ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 05 แผนร้าย Loading…25%

ชื่อตอน : EP 05 แผนร้าย Loading…25%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียคลั่งรัก,โอยามะ,ฮานะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2561 13:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 05 แผนร้าย Loading…25%
แบบอักษร

EP 05

แผนร้าย Loading…25%


ครืดดด~


เสียงประตูถูกเลื่อนออกเบาๆ เมื่อฉันตัดสินใจก้าวออกจากห้อง ฉันนอนไม่หลับและไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ทั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือแม้แต่แรงอยากหายใจต่อ


หลังจากที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในบ้านขนาดกลางหลังหนึ่งที่โอยามะบอกว่ามันจะเป็นที่อยู่ของฉันระหว่างที่ยังเป็นสินค้าของเขา ฉันก็ได้พบกับพ่อบ้านที่ชื่อคัตซึ เขาแนะนำตัวเองแล้วพาฉันขึ้นไปพักที่ชั้นสอง


คัตซึบอกฉันว่าระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่ เขาจะทำหน้าที่ดูแลฉัน ซึ่งสำหรับฉันแล้วมันไม่จำเป็นเลย เพราะฉันก็เป็นแค่สินค้าชิ้นหนึ่งเท่านั้น สินค้าที่ไม่ได้มีมูลค่าหรือแม้แต่ราคาใดๆ


“อรุณสวัสดิ์ครับคุณฮานะ” คัตซึทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม เขาน่าจะอายุมากกว่าฉัน แต่ฉันไม่ได้ถามหรอกว่าแท้จริงแล้วเขาอายุเท่าไหร่ มันไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะรู้ เพราะถึงคัตซึจะทำตัวเป็นมิตรกับฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าที่เขาบอกจะมาดูแลนั้น มันหมายถึงการจับตาดูฉันมากกว่า


“ชุดนักเรียนใส่พอดีใช่มั้ยครับ”


“ใช่” ฉันตอบเพื่อตัดปัญหาก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงหน้าของฉันมีซุปสาหร่ายที่ฉันเดาว่าน่าจะเป็นฝีมือของคัตซึที่เตรียมเอาไว้ให้ฉัน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอยากอาหารสักนิด


เมื่อคืนหลังจากที่คัตซึแนะนำตัวเองพร้อมกับบอกถึงหน้าที่ของเขาให้ฉันฟังแล้ว เขาก็ยังบอกถึงหน้าที่ของฉันด้วย ซึ่งหน้าที่ของฉันก็คือเรียนหนังสือตามปกติ เครื่องแบบนักเรียนรวมถึงของใช้อื่นๆ ได้จัดเตรียมเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ขอแค่ฉันเตรียมตัวให้พร้อม


ทุกวันคิราวะจะแวะมารับตอนเจ็ดโมงสี่สิบห้า ส่วนหลังเลิกเรียนคิราวะจะแวะไปรับตอนสามโมง เพราะว่าเขามีหน้าที่ขับรถรับส่งฉันนับตั้งแต่นี้ และถ้าฉันต้องการอะไรนอกจากนี้ให้บอกคัตซึได้เลยทันที


“หวังว่ารสชาติจะถูกปากนะครับ”


“คิราวะมารึยัง” ฉันถามยิ้มๆ ไม่ว่าอาหารตรงหน้าจะหน้าตาน่ากินมากแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่อยากจะแตะต้องมันสักนิด


“คุณฮานะต้องการอะไรบอกผมก่อนก็ได้ครับ สักพักคุณคิราวะคงมาถึง”


“เปล่า แต่ฉันยังไม่หิวน่ะขอออกไปนั่งรอคิราวะข้างนอกได้รึเปล่า”


“ได้ครับ แต่ต้องหลังจากที่คุณฮานะทานมื้อเช้าเสร็จ” คัตซึตอบยิ้มๆ กลับมา แต่กลับแฝงไปด้วยความเผด็จการ


“ฉันยังไม่หิว”


“แต่ถ้าไม่ทานเลยสักนิด คุณฮานะจะปวดท้องได้นะครับ”


“ไม่หรอก”


“ทานเถอะครับ เพราะถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา คนที่เดือดร้อนคือคัตซึ” คิราวะที่เพิ่งจะเดินเข้ามาพูดแทรกขึ้น เขาหันไปมองหน้าคัตซึแล้วสะบัดมือไล่เบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามายืนแทนที่คัตซึซึ่งถูกไล่ออกไป ร่างสูงในชุดสีดำยืนตัวตรงอยู่ด้านข้างโต๊ะอาหารราวกับได้รับคำสั่งให้มาคุมฉันไม่มีผิด ซึ่งก็คงจะเป็นแบบที่ฉันคิดนั่นแหละ


“ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกค่ะ เพราะถ้าจะตายก็คงตายไปแล้ว”


“คุณน่าจะรู้ว่าเวลาขัดคำสั่งคุณโอยามะแล้วผลจะเป็นยังไง”


สรุปว่าฉันต้องทำทุกอย่างที่เขาต้องการสินะ


หลังจากที่คิราวะพูดจบ ฉันก็ทำได้แค่เอื้อมมือไปหยิบช้อนขึ้นมาแล้วตักซุปสาหร่ายเข้าปาก


คิราวะเดินเข้ามาเทนมใส่แก้วทรงสูงให้ฉันจนเกือบเต็ม ทำเอาฉันรู้สึกอิ่มทั้งที่เพิ่งตักซุปเข้าปากไปได้แค่คำเดียว


“ต้องกินให้หมดเลยใช่มั้ยคะ”


“ครับ คัตซึคงบอกคุณแล้วว่ามื้อเช้ากับมื้อเย็นต้องดื่มนม แต่ถ้าเป็นวันหยุดที่คุณต้องทานมื้อกลางวันที่บ้านจะเป็นน้ำผลไม้”


“เจ้านายของคุณเขาดูแลสินค้าทุกชิ้นดีขนาดนี้เหมือนกันหมดรึเปล่าคะ แล้วตอนนี้เขามีสินค้าทั้งหมดกี่ชิ้น”


“เรื่องนั้นไว้คุณลองถามคุณโอยามะเองก็แล้วกันครับ ผมไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านาย หน้าที่ของผมคือขับรถรับส่งคุณไปโรงเรียน” คาริวะตอบหน้าตาย ใบหน้าและน้ำเสียงไร้ความรู้สึกถอดแบบมาจากเจ้านายเหมือนกันไม่มีผิด


“งั้นทำไมเมื่อกี้คุณไม่ให้คัตซึเทนมให้ฉันก่อนแล้วค่อยไล่เขาออกไปล่ะคะ ก้าวก่ายหน้าที่คนอื่นมันเสียมารยาท ไม่รู้รึไง” ฉันแกล้งว่าก่อนจะนั่งกินซุปต่อไปเงียบๆ ไม่ได้หันไปสนใจหรือใส่ใจคิราวะที่หลังจากเทนมใส่แก้วให้ฉันเสร็จเขาก็ถอยหลังกลับไปยืนนิ่งๆ ตามเดิม


ความรู้สึกของฉันในตอนนี้ก็คือ...ด้านชา ไม่รู้เหมือนกันว่าคำจำกัดความของคำว่าสินค้ามันครอบคลุมระดับไหน แต่สำหรับฉัน...ฉันว่ามันไม่ได้ต่างจากการเป็นนักโทษเลยสักนิด เพียงแต่ถ้าเป็นนักโทษก็ยังมีวันที่จะพ้นโทษตามกำหนด แต่สำหรับฉัน ไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะปล่อยฉันไปเมื่อไหร่ หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น ฉันอาจถูกเขาขายต่อ ซึ่งฉันกำลังทำใจรอให้ถึงวันนั้น เพราะมันไม่มีทางอื่นแน่ๆ เขาไม่มีทางปล่อยฉันไปเฉยๆ หรอก


“เดี๋ยวคัตซึจะเข้ามาจัดการที่เหลือต่อเองครับ เชิญที่รถ”


“ฉันกับคัตซึก็ไม่น่าจะต่างกันนักหรอกมั้งคะ พ่อบ้านอย่างเขาดูมีค่ามากกว่าสินค้าอย่างฉันด้วยซ้ำ” ฉันย้อนพลางยกชามไปใส่ซิงก์ล้างจานเอาไว้ จริงๆ อยากจะล้างเองด้วยซ้ำถ้าไม่ติดตรงที่คิราวะทักขึ้นมาซะก่อน เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันขัดคำสั่ง


“คุณไม่รู้เหรอครับว่าการก้าวก่ายหน้าที่คนอื่น...มันเสียมารยาท”


กลายเป็นฉันที่ถูกเขาย้อนจนเถียงไม่ออก วินาทีนี้ดูเหมือนฉันทำอะไรก็จะผิดไปซะหมด


“เชิญที่รถครับ” คิราวะย้ำพร้อมกับก้มหัวให้ฉันเมื่อฉันหันกลับไปมองหน้าเขา ซึ่งใบหน้าและสายตาของเขาที่มองฉันกลับมาก็ยังคงนิ่งเหมือนไม่รู้สึกใดๆ ทำเอาฉันอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขามันด้านชาเหมือนกันหมดทั้งเจ้านายและลูกน้อง


“เดินทางปลอดภัยนะครับ” คัตซึส่งยิ้มก่อนจะก้มหัวให้ระหว่างที่ฉันเดินผ่านเขาออกมาทางหน้าบ้าน


นี่ถ้าฉันไม่จำได้ขึ้นใจว่าเพิ่งผ่านเรื่องราวเลวร้ายมา ฉันอาจคิดว่าตัวเองกำลังเป็นเจ้าหญิงก็ได้นะ แต่เพราะรู้ดีว่ามันตรงกันข้าม ทุกคนทำดีกับฉันเพราะคำสั่งของโอยามะ ซึ่งฉันคิดว่าพวกเขาคงเคยชินแล้วที่จะต้องทำตามหน้าที่แบบนี้ ที่ผ่านมาคงมีสินค้าหลายชิ้นที่ได้รับการดูแลจากพวกเขา ซึ่งถ้าวันหนึ่งฉันไม่ได้เป็นสินค้าของโอยามะอีกต่อไป พวกเขาก็คงไม่มาทำดีกับฉันแบบนี้


บรรยากาศในรถเงียบสนิทตั้งแต่ที่ฉันและคิราวะเข้ามานั่งในรถพร้อมกัน เขาเหมือนจะไม่พอใจนิดหน่อยที่ฉันชิงเปิดประตูรถด้วยตัวเอง สงสัยคงเพราะกลัวว่าตัวเองจะบกพร่องในหน้าที่


“ในถุงนั่นเป็นโทรศัพท์มือถือครับ คุณโอยามะสั่งให้คุณฮานะพกติดตัวเอาไว้ ห้ามทำหาย ห้ามปล่อยให้แบตหมด กดหนึ่งค้างไว้คือเบอร์ของผม”


“คิดว่าฉันจะโทรตามให้นายรีบมาตามจับฉันกลับไปใส่กรงเอาไว้รึยังไง”


“บอกไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉินครับ เผื่อว่าคุณคิดจะหนีแล้วไปไม่รอด กลับใจโทรตามผมไปรับแล้วบอกว่าหลงทางก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทั้งคุณและผม เพราะคุณก็รู้ว่าเวลาที่ถูกคุณโอยามะลงโทษมันไม่สนุก” คิราวะพูดพลางช้อนตามองฉันผ่านกระจกมองหลังนิดหน่อย คำพูดของเขาทำให้ฉันหน้าชาและรู้สึกร้อนขึ้นมาในทันที


ไม่นานคิราวะก็พาฉันมาถึงโรงเรียน เขาจอดรถที่ประตูทางเข้าฝั่งตะวันตก ซึ่งผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนักเนื่องจากทางเข้าเป็นแค่ตรอกแคบๆ สำหรับรถวิ่งเข้าไปทางเดียว


“ห้ามลงจากรถจนกว่าผมจะเปิดประตูให้ครับ”


“ฉันเปิดเองได้ ไม่ต้องรบกวนนายหรอก รู้ว่าเป็นการเสียมารยาท แต่ฉันไม่ใช่เจ้านายของนาย” ฉันบอกแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ก่อนจะรีบก้าวเท้าลงจากรถทันทีโดยไม่รอให้คิราวะต่อว่าหรือถากถางฉันได้อีกแม้แต่คำเดียว


“ขอบคุณที่มาส่ง”


“ถ้าคุณโอยามะรู้เข้าแล้วคุณถูกลงโทษก็อย่ามาโทษผมก็แล้วกันครับ เอาที่คุณสบายใจ”


“นายไม่บอก ฉันไม่บอก เขาจะรู้ได้ยังไง” ฉันพูดพลางไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะปิดประตูลงแล้วลอบถอนหายใจ ก้าวถอยหลังกลับขึ้นไปยืนบนฟุตปาธแล้วก้มหัวให้คิราวะอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าโรงเรียน


ฉันพอจะสังเกตได้ว่าคิราวะเองก็อายุมากกว่าฉัน เพราะฉะนั้นฉันต้องให้เกียรติเขาเป็นเรื่องธรรมดา


หลังจากทำความเคารพคิราวะแล้ว ฉันก็เดินเข้าประตูรั้วโรงเรียนเงียบๆ มีเสียงถอนหายใจของตัวเองที่ดังเป็นระยะๆ ตามมาเป็นเพื่อน


ฉันเรียนโรงเรียนเล็กๆ และไม่ได้มีชื่อเสียงมากหรอก อย่างที่บอกว่าฉันเป็นเด็กกำพร้าและเคยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ว่าฉันเลือกจะออกจากบ้านเด็กกำพร้ามาเพราะต้องการทำงานเพื่อเรียนหนังสือ ซึ่งถึงแม้ว่าทางบ้านเด็กกำพร้าที่ฉันเคยอยู่เองก็จะมีโรงเรียนและส่งเสริมด้านการศึกษาอยู่แล้ว แต่นั่นไม่พอสำหรับฉัน


ทั้งเรื่องของสื่อการเรียนการสอน คุณครูที่มีอยู่แค่ไม่กี่คน ไหนจะยังเรื่องระบบทุนการศึกษาอีกล่ะ ทุกอย่างมีจำนวนจำกัด แต่เด็กกำพร้าในบ้านมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ดังนั้นฉันจึงทำเรื่องขออนุญาตออกจากบ้านมาก่อนเวลา เพราะโดยปกติเมื่อทุกคนอายุครบสิบแปดปีก็ต้องออกจากที่นั่นตามกฎอยู่แล้ว ซึ่งฉันทำเรื่องขอออกมาตั้งแต่อายุสิบสี่ นี่ก็เข้าปีที่ห้าแล้วที่ฉันย้ายออกมา แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังแวะเวียนกลับไปที่นั่นเสมอเมื่อมีโอกาส ทุกคนที่นั่นเปรียบเสมือนพี่น้องของฉัน สถานที่ที่ทำให้ฉันยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งฉันไม่มีวันลืม


“ไปเร็ว”


เสียงของใครสักคนดังขึ้นพร้อมกับลากเพื่อนของเธอให้รีบวิ่งตามไปติดๆ ซึ่งเมื่อสังเกตให้ดีๆ ฉันถึงได้รู้ว่าตอนนี้ทุกคนในโรงเรียนกำลังวิ่งตรงไปในทิศทางเดียวกันที่ดูเหมือนจะเป็นหอประชุม


มีเรื่องอะไรกันนะ!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว