ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...60%

ชื่อตอน : EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...60%

คำค้น : Blackscorpion,มาเฟียคลั่งรัก,โอยามะ,ฮานะ,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2561 07:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...60%
แบบอักษร

EP 02

จุดจบของความสิ้นหวัง Loading...60%


ฉันกำลังจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ของฉันแล้ว


ฟึ่บ!


แล้วฉันก็ตัดสินใจจะก้าวต่อไป จะช้าจะเร็วยังไงฉันก็ต้องตายอยู่ดี และคงไม่ต้องรอให้โอยามะลงมือหรอก ฉันจะไม่ยอมให้เขาลากฉันกลับไปเป็นสินค้าเด็ดขาด ฉันไม่อยากตกนรกทั้งเป็นแบบนั้น


จ๋อม~


ก้าวแรกที่เท้าได้สัมผัสกับน้ำเย็นเฉียบทำเอาฉันสั่นสะท้าน สองมือซุกลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวโตของโอยามะที่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ฉันไม่หนาวตายไปตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน


เมื่อก้าวแรกผ่านไปได้ด้วยดี ฉันก็ค่อยๆ ก้าวต่อไปเรื่อยๆ จนระดับน้ำจากตาตุ่มค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นมาถึงหน้าแข้ง หัวเข่า ต้นขา เอว จนกระทั่งถึงหน้าอก


“ฮานะ!”


เสียงของใครสักคนตะโกนเรียกชื่อฉันดังมาจากด้านหลังทำให้ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้คิดจะหันหลังเดินย้อนกลับไป ฉันเดินมาไกลเกินกว่าจะถอย และที่สำคัญ ข้างหลัง...ไม่มีพื้นที่สำหรับฉันอีกแล้ว


ไม่มีที่ให้ฉันยืน ไม่มีใครสักคนต้องการฉัน ไม่มีเลย...


“ฮานะ กลับมานะ!”


เสียงตะโกนเหมือนจะดังขึ้น แต่เพียงไม่นานมันก็ถูกสายลมพัดให้เลือนหายไป


“ฮานะ!”


ฟึ่บ!


“ทำบ้าอะไรของเธอ!” ต้นแขนของฉันถูกกระชากทำให้ฉันหันหลังกลับมา สายตาของคนที่วิ่งตามลงมามองฉันด้วยความกรุ่นโกรธพร้อมกับตะคอกถามฉันเสียงดัง


“ปล่อยฮานะนะ!”


“หยุดบ้าสักที เธอกำลังทำให้คนอื่นเขาแตกตื่น ไม่รู้รึไง!” พี่ยูตะตะคอกบอก เขาพยายามจะเตือนสติด้วยการเขย่าตัวฉันจนฉันรู้สึกมึนหัวไปหมด มิหนำซ้ำพอได้มองไปรอบๆ ฉันถึงได้รู้ว่าทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังมองฉันด้วยแววตาตื่นตกใจจริงๆ


ขนาดอยากตาย ฉันยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนเลย…


“กลับขึ้นไปคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้” พี่ยูตะกำชับเสียงเข้มก่อนจะกระชากฉันให้เดินตามเขากลับขึ้นมา สมองของฉันเบลอไปหมด ไม่ทันได้ขัดขืนหรือแม้แต่ทบทวนทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นให้ดีด้วยซ้ำ


“คิดจะทำบ้าอะไรของเธอฮานะ!” ยูริแผดเสียงใส่ฉันดังลั่นเมื่อพี่ยูตะลากฉันกลับขึ้นมาถึงฝั่งริมแม่น้ำซึ่งเธอรออยู่


ฟุ่บ!


แล้วอยู่ๆ ร่างกายที่กำลังสั่นไปหมดของฉันก็ถูกยูริสวมกอดเอาไว้


“ฉันขอโทษ แต่อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะฮานะ”


“ธะ...เธอ ว่ายังไงนะยูริ” ฉันรีบถามย้ำเมื่อไม่เข้าใจสักนิดว่ายูริต้องการอะไร เมื่อกี้นี้เธอเป็นคนไล่ฉันมา แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายพูดว่าขอโทษงั้นเหรอ


“ฉันบอกว่าฉันขอโทษ เมื่อกี้นี้ฉันแค่กลัวมากไปหน่อยก็เลยทำอะไรไม่ทันคิด ไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอคิดสั้น เรากลับบ้านกันนะฮานะ ฉันจะพาเธอกลับบ้านเอง” ยูริพยายามบอก เธอดันไหล่ของฉันออกช้าๆ พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ ซึ่งฉันเห็นรอยยิ้มของเธอไม่ชัดนักเพราะสองตายังคงพร่าเบลอจากม่านน้ำตา แต่ก็คิดว่านั่นคือรอยยิ้มที่เธอน่าจะตั้งใจยิ้มออกมาให้ฉันจริงๆ


“ฉัน...”


“ฉันขอโทษ พี่ยูตะดุฉันแล้ว ฉันสำนึกแล้ว ฉันขอโทษนะที่ทำไม่ดีกับเธอ เธออย่าโกรธฉันเลยนะฮานะ”


“ฉันจะโกรธเธอได้ยังไง” ฉันพูดพลางสะอื้น ยูริยิ้มกว้างก่อนจะกระชับมือของเธอที่กุมมือของฉันเอาไว้ให้แน่นขึ้นจนฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอ


“รีบไปเถอะ” เสียงของพี่ยูตะ พี่ชายแท้ๆ ของยูริทำให้ฉันต้องรีบหันไปมอง ซึ่งสายตาของเขาก็ยังคงมองมาที่ฉันอย่างรู้สึกไม่ชอบใจนักอยู่ดี


“เรารีบไปกันเถอะฮานะ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันกับพี่ยูตะจะช่วยเธอเอง” ยูริย้ำกับฉันอย่างนั้นก่อนจะจูงมือฉันเดินตามพี่ยูตะไปที่รถ


ระหว่างทางที่เดินย้อนกลับมาที่รถ ยูริจับมือฉันเอาไว้แน่น และจนกระทั่งถึงตอนขึ้นรถ เธอก็ยังคอยเปิดประตูให้ฉัน


“ขอบใจนะ”


“ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกันนี่” ยูริบอกแล้วยิ้มจนตาหยี คำว่าเพื่อนที่เธอพูดออกมาทำให้ฉันสะอื้นขึ้นมาอีกรอบ


“รีบไปกันได้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาจะมัวมาซาบซึ้ง” เสียงดุๆ จากคนด้านหน้าทำให้ยูริปล่อยมือฉันออกก่อนที่เธอจะปิดประตูลงแล้วเดินไปขึ้นรถทางด้านหน้า


จริงสินะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมัวมาซาบซึ้งใจหรือนั่งร้องไห้ เพราะถ้าคนของโอยามะมาเห็นฉันตอนนี้ ทั้งพี่ยูตะและยูริอาจจะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยก็ได้


“จริงๆ พี่ยูตะกับยูริไม่จำเป็นต้องช่วยฮานะก็ได้”


“ไม่ได้!” ยูริหันมาเอ็ดฉันเสียงดัง “เราเป็นเพื่อนกัน จะทิ้งให้เธอเดือดร้อนอยู่คนเดียวได้ยังไง อีกอย่างเรื่องทั้งหมดมันเป็นความคิดของฉันเอง เพราะฉะนั้นฉันต้องมีส่วนรับผิดชอบ”


“แต่ว่า...”


“ไม่แต่อะไรทั้งนั้น เมื่อกี้นี้ฉันแค่ตกใจกลัวมากไปหน่อยก็เลยทำไม่ดีกับเธอ เธอยังโกรธฉันอยู่เหรอฮานะ”


“เปล่าๆ ฉันเข้าใจ เพราะฉันเองก็กลัวมากเหมือนกัน” ฉันสารภาพอย่างไม่อาย สายตาเหลือบมองไปที่พี่ยูตะที่ยังคงขับรถต่อไปเงียบๆ ฉันรู้ว่าเขาได้ยินทุกอย่าง และก็เข้าใจดีว่าฉันกับยูริกำลังคุยกันเรื่องอะไร เพราะเขาเองก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก


“งั้นก็เชื่อฉันนะ ฉันกับพี่ยูตะจะพาเธอไปซ่อนเอง แต่ก่อนอื่นเราต้องไปเก็บเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ที่จำเป็นก่อน เดี๋ยวพี่ยูตะจะไปส่ง”


“อืม” ฉันตอบตกลงอย่างไม่มีทางเลือก ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วมองออกไปด้านนอกระหว่างที่พี่ยูตะกำลังขับรถพาฉันกลับไปที่หอพัก


ฉันพักอยู่ที่หอพักหญิงใกล้ๆ กับโรงเรียนน่ะ จะได้ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนเรื่องค่าเทอมก็ได้ทุนจากโรงเรียนซึ่งฉันมีหน้าที่แค่รักษาระดับของผลการเรียนเอาไว้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด นอกจากนั้นฉันก็ยังทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานที่ร้านขายไก่ทอดใกล้ๆ กันกับหอพักในช่วงวันหยุดด้วย


“ฮานะ”


บ้าจริง ในสถานการณ์แบบนี้ฉันเผลอหลับไปได้ยังไงนะ


“ถึงแล้วเหรอ”


“อืม เดี๋ยวเธออ้อมไปทางด้านหลังนะ ฉันกับพี่ยูตะจะรอที่รถ นี่โทรศัพท์ฉัน ถ้ามีอะไรให้รีบโทรมา หรือถ้าฉันเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ฉันก็จะรีบโทรไปบอก” ยูริย้ำพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้ฉัน ซึ่งฉันก็รับเอาไว้อย่างไม่อิดออด รู้สึกขอบคุณที่เธอยื่นมือเข้ามาช่วย แถมยังคิดอะไรรอบคอบกว่าฉันซะอีก


“เดี๋ยว!” พี่ยูตะเรียกฉันเอาไว้เมื่อฉันหันกลับมาเปิดประตูรถ


พี่ยูตะจอดรถที่ด้านหลังหอพักตรงบริเวณที่ค่อนข้างมืด เพราะตอนนี้เราไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครๆ ยิ่งถ้าโชคร้ายมีคนของโอยามะมาเห็นเข้าเรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่


“มีอะไรเหรอคะพี่ยูตะ”


“เอามาเฉพาะของที่จำเป็น แล้วก็เร็วที่สุดด้วย” พี่ยูตะย้ำเสียงเรียบ ฉันพยักหน้าเบาๆ เพราะเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงอะไร


หัวใจของฉันเต้นตึกๆ เหมือนเมื่อตอนที่แอบย่องขึ้นไปที่คอนโดของโอยามะไม่มีผิด สายตามองสอดส่องไปรอบๆ เพื่อระมัดระวังตัวเอง ในมือกำโทรศัพท์แน่นเพราะกลัวว่าจะเผลอทำมันหลุดมือ


ฟุ่บ!


“บ้าจริง ทำไมถึงได้มารวดเร็วแบบนี้ล่ะ!” ฉันรำพึงรำพันกับตัวเองหลังจากที่พาตัวเองถอยหลังกลับมายืนหลบอยู่ในตรอกแคบๆ ก่อนถึงทางเข้าหอพักทางด้านหลัง


เมื่อกี้นี้เหมือนฉันจะเห็นผู้ชายสองคนมีท่าทีแปลกๆ เดินไปเดินมาอยู่ด้านใน แม้จะไม่แน่ใจนักว่าสองคนที่เห็นจะใช่คนของโอยามะหรือเปล่า แต่เท่าที่ดูจากเสื้อผ้า แว่นดำ รวมถึงบุคลิกที่ดูสง่าผ่าเผยแบบนั้นไม่มีทางใช่ยามประจำหอพักแน่ๆ

ฉันพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ แล้วชะโงกหน้าออกไปแอบมองให้แน่ใจอีกครั้ง ซึ่งเมื่อพบว่าผู้ชายสองคนที่เห็นเมื่อครู่ยังยืนอยู่ที่เดิมเหมือนกำลังรอใครสักคน ฉันก็ยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมากดโทรหาพี่ยูตะทันที


โทรศัพท์ในมือของฉันคือโทรศัพท์ของยูริ เพราะฉะนั้นถ้าฉันจะโทรส่งข่าวให้สองคนที่กำลังรอฉันอยู่รู้ ฉันก็ต้องโทรหาพี่ยูตะนั่นแหละ


“ฮัลโหลพี่ยูตะ” ฉันรีบกรอกเสียงลงไปเมื่อพี่ยูตะกดรับแทบจะในทันที เพราะว่าเขาเองก็คงกำลังลุ้นและรออยู่เหมือนกัน


[มีอะไร หรือว่าเจอคนของโอยามะแล้ว]


“ไม่แน่ใจค่ะ แต่มีผู้ชายท่าทางแปลกๆ สองคนยืนแถวๆ หอพักทางด้านหลัง ฮานะไม่รู้ว่าใช่คนของโอยามะรึเปล่า”


[พวกมันเห็นเธอรึยัง]


“ยังค่ะ ฮานะเห็นพวกมันก่อน ก็เลยหลบอยู่ ยังไม่ได้เดินออกไปค่ะ”


[ตอนนี้อยู่ตรงไหน] พี่ยูตะถามเสียงเข้ม และฉันรู้สึกได้ว่าเขากำลังกังวล


“อยู่ตรงตรอกใกล้ๆ กับประตูทางเข้าหอพักทางด้านหลังค่ะ”


[อยู่ตรงนั้นก่อน อย่าเพิ่งออกมาจนกว่าฉันจะโทรกลับไป ฉันจะขับรถวนไปดูด้านหน้า แล้วจะโทรบอก]


“ได้ค่ะ” ฉันรับปากอย่างรวดเร็วก่อนจะกดวางสาย แต่ยังคงกำโทรศัพท์เอาไว้ในมือแน่นเพราะไม่อยากพลาดการติดต่อ


หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นระส่ำ เมื่อไหร่นะที่ฝันร้ายในคืนนี้จะผ่านไปสักที


ฟุ่บ!


ฉันค่อยๆ หย่อนตัวเองนั่งลงกับพื้นด้วยความรู้สึกอ่อนแรง ใช้ความมืดเพื่อซ่อนตัวเองอยู่ตรงนั้นอย่างไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เรื่องราวบ้าๆ นี่จะสิ้นสุด


ยิ่งเงียบฉันก็ยิ่งได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน พยายามแล้วที่จะหายใจให้เบาที่สุด แต่วินาทีนี้การบังคับหรือควบคุมความกลัวที่อยู่ลึกสุดของก้นบึ้งหัวใจกลับทำได้ยากเต็มที เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่เกือบถูกโอยามะพรากลมหายใจซึ่งเป็นสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับชีวิตไป ก็เหมือนกับว่าร่างกายของฉันมันจะไม่เชื่อฟังฉันอีกแล้ว


เขาปลุกทุกความกลัวในจิตใจของฉันขึ้นมา และยากที่ฉันจะสั่งให้มันหลับใหลได้เหมือนเดิม


เวลาผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ฉันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพี่ยูตะหรือว่ายูริ ความร้อนใจเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เพราะกลัวว่าพวกเขาจะเป็นอันตราย


หรือว่าคนของโอยามะจะจับพี่ยูตะกับยูริไปนะ!


สมองตั้งคำถามขึ้นมาทันที และคำถามนั้นก็เริ่มทำให้ฉันรู้สึกกังวลจนต้องพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นหน้าออกไปมองหาผู้ชายสองคนนั้น แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นความว่างเปล่า


ผู้ชายสองคนนั้นหายไปแล้ว!


ทันทีที่รู้ว่าเหตุการณ์ไม่ปกติฉันก็รีบติดต่อพี่ยูตะอีกครั้ง แต่รอสายอยู่นานก็ยังไม่มีคนกดรับสักที สุดท้ายฉันจึงตัดสินใจจะเดินย้อนกลับไปที่รถ แต่ทว่า...


“ฉันคิดว่าเธอจะนอนในนั้นซะอีก”


“พวกนาย!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว