ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 02 การกลับมา Loading…25%

ชื่อตอน : EP 02 การกลับมา Loading…25%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียถลำรัก,คิราวะ,ริโกะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 11:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 การกลับมา Loading…25%
แบบอักษร


EP 02

การกลับมา Loading…25%


Riko part :


09.20 น.


หัวใจของฉันเต้นแรงกว่าปกตินับตั้งแต่ที่ฉันก้าวเท้าออกจากบ้าน หนำซ้ำยังรู้สึกว่าหนังตากระตุกอยู่หลายครั้ง มันเหมือนเป็นลางสังหรณ์บอกว่าวันนี้ไม่น่าจะใช่วันดีสำหรับฉันสักเท่าไหร่


วันนี้ฉันตัดสินใจจะไม่ไปโรงเรียนโดยอ้างกับคุณโยชิที่รับหน้าที่ไปรับไปส่งฮานะกับฉันแทนคุณคิราวะชั่วคราวไปว่าฉันรู้สึกปวดหัว ก็เลยขอลาหยุด แต่สาเหตุที่แท้จริงก็คือฉันตั้งใจจะมาดักรอพบผู้ชายคนนั้น ที่โทโมะบอกว่าเขาอ้างตัวกับโทโมะว่าเป็นพ่อของฉัน


ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของฉันรึเปล่าที่เมื่อวานคุณคิราวะบอกว่าเขาต้องไปทำงานให้คุณโอยามะ ซึ่งคุณโยชิจะรับหน้าที่มารับมาส่งคุณฮานะกับฉันแทน การโกหกคุณโยชิว่าไม่สบายเพราะไม่อยากมาโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะหากเป็นคุณคิราวะแล้วล่ะก็ ฉันเดาว่าฉันคงไม่มีโอกาสได้มายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้แน่ๆ


ฉันออกจากบ้านมาตั้งแต่เกือบๆ แปดโมง กะเวลาโดยตั้งใจรอให้คุณโยชิมาส่งฮานะถึงโรงเรียนก่อนแล้วฉันค่อยตามออกมาทีหลัง เพราะไม่อยากจะบังเอิญมาเจอกับคุณโยชิแถวนี้


อีกอย่างเมื่อวานตอนที่โทโมะบอกว่าผู้ชายคนนั้นจะมารอฉันที่หลังโรงเรียนก็ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนเอาไว้ด้วย บอกแค่ว่าสายๆ เพราะฉะนั้นฉันว่ามาถึงตอนนี้ก็คงไม่ผิดเวลาสักเท่าไหร่


ฟู่~~~


ฉันดูดนมที่เพิ่งแวะซื้อมาจากร้านค้าใกล้ๆ จนหมดกล่อง ก่อนจะหย่อนมันลงถังขยะแล้วยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เกือบจะเก้าโมงครึ่งแล้ว ฉันนั่งรออยู่ตรงนี้มาเกือบจะชั่วโมงแล้วนะ


หรือว่าฉันจะโดนหลอก แต่ใครจะหลอกฉันล่ะ โทโมะน่ะเหรอ เขาจะหลอกฉันทำไม


หรือจะเป็นผู้ชายคนนั้น ก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรให้คนที่ฉันไม่รู้จักมาหลอกฉันนี่นา ฉันไม่เคยมีศัตรูที่ไหนสักหน่อย จะว่าเป็นคนที่คิดจะเล่นงานฉันเพราะฉันทำงานให้คุณโอยามะก็ไม่น่าใช่ เพราะน้อยคนมากที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้วฉันเป็นใครและมีหน้าที่อะไร งานของฉันส่วนมากจะเป็นแค่งานเอกสารและอยู่แค่ในแบล็กทาวน์เท่านั้น ดังนั้นไม่น่าจะมีคนรู้จักฉันหรือรู้ว่าฉันเรียนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ


เอ๊ะ! หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนั้นนะ


ระหว่างที่ฉันกำลังถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ สายตาของฉันก็พลันเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงไปที่ประตูด้านหลังโรงเรียน ผู้ชายคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ สวมหมวกและแว่นตาดำคล้ายกับต้องการจะปกปิดอำพรางใบหน้า แต่ต่อให้ฉันจะไม่เห็นหน้าตาของเขา ฉันก็จำได้ดีว่าเขาคือคนที่ฉันเคยเรียกว่าพ่อจริงๆ


สองขาของฉันสั่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้พบกับใครคนนั้นอีกครั้งหลังจากที่เราไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสี่ปีแล้ว ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นเดินไปถึงประตูทางด้านหลังโรงเรียนและทำท่าเหมือนจะชะเง้อคอรอใครบางคนอยู่ ซึ่งก็คือฉันเอง


เขามาจริงๆ อย่างที่โทโมะบอกฉันเอาไว้เมื่อวาน และท่าทางของเขาก็เหมือนจะกำลังรอฉันอยู่เพราะตั้งแต่ที่เขามาถึง เขาก็ยังไม่หยุดที่จะชะเง้อคอมองหาฉันเลย


ตอนนี้ยืนอยู่ในตรอกเล็กๆ ที่ฝั่งตรงกันข้ามกับประตูด้านหลังโรงเรียน เยื้องจากจุดที่ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ได้ไปยืนรอเขาที่จุดนัดพบแบบที่โทโมะบอกหรอก เพราะถึงฉันจะยอมมาตามนัด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะอยากเจอเขานี่นา เขาทิ้งฉันไปแล้ว เขาเป็นคนพาฉันมาขาย และถ้าคนที่ซื้อฉันไปไม่ใช่คุณโอยามะ ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะเป็นยังไง หรือบางทีฉันอาจตายไปแล้วก็ได้


อีกอย่างคือมันเป็นข้อตกลงที่ระบุเอาไว้ชัดเจนในสัญญาว่าเราจะไม่พบกันอีก เขาไม่ควรกลับมา และฉันก็ไม่กล้าพอจะทรยศคุณโอยามะ คนที่เขาดีกับฉันมากกว่าผู้ชายที่ทำให้ฉันเกิดมาด้วยซ้ำ


ฟุ่บ!


แต่แล้วสองขาของฉันก็เกือบจะก้าวออกไปพ้นปากตรอกเมื่ออยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ล้มลงไปกับพื้น แต่โชคดีที่มีเด็กนักเรียนผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านมาเห็นเข้าก็เลยรีบเข้าไปช่วยรับเขาเอาไว้


“โทโมะ” ฉันถึงกับประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเด็กนักเรียนที่มีน้ำใจคนนั้นคือโทโมะ และกำลังนึกสงสัยอยู่ว่าโทโมะมาทำอะไรแถวๆ หลังโรงเรียน ทั้งที่ปกติแล้วโทโมะไม่เคยมาโรงเรียนสาย และตอนนี้ประตูด้านหลังโรงเรียนก็ปิดแล้ว จะคิดว่าเขากำลังจะเดินอ้อมไปด้านหน้าก็คงไม่ใช่อีก เพราะฉันจำได้ว่าโทโมะพักอยู่ที่หอพักที่เดินเลยหน้าโรงเรียนไปไม่ไกลเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาคงไม่เสียเวลาเดินอ้อมมาทางนี้แน่ๆ


ฉันยืนมองโทโมะประคองผู้ชายคนนั้นไปนั่งพักที่พื้นแถวๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ เพราะทั่วทั้งบริเวณนั้นไม่มีเก้าอี้เลยสักตัว และหลังจากที่โทโมะประคองผู้ชายคนนั้นนั่งลงได้แล้ว เขาก็วางกระเป๋าเป้ของเขาลงกับพื้น เปิดกระเป๋าออกแล้วหยิบสมุดออกมาหนึ่งเล่ม พร้อมกับขวดน้ำดื่ม


โทโมะหยิบยื่นขวดน้ำดื่มที่เขาเพิ่งเปิดฝาขวดออกให้กับผู้ชายคนนั้น พร้อมกันกับที่ใช้สมุดของเขาพัดให้ผู้ชายคนนั้นต่อไปเรื่อยๆ ท่าทางและความมีน้ำใจของเขาทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันอยู่ในอก หากแต่ก็ยังไม่แม้แต่จะก้าวออกไป


ไม่นานเมื่อผู้ชายคนนั้นอาการดีขึ้น โทโมะก็หยุดพัด เขาเก็บสมุดลงกระเป๋าเป้ตามเดิมแล้วยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง พวกเขาสองคนพูดคุยกันนิดหน่อย ก่อนที่ฉันจะเห็นว่าโทโมะหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาจากกระเป๋ากางเกง ฉันก็เลยเดาว่าเขาจะน่าหยิบมันออกมาเพื่อโทรหาฉัน


Rrrr~


แล้วโทรศัพท์มือถือของฉันก็สั่นขึ้นมาจริงๆ แบบที่ฉันคิดเอาไว้


ฉันยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างนั้นสักพัก สลับกับมองกลับไปที่โทโมะที่ยังคงรอสายอยู่


ลึกๆ แล้วฉันรู้สึกสับสนนิดหน่อยว่าฉันควรจะรับสายเขารึเปล่า เพราะคิดว่ารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องโทรมาบอกฉันเรื่องผู้ชายคนนั้นอย่างแน่นอน


“ฮัลโหล”


แต่แล้วฉันก็ตัดสินใจกดรับ


บางทีโทโมะอาจจะโทรมาบอกเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นอยากจะมาบอกกับฉันก็ได้ แต่การที่ฉันกดรับสายมันไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมเดินออกไปนี่นา ถึงแม้ว่าระยะห่างระหว่างเราตอนนี้จะแค่ข้ามฟากถนน แต่ระยะเวลาสี่ปีที่ฉันถูกขายมา แค่ก้าวเดียวฉันก็จะไม่ยอมถอยกลับไป


ฉันแค่อยากรู้ว่ามีเหตุผลอะไรทำให้ผู้ชายคนนั้นกลับมาหาฉันเท่านั้นเอง มีเหตุผลหรือว่าเรื่องอะไรที่ทำให้คนขี้ขลาดอย่างผู้ชายคนนั้นกล้าผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณโอยามะ


บางทีมันอาจเป็นเรื่องสำคัญที่ฉันควรจะรู้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้ามาทั้งที่รู้ว่าคนที่ผิดคำพูดกับคุณโอยามะ ไม่เคยมีจุดจบที่ดีสักราย และที่สำคัญที่ฉันยังคงสงสัยก็คือเขารู้ได้ยังไงว่าฉันเรียนอยู่ที่นี่ทั้งที่ฉันเพิ่งจะย้ายมาได้ไม่นาน


[ริโกะๆ นี่ฉันเองนะ]


น้ำเสียงของโทโมะเหมือนตื่นเต้นดีใจมากที่ฉันกดรับสายเขาได้สักที


“อืม ว่าไงโทโมะ ฮานะไม่ได้บอกนายเหรอว่าฉันไม่สบายก็เลยไม่ไปโรงเรียนน่ะ” ฉันแสร้งเกริ่นนำเหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราวทั้งที่กำลังยืนมองเขายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ฉันกดรับสาย


[อ้าวเหรอ เธอเป็นอะไรมากรึเปล่า]


“ไม่หรอก แค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ กินยาแล้ว พรุ่งนี้ก็น่าจะกลับไปเรียนได้แล้ว” ฉันพูดพลางหันหลังให้โทโมะกับผู้ชายคนนั้น เพราะคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองอีกแล้ว


ตอนนี้เหลือแต่รอให้โทโมะบอกว่าเขาเจอผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง (ทั้งที่ฉันเห็นอยู่แล้วกับตา) และรอให้เขาพูดเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นตั้งใจจะมาบอกฉันดีกว่า ฉันเชื่อว่าถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ และเขาไม่เห็นฉันไปตามนัด เขาต้องฝากโทโมะมาบอกฉันแน่ๆ เพราะท่าทางของผู้ชายคนนั้นดูร้อนใจเหมือนมันเป็นเรื่องเร่งด่วน


[อืม] น้ำเสียงของโทโมะเบาลงนิดหน่อยคล้ายกับว่าเขาเริ่มลังเล


“นายมีอะไรรึเปล่าโทโมะ หรือว่าฮานะเป็นอะไร” ฉันยังคงแสร้งถามต่อ


[เปล่าๆ ฉันเองก็ยังไม่ได้เดินเข้าโรงเรียนเลยน่ะ พอดีวันนี้ฉัน....]


“นายทำไม”


[ขอโทษนะริโกะ แต่วันนี้ฉันเองก็ตั้งใจจะไม่เข้าโรงเรียนเหมือนกัน]


เขาอยากรู้เรื่องของฉันสินะ…


“นายโดดเรียนเหรอโทโมะ”


[อืม ตอนนี้ฉันอยู่หลังโรงเรียนน่ะ ฉันอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นโกหกฉันรึเปล่า แต่ว่าเขามารอเธอจริงๆ นะริโกะ ไม่ว่าเขาจะใช่พ่อเธอรึเปล่าแต่ฉันทนเมินเฉยกับเขาไม่ได้หรอก ท่าทางเขาน่าสงสารมาก]


โทโมะเป็นผู้ชายใจดีและอ่อนโยน เขามีน้ำใจกับคนรอบข้างเสมอนั่นแหละ และเท่าที่เห็น ผู้ชายคนนั้นก็ดูน่าสงสารมากจริงๆ ถ้าไม่ติดตรงที่ก่อนหน้านี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว เขาเมาหยำเปและติดหนี้การพนันจนต้องลากลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างฉันมาเร่ขายให้มาเฟีย!


“ฉัน...”


[เธอจะลองคุยกับเขาก่อนมั้ย ฉันเองก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อหรอกนะว่าเขาเป็นพ่อเธอ เขานั่งอยู่ข้างๆ ฉันนี่เอง] โทโมะถามขึ้นมาอย่างนั้น


“รบกวนนายถามเขาให้ฉันทีได้มั้ยโทโมะว่าเขามีเรื่องอะไรสำคัญรึเปล่า แต่ไม่ต้องให้ฉันพูดกับเขาได้มั้ย ฉันกลัวว่าจะเป็นพวกโรคจิตหรือมิจฉาชีพน่ะ” ฉันเสแสร้งอ่อนแอใส่ ทั้งที่ความจริงแล้วนั่นมันนิสัยฮานะต่างหาก


[ได้ๆ งั้นเธอรอแป๊บนึงนะ ขอโทษที ฉันก็มัวแต่สงสารเขาจนลืมคิดเรื่องความปลอดภัยของเธอไปเลย รอแป๊บนึงนะริโกะ] โทโมะย้ำซ้ำๆ ว่าให้รอ ก่อนที่ปลายสายจะเงียบไป ซึ่งก็ทำให้ฉันแอบหันกลับไปมองเขาและผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งก็เห็นว่าโทโมะกำลังคุยกับผู้ชายคนนั้นอยู่จริงๆ


เหมือนจะพูดคุยกันได้แค่ไม่กี่คำ ดวงตาของโทโมะก็เบิกโพลงขึ้นราวกับว่าเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นบอกกับเขาเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ท่าทางแบบนั้นของโทโมะพลอยทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีตามไปด้วย แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าการกลับมาของผู้ชายคนนั้นจะต้องนำพาความเดือดร้อนมาให้ฉันอยู่แล้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะถ้าเขามีความสุขดี เขาคงไม่นึกถึงฉันแน่นอน


[ริโกะ]


“ว่ะ ว่าไงโทโมะ”


[คือเขาบอกฉันว่า...]


“แค่นี้ก่อนนะโทโมะ ฉัน...”


[แม่เธอป่วยเป็นมะเร็ง]

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว