ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทฤษฎีที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2561 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทฤษฎีที่ 8
แบบอักษร

- 8 -


ซ่าาาาา!

“ปล่อยยย!”

ผมพยายามดีดดิ้นตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตัวสูงหน้าเทพบุตรที่ยังไม่หยุดยิ้มมุมปากนั่นซะที พี่เคี้ยงดันตัวผมให้เข้าไปยืนใต้ฝักบัวก่อนจะเปิดให้น้ำเย็นๆไหลผ่านร่างเราทั้งคู่ไป

“อาบน้ำก่อนสิครับ”

การกระทำไม่ได้เป็นไปตามที่พูดเลยสักนิด บอกจะให้ผมอาบน้ำ แต่เขากลับเดินเบียดเข้ามาใกล้จนตัวผมชิดติดกับผนังห้องน้ำภายใต้อ้อมแขนทั้งสองข้างที่เขาเหยียดพิงผนังกันผมหลบหนี ใบหน้าหล่อเนียนกลับกระตุกยิ้มร้ายมองมาเหมือนผมเป็นเหยื่อที่ผู้ล่ากำลังเล่นอย่างสนุกสนาน

“พะ...พี่จะทำอะไรน่ะ?”

“...คิดว่าจะทำอะไรล่ะครับ?”

“...”

“คุณแฟน”

พี่เคี้ยงก้มหน้าลงมาผ่านหยดน้ำที่โปรยปรายจากฝักบัว ภาพตรงหน้ามันดูดีจนผมอยากจะคว้ากล้องมาถ่ายรูปเขาเอาไว้ หัวใจผมเต้นแรงจนกระแทกผนังหน้าอกเสียงดัง สายตาที่เขามองผมมันดูมีหลากหลายอารมณ์ซะจนผมเดาไม่ออกว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่...รู้แค่ว่าเขาอันตราย...อย่างน้อยก็อันตรายต่อหัวใจของผม

“แฟนบ้าแฟนบออะไร ก็แค่หลอกพวกแม่ๆเฉยๆรึเปล่าล่ะครับ! ...ออกไปเถอะครับ ผมหนาวแล้ว”

ผมกับพี่เคี้ยงตกลงกันว่าจะให้พวกแม่ๆเข้าใจไปแบบนั้น อย่างน้อยจะได้เลิกจับคู่ให้ผมสักที

“หึ”

พี่เคี้ยงเหมือนจะไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด เขาเขยิบเข้ามาใกล้ลดช่องว่างระหว่างเราลง

...เรื่อยๆ

และ

เรื่อยๆ

“...”

“...”

เป็นอีกครั้งที่ผมช๊อตและเหมือนสมองจะหยุดสั่งการไปทันทีที่ริมฝีปากคู่สวยนั้นประทับลงมา ความรู้สึกอุ่นร้อนแนบแน่นจากรอยจูบทำให้หัวใจผมอบอุ่นไปด้วย จูบอีกครั้ง และอีกครั้ง เขาจูบซ้ำๆย้ำๆอยู่อย่างนั้นก่อนจะหยุดมองหน้าอึ้งๆของผมผ่านสายน้ำ

“ทำไมใจแข็งจัง?”

“...”

“โฟร์ทไม่อยากเปิดใจให้พี่บ้างเหรอ?”

เขาพูดพลางคลอเคลียอยู่ข้างใบหูของผม เสียงแหบแสนเซ็กซี่เมื่อกระทบข้างๆต้นคอและใบหูทำเอาผมรู้สึกหวาดเสียวแปลกๆ ตัวก็แข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูก สาบานว่าชีวิตผมไม่เคยถูกคุกคามขนาดนี้มาก่อนเลย ผมไม่เคยปล่อยให้ใครเข้ามาในชีวิตและใกล้ชิดกับผมขนาดนี้มาก่อนเลย....ได้โปรด อย่าก้าวข้ามกำแพงนั้นมาเลย

“พี่...”

ตึง!

“ทำอะไรกันน่ะ?!”

เสียงเล็กๆของเพื่อนตัวเล็กอย่างไอ้นัทดังขึ้นตรงหน้าประตูห้องน้ำที่มันผลักพรวดเข้ามา ทำเอาคนหล่อที่ยืนบังตัวผมซะมิดต้องยอมถอยออกไป

“ไอ้โฟร์ท!...พี่เคี้ยง?”

ผลั่ก

ผมรีบดันคนตัวสูงให้ออกไปยืนห่างๆแล้วรีบก้าวเดินออกจากห้องน้ำไปทันที

“มันเกิดอะไรขึ้น?”

ไอ้นัท เพื่อนหมอตัวดียังคงสงสัยและเดินตามมาถามผมอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนคนหล่อตัวปัญหาก็เดินตามมาเงียบๆ

“มึงมาได้ยังไง?”

ผมหันไปถามเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์แปลกๆที่ไอ้นัทบังเอิญเจอเข้า แล้วหันไปเลือกเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆที่คาดว่าคนตัวสูงจะใส่มันได้

“ก็วันนี้ไอ้คิงนัดพวกเราทานข้าวไง กูว่างเลยแวะมาก่อน ซื้อขนมมาฝากไอ้น้องโก้กับพนักงานที่ร้านด้วย...นี่มึงอย่ามาเฉไฉนะ ตอบมาเลยว่าพวกมึงกำลังจะทำอะไรกัน?”

“ผมว่าพี่น่าจะใส่ได้นะ”

“อืม...เดี๋ยวคราวหน้าพี่เอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้ที่นี่บ้างดีกว่า”

คนหล่อส่งยิ้มจนตาหยีก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ออกเผยให้เห็นลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นๆและกล้ามเนื้อที่นูนชัดทุกๆสัดส่วน ขยับตัวยกแขนสองข้างขึ้นเพื่อสวมเสื้อยืดคอวีสีดำที่ดูจะพอดีกับตัวเขาจนกล้ามเนื้อนูนดันผิวผ้าอย่างชัดเจน และขณะที่คุณหมอสูติฯกำลังจะปลดกระดุมกางเกงยีนส์เพื่อเปลี่ยนเป็นกางเกงบอลขาสั้น ผมก็รีบพุ่งเข้าไปรั้งมือคุณหมอเอาไว้

“พี่จะทำอะไรเนี่ย? ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ!”

“ฮ่ะๆ ลืมไป...นึกว่าอยู่กันสองคน”

พูดจบเขาก็เดินหัวเราะเข้าห้องน้ำไป ทิ้งผมไว้กับอีกหนึ่งหมอเพื่อนรักที่ยืนกอดอกมองผมอยู่อย่างจับผิด

“มึงจะเล่ามั้ย?”

“กูไม่มีอะไรต้องเล่าเพราะระหว่างกูกับเขามันไม่มีอะไรทั้งนั้น...แค่แม่ของพวกเรารู้จักกัน...แค่นั้น”

ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง ไม่จำเป็นต้องอายไอ้นัทหรอกครับ พวกเราเห็นอะไรต่อมิอะไรกันมาตั้งแต่เด็กๆ

“ถ้ามึงคิดจะมีความรักจริงๆก็ดีนะโฟร์ท ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ถ้ามึงรักพวกกูก็รัก...”

“...”

ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ขี้เกียจจะอธิบายอะไรก็ตามที่พูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น พูดไปคนฟังก็ไม่ฟังอยู่ดี สู้เงียบไปเลยดีกว่า

“อย่างน้อยมึงก็จะได้เลิกยึดอุดมการณ์โสดอะไรของมึงนั่นซะที คนเราจะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตได้ยังไง?”

“...”

“หรือว่ามึงยังคิดมากเรื่องตอนมัธยม ชื่ออะไรนะ? โยธา?”

“พอ!! กูอยู่ได้! และกูไม่ต้องการมีใครทั้งนั้น!”

ตึง!

พูดจบผมก็เดินออกมาจากห้องนอนและปิดประตูเสียงดังทันที ผมไม่ชอบ ไม่ชอบที่ใครจะมาสั่งหรือมาแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตามกับชีวิตของผม ผมเลือกเอง ผมคิดเองได้ ยิ่งมีคนบอกว่านี่ต้องทำ นี่ไม่ต้องทำ มันกลับทำให้ผมอยากต่อต้านซะทั้งหมด ผมเป็นพวกยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งบอกว่าไม่ดีก็ยิ่งอยากทำ

.

.

ฟีบบ~

ผมมองหลอดยาสีฟันที่โดนรีดจนแทบไม่เหลือสักเม็ด นี่ผมไม่ได้ออกไปซื้อพวกของใช้ส่วนตัวพวกนี้มานานแค่ไหนกัน? ก็เพราะอยู่คนเดียวมาตลอดนี่นะ

ตั้งแต่วันนั้นที่ไอ้นัทมาเจอผมอยู่กับพี่เคี้ยง ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับใครมาก ผมรักษาระยะห่างระหว่างผมกับพี่เคี้ยงมากขึ้น ทำเหมือนทุกทีเวลามีคนอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับผม

ส่วนไอ้นัท ผมรู้ว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะพูดเซ้าซี้ แต่ผมก็เบื่อที่ใครๆต่างก็พยายามยัดเยียดความคิดความรู้สึกเรื่องคู่ครองให้กับผม คนเรามีทัศนคติเป็นของตัวเอง และมันจะเป็นมารยาทมากถ้าเราไม่ไปเที่ยวเปลี่ยนทัศนคติของใครๆให้เหมือนกับตัวเอง

“เฮียจะไปไหนอะ?”

ผมเดินเนือยๆผ่านเคาน์เตอร์บาร์โซนผับที่มีผู้จัดการร้านคนเก่งอย่างไอ้โก้นั่งคิดบัญชีอยู่ มันเหมือนน้องชายอีกคนของผมและผมไว้ใจมันให้ช่วยดูแลร้านได้

“ไปซื้อของใช้”

“ให้ผมไปซื้อให้มั้ย?”

รุ่นน้องตัวเล็กฉีกยิ้มสดใสแบบทุกที

“ไม่อะ กูเบื่ออยากออกไปเดินเล่น อาจจะดูหนังสักเรื่อง”

“ให้ไปเป็นเพื่อนป่าวเฮีย?~ ดูหนังคนเดียวจะสนุกเร้ออ?”

ผมหรี่ตามองค้อนคนเป็นรุ่นน้องที่ยักคิ้วกวนตีนส่งมาให้ มันจะน่ารักกว่านี้ถ้ามันไม่ชอบแส่เรื่องผม

“มึงไปดูหนังหรือมึงจะไปเล่นชักกะเย่อเหรอ? ถึงจะได้ดูคนเดียวไม่ได้?”

“โถ่ววว เฮียยยยยย~”

“เลิกเสือกเรื่องกูและทำงานของมึงไปเถอะ ถ้ามึงอยากดูหนังมากก็ไปชวนไอ้นายโน่น! และฝากบอกมันทีว่าเลิกจีบกูได้แล้ว กูไม่คิดจะคบใครทั้งนั้น!”

.

ผมยืนมองโปสเตอร์หนังและรอบหนังมาร่วมๆ10นาที ตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะดูเรื่องอะไรดี ที่จริงผมก็มักจะมาดูหนังคนเดียวแค่เพียงช่วงนี้ไม่ค่อยได้ตามหนังใหม่ๆเลยไม่รู้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ติ๊ง!

Khieng : ทำอะไรอยู่ครับ?

ผมก้มลงมองแอพลิเคชั่นสีเขียวที่พักหลังๆมานี้ผู้ชายคนนี้ส่งข้อความถึงผมบ่อยมากขึ้น และผมก็ขี้เกียจตอบสุดๆไปเลยครับ

ติ๊ง!

Khieng : อยากดูหนังจังเลย

ผมเบ้ปากน้อยๆแล้วเลือกภาพยนตร์ที่มีรอบฉายเร็วที่สุด ถือว่าฆ่าเวลาแล้วกัน

กรอบบ

ผมนั่งไขว่ห้างแล้วกัดป๊อบคอร์นรสชีสแสนอร่อยหน้าโรงหนังเพื่อรอเวลาพลางเลื่อนมือถือกดดูนู่นนี่ในแอพลิเคชั่นยอดฮิต เห็นเพจรีวิวท่องเที่ยวแล้วผมก็อยากไปบ้างนะเนี่ย

ติ๊ง!

Khieng : อยากกินป๊อบคอร์นบ้างจังครับ

ขวับ ขวับ

ผมรีบหันซ้ายหันขวามองหาคนส่งข้อความทันทีที่อ่านข้อความจบ รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ถึงกับต้องรัวนิ้วลงบนหน้าจอมือถือเป็นการตอบข้อความที่ผมแทบจะไม่ตอบกลับหรือเปิดอ่านด้วยซ้ำ

Fourth : อยู่ไหน?

เงียบครับ

ไร้ซึ่งข้อความตอบกลับใน 5 นาทีทั้งๆที่ปลายทางกดอ่านแล้ว เห้ยๆๆ อย่ามาอ่านแล้วไม่ตอบนะโว้ย!

ติ๊ง!

Khieng : พี่อยู่ที่โรงพยาบาล โฟร์ทดูหนังจริงๆเหรอ?

เฮ้อ!

ก็นึกว่าโดนสะกดรอยตามซะแล้ว ที่ไหนได้ก็พวกสุ่มนี่หว่า

Fourth : เรื่องอะไรไม่รู้โปสเตอร์สีดำ

พิมพ์เสร็จผมก็หัวเราะอย่างสะใจ ฮ่าาาาาา บอกไปคุณเค้าก็ไม่รู้อยู่ดี

ติ๊ง!

Khieng : โอเค เดี๋ยวไปดูด้วย

กำลังจะกดส่งข้อความตอบกลับแต่พนักงานก็ประกาศเรียกให้เข้าโรงซะแล้ว เหอะๆ ถ้าตามหาผมเจอก็คงจะแปลกหน่อยล่ะนะ

.

หนังที่ผมเลือกมาอย่างมั่วๆเป็นหนังผีครับ....และปัญหาคือ ผมกลัวผี กลัวมากจริงๆครับ กลัวแบบว่าจิตตกได้เลย แต่จะให้ออกโรงแล้วไปซื้อเรื่องอื่นดูก็คงไม่ใช่อารมณ์แล้วล่ะ ถ้าออกโรงไปก็คงจะต้องกลับเลยเพราะไอ้โก้เพิ่งส่งข้อความมาบอกให้ซื้อวัตถุดิบทำอาหารเข้าร้านไปด้วย

ตึง!!!

“กรี๊ดดดดด”

เมื่อถึงจังหวะที่ผีออกมาหลอก สาวแท้และสาวเทียมก็กรี๊ดกันลั่นโรงเลยครับ ส่วนผมผู้ชายแมนๆก็ทำได้แค่ดึงเสื้อขึ้นมากัดกันเสียงเล็ดลอดแล้วจิกมือและเท้าลงกับเบาะจนตัวเกร็ง ดีที่บริเวณที่ผมนั่งไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ แต่ละคนออกจะนั่งกันกระจายๆด้วยซ้ำ

ตึงงง!!

“เชี่ยยย!”

ผมซุกหัวตัวเองเข้ากับเบาะแล้วหลับตาปี๋ ทำไมกูต้องมาทรมานตัวเองอะไรแบบนี้ด้วยว้าาาาา

“โอ๋ๆ ไม่ต้องกลัวนะครับ”

สัมผัสอุ่นร้อนที่โอบรอบตัวผมเอาไว้พร้อมกับกลิ่นกายหอมๆประจำตัวทำให้ผมรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังอยู่ในอ้อมแขนของใคร

“พี่เคี้ยง!”

“ชู่ววว เบาๆสิครับ”

ผมกระพริบตาปริบๆอย่างงุนงงกับการปรากฏกายของคนตรงหน้า มาได้ไงเนี่ย!?

“มาได้ยังไง?”

“แค่โฟร์ทบอกว่าโปสเตอร์สีดำ พี่ก็หาดูในแอพลิเคชั่นของโรงหนังแล้วหาพวกหนังที่มีโปสเตอร์สีดำแล้วกดไล่ซื้อที่นั่งทั้งหมดในรอบที่พี่คิดว่าโฟร์ทจะดูนั่นล่ะ...ง่ายเนอะ”

“...”

ชหหหหหหหหหห!

นี่ไม่ใช่แค่รวยนะ ต้องว่างมากๆด้วย ผมก็สงสัยอยู่ว่าทำไมคนมันถึงได้ดูโหลงเหลงขนาดนี้ พี่แม่ง!

“แล้วดูปิดตาแบบนี้จะรู้เรื่องรึไง?”

“รู้น่า!”

ผมรีบนั่งในท่าตัวตรงหลังเกร็งและหรี่ตาลง จะเสียฟอร์มต่อหน้าคนนี้ไม่ได้ ไม่งั้นต้องโดนแกล้งแน่ๆ

ตึงงง!!

“กรี๊ดดดดด”

หมับ

ผมคว้าแขนคนข้างๆขึ้นมารัดแล้วซุกหน้าลงไปโดยอัตโนมัติ ให้ตายเถอะ! ฟอร์มเฟิร์มอะไรกูไม่มีแล้ว! จะตายละพ่อเอ้ย! รู้สึกเลยว่าหัวใจเต้นแรงจนจะกระเด็นออกทางปากอยู่แล้ว

“หึหึ”

“หุบปากและนั่งนิ่งๆไปเลยนะครับ...ขอร้อง”

ผมพูดเสียงอ่อนในคำสุดท้าย อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีที่พึ่งแหละนะ

“จะยอมนั่งนิ่งๆให้ปู้ยี่ปู้ยำเลยล่ะครับ...ที่รัก”

ผมอยากหันไปมองค้อนมากๆเลยครับ แต่เกรงว่าสะบัดหน้าแรงๆแล้วหัวใจที่เต้นอยู่จะกระเด็นออกไปซะก่อน เลยทำได้แค่ซุกหน้าลงกับท่อนแขนแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

.

.

.

To be continued

Ps : เรียนหนักมากเลยยย ขอโทษนะที่หายไปนาน

Facebook : I’m Mynt




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว