจุด เมื่อเสร็จจากห้องด้านนอกแล้วก็ตามต่อด้วยห้องด้านในที่มีคนร่างบางอยู่ด้านใน 

“ฉันเข้าไปนะคะ” พูดจบก็ค่อยๆบิดประตูเข้าไป 

มุทิตาทำงานด้วยไปสายตานั้นก็จ้องมองสังเกตหญิงสาวอีกคนไปด้วย เธอคนนี้สวยจริงๆสวยจนขนาดที่ว่าผู้หญิงยังเธอยังเคลิ้มได้เลย แล้วนับภาษาอะไรกับผู้ชาย 

เพียงแค่เห็นหญิงสวยไม่ได้ก็เป็นต้องวิ่งเข้าหาอย่างกะวิ่งตามลูกบอลยังไงอย่างงั้น ไม่รู้ว่าตรรกะในชีวิตนี้มันมีกันแค่นี้รึไงกัน บางทีก็คิดว่าสนใจแต่ภายนอกมากกว่าจนลืมสนใจภายในที่มันอาจจะมีดีมากกว่าเสียอีก เฮอะ! นึกแล้วเพลียแทน 

 

ขอฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ 

เม้นต์พูดคุยกันได้นะคะ 

ความคิดเห็น