ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 04 ทดลองใช้ Loading…70%

ชื่อตอน : EP 04 ทดลองใช้ Loading…70%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 07:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 ทดลองใช้ Loading…70%
แบบอักษร

image

EP 04

ทดลองใช้ Loading…70%


“ป่ะ เดี๋ยวไอ้จั๊มออกมาเคลียร์ให้” มังกรบอกอย่างนั้นพร้อมกับจูงมือของฉันเตรียมจะพาเดินกลับเข้าไปด้านในอีกรอบ แต่ทว่าสายตาของฉันดันจ้องมองแต่เสื้อแจ็คเก็ตของเขา ที่เขาเพิ่งจะเอามันมาคลุมไหล่ให้เมื่อครู่


“ฝาก พกไปเผื่อหนาว ฉันขี้เกียจถือ เธอจะใส่ไปหรือถือไปก็แล้วแต่ก็แล้วกัน”


“ฉัน...”


“ฉันไม่ใช่ผู้ชายขี้หึง แต่ถ้าบังเอิญมองแล้วมีอารมณ์ก็อย่าห้ามทีหลังในเมื่อเธอใส่มาให้มอง อีกอย่างอารมณ์ฉันลงที่ใครเธอน่าจะรู้”


ฉันรู้สึกว่าความหมายของประโยคนั้นมันกำกวมแปลกๆ นะ


“เอาไง จะถือหรือใส่เข้าไป”


“ใส่ก็ได้ ฉันก็ขี้เกียจถือเหมือนกัน”


“หึ!” มังกรแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากของเขากระตุกยิ้มเหมือนผู้ชนะ ซึ่งฉันไม่ได้ใส่ใจหรอก อีกอย่างฉันไม่ได้กำลังคิดว่าตัวเองแพ้เลยสักนิด


มังกรยืนรอจนกระทั่งฉันใส่เสื้อแจ็คเก็ตของเขาเสร็จ เขาก็เอื้อมมือมาจับมือฉันเอาไว้แล้วจูงมือฉันเดินกลับมาที่ทางเข้าเหมือนเดิม ซึ่งก็มีผู้ชายหน้าตาหล่อๆ แต่ท่าทางไม่น่าไว้ใจคนหนึ่งยืนรอต้อนรับอยู่ ซึ่งฉันเดาว่าเขาน่าจะเป็นคนที่จั๊มที่มังกรพูดถึง


ทันทีที่เขาเห็นว่ามังกรจูงมือฉันเดินมาถึง เขาก็ซุบซิบบางอย่างกับคนตรวจบัตร จากนั้นสองคนนั้นก็ก้มหัวให้ฉันกับมังกรแล้วเปิดทางให้เราทันที


อืม...ก็ง่ายดี


“กูจองโต๊ะไว้ให้แล้ว มึงจะหนีกูกลับง่ายๆ ได้ไงวะ”


“ก็คนของมึงไม่ให้กูเข้า”


“เออๆ โทษที กูก็ลืมบอกเด็กไว้ เดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้าไถ่โทษมังก็แล้วกัน ว่าแต่มึงจะไม่แนะนำคนสนิทมึงให้กูรู้จักหน่อยเหรอวะ”


“ชื่อเพิร์ล เพิร์ล นี่ไอ้จั๊ม”


เป็นการแนะนำที่โคตรห้วน แต่ช่างเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะรู้จักเพื่อนของเขาสักเท่าไหร่หรอก อีกอย่างเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่สนิท ซึ่งเท่าที่ฟังจากการแนะนำฉันกับเพื่อนของเขาให้รู้จักกันแล้วฉันเดาว่าไม่น่าสนิทจริงๆ หมายถึงมังกรคงไม่อยากสนิทด้วยอ่ะนะ เพราะฉันยังรู้สึกได้เลยว่าไม่ค่อยถูกชะตากับผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่เลย สายตาที่เขามองมาแต่ละทีทำให้ฉันต้องขยับเข้าไปยืนใกล้มังกรทั้งที่ตอนแรกฉันเองก็รู้สึกว่ามังกรก็ไม่ได้น่าไว้ใจไปกว่านายคนนั้นเลยสักนิด


คิดดูสิว่าฉันกลัวสายตาของหมอนั่นมากกว่าคนเถื่อนอย่างมังกรซะอีก บรื๋อออ


ฟุ่บ!


จากสัญชาตญาณแล้วฉันคงไม่ได้คิดมากไปเองหรอก เพราะตอนนี้มังกรยกแขนขึ้นโอบรอบเอวของฉันเอาไว้แล้ว และเขาทำแบบนั้นเอาไว้ตลอดทางที่เราเดินตามจั๊มเข้ามาด้านใน


“น้ำแข็งโซดาเหมือนเดิมนะมึง”


“อืม”


“แล้วเพิร์ลล่ะ ดื่มอะไร”


“เอ่อ...”


ปกติแล้วฉันไม่เคยคิดมากเวลาต้องสั่งเครื่องดื่มเลยนะ แต่ตอนนี้กลับคิดไม่ออก ไม่รู้ว่าควรจะสั่งอะไรดี บอกตรงๆ ว่าคิดหนักมากว่าฉันไว้ใจใครในนี้ได้บ้าง


ฟุ่บ!


และยังไม่ทันคิดออกว่าจะดื่มอะไร ฉันก็ถูกมังกรรั้งเอวไปนั่งลงลงบนตักเขาแทนที่จะเป็นที่ที่ว่างบนโซฟาข้างๆ เขา


“น้ำเปล่า”


“ได้ไง”


“เดี๋ยวทำให้ดู” พูดจบมังกรก็หันไปสั่งน้ำเปล่าให้ฉันจริงๆ ส่วนเขาก็รับแก้วเหล้าที่ใครก็ไม่รู้ส่งมาให้พอดี


ฉันถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะเมินหน้าหนีมังกร รู้สึกเหมือนถูกเขาฉีกหน้าด้วยการสั่งน้ำเปล่ามาให้ยังไงอย่างนั้น แต่ทันทีที่ละสายตาออกจากมังกรมาได้ฉันก็ดันเจอโจทย์เข้าพอดี


ทำไมไม่มีใครบอกว่ายัยพลอยและผองเพื่อนเองก็นั่งโต๊ะนี้เหมือนกัน บ้าฉิบ แล้วที่นี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย


“โทษทีนะไอ้มังกร แต่มันคนกันเองว่ะ” จั๊มออกตัว ซึ่งฉันพอจะเข้าใจว่าบางทีการเป็นคนกลางมันก็จะลำบากใจหน่อยๆ เอาเป็นว่าเรื่องนั้นฉันจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน


“จั๊มๆ”


“ว่าไงเพิร์ล ต้องการอะไรเพิ่มมั้ย บอกจั๊มได้นะ”


อื้อหือ เสียงนุ่มมาเลย


“ฉันขอมาร์การิต้า” ฉันถือโอกาสสั่งเครื่องดื่มใหม่ก่อนจะยิ้มให้จั๊มตามมารยาท ซึ่งจั๊มเองก็ส่งยิ้มกลับมาพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ เป็นการตกลง


หลังจากสั่งเครื่องดื่มกับจั๊มไปเรียบร้อยฉันก็หันกลับมายักคิ้วให้มังกร ซึ่งเขาก็ทำหน้าตาละเหี่ยใจกับฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เข้าผับทั้งทีใครเขาจะดื่มแค่น้ำเปล่าล่ะ ยิ่งมียัยพลอยนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยฉันยิ่งยอมไม่ได้ เสียหน้าแย่


“อ้วกไม่นับ หลับปล้ำ” มังกรก้มลงมากระซิบข้างๆ หู ฉันก็เลยอดไม่ได้ที่จะฟาดแขนเขาไปแรงๆ หนึ่งที ที่เขานั่งเงียบอยู่นี่คือกำลังวางแผนการปล้ำฉันในหัวแหงๆ เลย


“แค่คอกเทลเด็กๆ ฉันไม่เมาหรอกน่า นายอย่ามาสบประมาทฉัน”


“จะรอดู” มังกรพูดพลางเบะๆ นิดๆ ท่าทางของเขาทำให้ฉันเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะแกล้งลอยหน้าลอยตาใส่


“ถ้าจะหวานกันขนาดนี้ กูว่ามึงพาเมียกลับไปนอนกกกันที่หอเถอะว่ะ เห็นแล้วกูอิจฉา” ผู้ชายร่างท้วมๆ ที่ฉันเห็นว่าเขาเป็นคนชงเหล้าส่งให้มังกรพูดขึ้นมาเสียงดัง ทำเอาฉันต้องรีบหุบยิ้มลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อวงแขนของมังกรที่โอบอยู่ที่รอบเอวกระชับแน่นขึ้นนิดหน่อย


มังกรไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ เพียงแต่แค่มองกลับไปที่นายคนนั้นแล้วยกมุมปากยิ้มนิดๆ ก่อนจะก้มลงมาจูบเบาๆ ที่หัวไหล่ของฉันเบาๆ ทำเอาฉันขนลุกไปทั้งตัว


“เออ กูรู้แล้วว่าของมึง ไอ้เวร!”


พูดจบนายคนนั้นก็กระดกแก้วเหล้าในมือกรอกปากไปจนหมดแก้ว ส่วนมังกรก็ยังคงยิ้มมุมปากเหมือนเดิม ร้ายลึกสมกับที่ฉันเคยได้ยินมาไม่มีผิดจริงๆ


ฉันนั่งมองคนอื่นๆ กำลังคุยกันสนุกสนาน มังกรเองก็พูดคุยกับคนอื่นบ้างเป็นระยะๆ เหมือนว่าเขาเองไม่ได้อยากจะพูดหรือว่าคุยกับใครเป็นพิเศษ ซึ่งตลอดเวลาที่เรามองโน่นมองนี่และหันกลับมาสบตากันเป็นระยะๆ ฉันก็รู้ตัวตลอดเวลานั่นแหละว่ามีคนจ้องมองเราอยู่


จะใครล่ะถ้าไม่ใช่ยัยพลอยร้อยลีลาและผองเพื่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะจ้องจับผิดฉันไปถึงไหน


“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันก้มลงไปกระซิบบอกมังกรก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อเขาพยักหน้ารับรู้


ฉันไม่รู้จักใครสักคนนี่นา จะให้นั่งมองคนอื่นคุยกันจนจบงานก็น่าเบื่อแย่ แล้วคนที่ฉันมาด้วยก็คุยเก่งซะเหลือเกิน ตั้งแต่นั่งลงบนตักเขาๆ ยังไม่ชวนฉันคุยด้วยเลยสักคำเนี่ย


ฟุ่บ!


“ไม่หนาว ฝากหน่อย” ฉันบอกหลังจากที่ตัดสินใจถอดแจ็คเก็ตของมังกรออกแล้วหย่อนมันไว้บนตักเขาแล้วเดินออกมา ซึ่งเขาก็รับมันไว้แต่โดยดีแม้จะมีการช้อนตามองฉันนิดหน่อยก็ตาม


บ้าชะมัด! นอกจากในนี้จะไม่หนาวแล้วยังร้อนจะแย่ คนก็ไม่รู้ว่าจะเยอะไปไหน อากาศหายใจจะไม่มีอยู่แล้วแถมฉันยังต้องมารู้สึกจิตตกกับสายตาของยัยพลอยอีก


คืนนี้ฉันเลือกใส่มินิเดรสน่ะ จะว่าโป๊มันก็ไม่โป๊หรอกนะ ฉันมาผับไม่ได้มาวัด อีกอย่างก็แค่หมั่นไส้พวกขี้อิจฉาที่เอาแต่มอง อยากมองนักก็เชิญมองกันให้ตาถลนไปเลย ยังไงซะฉันก็มั่นใจในรังสีอำมหิตของมังกร คืนนี้คงไม่มีใครกล้ายุ่งหรือเข้ามาวอแวกับฉันแน่ๆ


ตึก!


เสียงส้นสูงกระทบกับพื้นห้องน้ำดังก้องขึ้นตามจังหวะการก้าวเดินของฉัน ฉันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเพราะใจจริงๆ ก็แค่อยากจะลุกออกมาเติมแป้งเติมปากเท่านั้นเอง


“นี่ๆ แกเห็นมังกรกับยัยเพิร์ลมาด้วยกันรึเปล่า”


เสียงนินทาของใครบางคนดังมาจากด้านใน ฉันมองไม่เห็นหรอกว่าใครเพราะมันมีผนังที่ก่อยื่นออกมากั้นเอาไว้ และในขณะเดียวกันก็ไม่ได้คิดจะชะโงกหน้าหันไปมองด้วย เพราะยังไงซะอีกสักพักคนด้านในก็ต้องเป็นฝ่ายเดินออกมา เพราะฉะนั้นฉันมีเวลาเหลือเฟือที่จะยืนรอ


“เห็นสิแก ออร่าหล่อเลวของมังกรแรงซะขนาดนั้น ฉันเห็นตั้งแต่สองคนนั้นเดินเข้ามาเลย”


“แบบนี้ก็แปลว่าคบกันจริงเหรอวะ”


“ก็น่าจะใช่น่ะสิ โอบเอวแถมยังนั่งตักกันด้วยนะแก ฉันว่าคงไม่ปลอมหรอก แต่ถามว่าจะจริงจังแค่ไหนอันนี้ก็คงตอบไม่ได้อ่ะนะ”


“นั่นดิ ทีแรกฉันก็คิดว่าคลิปนั่นจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังซะอีก เห็นแบบนี้แล้วคิดว่าน่าจะจริงเหมือนกัน”


“เฮ้อ ฉันไม่รู้จะเสียดายหรือว่าสมน้ำหน้ายัยเพิร์ลดี ผู้ชายดีๆ มีตั้งเยอะแยะดันไปคว้าเอาหน้าตัวเมียมาเป็นแฟน สักวันโดนเขาตบตีแบบยัยพลอยแล้วจะรู้สึก”


“ฉัน...” ฉันกำลังจะแย้งออกไปเพราะรู้สึกขัดใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่สุดท้ายก็ต้องเงียบลงเพราะหางตาดันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามา


ไม่รู้เหมือนกันว่ายัยพลอยแค่ตั้งใจเดินมาเข้าห้องน้ำ หรือว่าตั้งใจจะเดินตาม (หาเรื่อง) ฉัน


ต่อหน้าคนอื่นยัยพลอยชอบตีบทนางเอก แต่เชื่อเถอะว่าผู้หญิงด้วยกันมันดูกันออกว่าใครเป็นยังไง


ฉันทำทีเป็นไม่สนใจยัยพลอยที่เดินมาหยุดอยู่ที่อ่างล้างหน้าข้างๆ แล้วหยิบลิปสติกสีแดงขึ้นมาเติมปากตามที่ตั้งใจเอาไว้ ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าตามเดิมเงียบๆ


เชื่อเถอะว่าฉันไม่เริ่ม เดี๋ยวก็มีคนเริ่มให้ ตอนนี้ก็แค่รอเวลาเท่านั้น


“สีนี้สวยกว่านะ”


เสียงแย้งจากคนข้างๆ ทำให้ฉันหันกลับไปมองยัยพลอยที่ตั้งใจจะยื่นลิปสติกสีพีชที่เธอเพิ่งจะใช้เติมริมฝีปากของเธอส่งมาให้ ซึ่งฉันก็มองหน้ายัยนั่นสลับกับลิปสติกในมือของเธออย่างงงๆ แต่ยังคงเก็บอาการ


“ฉันให้ยืม ของแบบนี้มันแบ่งกันใช้ได้ ฉันไม่ถือหรอก”


โอเคว่าฉันเข้าใจความหมายแล้ว


นี่ถ้าเดินเข้าไปตบปากยัยนี่สักที ฉันคงจะกลายเป็นนางร้ายไปในทันทีเลยสินะ ซึ่งจริงๆ ฉันไม่ได้กลัวตัวเองจะเป็นนางร้ายหรอก แต่ฉันแค่คิดว่าน่าจะมีวิธีที่ฉลาดกว่านั้นเท่านั้นเอง


ฉันกรีดยิ้มแล้วเหลือบสายตามองไปที่ลิปสติกสีพีชในมือของยัยพลอย เหยียดยิ้มนิดๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับมันมา


“ขอบใจจ้ะ”


พูดจบก็ฉันก็หมุนแท่งลิปสติกออกมาแล้วใช้มันวาดรูปหัวใจลงบนไหล่ด้านซ้ายของตัวเองอย่างบรรจง ทำเอาคนเก็บอาการงงไม่อยู่ถึงกับเบิกตาโพลงแล้วรีบถาม


“เธอทำอะไรของเธอน่ะ”


“จะลองเทียบสีน่ะ จริงๆ ฉันว่าสีพีชก็สวยไปอีกแบบนะ แต่เดี๋ยวจะลองไปให้มังกรเขาเป็นคนเลือกดีกว่าว่า...ชอบสีไหน” ฉันบอกยิ้มๆ พลางหมุนแท่งลิปสติกที่เยินแล้วกลับลงไปตามเดิม ปิดปลอกให้เรียบร้อยก่อนจะยื่นมันกลับไปคืนให้เจ้าของ


“แต่ฉันว่ามันวินเทจไปหน่อย พอดีมังกรเขาไม่ค่อยชอบอะไรวินเทจน่ะ มันดูเก่า ไร้รสนิยม”


“ยัยเพิร์ล/เพิร์ล”


นอกจากจะมียัยพลอยที่กำลังยืนระงับสติอารมณ์อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ก็ยังมีผู้หญิงอีกสองคนที่เดินออกมาตกใจกับการมีตัวตนของฉัน


ฉันโปรยยิ้มนางมารร้ายออกไป ก่อนจะใช้สายตาที่ใครๆ ต่างก็ชอบบอกว่ามันทำให้ฉันดูหยิ่งและจองหองสะกดยัยพวกนั้นเอาไว้นิ่งๆ แล้วเดินจากมา ไม่ได้คิดจะสนใจหรือต่อความยาวสาวความยืดกับใครทั้งนั้นเพราะมันป่วยการจะพูดกับคนพวกนี้ที่รู้เรื่องชาวบ้านดีกว่าเรื่องของตัวเอง


“เดี๋ยวสิเพิร์ล”


แต่แล้วก็เหมือนจะมีคนอยากต่อความยาวสาวความยืดกับฉัน


“ระวังไว้บ้างก็ดี ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องเป็นแบบฉัน” ยัยพลอยตีหน้าเศร้าใส่ แต่มุกเด็กแบบนี้ตบตาฉันไม่ได้หรอก ดูก็รู้ว่ายัยนี่ต้องการแค่ตีบทนางเอกกับฉันต่อหน้าคนอื่น


“แบบไหนเหรอ โทษทีนะ แต่ฉันถามเพราะไม่รู้จริงๆ หรือว่าเธอหมายถึงแบบที่กำลังเสียดายของ พวกของหายอยากได้คืน อะไรทำนองนี้รึเปล่า”


ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบไปในทันทีที่ฉันพูดจบ นี่ถ้าปล่อยให้ฉันเดินออกไปตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องกลายเป็นนางร้ายแบบนี้ และถ้าคนอย่างฉันได้ร้ายแล้วล่ะก็ ไม่ว่าหน้าไหนก็หยุดไม่ได้ทั้งนั้น


ฉันกระตุกมุมปากยิ้มเมื่อเห็นว่าสีหน้าของยัยพลอยดูเรียบตึงขึ้นอย่างที่ฉันต้องการ ดวงตากลมโตของยัยนั่นเบิกกว้างและทำเหมือนมีบางอย่างอยากจะระบายออกมา หากแต่เธอกลับยืนเงียบเหมือนพยายามจะสะกดกลั้นมันไว้ ซึ่งฉันไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเธอต้องทำแบบนั้น เพราะฉันไม่เคนทำ ก็เลยไม่รู้ว่าเวลาที่เราอยากกรี๊ดแล้วไม่ได้กรี๊ดอาการมันเป็นยังไง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว