ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 05 แผนร้าย Loading…100%

ชื่อตอน : EP 05 แผนร้าย Loading…100%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียคลั่งรัก,โอยามะ,ฮานะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2561 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 05 แผนร้าย Loading…100%
แบบอักษร

EP 05

แผนร้าย Loading…100%


ทั้งหมดเป็นแผนการแหกตาฉัน เขาหลอกให้ฉันตายใจแล้วหนีกลับไปหายูริ จริงสินะ ใครกันจะกล้าบุกเข้าไปทำร้ายเขา คนอย่างโอยามะน่ะเหรอจะถูกยิงง่ายๆ ทั้งหมดก็แค่แผนการหลอกให้ฉันเป็นคนนำทางเขาไปหาเธอจริงๆ!


 “เฮอะ พูดไม่ออกล่ะสิ โกหกฉันสิว่าไม่จริงน่ะ”


“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”


“ฉันไม่เชื่อ! ฉันไม่น่าไว้ใจเธอเลย เธอมันคนทรยศ!” ยูริต่อว่าฉันเสียงดังก่อนที่เธอจะผลักฉันจนล้มลงมา แต่นอกจากที่ฉันจะไม่สามารถแก้ตัวได้แล้ว สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าแล้วกางแขนออกไปตามเดิม


“ดูนี่สิฮานะ ดูให้เต็มตา บาดแผลจากการที่ฉันถูกเธอทรยศ!” ยูริพูดพลางรั้งปกเสื้อนักเรียนของเธอลง เผยให้เห็นผิวขาวๆ บริเวณเนินอกที่ตอนนี้มีร่องรอยของบางอย่างอยู่บนนั้น


รอยสักเล็กๆ รูปแมงป่องสีดำพร้อมกับบาร์โค้ดและตัวเลขอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งฉันมองมันไม่ถนัดนัก หรือถ้าเข้าใจไม่ผิดมันคือตราของสินค้า ยูริโดนจับตีตราเป็นสินค้าของแบล็กสกอร์เปี้ยนเรียบร้อยแล้ว


“พี่ยูตะถูกยิง จนป่านนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง ส่วนฉันถูกตีตราสินค้า รอวันที่พวกมันจะส่งตัวให้ไอ้บ้าไดสึเกะ แล้วดูเธอสิ ฉันไม่เห็นว่าเธอจะเดือดร้อนกับเรื่องที่ทำเอาไว้เลยสักนิด มิหนำซ้ำยังอยู่สุขสบายข้างๆ ไอ้สารเลวนั่น! นี่ใช่มั้ยแผนการเอาตัวรอดของเธอ” ยูริตะคอกเสียงดังอย่างเดือดดาล ร่างกายของเธอสั่นระริกเพราะความโกรธ ใบหน้าของเธออิดโรย ดวงตาทั้งสองข้างบวมเป่งบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก


“ไม่มีใครกล้าพูดกับฉัน ไม่มีใครยิ้มให้ฉัน ทุกคนทำเหมือนรังเกียจฉันก็เพราะไอ้ตราสัญลักษณ์บ้าๆ นี่ ทั้งหมดมันก็เพราะเธอ”


“ฟังฉันก่อนนะยูริ”


“ไม่! เธอไม่ต้องมาพูด ฉันไม่น่าหลงเชื่อเธอเลย ถ้าฉันกับพี่ยูตะไม่เชื่อใจเธอ เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เป็นแบบนี้”


“ฉันขอโทษ” ฉันสารภาพเสียงสั่น


ก่อนหน้านี้หลังจากที่ยูริโดนไดสึเกะตามรังควานอยู่นาน หลายครั้งที่ไดสึเกะพยายามจะบังคับให้ยูริเป็นผู้หญิงของเขาแต่ยูริไม่ยอม ซึ่งเรื่องนี้ทั้งฉันกับพี่ยูตะรู้กันดีมาตลอด จนที่สุดไดสึเกะก็ยื่นข้อเสนอบ้าๆ มาให้ ข้อเสนอที่ทั้งฉัน ยูริ และพี่ยูตะต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่ก็เพราะไดสึเกะนั่นแหละที่พยายามหลอกล่อด้วยการหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้โดยที่เขาให้เหตุผลว่าเขาเกลียดโอยามะ ซึ่งมันฟังขึ้นในตอนนั้นเพราะพวกเราต่างก็รู้ดีว่าไดสึเกะกับโอยามะไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร


ไดสึเกะเป็นคนนัดแนะเวลาในคืนนั้น เขาบอกว่าในคืนนั้นโอยามะมีนัดสำคัญที่ไหนสักแห่ง จะไม่กลับไปที่ห้องแน่นอน รวมถึงเรื่องคีย์การ์ดและรหัสปลดล็อกประตูที่ไดสึเกะเองก็เป็นคนจัดหามาให้ นั่นทำให้พวกเราสามคนตายใจและคิดว่าอย่างน้อยมันก็น่าจะพอมีทางรอดบ้าง แม้จะน้อยก็ตาม ทุกอย่างจึงเริ่มต้นขึ้น


แรกเริ่มพี่ยูตะจะเป็นคนเข้าไปขโมยของเอง แต่เพราะยูริไม่ยอม เธอบอกว่าเธอจะเป็นคนไปเองเพราะเรื่องนี้ยังไงก็เป็นเรื่องของเธอ เธอยอมถูกโอยามะฆ่าดีกว่าการต้องกลายเป็นผู้หญิงของไดสึเกะ แต่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นฉันที่ตัดสินใจเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง สาเหตุก็เพราะฉันตัวคนเดียว ไม่ได้มีภาระผูกพันกับใคร เพราะฉะนั้นถ้าหากมีบางอย่างที่มันผิดพลาดเกิดขึ้นกับฉันก็คงไม่เป็นไร ผิดกับยูริที่ถ้าหากเธอเป็นอะไรไปคงมีหลายคนที่เสียใจ


ฉันยินดีจะตอบแทนยูริกับพี่ยูตะที่พวกเขาเองก็คอยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ฉันเสมอ นับตั้งแต่ที่ฉันก้าวเท้าออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า ยูริเป็นเพื่อนคนแรกและเพื่อนเพียงคนเดียวของฉันทั้งในโรงเรียนและข้างนอก ฉันจำได้ดีว่าเธอเป็นคนแรกที่พูดกับฉันในวันที่ฉันก้าวเข้าไปในโรงเรียนที่ไม่มีแม้แต่คนรู้จัก เธอบอกให้เราเป็นเพื่อนกันทั้งที่คนทั้งโรงเรียนไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับเด็กกำพร้าอย่างฉันสักคน และเมื่อฉันกับยูริเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นพี่ยูตะเองจึงเปรียบเสมือนพี่ชายของฉันอีกคน


ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเพราะเหตุผลง่ายๆ ซึ่งแม้จะรับรู้ถึงความเสี่ยง แต่ฉันก็พร้อมจะยอมรับ เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างมันจะผิดพลาดและบานปลายมาได้ถึงขนาดนี้ โอยามะไม่ยอมฆ่าฉัน เขาไม่ยอมปล่อยให้ฉันตาย แต่กลับเลือกใช้วิธีที่ทำให้ฉันทรมานมากกว่านั้น


เขาหลอกว่าตัวเองโดนยิงเพื่อให้ฉันกลับไปหายูริจนกระทั่งรู้เรื่องราวทั้งหมด สุดท้ายพวกเราทุกคนก็ถูกเขาจับมาทรมานด้วยวิธีที่เลือดเย็น!


“ฉันขอโทษยูริ ขอโทษจริงๆ เธออยากให้ฉันทำยังไงบอกมาได้เลย ฉันยินดีจะทำให้ทุกอย่าง เธอจะฆ่าฉันเลยก็ได้ แต่ฉันไม่ได้โกหก ฉันไม่คิดจริงๆ ว่าโอยามะจะใช้วิธีนี้”


“ฉันจะกล้าทำแบบนั้นกับสินค้าของโอยามะได้ยังไง” น้ำเสียงของยูริเย็นเยียบจนฉันรู้สึกหนาวสั่น ตั้งแต่ที่เธอพูดมา ไม่มีเรื่องไหนเลยที่ฉันจะสามารถพูดออกไปได้เต็มปากว่ามันไม่จริง


“เธอฉลาดดีนี่ เลือกโยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉันกับพี่ยูตะ แล้วเสนอตัวให้เขาแลกกับความอยู่รอด”


“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นกับเธอเลยนะยูริ!”


“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอไม่ตายๆ ไปซะ!” ยูริแผดเสียงดังลั่น ถ้าตอนนี้เธอฆ่าฉันได้ ฉันว่าเธอคงทำไปแล้ว แต่มันติดอยู่ตรงที่ฉันเป็นสินค้าของโอยามะ ดังนั้นก็คงไม่แปลกที่จะไม่มีใครกล้าแตะต้องฉัน แม้จะยังมีไม่กี่คนที่รู้ แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ก้มหัวให้ฉันทั้งนั้น มันเป็นความสุขสบายที่แลกมากับความเจ็บปวด ฉันได้รับการปกป้องจากเขา แต่ในเวลาเดียวกันมันคือการปกป้องที่กำลังฆ่าฉันให้ตายไปช้าๆ อย่างทรมานที่สุด!


“ฉันขอให้เธอมีความสุขกับการเป็นสินค้าของไอ้สารเลวนั่นก็แล้วกัน ฉันจะรอดูวันที่มันเบื่อแล้วขายเธอเข้าตลาดมืด ไม่แน่ วันนั้นฉันอาจยืนรอเธออยู่ที่นั่นเพราะโดนไอ้ไดสึเกะขายต่ออีกทอด แล้วเราอาจได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีก”


“ไม่นะยูริ”


“ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันแล้ว สินค้ากับสินค้า ฉันว่าเราเหมาะกันดีออก”


“เลิกพูดบ้าๆ น่า ฉันจะหาทางช่วยเธอเอง พี่ยูตะก็ด้วย”


“เธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วยฉัน ลำพังตัวเองเธอยังเอาไม่รอดเลย คิดว่าไอ้สารเลวโอยามะมันจะแสนดีกับสินค้าอย่างเธอรึไง” ยูริพูดพลางเหยียดยิ้ม สายตาของเธอมองสบตาฉัน ก่อนจะไล่ลงต่ำอย่างดูถูกฉันที่ยังคงนั่งคุกเข่าในท่าสำนึกผิดที่คิราวะสั่งเอาไว้


“ฉันจะพยายาม”


“ยังไง เอาตัวเข้าแลกน่ะเหรอ คิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยรึไง เธอไม่รู้เหรอว่าเธอไม่ใช่สินค้าเพียงชิ้นเดียวที่ไอ้สารเลวนั่นมี”


ฉันไม่ใช่สินค้าเพียงชิ้นเดียวที่โอยามะมี? คงจริงอย่างที่ยูริพูด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของฉันเปลี่ยนแปลงสักหน่อย ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ฉันก็ต้องช่วยยูริกับพี่ยูตะให้ได้


“อย่าหลงดีใจคิดว่ามันเห็นเธอสำคัญหน่อยเลย เธอก็แค่ของเล่นชิ้นใหม่ที่มีไว้ระบายความใคร่ที่ไม่รู้จบของไอ้พวกที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา”


“ฉันจะพยายาม” ฉันยืนยันออกไปเบาๆ ในใจมีคำพูดมากมายแต่รู้ดีว่ายูริคงไม่ต้องการฟัง


“ฉันไม่ได้อ้อนวอนเธอหรอกนะ เพราะยังไงซะฉันก็ไม่มีทางยกโทษให้เธอ และตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้ามีโอกาส ฉันจะฆ่าเธอแบบไม่ลังเล” ยูริจ้องมองฉันด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนที่เธอจะดึงปกเสื้อขึ้นแล้วทำตัวเหมือนปกติ


ฉันนั่งนิ่งทั้งที่หัวใจสั่นไปหมด กี่วันมาแล้วที่ฉันรู้สึกว่ามันไม่เคยเต้นตามปกติเลย


“กินซะ!” อยู่ๆ ยูริก็ยื่นเม็ดยาสีขาวเกือบยี่สิบเม็ดในกำมือของเธอส่งมาตรงหน้า โดยที่มืออีกข้างหนึ่งของเธอคือขวดน้ำพลาสติก


“อะ อะไร”


“ไหนเธอบอกให้ฉันฆ่าเธอไงล่ะ แล้วทำไมแค่นี้ต้องกลัว” ยูริพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา


ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ จากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อ่อนโยนมาตลอด กลายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นที่ฉันไม่เคยเห็น


ฟุ่บ!


“คิดเอาเองก็แล้วกันนะว่าจะเอายังไง ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ ก็เลิกพูดว่าจะรับผิดชอบเถอะฮานะ เธอมันก็แค่คนทรยศ ฉันไม่น่าคิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่แสนดีเลยจริงๆ” ยูริพูดพร้อมกับที่ดึงมือของฉันมาแบออก ก่อนที่เธอจะถ่ายยาจากมือของเธอใส่มือของฉันเอาไว้พร้อมกับวางกระแทกขวดน้ำลงตรงหน้า 


การตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่คิดว่ามันจะเลือกยากขนาดนี้ทำให้ฉันปวดหัวใจเหลือเกิน ทั้งที่คิดว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอให้อภัย แต่พอถึงเวลาฉันกลับขี้ขลาด สายตาจ้องมองเม็ดยาจำนวนหนึ่งในมืออย่างทรมาน


“ฉันกำลังจะพิสูจน์ว่าเธอจะเลือกอะไร ระหว่างตายหนีความผิดไปซะ หรืออยู่เป็นสินค้าของไอ้สารเลวนั่นต่อไปโดยไม่ละอายใจ ซึ่งเท่าที่เห็นฉันคิดว่าเธอก็คงเลือกอย่างหลังสินะ”


ทำไมเธอถึงได้อาฆาตฉันร้ายแรงขนาดนี้กันนะ ทำราวกับว่าเราไม่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน


แกร๊ก!


“ฉันล็อกประตูให้แล้ว เลือกให้ดีก็แล้วกัน” ยูริบอกลาสั้นๆ ก่อนที่เธอจะย้อนกลับไปทางด้านหลังของห้องพยาบาล มันทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลเพราะอยู่ชมรมพยาบาล ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอจะซ่อนตัวอยู่ในนี้ได้โดยที่คิราวะซึ่งคงเดินสำรวจแค่ผ่านๆ จะมองไม่เห็น 


ฉันเดาว่ายูริน่าจะได้ยินตอนที่โอยามะสั่งให้คิราวะพาฉันมาที่นี่ เธอจึงรีบมาซ่อนตัวเพื่อดักรอฉัน


ยูริไปแล้ว เธอเปิดหน้าต่างทางด้านหลังก่อนจะปีนออกไป และไม่ลืมที่จะหันกลับมาดึงผ้าม่านให้ปิดไว้พร้อมกับเลื่อนปิดหน้าต่างลงอย่างเรียบร้อย เหลือเพียงฉันที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น จ้องมองเม็ดยาในมือสลับกับขวดน้ำที่ตั้งอยู่ตรงหน้า


ตึกๆ


เสียงฝีเท้าที่กำลังดังเข้ามาใกล้บอกว่าฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก เพราะว่ามีคนกำลังเดินมาทางนี้ และฉันคิดว่าคงจะเป็นคนของโอยามะ ซึ่งอาจเป็นคิราวะก็ได้ เพราะคนอื่นๆ ไม่น่าจะมาเดินเพ่นพ่านในเวลาแบบนี้


“จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย อีกสิบนาทีขับรถมารอรับฉันที่ตึกด้านหน้า”


“ครับ คุณโอยามะ” คิราวะยังคงรับคำสั่งอย่างขันแข็งเหมือนเดิม ส่วนคนสั่งก็ยังออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ราวกับว่าเขาพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นอีกเช่นกันนั่นแหละ


ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว และระหว่างที่พวกเขากำลังพูดกันเมื่อครู่ ฉันก็ตัดสินใจกรอกเม็ดยาใส่ปากและกำลังยกขวดน้ำดื่มตามลงไป


ปั้กๆ


เสียงเปิดประตูไม่สำเร็จดังขึ้นสองสามครั้ง ไม่นานมันก็ถูกเขย่าแรงๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้ฉันตกใจเลยสักนิด


หลังจากดื่มน้ำเสร็จ ฉันก็ลุกขึ้นเอาขวดน้ำไปทิ้งลงตะกร้าถังขยะเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตามลำพัง ก่อนจะเดินกลับมานั่งคุกเข่าลงที่เดิม ยกสองแขนขึ้นเพื่อให้อยู่ในท่านั่งสำนึกผิดเหมือนเดิม


“จะลองดีกับฉันสินะ!” เสียงทุ้มต่ำของโอยามะทำให้ฉันรู้สึกขนหัวลุก ก่อนจะพยายามบังคับตัวเองให้นิ่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เริ่มคิดว่าบางทีวิธีนี้ก็ดีเหมือนกัน เผื่อว่าฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป


ประตูด้านนอกเหมือนกำลังถูกทุบทำลาย และฉันเชื่อว่าไม่นานมันต้องถูกพังเข้ามาแน่ๆ


ฉันกลืนเม็ดยาทั้งหมดลงไปแล้ว และตอนนี้ฉันก็ยังนั่งคุกเข่าและหายใจอยู่เหมือนปกติ ไม่ได้ทุรนทุราย มีเพียงอาการคลื่นไส้และอยากจะอาเจียนเท่านั้นที่ฉันกำลังต่อสู้กับมันอยู่ เพราะกลัวว่าถ้าประตูถูกพังเข้ามา คิราวะจะต่อว่าเรื่องที่ฉันไม่ซื่อสัตย์เพราะเปลี่ยนท่านั่ง ทั้งที่เขากำชับไว้นักหนาว่าให้นั่งหลังตรง แขนห้ามตก

โครม!


ในที่สุดประตูก็ถูกพังเข้ามา โอยามะก้าวฉับๆ เข้ามาหาฉันในทันที สายตาที่เขามองฉันกำลังจ้องจับผิดอย่างไม่ปิดบัง และนอกจากเขาจะจับผิดฉันแล้ว เขาก็กำลังมองไปรอบๆ ห้องพยาบาลอีกด้วย


เขาเป็นคนฉลาด เพราะฉะนั้นเมื่อครู่ฉันถึงได้รีบลุกเอาขวดน้ำไปทิ้ง


“ค้นให้ทั่ว”


“ครับ” คนของโอยามะรับคำสั่งในทันที ก่อนที่ผู้ชายในชุดสีดำสามสี่คนจะเดินเข้ามาช่วยกันค้นห้องพยาบาล


“ลุกขึ้น!” น้ำเสียงของโอยามะดุดัน แววตาของเขาฉายชัดว่าไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับยังไม่ซักถามหรือคาดคั้นอะไรฉันแม้แต่คำเดียว


“ฉันสั่งให้ลุกขึ้น”


ฟุ่บ!


ทันทีที่ฉันพยายามลุกขึ้นจากพื้น อาการเวียนหัว พะอืดพะอม และเริ่มอยากจะอาเจียนก็เข้าโจมตีจนฉันเกือบจะล้มลงไป ติดตรงที่โอยามะก้าวเข้ามารับฉันเอาไว้ได้ทันซะก่อน


“อ้วกกก” เสียงอาเจียนของฉันทำให้ทุกคนตื่นตกใจ โดยเฉพาะโอยามะที่ถึงกับเบิกตาโพลงจนฉันรู้สึกกลัวแววตาคู่นั้นเหลือเกิน


“ไปเอารถมา!”


“อ้วกกก!”


“อ้าปาก”


“อื้อออ”


“คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะปล่อยให้เธอตายง่ายๆ งั้นเหรอ มันไม่จบแค่นี้แน่ฮานะ!” โอยามะตะคอกเสียงดัง เขาบีบแก้มฉันแน่นๆ เพื่อให้ฉันเปิดปากออกแล้วพยายามล้วงคอฉันให้ฉันอาเจียนออกมาหนักกว่าเดิม


“อ้าปากแล้วแล้วอ้วกเอาสิ่งที่เธอกินเข้าไปออกมาให้หมด ก่อนที่ฉันจะเขย่าให้เธออ้วกมันออกมาแทน”


ท่าทางของโอยามะทำให้ทุกอย่างดูโกลาหลไปหมด เขาพยายามล้วงคอฉันจนฉันอาเจียนออกมาเปื้อนเสื้อผ้าทั้งเขาและฉันไม่หยุด


น้ำตาฉันไหลพรากเมื่อรู้สึกทรมานเหลือเกิน หลายครั้งที่นิ้วมือของโอยามะล้วงลึกเข้าไปในลำคอของฉันจนฉันต้องโก่งคอเอาทุกอย่างที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา เม็ดยาสีขาวที่ยังไม่ทันจะได้ย่อยหลุดออกมากองอยู่ที่พื้น ส่งผลให้แรงบีบที่ต้นแขนของฉันมีมากกว่าเดิม


“โทษของเธอหนักกว่าเดิมหลายเท่าแน่ฮานะ!”


**********

รายละเอียดการพรีออเดอร์

Pre-Order  1 มิ.ย. - 30 มิ.ย. 61

- ราคาหนังสือ 440 บาท [จำนวนหน้า 378 หน้า มีภาพแทรกสีภายในเล่ม 1 ภาพ]

- ค่าจัดส่ง รอบพรีฯ ส่งลงทะเบียนให้ฟรีค่ะ เฉพาะรอบพรีฯ นะคะ*** ถ้า Ems+50 บาทเท่ากันทุกรอบ เล่มต่อไป +10 บาท [เฉพาะที่อยู่เดียวกัน 3 เล่มต่อ 1 ออเดอร์ คือ 1 กล่องมันใส่ได้ 3 เล่มค่ะ เกินจากนั้นขอตัดขึ้นออเดอร์ใหม่เพื่อความปลอดภัยของหนังสือนะคะ แต่ถ้าแยกที่อยู่ก็คิดราคาปกติเน้อ]


5 DAYS PREMIUM

BOOK JACKET


- พรีเมี่ยมเป็นปกแจ็คเก็ตลายพิเศษค่ะ ไม่จำกัดจำนวนชิ้น สำหรับคนที่โอนภายในวันที่ 5 มิ.ย. 61 (5 วันแรก ตัดสิทธ์ตอนเที่ยงคืนตรงนะคะ)

​- หนังสือที่พิมพ์รอบแรกจะมีภาพแทรกสีภายในเล่ม 1 ภาพ แต่ถ้าเป็นรอบอื่นหลังจากนี้ ไม่มีภาพแทรกแล้วนะคะ ให้พิเศษเฉพาะรอบแรกเท่านั้นค่ะ

- ทุกรายการในรอบพรีออเดอร์ จะได้โปสการ์ดลายภาพปก 1 ใบ ที่คั่น 3 ใบ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : PinkPenWriter

รัก  

ขุ่นเจ้


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว