ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 03 ผู้ชายเถื่อนๆ Loading…35%

ชื่อตอน : EP 03 ผู้ชายเถื่อนๆ Loading…35%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 06:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 03 ผู้ชายเถื่อนๆ Loading…35%
แบบอักษร

image

EP 03

ผู้ชายเถื่อนๆ Loading…35%


‘ขึ้นเตียงกับฉันสักสองยกแล้วแยกกัน’

ประโยคนั้นของมังกรยังคงดังก้องชัดอยู่ในหู ทำเอาฉันนอนไม่หลับเลยทั้งคืน แต่ไม่ได้เป็นเพราะว่าฉันคิดจะยอมทำอะไรแบบที่เขาพูดหรอกนะ เพราะมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ฉันกำลังคิดหาวิธีอื่นที่จะเลิกกับเขาอย่างแยบยลจนเขาหมดข้ออ้างไปเลยต่างหาก


ยังไงซะต่อให้จะต้องขึ้นคานฉันก็ไม่มีทางมอบเวอร์จิ้นของฉันให้ผู้ชายอย่างเขาแน่นอน คนอย่างฉันไม่มีทางยอมขึ้นเตียงกับไอ้บ้านั่นแน่ๆ ถึงฉันจะอยากใช้มันใจจะขาดแต่ต้องไม่ใช่กับผู้ชายที่ชื่อมังกร หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม ดังนั้นฉันต้องเลิกกับเขาให้ได้ ผู้ชายอะไรทุเรศชะมัด คิดจะมัดมือชกฉันเพียงเพราะว่าฉันเมาเนี่ยนะ อยากแอ้มผู้หญิงแต่ไม่มีชั้นเชิงเลยสักนิด


อ้อ ฉันยังไม่บอกสินะว่าเมื่อวานหลังจากที่มังกรยื่นข้อเสนอให้ฉันขึ้นเตียงกับเขาสองยกแล้วเขาถึงจะยอมเลิกกับฉัน ซึ่งแน่นอนว่าฉันปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด แต่แทนที่เขาจะเข้าใจหรือว่ารับรู้สักนิดว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา เขากลับทำหน้ามึนด้วยการพยายามไล่ฉันไปอาบน้ำ ส่วนเขาก็นั่งรอเพื่อให้ฉันขับรถกลับไปส่งเขาที่หอพัก หนำซ้ำก่อนแยกกันเขายังกำชับอีกว่าวันนี้อย่าลืมแวะไปรับเขา


หึ่ย! คิดแล้วมันน่าโมโห ฉันล่ะอยากจะซื้อหนังสือสมบัติผู้ดีหรือพวกคู่มือการเป็นสุภาพบุรุษไปต้มให้เขากินจริงๆ


แต่คนอย่างเพิร์ลมีเหรอจะทำตามที่เขาบอก ฉันไม่มีทางยอมเป็นแมวที่เชื่อฟังคำสั่งของมังกรง่ายๆ แน่ มันมีวิธีอื่นอีกมากมายให้เขาสามารถมาเรียนได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนฉัน หรือถ้าไม่มีปัญญาไม่ต้องมา ซึ่งตอนนี้ฉันก็ขับรถมาถึงมหา’ลัยเรียบร้อยแล้ว


“นั่นไงยัยเพิร์ล” เสียงซุบซิบแว่วเข้าหูทันทีที่ฉันก้าวเท้าลงจากรถ


ก่อนออกมาจากหอวันนี้ ฉันเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอกับสายตาและคำนินทามากมายอย่างแน่นอน ซึ่งยัยพวกนั้นมันก็เตือนๆ ฉันเอาไว้แล้วว่าให้ฉันเก็บตัวเงียบๆ ไปก่อนสักระยะ แต่ใครจะไปอยู่เงียบๆ ได้ล่ะในเมื่อเสียงของมังกรยังคงดังหลอกหลอนฉันอยู่แบบนี้


อีกอย่างคือฉันเป็นคนประเภทไม่ค่อยสนใจเรื่องหยุมหยิมพวกคำนินทาของพวกปากไม่มีหูรูดสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่อะไร ฉันอาจรู้สึกรำคาญบ้างแต่คงจะผ่านมันไปได้ไม่ยาก ตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียวที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับฉันก็คือปัญหาเรื่องนายมังกร


มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับกันได้ง่ายๆ หรอกนะที่อยู่ๆ ฉันก็ดันมีแฟนเป็นผู้ชายสารเลวอย่างหอมนั่น มันทำให้ภาพลักษณ์ฉันดูเสียหาย หนำซ้ำเขายังทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกคุกคามทางเพศอยู่ตลอดเวลา


“อ้าวยัยเพิร์ล ฉันคิดว่าวันนี้แกจะยังไม่มาเรียนซะอีก” ยัยสลิ่มที่เพิ่งจะลงจากรถของเต้ (แฟนมัน) รีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาฉันที่กำลังนั่งเขี่ยโทรศัพท์เล่นเพราะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองเพื่อไม่ให้รับฟังเสียงนินทาที่แว่วเข้ามายังไม่ได้หยุดเลยนับตั้งแต่ที่ลงจากรถจนกระทั่งมานั่งรอยัยพวกนั้นที่หน้าตึก


“แล้วทำไมฉันต้องไม่มาด้วยล่ะ” ฉันถามเซ็งๆ


“ถามจริงว่าแกไม่รู้จริงเหรอวะว่าตอนนี้มีแต่คนพูดถึงเรื่องของแกกับมังกรที่ผับคืนนั้นอ่ะ จริงๆ แกหลบไปสักสองสามวันก็ได้นะเว้ย หรือไม่ก็สักอาทิตย์นึงไปเลย”


“ไม่จำเป็นหรอกน่า ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย มีปากก็ปล่อยให้พูดกันไปเถอะ” ฉันยังทำทีเป็นไม่ใส่ใจอะไรเหมือนเดิม ซึ่งยัยสลิ่มมันก็คงจนใจที่จะเตือนฉันแล้วเหมือนกัน มันเลยได้แต่ถอนหายใจใส่


อย่างที่บอกว่าเบื้องต้นฉันเตรียมใจรับกับสถานการณ์ถูกนินทาและซักถามมาบ้างแล้ว รวมไปถึงการตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ทำให้คนอย่างฉันเป็นเดือดเป็นร้อนหรอก


ส่วนเหตุผลหลักๆ ที่ฉันมามหา’ลัยในวันนี้ก็คืออยากจะมาดักรออีตามังกรเพื่อตกลงกับเขาอีกสักรอบต่างหาก อย่างน้อยการที่ฉันเลือกมาคุยกับเขาที่มหา’ลัย ก็น่าจะปลอดภัยกับตัวฉันมากกว่าการที่ฉันไปหาเขาที่หอหรือรอให้เขาเป็นฝ่ายมาหาฉัน


“นี่ๆ แกรู้รึยังว่ายอดแชร์คลิปเด็ดของแกปาเข้าไปหลักพันแล้วนะ”


เพราะรู้ไงล่ะ ฉันถึงได้อยากจะรีบจัดการทุกอย่างให้มันจบๆ ไปซะ ทั้งไอ้คลิปบ้าๆ นั่นรวมถึงไอ้ผู้ชายบ้าๆ ในคลิปกำลังทำให้ชีวิตฉันโคตรวุ่นวายและตกอยู่ในความเสี่ยง


“อืม เห็นแล้ว แต่ฉันว่ามันก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย”


“แกกับมังกรคบกับเนี่ยนะไม่แปลก แกอย่าลืมนะว่าหมอนั่นไม่ใช่คนดี จริงๆ ถ้าแกแค่อยากมีใครสักคนฉันว่าแกก็น่าจะเลือกหน่อยนะเว้ย ไม่ใช่คว้าเอาใครก็ได้มาเรียกแฟน” ยัยสลิ่มยังไม่วายเทศนาสั่งสอน


“รู้น่า แต่แกไม่คิดบ้างเหรอว่าการที่เขาไม่ดีกับคนอื่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ดีกับฉันสักหน่อย” ฉันยังคงโต้แย้งออกไป


ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมฉันต้องมาเสียเวลาหาข้อแก้ต่างให้มังกรอยู่แบบนี้ แต่ฉันจะไม่ยอมเสียหน้าเพราะเขาเด็ดขาด อย่างน้อยๆ เดี๋ยวตอนที่ฉันบอกเลิกเขา ฉันก็จะต้องเดินจากมาแบบสวยๆ อย่างเช่นฉันพยายามแล้วที่จะประคับประคองความสัมพันธ์ของเรา ให้โอกาสเขากลับตัวแล้วก็หลายครั้งแต่เพราะเขาคงเลวเกินไป และไม่สมควรที่จะให้อภัยอีก


เป็นไงล่ะ ความคิดฉันดูดีและฉลาดมากเลยใช่มั้ย


“พูดแบบนี้ก็แปลว่าแกเชื่อเรื่องชะตาพิฆาตรักของแกแล้วสินะแกถึงได้กล้าลองเสี่ยงกับผู้ชายพันธุ์นั้น”


ฉันถึงกับช้อนตามมองบนก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อยัยสลิ่มวกกลับมาเอาเรื่องโชคชะตาบ้าบอของฉันมาล้อ เพียงแต่วันนี้ขี้เกียจจะเถียงกับมันแล้ว ตอนนี้ฉันแค่กำลังคิดอยู่ว่าป่านนี้มังกรจะมารึยัง ฉันอยากรีบจัดการเรื่องนี้ให้มันจบๆ ไปสักที


ก่อนหน้านี้ก็แอบคิดว่าเขาอาจจะโทรตามให้ฉันไปรับอยู่เหมือนกัน แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะโทรมานี่นา หรือว่าเขาจะไม่มาเรียนนะ ฉันควรแกล้งโทรไปถามเขาดีรึเปล่า ฉันจะได้มาไม่เสียเที่ยว ส่วนเรื่องคำถามหรือคำนินทาที่จะตามมาหลังจากที่เราเลิกกันฉันก็เตรียมแผนเอาไว้หมดแล้วล่ะว่าจะตอบคำถามคนอื่นๆ ว่ายังไง ซึ่งแน่นอนว่าในสายตาคนอื่น ฉันต้องตีบทนางเอกแตกกระจุย


บรื้น~


แต่แล้วระหว่างที่ฉันกำลังเถียงกับตัวเองอยู่นั้น เสียงเครื่องยนต์ของรถคันที่เพิ่งจะขับผ่านหน้าตึกไปพื่ก็ทำให้ฉันกับยัยสลิ่มหันไปมอง


“ตายยากเนอะ”


“คนหรือผี เฮี้ยนชะมัด” ฉันกับยัยสลิ่มต่างคนต่างรำพึงรำพันขึ้นมาเบาๆ เพราะคนที่เพิ่งจะขับรถผ่านเราไปเมื่อครู่คือมังกร


ใช่! นั่นรถของเขา และก็ต้องเป็นเขานั่นแหละที่ขับมันมา เพราะมันคงแล่นไปเองไม่ได้หรอกถ้าไม่มีคนขับ


“อีตาบ้าเอ๊ย! ไหนบอกว่าไม่มีรถใช้”


“แกว่าไงนะ”


“ป่ะเปล่าๆ ไม่มีอะไร”


“ไม่มีอะไรแล้วนั่นแกจะไปไหน” ยัยสลิ่มรีบถามเมื่อเห็นว่าฉันลุกขึ้นยืนพร้อมกับคว้ากระเป๋ามาคล้องแขน


“แกขึ้นตึกไปก่อนเลย ไม่ต้องรอ คุยกับมังกรเสร็จฉันจะกลับเลย บาย”  ฉันบอกเร็วๆ ก่อนจะรีบลุกออกมาจากที่นั่ง ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องคุยกับมังกรให้รู้เรื่อง จะปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้ ขืนชักช้าฉันอาจจะต้องเสียสติไม่ก็เสียตัวแน่ๆ


ฉันเดินอ้อมตัวตึกมาทางด้านหลัง สอดส่ายสายตามองหารถของมังกรจนกระทั่งเห็นว่าเขากำลังถอยรถจอดอยู่พอดี ซึ่งไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือมันเป็นความตั้งใจของเขาที่จะต้องเลือกจอดรถข้างรถฉัน!


“อีตาบ้าเอ๊ย นี่จะกัดไม่ปล่อยเลยใช่มั้ย ใจคอกะจะฟันฉันให้ได้เลยสินะ” ฉันก่นด่าเขาเบาๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาเขาอย่างมั่นใจ


ต่อหน้าเขาฉันจะไม่กลัว คนอย่างมังกร ถ้าเขายิ่งเห็นว่าฉันหงอให้เขาก็จะยิ่งขู่ เพราะฉะนั้นฉันต้อง...


“มังกร”


ฟึ่บ!


บ้าจริง! มียัยบ้าที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้าไปหาเขา ทำเอาฉันกระโดดกลับหลังแทบไม่ทัน ถึงจะอยากคุยกับเขาแต่ฉันก็ไม่อยากให้ใครเห็นหรอกนะ


“นายพอมีเวลารึเปล่า คือว่าฉันมีเรื่องอยากคุยกับนายนิดหน่อยน่ะ”


นี่ฉันตาฝาดรึเปล่าวะ?


ฉันขยี้ตาอยู่หลายครั้งแล้วพยายามเพ่งมองกลับไปที่ผู้หญิงคนนั้นเหมือนเดิม แต่จะมองยังไงๆ ฉันก็คิดว่าฉันมองไม่ผิดแน่ๆ เพราะฉันเห็นยัยพลอยร้อยลีลากำลังเดินตรงเข้าไปหามังกรตั้งแต่ที่เขาเพิ่งจะก้าวเท้าลงจากรถ หนำซ้ำยัยนั่นยังเดินเข้าไปยืนใกล้เขาจนฉันรู้สึกแปลกๆ


หยุด! อย่าคิดว่าฉันจะคิดมากเพราะอารมณ์หึงหวงล่ะ เพราะฉันไม่มีทางมีความรู้สึกแบบนั้นกับผู้ชายอย่างมังกรแน่นอน แต่มันเป็นเพราะกำลังสงสัยว่าทำไมยัยพลอยถึงได้กล้าเดินเข้าไปหามังกรต่างหาก


ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปที่ตั้งใจจะเดินเข้าไปทักทายหรือคุยกัน มันก็ไม่แปลกหรอกนะ แต่กรณีนี้มันแปลกมาก อย่าลืมสิว่ายัยพลอยเคยโดนมังกรทำร้ายร่างกายนะ ถ้าเป็นฉันอย่าว่าแต่ยืนใกล้เลย แค่ให้เดินสวนกันฉันก็ไม่ทำ


อืม...น่าคิด!


“มีอะไร”


น้ำเสียงของมังกรห้วนมากเหมือนไม่อยากจะคุยกับยัยพลอยสักเท่าไหร่ นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าสองคนนี้กำลังสลับบทกันอยู่เลย คนที่ควรจะทำท่าทางไม่อยากพูดกับอีกฝ่ายและพยายามจะถอยห่างต้องเป็นคนที่ถูกทำร้ายอย่างยัยพลอยสิ มันถึงจะถูก แต่นี่ยัยนั่นกลับเป็นฝ่ายเดินมาหาคนที่ทำร้ายตัวเองหน้าตาเฉย จะไม่ให้ฉันได้กลิ่นผิดปกติได้ยังไง


“ไปคุยกันที่อื่นได้รึเปล่า”


“ฉันไม่ว่างน่ะ”


ฉันควรดีใจรึเปล่านะที่รู้สึกว่าตอนที่มังกรพูดกับฉัน เขาดูเต็มใจจะพูด ถึงจะไม่ได้จัดว่าพูดเพราะแต่ก็ไม่ได้พูดห้วนๆ แถมยังไม่ได้ทำสีหน้าไร้อารมณ์แบบตอนนี้ที่เขากำลังคุยกับยัยพลอย เพราะตอนที่คุยกับฉันเขาทำหน้ามีอารมณ์ตลอดเลย


“ไม่นานหรอก” ยัยพลอยยังพยายามตื๊อ ยัยหน้าไม่อาย “เจอกันที่ดาดฟ้าก็แล้วกัน”


ฉันได้ยินยัยพลอยพูดแค่นั้นแล้วยัยนั่นก็รีบเดินออกไปเหมือนไม่อยากให้ใครมาเห็น ซึ่งหลังจากที่ยัยนั่นเดินแยกออกไปแล้ว ฉันก็เห็นว่ามังกรมองตามแผ่นหลังของเธอไปจนกระทั่งลับสายตา แถมยังมองแบบตาไม่กะพริบเลยด้วย


จริงๆ ถ้าจะอาลัยอาวรณ์กันขนาดนี้ฉันก็ไม่เห็นมีความจำเป็นว่าเขาจะต้องทำเป็นไม่สนใจยัยพลอยตั้งแต่แรกเลยนี่นา


ฉันว่าชัวร์แล้วแน่ๆ งานนี้เชื่อมือเพิร์ลได้เลยค่ะทุกคน เดาได้เลยว่าระหว่างสองคนนี้มันต้องมีซัมธิงให้เราได้เผือกมาขยายความกันแน่ๆ และฉันต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้!


“จะแอบดูอีกนานมั้ย”


เดี๋ยว! นั่นมันเสียงมังกรนี่นา แต่เมื่อกี้นี้ฉันเห็นนะว่ายัยพลอยเดินนำออกไปแล้ว ถ้างั้นเขาพูดกับใคร


“ออกมาได้แล้วเพิร์ล ฉันรู้เธอแอบฟังอยู่”


ไอ้บ้าเอ๊ย เขารู้ได้ไงวะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว