ขอให้แหวกป่าอ้อยด้วยรอยยิ้มมุมปาก *.^

บทที่ 3 ดุเก่ง! | 50%

ชื่อตอน : บทที่ 3 ดุเก่ง! | 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ดุเก่ง! | 50%
แบบอักษร

3

ดุเก่ง**!**

เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สองมิรินทร์ก็เริ่มได้ทำงานที่ยากขึ้นไปอีกระดับ รวมถึงผูกขาดงานที่ต้องใช้แรงงานไว้ทั้งหมด เพราะไม่อยากให้คนท้องต้องลุกๆ นั่งๆ บ่อยครั้ง หญิงสาวจึงกลายร่างเป็นพนักงานเดินเอกสารที่ต้องลงไปประสานงานกับแผนกอื่นๆ ขึ้นลงระหว่างชั้นที่ 19 – 21 เป็นว่าเล่น ไปบ่อยสุดก็เห็นจะเป็นแผนกการเงิน ซึ่งเธอเริ่มคุ้นเคยและได้ฝากเนื้อฝากตัวไว้กับพี่ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ก็มีพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์สาวสองคนที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ชั้นสิบเก้า ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่ค่อยชอบหน้าเธอนัก ทักก็ไม่ตอบ ขอความช่วยเหลืออะไรก็ไม่ค่อยเต็มใจทำให้ เธองงมากว่าพี่แกไปกินรังแตนที่ไหนมา หน้าถึงได้ตึงเหมือนโดนผึ้งโดนแตนต่อย ไม่ค่อยเป็นมิตรราวกับเธอไปทำอะไรให้ทั้งคู่เจ็บแค้นตั้งแต่ชาติปางก่อน

วันนี้เป็นวันที่สามของสัปดาห์ คล้ายเช้านี้พี่ริศาจะมาสายกว่าปกติ มิรินทร์จึงนั่งทำงานที่ค้างไว้จากเมื่อวานต่อรอไปพลางๆ กระทั่งเห็นคนท้องเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมถุงกระดาษหลายใบก็รีบปรี่ไปช่วยถือ

“อะไรคะเนี่ย”

“เสื้อผ้าพี่เอง เอามาให้ม่านไง”

“หมดนี่เลยเหรอคะ” มิรินทร์อึ้ง เพิ่งคุยกันไปเมื่อวานเรื่องที่พี่ริศาอยากจะโละเสื้อผ้ามาให้เธอใส่ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วทันใจและมากมายถล่มทลายเบอร์นี้

“อื้อ! พี่อ้วนแล้ว เก็บไว้ก็ใส่ไม่ได้ ให้ม่านดีกว่า สวยๆ ทั้งนั้นเลยนะ นี่พี่เลือกมาแต่ตัวที่คิดว่าม่านน่าจะพอใส่ได้”

“โห...แพงๆ ทั้งนั้น พี่ริศาเก็บไว้ขายต่อไม่ดีกว่าเหรอคะ” มิรินทร์หยิบขึ้นมากางดูแล้วเกรงใจ แม้ไม่ใช่แบรนด์เนมเกรดบน แต่ก็เป็นแบรนด์ระดับกลางที่ราคาหลักพันทั้งนั้น

“น่า...เอาไปเถอะ ช่วยๆ พี่ใส่หน่อย พี่อยากเห็นม่านใส่” 

สาริศาเริ่มสังเกตเห็นว่ามิรินทร์มีชุดตัวเก่งอยู่ไม่เท่าไหร่ ดูได้จากเธอเริ่มใส่ซ้ำ และที่ใส่ประจำก็มักเป็นเชิ้ตสีอ่อนแมตช์กับกระโปรงสีเทา ไม่ก็สีครีม แต่ก็ไม่อยากบอกออกไปตรงๆ เพราะเกรงจะเป็นการเสียมารยาทและอาจทำให้อึดอัดกันได้ จึงใช้วิธีเอาเสื้อผ้ามาให้ ง่ายดี แถมได้เคลียร์พื้นที่ตู้เสื้อผ้าที่บ้านไว้รอรับของใหม่ที่สั่งออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว คุณสามีของเธอจะได้เลิกบ่นสักทีว่าเท่าที่มีนี่ใส่ไปถึงชาติหน้าก็ยังไม่หมด

“ขอบคุณนะคะ สัญญาว่าจะไม่เอาไปขายต่อ” มิรินทร์เอ่ยพร้อมยิ้มให้อย่างจริงใจ ก่อนจะยกไปวางแอบไว้ข้างตู้เอกสารด้านหลังเก้าอี้

“ใส่มาให้พี่ดูด้วยนะ แต่งหน้าแต่งตัวบ้างก็ได้นะเราน่ะ พื้นฐานก็ออกจะดี นี่อย่าบอกนะว่าแต่งหน้าไม่เป็น”

“เป็นค่ะ แต่ว่าไม่ค่อยถนัด กำลังหัดๆ อยู่ แค่เขียนคิ้วให้เท่ากันม่านก็ว่ายากแล้ว” 

คนฟังยิ้มเอ็นดู หรี่ตามองคิ้วสีอ่อนของมิรินทร์แล้ววาดทรงคร่าวๆ ในใจ “ไว้วันไหนว่างๆ เดี๋ยวพี่สอนให้ โครงหน้าอย่างม่านไม่ต้องแต่งอะไรเยอะหรอก”

มิรินทร์ยิ้มให้แทนคำตอบ ดีจังที่เธอได้รู้จักกับพี่ริศา ตั้งแต่ทำงานกันมาก็เริ่มคุ้นเคยและเลิกเกร็งไปสักพักแล้ว

แต่ที่ไม่คุ้นเคยและเกร็งหนักขึ้นทุกวันก็เห็นจะเป็นท่านประธานที่กำลังเดินออกมาจากลิฟต์ ออร่าความหล่อรวยจับทุกย่างก้าว

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” สาริศาทักทายเป็นประจำจนติดปากทุกเช้า เป็นเชิงหยอกเย้ามากกว่าจริงจังเป็นทางการ

ปลายฉัตรยิ้มให้เลขานุการสาว ก่อนพยักหน้าให้ผู้ช่วยเลขาฯ หนึ่งทีแบบไม่มีรอยยิ้ม แล้วผลักประตูเข้าห้องทำงานไป ทิ้งให้ใครบางคนหน้าม้านกลางอากาศ แค่ยิ้มให้เธอบ้างมันยากมากนักหรือไง!

กระทั่งช่วงสาย ระหว่างกำลังต่อสู้กับความง่วงสุดขีดเพื่อจะพิมพ์ร่างจดหมายให้เสร็จ มิรินทร์ก็โดนสะกิดให้ตื่นเต็มตาในทันที

“ม่าน!”

“คะ?”

“แอบหลับเหรอเรา”

“ปะ...เปล่านะคะ”

สาริศาหัวเราะ เห็นอยู่ว่าน้องกำลังฝืนตัวเองอย่างหนัก “ไหวไหมเนี่ย พี่จะให้เอาซองเอกสารนี่ลงไปให้เมสหน่อย เขารออยู่หน้าตึก คนนี้นะ” เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ พลางเปิดรูปเมสเซนเจอร์ของอีกบริษัทให้ดู

“อ๋อ...ค่ะ ได้ค่ะ” หญิงสาวรับคำเสียงหนักแน่น ได้ลุกเดินบ้างก็ดี นั่งนิ่งๆ แบบนี้เธอจะไปเซย์ไฮกับพระอินทร์หลายรอบละ คงเพราะเมื่อคืนฝืนทำงานจนดึกดื่น ตื่นมาเช้าวันนี้เลยค่อนข้างเพลีย

ไม่รอช้า เธอก็เริ่มภารกิจทันที ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์มือถือติดมือมาด้วย เพราะโดนใครบางคนบ่นไว้ ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะซื้อเคสที่มีสายห้อยคอด้วยซ้ำ แต่ก็กลัวเขาจะหาว่าประชดเลยไม่ทำ อีกอย่างเปลืองด้วย อันหนึ่งตั้งแพง!

หลังส่งต่อเอกสารให้พี่เมสเซนเจอร์เรียบร้อย พร้อมโดนแซวเล็กน้อยตามประสาคนหน้าตาดี มิรินทร์ก็หมุนตัวกลับเพื่อจะเดินเข้าตึกตามปกติ ทว่ามีภาพหนึ่งทำให้เธอต้องหยุดมองอย่างทึ่งๆ 

สตรีนางหนึ่งก้าวลงจากรถหรูคันสีดำขลับด้วยท่าทางประหนึ่งนางพญา นึกว่าแอนนา วินทัวร์ มาเอง อายุคงราวๆ สี่สิบต้นๆ แก่แต่ยังดูดี ผมบ๊อบเป็นสีน้ำตาลคาราเมลประกายบลอนด์ ไว้หน้าม้าอย่างเริด รับกับแว่นกันแดดสีดำทำให้ลุคดูเป็นเซเลบมาก อย่างที่พี่ริศาเคยบอกไว้ว่าแถวนี้คนรวยชุกชุม โซนถนนวิทยุนี่น่าจะเป็นย่านคนมีเงินเลยก็ว่าได้

มิรินทร์มองภาพนั้นจากมุมหนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไป เห็นหลังของผู้หญิงคนนั้นไวๆ กระทั่งผ่านช่องสแกนบัตรก็เห็นชัดเต็มตาว่าเธอกำลังรอขึ้นลิฟต์อยู่เช่นกัน นี่คงจะเป็นซีอีโอของบริษัทไหนสักบริษัทในตึกเดียวกัน ระหว่างนั้นพนักงานตัวน้อยจึงเลือกยืนคอยอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ แอบมองชุดเดรสเข้ารูปสีแดงมารูนคัตติงเนี้ยบอย่างเพลินตา ลุคดูคลาสซีมาก มีเงินอย่างเดียวคงแมตช์ออกมาไม่ได้แบบนี้ ต้องมีเทสต์ที่ดีด้วย

กระทั่งลิฟต์มา มิรินทร์ก็รอให้ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้าไปก่อน ทว่าคุณคนสวยแพงไม่ยอมเดินเข้าไปด้านใน ยังคงยืนค้างอยู่ตรงรอยต่อระหว่างช่องประตูลิฟต์กับพื้นอาคาร ทำท่าทางประหลาด เอื้อมแขนข้างที่หิ้วกระเป๋าหนังสีดำยันขอบประตูไว้ 

“เธอ...ช่วยที” ผู้หญิงคนนั้นหันมามองพร้อมขอความช่วยเหลือ

มิรินทร์มุ่นคิ้วแล้วมองสำรวจจึงได้รู้ว่ารองเท้าส้นสูงสีดำของเธอติดช่องแคบตรงซอกประตู ไม่รอช้า ผู้ช่วยเลขาฯ ก็พุ่งตัวเข้าไปในลิฟต์แล้วกดปุ่มหยุดฉุกเฉินทันที 

“พี่...เอ่อ...ขอโทษค่ะ...คุณถอดรองเท้าก่อนไหมคะ เดี๋ยวหนูดึงให้”

คนถูกเรียกว่า ‘พี่’ อารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย กำลังจะยื่นกระเป๋าราคาแพงระยับฝากไว้ให้ช่วยถือเพื่อจะก้มลงไปถอดรองเท้าได้ถนัด ทว่าแม่เด็กหน้าตาเรียบร้อยผลุบลงไปนั่งยองๆ แล้วช่วยประคองเท้าเธอไว้ ก่อนจะถอดออกให้โดยไม่รังเกียจ

“แพงไหมคะคุณ” มิรินทร์เงยหน้าขึ้นมาถามเจ้าของรองเท้าเป็นเชิงขออนุญาตระหว่างจับมันไว้ด้วยสองมือให้มั่น ยังไม่ทันได้คำตอบ เธอก็ดึงขึ้นสุดแรงที่มีจนแทบหงายหลังเมื่อมันหลุดออก มองปลายส้นสูงแหลมและพื้นรองเท้าสีแดงที่มีรอยขูดเล็กน้อยแล้วยิ้มเผล่ 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ที่บ้านมีอีกหลายคู่ ขอบใจมากนะ” คนรวยมากว่า ก่อนจะก้มลงสวมคริสเตียนลูบูแตงสูงเกือบห้านิ้วอีกข้างให้เรียบร้อย

“อ๋อ...ค่ะ” มิรินทร์พยักหน้า ไม่รวยจริงคงพูดไม่ได้เนอะ ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วจัดการกดปุ่มปลดล็อกประตูเมื่อครู่ให้ลิฟต์ทำงานตามปกติ หันไปถามอีกคนขณะกำลังกดชั้นที่ยี่สิบเอ็ด “คุณไปชั้นไหนคะ” 

คนถูกถามเหลือบมองปุ่มกดที่ผนัง ยิ้มมุมปากเล็กน้อย คงเพราะวางมือจากบริษัทไปนาน พนักงานใหม่จึงไม่รู้จัก “ไปชั้นเดียวกับน้องนั่นแหละ ทำงานที่นี่เหรอ”

คนถูกเรียกว่าน้องตากระตุก อย่าบอกนะว่านี่ก็เจ้านายเธออีกคน รีบจัดบัตรพนักงานที่ห้อยคอไว้ให้เข้าที่เข้าทาง พลางก้มหัวลงยกมือไหว้อย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณ”

สาวใหญ่หัวใจเปรี้ยวจี๊ดถอดแว่นดำออกแล้วยิ้มให้อ่อนๆ ขยับคอด้วยท่าทางเชิดๆ “คุณอะไรกัน เรียกพี่ก็ได้” ใจดีเป็นพิเศษเวลาได้ยินใครเรียกพี่ น้องคนนี้นี่มีน้ำใจแล้วยังตาถึงอีกต่างหาก เดี๋ยวท้ายปีจะพิจารณาโบนัสให้เป็นพิเศษ 

แต่ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมากก็มีคนอื่นๆ ทยอยเข้ามาในลิฟต์ซะก่อน ยืนคั่นกลางระหว่างทั้งคู่

มิรินทร์พรูลมหายใจ เกร็งขึ้นมาในทันใดเมื่อผู้หญิงเก๋ที่เธอช่วยไว้มีสิทธิ์เป็นเจ้านายระดับสูง ใครกัน แม่หรือป้าท่านประธาน แต่ไม่น่าใช่เพราะยังสาวยังสวยอยู่เลย เธอได้แต่คิดแล้วก็สงสัย หวังว่าคงไม่ใช่เมียหรอกนะ

จนกระทั่งลิฟต์เลื่อนมาถึงชั้นที่ต้องการ พนักงานมารยาทดีก็ส่งสัญญาณให้อีกคนก้าวออกไปก่อน ร่างเพรียวในชุดราคาแพงยิ้มอ่อนขอบคุณ ก่อนจะก้าวออกไปด้วยจังหวะมาดมั่นประหนึ่งอยู่บนรันเวย์ 

“สวัสดีค่ะคุณวดี” สาริศารีบลุกขึ้นทักทายทันทีที่เห็นว่าใครมา รอจนเธอเข้าไปในห้องท่านประธาน เลขานุการสาวก็รีบหันมาบอกมิรินทร์ที่เดินตามมาให้ไปเตรียมเครื่องดื่มสำหรับเสิร์ฟแขกคนสำคัญ พร้อมกำชับจริงจัง

“นี่คุณวดี คนนี้คนพิเศษของคุณฉัตร ต้องน้ำแร่เอเวียงจากเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศสเท่านั้นจ้ะ”

มิรินทร์ที่ยังตามไม่ทันพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะรีบเดินไปยังห้องเล็ก พึมพำระหว่างทาง “วังเวียงนี่อยู่ลาวไม่ใช่เหรอ” 

บ้า...เธอเล่นมุก ไม่ได้สะเหล่อขนาดนั้นซะหน่อย

หญิงสาวรีบหยิบขวดน้ำแร่แช่เย็นและเตรียมแก้วน้ำจัดวางบนถาด ก่อนประคองมาเสิร์ฟให้ ด้วยความรีบจึงลืมไปเลยว่าต้องเคาะประตู ร่างบางใช้ไหล่ดันประตูบานหนักเข้าไปเพราะมือไม่ว่าง

“ดีดี้...” 

เสียงหยอกอย่างอารมณ์ดีดังเข้ามาในโสตประสาทก่อน แล้วภาพที่เจ้านายหนุ่มกำลังกอดและออดอ้อนผู้หญิงคนนั้นก็ตามมา มิรินทร์ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ไม่รู้ว่าควรเอาร่างแข็งๆ ของตัวเองไปไว้ตรงส่วนไหนดี 

กระทั่งปลายฉัตรหันมาสบตา ก็คล้ายสติเธอจะกลับมาในวินาทีนั้น

“เอ่อ...นะ...น้ำค่ะ” เธอตะกุกตะกัก ไม่กล้ามองเต็มตา เกรงจะขัดจังหวะคนทั้งสอง 

ชายหนุ่มจึงพยักหน้าและชี้นำทางสายตาให้ไปวางไว้บนโต๊ะตรงโซฟา ก่อนจะผละออกจากร่างเพรียวสมส่วนของเธอคนนั้น กระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่าง 

มิรินทร์รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินขึ้นมาในวินาทีนั้น เธอรีบวางแล้วรีบออกไป ไม่กล้าเงยหน้ามองอะไรเพิ่มทั้งนั้น คนรักกัน 2018 เนอะ อายุคงเป็นแค่ตัวเลข ช่องว่างระหว่างวัยคงไม่ใช่อุปสรรค ก็สวยบาดใจขนาดนั้น สเปกเขาเป็นแบบนี้เองเหรอ เธอเพิ่งรู้ แถมเจ๊ยังใส่ชุดสีแดงที่เขาชอบมาขนาดนี้ เชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกระโปรงสีครีมของเธอดูจืดสนิทไปเลยทันที

ครั้นกลับออกมานั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเอง มิรินทร์ก็เผลอยกมือขึ้นลูบอกข้างซ้ายเบาๆ นี่เธอคงไม่ได้ชอบเขาใช่ไหม ทำไมใจมันโหวงๆ ชอบกล เหมือนคนอกหักแบบจางๆ 

แล้วคนที่ช้ำในจนอยากได้น้ำใบบัวบกมาจิบก็นั่งพิมพ์งานต่อไปเงียบๆ ไม่รู้เธอกล้าเอาสมองส่วนไหนไปแอบชอบเขา ไม่ได้ดูเบ้าหน้าและเงินในบัญชีตัวเองเลยสักนิด เขากับเธอมันคนละชั้นกันชัดๆ ถึงจะทำงานบนชั้นเดียวกันก็เถอะ 




----------------------

เอ้า!!! ดีดี้นี่มาจากดาวไหนอะ

ฮูอิสชีคะซิส?


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว