Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บททดสอบ...ที่หนึ่ง

ชื่อตอน : บททดสอบ...ที่หนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.1k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2561 03:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บททดสอบ...ที่หนึ่ง
แบบอักษร

ที่บ้านของพิณเพลง

“โอเคแล้วเจอกันนะคะ”พิณแพรยิ้ม กดวางสายหันมาให้ความสนใจอาหารบนโต๊ะต่อ

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวลูกสาวพ่อ อะไรทำให้ยิ้มได้หน้าบานขนาดนี้ หื้มม...”คุณสรยุทธทักทายลูกสาว ดึงเก้าอี้นั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยความสบายใจ

“พี่เบสจะถึงสนามบินสี่ทุ่มค่ะ เพลงอาสาออกไปรับ”พูดจบก็คีบชิ้นผักเข้าปาก ...ผักช่างสดกรุบกรับอะไรอย่างนี้

“ขับรถไหวหรอลูก ดึกนาสี่ทุ่มเนี่ย”คุณสรยุทธพูดด้วยความเป็นห่วง

“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ...รถคงไม่ติดมากถนนน่าจะเริ่มโล่งๆล่ะค่ะ”พิณแพรพูด ก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ตัวเอง

“พ่ออยากขอบใจตาเบสจริงๆนะ ถ้าไม่ได้ตาเบสช่วยเจรจากับลูกค้าให้เราล่ะก็ ไม่รู้เราจะถูกโจมตีไปถึงเมื่อไหร่ พ่อยอมรับในตัวเค้าจริงๆ”คุณสรยุทธออกปากชื่นชมยกใหญ่

“พี่เบสเค้า...เก่งค่ะ”พิณแพรยิ้มให้พ่อของเธอ

“ถ้าได้คนแบบนี้มาช่วยบริหารงานสิ ถึงจะดีจริง ไว้ใจได้...แล้วเค้าก็ช่วยงานพ่อได้เยอะมาก”พิณแพรพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“พ่อไม่เคยเสียใจสักครั้งที่ลูกตัดสินใจเรื่องกฤษ ตอนนี้ลูกโอเครึยัง?”

“เพลงโอเคแล้วล่ะค่ะ”

“ดีแล้วล่ะลูก...พ่อเชื่อนะ วันนึงลูกจะได้เจอคนที่ดีและรักลูกอย่างจริงใจ เงินที่เสียไปลูกก็คิดซะว่าซื้อใจคนเลวๆไว้ ซื้อมาแล้วลูกก็เอามันโยนทิ้งไปก็แล้วกัน..แล้วก็แล้วไปนะ”เค้าเอ่ย มองตาลูกสาว...อย่างให้กำลังใจ

“ขอบคุณค่ะพ่อ”

“....”คุณสรยุทธไม่พูดอะไรต่อ เลือกตักกับข้าวมาใส่จาน

“...เอ่อพ่อคะ”

“หึ้ม..ว่าไง?”คุณสรยุทธที่กำลังยื่นมือไปตักกับข้าว เอ่ยถามขึ้น

“พี่เบสเค้า...”

“เค้าทำไม?”

“พี่เบสกับเพลง...เราตัดสินใจคบกันค่ะพ่อ”ไม่มีอะไรที่เธอต้องปิดบัง

“นี่! จริงหรอลูก...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หืมม....”

“ก่อนเพลงกลับมานี่เองค่ะ”เธอบอกพ่อของเธอ

“ฮ่าๆ ถ้าลูกโอเค พ่อถือว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับพ่อนะ เชื่อมั้ยว่าลูกตัดสินใจไม่ผิด”

“....”เธอยิ้มไม่หุบ รู้สึกโล่งใจที่ได้บอกกับพ่อเธอออกไปได้ การที่มีผู้ใหญ่คอยรับรู้มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเธอ

“พ่อรู้ว่าเค้าชอบลูกมาก แล้วเค้าก็ดีมากด้วย ในสายตาพ่อนะ..”คุณสรยุทธบอกความในใจให้ลูกสาวฟัง

“ลูกเองก็ชอบเค้าด้วยใช่มั้ย”คุณสรยุทธถาม พิณแพรสบตากับคนเป็นพ่อ....แล้วยิ้ม

“ชอบเค้าที่สุดค่ะ”

“ฮ่าๆๆ เออๆ ให้มันได้งี้สิ....นะ”คุณสรยุทธยิ้มให้ลูกสาว

“มีไรจะบอกพ่ออีกมั้ย”เค้าถาม เธอส่ายหน้า...

“ไม่ค่ะ”

“เรื่องอื่น พ่อไม่ห่วงลูกหรอกนะ พ่อคิดว่าลูกดูแลตัวเองได้..ดี”

“....”

“ไว้...ว่างๆลูกก็พา ว่าที่ลูกเขยคนนี้มาแนะนำตัวกับพ่อบ้างแล้วกัน...นะ”เค้าเอ่ยยิ้มๆ

“ค่ะพ่อ...”

........................................

บดินทร์กลับจากสิงคโปร์ได้ไม่นาน บ้านที่เค้าปลูกไว้นานแรมปีก็เสร็จเรียบร้อย แม่เค้าจึงทวงถามเรื่องนี้ขึ้น

ร้านอาหาร...

‘ใกล้จะถึงวันแล้ว...อย่าลืมนะเบส ยายสั่งนักสั่งหนาย้ำนักย้ำหนาให้บอกกับเบสเรื่องนี้’เสียงแม่เล็ดลอดแว่วๆจนพิณแพรได้ยิน แอบเผลอมองเบาๆ

“คร้าบบบบบ ผมรู้แล้วน่า ไม่ลืมง่ายๆหรอกฮะ”เค้าพูดจบ เค้าก็หันไปมองพิณแพรที่นั่งดูเมนูอยู่ข้างๆ

‘กินข้าวรึยังลูก’

“กำลังสั่งฮะ”

‘กินอะไรก็ระวังๆหน่อยนะลูก แล้วเจอกันนะลูกรัก’

“ครับแม่ รักแม่นะ”เค้าวางสาย

“คุณแม่ว่าไงบ้างคะ”เธอเงยหน้าขึ้นถาม หลังได้ยินเค้าคุยจบ

“เรื่องทำบุญขึ้นบ้านใหม่น่ะ”พิณแพรพยักหน้ารับรู้

“ไปกับพี่นะ”เธอมองหน้าเค้า เกิดคำถามในใจ...

“จะพาไปดูบ้าน”เค้ากระซิบบอก พิณแพรยิ่งอึ้ง หน้าแดงเรื่อไม่หยุด...

“ทำไม ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ”

“พี่เบสอย่าอำ”

“อำอะไร ก็ไปบ้านพี่ ไปพักผ่อนไง...นะ พี่อยากจะพาเพลงไปหาแม่กับยายด้วย”

“ขอเพลงดูตารางงานก่อน ไม่รู้วันนั้นจะว่างรึเปล่า”

...........................

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...

พิษณุโลก

เค้าใช้เวลานานราวห้าชั่วโมง ขับบีเอ็มฯจากเมืองหลวงมาถึงที่นี่... คันงามค่อยๆเลี้ยวเข้ามาจอดภายในบริเวณพื้นที่กว้าง บ้านไม้สักทั้งหลังขนาดไม่ได้ใหญ่โตนัก ถัดไปหน่อยเป็นบ้านทรงกล่องโมเดิร์นสองชั้นทันสมัย...เจ้าของตั้งใจใช้กระจกเป็นองค์ประกอบหลัก อยากให้เน้นดูโปร่งน่าอยู่สบายตา ข้างๆตัวบ้านก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัวเก๋ไก๋

แต่ทำไมดู...คนเยอะจัง

เค้าอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ...

“ถึงแล้ว...”

“ขอบคุณค่ะ”

“เหนื่อยมั้ย”เค้าลูบผมเธอเบาๆ พิณแพรส่ายหน้า

“ไม่เลยค่ะ...พี่เบสต่างหากที่เหนื่อย ขับรถตั้งหลายชั่วโมง เพลงบอกพี่เบสแล้วเรานั่งเครื่องมาก็ได้ เพลงไม่ได้อยากให้พี่เบสเหนื่อยเลยเน้อ.”เธออยากเอาใจเค้าบ้าง

“พูดแบบนี้..พี่ยิ่งกว่าหายเหนื่อยอีก”บดินทร์กำลังจะหอมแก้มเธอ ที่ยืนเขินหน้าแดงอยู่ตรงนั้น

“ตาเบส!”เสียงของหญิงคนวัยกลางคนทำเอาทั้งคู่ขวัญกระเจิง หันหน้าไปมองตามเสียงร้องเรียกนั่น....

“แม่ โหนึกว่าใครเรียกซะอีก หวัดดีครับคิดถึงมากกกกกกกกกกกกก กไก่ล้านตัว”บดินทร์ผละจากสาวร่างอวบหน้าสวย เข้าสวมกอดหญิงวัยกลางคนทันที จูบซ้ายจูบขวาๆสลับข้างไปมา คำพูดเล่นหยอกเอินของแฟนหนุ่ม ทำเอาพิณแพรที่ยืนมองยิ้มชอบใจ เค้าไม่ใช่แค่น่ารักกับทุกคนที่เธอรู้จัก เค้าน่ารักกับแม่ของเค้า....มากๆด้วยเช่นกัน

“พอแล้วๆๆตาเบส โตแล้วนะทำเป็นเด็กๆไปได้ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ยายเล่นงานลูกตายแน่”แม่นิลมณีว่าแบบนั้น

“มาสิครับคิดถึงแม่กับยายจะตาย”เค้ากอดแล้วกอดอีก

“ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่มัวแต่หลง...สาวๆจนลืมบ้านลืมช่อง”แม่นิลปรายตามองสาวอวบ ก่อนจะทำค้อนใส่ลูกชาย หากแต่ไม่ได้โกรธจริงจังอะไรนัก...ก็นะตามประสา หากคุณนิลมณีรู้ดีว่ามีบุคคลที่สามยืนอยู่ จึงหันไปมองตามเสียงลูกชายของเธอ

“โอ๊ะ...ขอแนะนำนะครับ นี่คุณเพลงเป็น....เจ้านายของผม”พิณแพรรีบยกมือไหว้ของไทยตามประเพณีดีงาม

“หวัดดีจ่ะ ไหว้พระเถอะ”คุณนิลมณีรับไหว้...ยิ้มอ่อนๆให้

“พอดีช่วงนี้เราทำงานเครียดๆด้วยกันบ่อยฮะ ผมเลยอาสาพาคุณเพลงมาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่บ้านเราด้วย แม่ไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”เค้าหันไปถามคนเป็นแม่ อดจะกอดเอาอกเอาใจเป็นการใหญ่เสียมิได้ คุณมณีนิลตีเข้าที่แขนชายหนุ่มไปทีนึง

“จะไปว่าอะไรได้ล่ะ มาตั้งไกลถึงขนาดนี้แล้ว...ลูกน่าจะบอกแม่ล่วงหน้าสิว่าจะพาเพื่อนมาพัก แม่จะได้เตรียมห้องหับไว้รอท่า นี่ดูสิไม่ได้เตรียมไว้รอเลย”ค้อนให้ลูกชายวงใหญ่

“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เพลงยังไงก็ได้ อีกอย่างดูคุณแม่ก็ยุ่งมาก”พิณแพรไปทางด้านหลัง คนพวกนี้คงเป็นรู้จักหลายคนที่มาช่วยเตรียมงานบุญพรุ่งนี้แน่ๆ

“ไม่ได้หรอกจ่ะหนู บ้านเราค่อนข้างถือ”คุณนิลมณีให้เหตุผลสุดสั้น จนพิณแพรรู้สึกได้ พิณแพรได้แต่ยิ้มตอบอย่างนอบน้อม

“เข้าบ้านเถอะ ตาเบสไปหายายก่อนนะเสร็จแล้วก็ไปดูบ้านโน้นซะหน่อย ไปดูซิว่าบ้านตัวเองเป็นไงบ้าง ไม่ใช่ทำๆแล้วไม่มีใครมาอยู่ แม่กับยายนอนไม่ไหวหรอกนะตั้งสองหลังขนาดเนี่ย”คุณนิลมณีกล่าว ชายหนุ่มกอดเอวหญิงที่รักที่สุดเดินนำดุ่ยๆเข้ามาในบ้าน

“โธ่แม่ก็ ก็งี้ไงจันนอนบ้านนั้นวันนึง อีกวันก็นอนอีกบ้านนึง สลับนอนกับยายสองคน”เค้าบอก

“ไม่เอาๆ แม่ไม่บ้าจี้นอนตามที่ลูกบอกเด็ดขาด”เค้าหัวเราะร่วนกับความคิดของเป็นแม่ ไม่วายหันมาแอบจับมือแฟนสาวเพื่อให้เธอหายเกร็ง เดินผ่านผู้คนมาหน้าหลายตาคุณนิลมณีและบดินทร์หยุดทักทายตามประสาคนรู้จัก พิณแพรก็ได้แต่ยิ้มให้ ใครเป็นใครบ้างก็ไม่รู้ เพราะแม่ของเค้าก็ไม่ได้แนะนำให้เธอได้รู้จักกับใครเลย...

บ้านไม้สักที่ถูกเช็ดถูดูแลรักษาให้มันเงาอยู่เสมอ ทำเอาพิณแพรที่เพิ่งถอดรองเท้า เดินแทบจะเหมือนย่องเบาไปเลยก็ว่าได้ เธอเห็นว่าคนรักและคุณนิลมณีกำลังเดินผ่านทะลุไปหลังครัว หญิงสูงวัยคนนึงกำลังสั่งการวุ่นวายอยู่เป็นการใหญ่

“คุณยายพี่เบสใช่มั้ย”เธอเดินเข้าไปติดหลังเค้า กระซิบถามเบาๆ

“ใช่”

“อายุเท่าไหร่คะ?!”เค้าเลิกคิ้ว มองเธอด้วยความสงสัย

“เจ็ดสิบเอ็ดมีอะไรรึเปล่า?”เธอส่ายหน้า

“เปล่า แค่รู้สึกว่ายายพี่เบสยังแข็งแรงมากกกกอ่ะ เดินคล่องปรื้ออ”

“ฮ่าๆนี่ล่ะ...ยายพี่”เค้าตอบอย่างอารมณ์ดี เสียงเรียกของลูกสาวทำเอายายพลอยจันทร์ต้องหัน

“แม่! ดูสิคะว่าใครมา” บดินทร์เดินเข้าไปหาทันที

“ไอ้เจ้าเบส ไอ้เจ้าเบสของยาย โหยายคิดถึงแกมากเล๊ยยยยยย เป็นหนุ่มใหญ่หล่อกว่าเดิมอีก ขวัญเอ่ยขวัญมานะลูกนะ กลับมาบ้านเรากลับมาหายายซะทีนะห๊ะ...ไอ้พ่อหลานตัวดี”ยายพลอยจันทร์จัดชุดใหญ่

“ครับยาย เบสกลับมาหายายแล้วนะ คิดถึงยายที่สุดเลยฮะ”ภาพโผกอดของหญิงผมขาวกับหลานชายสุดที่รัก ทำเอาคุณนิลมณีถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เเอบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นไม่ให้ใครเห็น

ยายหลานผละอ้อมกอดออกจากกัน...

“ยายนึกอยู่ว่าบ้านใหม่ของแกมันจะกลายเป็นที่สร้างรังของหนูไปซะแล้ว อีกหน่อยทำความสะอาดไม่ไหว กลายเป็นบ้านร้างไม่มีใครอยู่ ยายกับแม่แกก็จะประกาศขาย ขายทางอะไรนะไอ้นงไอ้เนตโชทงโทเชียวอะไรนั่นน่ะ”ยายกล่าวเบาๆ

“ฮ่าๆ โซเซียลครับยาย เค้าเรียกว่าประกาศขายทางอินเตอร์เนตต่างหากเล่า”

“นั่นแหละๆ ก็หนูปูนเค้าเคยบอกยายไว้ ตอนแกทำบ้านใหม่ๆน่ะ”

“จะขายทำไมล่ะครับ ผมยังไม่ได้นอนบ้านผมสักคืนเลย”

“เออๆจริงของแกนะ เออ..แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ”สายตาดั่งพญาเหยี่ยว เห็นร่างอวบเพียงเศษเสี้ยวแอบอยู่ด้านหลัง ยายของเค้าก็ยังอดเอ่ยถามไม่ได้ บดินทร์หลีกให้พิณแพรออกมาโชว์ให้ยายเค้าเห็นเร็วไว พิณแพรยกมือไหว้....ยิ้มให้หญิงสูงวัยด้วยใจจริง

“สวัสดีค่ะคุณยาย”

“เออๆ ไหว้พระเถอะนังหนู”คุณพลอยจันทร์พนักหน้ารับ

“เจ้านายตาเบสน่ะค่ะแม่ ชื่อหนูเพลง”คุณนิลมณีออกตัวล้อฟรี ยายจันทร์หันไปมองลูกสาวหน้านิ่ง หันกลับมามองหลานชายด้วยใบหน้ายิ้มแจ่มใส แต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดต่อได้แต่พยักหน้าเข้าใจ

“มาเหนื่อยๆกินน้ำกินท่ามาหรือยังล่ะ เอ้า! แม่นิลไปเอาน้ำฝนเย็นๆมาเลี้ยงแฟนเจ้าเบสทีซิ เอ้านั่งๆๆ”ยายพลอยจันทร์ไถ่ถามจัดแจงให้เสร็จสรรพ

“แม่คะ...แฟนอะไรคะ เจ้านายตาเบสต่างหากค่ะ”นิลมณีแย้งเเอบเคืองแม่พลอยจันทร์นิดๆ

“เออน่า จะเจ้านายรึแฟน ก็สำคัญกับตาเบสทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นคงไม่พามาถึงบ้านหรอก จริงมั้ยล่ะแม่หนู”คุณยายพลอยจันทร์หันไปถามพิณแพร ที่ตอนนี้เอาแต่ฉีกยิ้มชอบใจ

“ไม่อยากพูดกับแม่ด้วยและ นิลจะไปดูเค้าเตรียมงานต่อนะคะ แม่ก็รีบทำเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้หนูปูนจะแวะมากินข้าวกับเรา ตาเบสเสร็จแล้วก็ไปดูบ้านซะ จะให้ช่างเพิ่มเติมส่วนไหนก็รีบบอกดูเสร็จแล้วก็ตามแม่ไปข้างหน้าบ้าน แวะไปหน่อยน้าๆป้าๆเค้าหน่อยอุตส่าห์มาช่วยเตรียมงาน ให้หนูเพลงเค้าอยู่ช่วยยายไปก็แล้วกัน”คำสั่งยาวๆเรียบๆ แต่บดินทร์ก็ต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย

“ไปเถอะเดี๋ยวแม่หนูอะไรนะ”

“เพลงครับยาย”

“เออๆเดี๋ยวแม่หนูเพลงนี่อยู่กับยาย ไปเถอะตามใจแม่เค้าหน่อย”คุณยายพยักเพยิดบอกหลานรัก

“ยาย...ยายรู้ได้ไงว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับผมที่สุด”เค้ากระซิบกระซาบข้างหูยาย

“รู้สิ ไม่งั้นฉันจะเป็นยายแกได้รึเจ้าเบสเอ๊ย!”คุยกระหนุงกระหนิงกัน ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาสาวอวบที่แอบยิ้มชอบใจไปด้วยไม่ได้

“ฮ่าๆๆรู้ใจหลานคนนี้ที่สุด”ยายดึงบดินทร์มาหอมแก้มซ้ายแก้มหอมขวาดังหลายฟอดใหญ่

“พอแล้วๆไปซะทีเถอะ หอมแก้มซ้ายแก้มขวายายอยู่ได้ เดี๋ยวนังหนูมันจะหึงเอานา”ยายพลอยพลอยจันทร์พูดติดตลกซะงั้น

“ฮ่าๆยายอ่ะ เพลง...งั้นเดี๋ยวพี่มานะ...ไว้พี่จะพาเพลงไปดูบ้านนู้นด้วยกัน”เค้าหันไปบีบมือเบาๆให้ความมั่นใจกับเธอ แล้วหันกลับมา

“ยาย...งั้นผมฝากเพลงไว้กับยายก่อนนะ ห้ามมมมมม....พาหนีไปไหนเด็ดขาด”เค้าเอ่ยปากบอกกับยายสุดที่รักเสร็จ ก่อนเดินออกไป

“เออ...ดูเจ้าเบสมันพูดเข้า เฮอะๆ ทำอย่างกับว่าคนแก่อย่างฉันจะพาหนีไปไหนได้ยังงั้นน่ะนังหนู”คุณพลอยจันทร์บอกกับพิณแพร

“ฮ่าๆคุณยายยังแข็งแรงอยู่เลยค่ะพาเพลงหนีไปได้สบายๆ”พิณแพรบอกกับยายจันทร์ด้วยท่าทีมีความสุข

“เออนะๆ ขอบใจๆที่ชมคนแก่นะ เอ้า!งั้นหนูก็นั่งอยู่นี่แหละนะ เดี๋ยวตาเบสก็มา ยายจะต้องทำอย่างอื่นต่อ”คุณพลอยจันทร์หันไปสั่งคนที่มาช่วยในครัวให้ทำนั่นนี่ เติมนี่นิดนั่นหน่อย

“คุณยายคะ คุณยายมีไรให้เพลงช่วยมั้ยคะ”พิณแพรเดินไปถามคุณยายพลอยจันทร์

“หนูทำพวกนี้เป็นรึ?”ยายพลอยจันทร์หันมาถาม เธอส่ายหน้า...

“แต่คุณยายบอกเพลงให้ทำได้นะคะ เพลงหัวไว”เธอช่างฉลาดพูดกับผู้ใหญ่นัก น่าเอ็นดู..

“เออแหนะเข้าใจพูด...ถ้างั้นก็ ยัยจำปี ยัยจำปี! แกหยิบสองตะกร้านั้นมาสิ” คุณยายตะโกนบอกเพื่อนบ้านที่มาช่วยงานครัว

“เอาๆๆ”สองตะกร้าโดนวางไว้เก้ๆกังๆตรงหน้า

“คิดว่าจะทำได้มั้ย เด็ดพริกกับปอกกระเทียม”ยายพลอยจันทร์ถาม ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู เพราะงานอื่นในครัวตอนนี้ต้องใช้ความชำนาญในการทำทั้งนั้น พิณแพรมองพริกกับหอมตรงหน้า....

“ได้ค่ะ สบายมากๆ เด็ดแบบนี้ใช่มั้ยคะ”เธอถามด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม

“ใช่แบบนี้แหละ สบายมากก็ทำ ร้อนหน่อยนะนังหนู...ในครัวไม่มีแอร์”

“ไม่เป็นไรคะคุณยาย เพลงไม่ร้อนเท่าไหร่สบายมากค่ะ”

“เอา...งั้นก็ตามใจตามสบายนะ พริกกะกระเทียมพรุ่งนี้ยายจะใช้ทำเครื่องปลาราดพริกพรุ่งนี้เช้า”

“ค่ะคุณยาย”พิณแพรตกปากรับคำ ลงมือดึงขั้วพริกออก เหงื่อก็เริ่มเปียกชุ่มหลังเธอตามเวลาที่ผันแปรไป

ผ่านไปพักใหญ่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเดินกลับมากับแม่ของตน เค้าบอกให้ช่างมาเปลี่ยนซ่อมไฟในห้องนอนเค้าใหม่...เค้าอยากได้แบบสลัวๆในยาม....ทำกิจกรรมในร่มผ้ากับพิณแพรมากกว่า เมื่อมาถึงครัวเค้ารีบมองหาคนรักทันที

“ยาย...เพลงล่ะครับ”ยายพลอยจันทร์ชี้มือไปตรงแคร่นั่งกว้าง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยขั้วพริกวางบนแคร่บ้างเรี่ยราดลงพื้นบ้าง เค้ายิ้ม... ส่วนคุณนิลมณีมีสีหน้านิ่งเฉย

“เพลง...ช่วยยายทำกับข้าวหรอ เก่งจัง”เค้าเอ่ยชม

“เก่งอะไรคะ...เพลงแค่เด็ดพริกเองค่ะ”

“แค่เด็ดพริก ใครๆก็เด็ดได้จริงมั้ยคะแม่”นิลมณีหาแนวร่วม หากยายพลอยจันทร์ก็อดจะสงสารสาวน้อยน่าตาสะสวยคนนี้ไม่ได้

“นังหนูมันหัวไว แป๊บเดียวได้เป็นกองแล้วให้มั้ยล่ะแม่นิล”ลูกสาวได้ยินแม่พูดอย่างนั้นก็ต้องเงียบกริบ เชือนเฉเปลี่ยนไปเรื่องอื่น

“นั่งไม่เปิดหน้าต่างก็ร้อนแย่เลยสิ ทำไมไม่เปิดหน้าต่างล่ะ”คุณนิลมณีพูดเสียงเรียบอ้อมไปเปิดหน้าต่างให้ลมเย็นโกรก ทำเอาเศษฝุ่นผงบางอย่างปลิวเข้าตาเธอ

“โอ๊ะ!...”เธอร้องตกอกตกใจ ทิ้งพริกลงตะกร้า...เอามือขยี้ๆๆๆเพราะเคืองตาทั้งสอง

“แสบตาจัง...”เธอพูดออกมาเบาๆ

“อ้าวทำไมแสบตาอ่ะ เคืองหรอ...ไหนมาพี่ดูสิ”เธอไม่ยอมยื่นหน้าให้เค้าดู คอยเอามือมาปิดตาไว้

“หนูเพลง มือหนูเด็ดพริกอยู่ มันทั้งร้อนทั้งเผ็ด หนูก็ยังจะเอาไปขยี้ตาอยู่ได้ อะไรกันโตป่านนี้แล้ว ไม่รู้เรื่องงานบ้านงานครัวเลยรึ!”คุณนิลมณีบ่นอุบ

“แม่ฮะ ทำไมแม่พูดยังงั้นล่ะฮะ ไม่เกี่ยวกับไม่รู้งานบ้านงานเรือนอะไรเลย!”บดินทร์ปรามแม่เค้าเสียงชัด

“เอ๊ะตาเบสนี่! เกี่ยวสิทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าเข้าครัวทำครัวบ่อยๆมีรึจะไม่รู้เรื่องรู้ราว คงมีหน้าที่กินอย่างเดียวสินะหนู”แม่นิลพูดความจริง แต่ก็อดจะเหน็บเล็กๆไม่ได้

“แม่!...จะกินหรือไม่กินก็ไม่เกี่ยวกับการเข้าครัวอะไรเลยนะฮะ”เค้าเสียงดังกับแม่เค้า

“นี่เบส! ลูก..กำลังเถียงแม่อยู่นะ”

“ไม่ได้เถียงฮะแค่....”ยังไม่ทันเค้าจะพูดจบ พิณแพรพูดแทรกขึ้นทันควัน

“เพลงผิดเองแหละค่ะคุณแม่ พี่เบส!พอแล้วค่ะเพลงไม่ได้เป็นอะไรเลย คุณแม่นิลพูดถูกแล้วล่ะ เพลงลืมไปว่าพริกมันทั้งร้อนทั้งเผ็ดจริงๆเลยเอามือขยี้ตา”เพลงพูดเคลียร์กับเค้า ทั้งที่ยืนปิดตาเพราะความแสบอยู่

“เอ้าอย่ามัวแต่เถียงกันเลย เบสเอ้ย! รีบพานังหนูไปห้องน้ำปะ เอาน้ำตักใส่ขันนะแล้วให้นังหนู ลืมตาในน้ำ...ต้องลืมตาในน้ำนะ สักเดี๋ยวมันจะดีขึ้น”คุณพลอยจันทร์บอกหลายชาย

“ครับยาย”บดินทร์แอบเคืองใจแม่เค้าอยู่นิดๆไว้เค้าจะพูดกับแม่เค้าเองอีกครั้ง แต่ตอนนี้เค้ารีบจูงมือพาพิณแพรไปห้องน้ำทันที

“แย่จริงๆ ไม่ได้เรื่องเลยเด็กสมัยนี้”คุณนิลมณีบ่นออกมาอีกครั้ง

“แกมันก็นะ เลิกพูดให้เด็กมันใจฝ่อสักที เเยกเเยะหน่อยแม่นิล”คนอาบน้ำร้อนมานานกว่า มองทุกอย่างทะลุปุโปร่ง...

“แม่คะ แม่พูดเหมือนหนูไปหาเรื่อง”

“คนเรามันก็ต้องมีหลงลืมกันบ้าง เธอเป็นผู้ใหญ่ต้องเข้าใจ แนะนำ ไม่ใช่ไปส่งเสียงร้องต่อว่านังหนูมันแบบนั้น นังหนูเป็นเจ้านายของลูกชายแกไม่ใช่เหรอ ร้อยวันพันปีมันเคยมาใครมาที่ไหน อีกหน่อยนังหนูคงไปพูดกับใครต่อใคร ว่าแม่พี่เค้าเอาแต่เเยกเขี้ยวใส่ แบบนี้คงไม่มีใครหน้าไหนเค้าจะกล้ามาบ้านอีกหรอก”คุณยายพลอยจันทร์ร่ายยาว

“ก็ดีสิคะ นิลมาคิดๆดูแล้ว แค่แม่ปูนมาที่บ้านเราคนเดียวก็พอ ยังจะต้องพาใครมาอีก!”คุณนิลมณีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แกนี่มันจริงๆเลยนะ”ยายพลอยจันทร์พูดกับลูกสาวตัวเอง

ปริ้นๆ

“เสียงรถใครมา เดี๋ยวนิลไปดูก่อนนะคะ สงสัยยัยปูนจะมาละ”นิลมณีออกไปดู สักพักก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับใครอีกคน

“ยาย”ปัณรสา(ปูน)เข้าสวมกอดยายพลอยจันทร์ หอมแก้มซ้ายขวาไม่หยุด คุณนิลมณียิ้มชอบใจ

“อ้าวหนูปูน พอแล้วลูกพอแล้ว ชื่นใจๆ”ยายพลอยจันทร์ละจากงานรับกอดจากสาวสวย โดนหอมซ้ายขวาไม่หยุด

“คิดถึงจัง”

“ยายก็คิดถึง เพิ่งกลับจากงานมาเลยรึ ชุดทำงานสวยเช้งเชียว”

“จ๊ะยาย เค้าทำฟอร์มใหม่”

“ทำไมเค้าจะต้องมาทำวางฟอร์มเฟิมอะไร หนูไม่เหนื่อยแย่รึ”ยายพลอยจันทร์ว่างั้น

“ฮ่าๆ ไม่ใช่ค่ะยาย เค้าไม่ได้ทำวางฟอร์มอะไรกับหนูหรอก แค่เค้าออกแบบเสื้อผ้าใหม่ให้สวยทันสมัยเหมือนที่ปูนใส่อยู่นี่ไงจ๊ะ”ปัณรสาอธิบายให้ยายฟัง

“อ๋อๆเออๆ แล้วนี่หิวรึยังล่ะหึ”

“หิ๊วหิวค่ะ...ปูนจะแวะมากินกับยายกับน้านิลก่อนเข้าบ้านนี่แหละจ่ะ”เธอช่างพูดเอาใจคนแก่นัก

“ยายทำของโปรดหนูไว้ด้วยนะปูน เดี๋ยวแม่จะไปตั้งสำรับรอ แม่...นิลจะจัดสำรับรอละนะ”นิลมณีไปแล้ว ยายพลอยจันทร์กับหนูปูนมองหน้ากันยิ้มชอบใจ

“เห็นน้านิลโทรบอกว่าพี่เบสมาถึงแล้ว ปูนเห็นรถพี่เบสจอดอยู่”ปัณรสาพูด ยายพยักหน้า

“นั่นไงตาเบสออกมาพอดี”ยายพลอยจันทร์พูดเสร็จ ปัณรสาหันไปเห็นเข้า เธอผละจากยายวิ่งไปกอดแขนบดินทร์ไว้

“พี่เบส!”

“ปูน! เพิ่งมาถึงหรอ หึ้ม ...ไม่เจอกันตั้งนานนะ สวยขึ้นนะเรา”เค้าละจากมือพิณแพร เอาวางบนหัวปัณรสายีเบาๆอย่างเคย

“พี่เบสสบายดีหรอคะ”ปัณรสาถาม เค้าพยักหน้า

“สบายดี เห็นแม่บอกว่าปูนจะมากินข้าวด้วยกันใช่มั้ย?”

“ใช่ค่ะ...ปูนแลกตารางเวรมาเพื่อกินข้าวกับพี่เบสเลยนะเนี่ย”

“ขนาดนั้นเลย”เค้าพูดคุยเล่นกับปัณรสา ลืมไปว่ามีพิณแพรยืนเคียงข้างอยู่ หน้าถอดสีลงเล็กน้อย

“คิดถึงพี่เบสมากก เห็นแต่ในทีวีบ้าง หนังสือความงามสุขภาพบ้างอ่ะ เพิ่งได้เจอกันตัวเป็นๆก็วันนี้ แล้วนั่นใครหรอ”ปัณรสาถามยิ้มกว้างให้เค้าและ...เธอ

“หนูเพลง เจ้านายพี่เบสเค้าน่ะ”คุณนิลมณีที่เดินกลับมาหลังไปเตรียมสำรับ รีบบอกปัณรสา เธอเองก็พยักหน้ารับ...

“อ๋อ ปูนนะคะ...ไม่แน่ใจปูนต้องเรียกพี่รึเปล่า”ปัณรสาออกจะเดา

“เพลงเค้าอายุเท่าปูนน่ะ”บดินทร์บอกด้วยท่าทีอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย

“เพลงนะคะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”ทั้งคู่จับมือกัน พิณแพรมองเธอผู้นั้น..สวยจัง ผมยาวปลายลอนดูธรรมชาติตา ผิวก็ขาว รูปร่างอย่าให้พูดถึง...บางรหงส์ในชุดสูทกระโปรงที่เธอสวมใส่ ยิ่งยืนเคียงข้างคนรักของเธอดูช่างเหมาะสมกันนัก

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”ปัณรสายิ้มหวานให้

“แม่เตรียมสำรับไว้ละ ล้างไม้ล้างมือเเล้วไปกินข้าวกันดีกว่า ไปค่ะแม่ ตาเบสพาหนูปูนมาด้วยสิมา...”คุณนิลมณีเดินนำไป บดินทร์ดันไหล่ให้พิณแพรเดินตามปัณรสาที่กำลังจูงยายพลอยจันทร์

“ไปกินข้าวกันนะ แม่พี่เป็นแบบนี้แหละไม่มีอะไรหรอก”เค้าบอก พิณแพรมองหน้าเค้า

“ค่ะ...”เธอส่งยิ้ม ก่อนพากันเดินตามยายพลอยจันทร์ไป เมื่อมาถึงโต๊ะกินข้าวบดินทร์ดึงเก้าอี้เตรียมจะให้พิณแพรนั่ง

“ปูนนั่งข้างพี่เบสสิจ๊ะ...นานๆได้มาเจอกันที”คุณนิลมณียิ้มให้ปัณรสา บดินทร์ชักสีหน้าหากทำได้เพียงจำใจยอม พิณแพรยอมเลี่ยงทางให้

“ขอบคุณนะคะเพลง ขอบคุณนะคะพี่เบสดึงเก้าอี้ให้นั่งด้วย”ปัณรสาบอกชายหนุ่มด้วยอารมณ์แสนสุขใจ ยายพลอยจันทร์เห็นยังงั้นจึงเรียกพิณแพร

“นังหนูเพลงมานั่งข้างยายนี่ม่ะ...เออๆ นั่งข้างยายดีกว่านะนังหนูนะ”คุณพลอยจันทร์บอกกับพิณแพรแบบนั้น

“ขอบคุณค่ะคุณยาย”พิณแพรย้ายฝั่งไปนั่งข้างๆยายพลอยจันทร์ แต่ก็ตรงข้ามกับบดินทร์พอดิบพอดี...

ทั้งคู่สบสายตายิ้มให้กัน...

“เออ...เดี๋ยวปูนอาสาตักข้าวให้นะคะทุกคน”เธอผู้นั้นหยิบจับอะไรดูคล่องแคล่ว วนตักข้าวให้ทุกๆคน รินน้ำเสิร์ฟคนละแก้วเสร็จก็กลับมานั่งที่ของเธอ

“ขอบใจนะหนูปูน อุตส่าห์มีน้ำใจตักข้าวในแม่กับยายด้วย”เป็นงั้นไปคุณแม่นิลมณี

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้สบายมาก..น่ากินจังเลยค่ะน้านิล..ยาย ปูนลงมือเลยนะ”ปัณรสาบอกเสียงใส

“เบสน้ำพริกอยู่ไกล ตักให้น้องหน่อยสิลูก”แม่นิลบอก เค้าเป็นลูกต้องทำตาม...ตักเสร็จ เค้าก็หันไปตักแกงจืดให้คนรัก

“กินเยอะๆนะ”เค้ามองตาเธอ แล้วยิ้มหวานให้

“ขอบคุณค่ะ”เธอยิ้มเขินอายให้เค้า สิ่งที่ทั้งคู่แสดงออกต่อกันนั้น...ไม่อาจรอดพ้นสายตาแม่นิล ยายพลอยจันทร์ และปัณรสาไปได้ พิณแพรจึงตักให้ชายที่รักกลับไปบ้าง

“พี่เบสอย่ากินหน่อไม้สิคะ เดี๋ยวก็ผื่นขึ้นเหมือนตอนนั้นอีกนะ”ปัณรสาปรามชายหนุ่ม

“นั้นสิตาเบส รู้ทั้งรู้ก็ยังยอมให้ตักใส่จานอีก”แม่นิลว่าเค้า...

“ทำไมหรอคะ”

“พี่เบสกินหน่อไม้ไม่ได้ค่ะ”ปัณรสาสรุป

“เพลงขอโทษค่ะ เพลงไม่ทราบว่าพี่เบสแพ้หน่อไม้”

“ไม่เป็นไรหรอกเพลง”เค้าบอก

“วันหลังอย่าทำอีกนะหนูเพลง...ตาเบสแพ้ถึงขนาดผื่นขึ้นเต็มตัวไข้ขึ้นจนต้องพาไปโรงพยาบาล ดีนะที่วันนั้นหนูปูนมาเห็นทัน ไม่งั้น”

“พอเถอะครับแม่”

“เอ๊ะทำไม แม่เป็นห่วงลูกนะแค่พูดให้ฟัง ไม่ได้ว่าอะไรหนูเพลงสักหน่อย ลูกก็บอกให้พออยู่ได้”คุณนิลค้อนลูกชายวงใหญ่

“น้านิลกินอันนี้ดีกว่านะคะ ปูนตักให้...น้านิลอย่าโมโหเลยนะคะ เพลงเค้าไม่รู้หรอกค่ะว่าพี่เบสแพ้หน่อไม้ ไม่งั้นเค้าคงไม่ตักให้กิน จริงมั้ยจ๊ะเพลง”พิณแพรยิ้มแห้งๆ

“เอ้าๆๆ กินๆกับข้าวยายเย็นชืดหมดแล้ว นังหนูเพลงกินเยอะๆนะวันนี้ช่วยงานยายมาทั้งวัน อร่อยมั้ยล่ะกับข้าวเหมือนในกรุงเทพฯรึเปล่า”

“อร่อยค่ะคุณยาย อร่อยทุกอย่าง”พิณแพรตอบ

“เมื่อก่อนปูนก็พูดแบบนี้แหละ อร่อยทุกอย่าง ใครให้ชิมให้กินอะไรก็กินไม่เคยขัด...เมื่อก่อนปูนอ้วนมากอ่ะเพลง แต่พี่เบสไม่เคยว่าเลยนะ เวลาปูนโดนใครล้อแซวว่าอ้วนก็จะพาปั่นจักรยานไปซื้อขนมให้กิน...แทบทุกวัน”ปัณรสากำลังระลึกถึงความหลังให้พิณแพรและทุกคนฟัง

“ตั้งยี่สิบกว่าปีมาแล้วยังจำได้อยู่รึห๊ะหนูปูนเอ้ย... กินข้าวเถอะหนูปูน ข้าวในจานเย็นหมดแล้ว”คุณยายพลอยจันทร์ตัดบท

“โหยายก็อ่ะ...พี่เบสคะ ทานนี่เยอะๆนะคะพี่เบสชอบของโปรดพี่เบสเลยนะเนี่ย”ปัณรสาตักไข่ทอดชะอมมาใส่ในจานบดินทร์ให้

“ขอบใจมากปูน ไม่ต้องตักให้พี่หรอกกินเถอะ เดี๋ยวพี่แย่งกินหมด ไม่ได้กินพอดี”เค้าบอกปัณรสา

“แกมันชอบแย่งแม่ปูนกินหมด พ่อตัวดี”ยายสนับสนุนข้อนี้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้ตอนไหน...ปูนยอมให้พี่เบสแย่ง ยอมให้แย่งได้คนเดียว”บดินทร์หน้านิ่งเฉยๆตักข้าวเคี้ยวเข้าปาก แม่นิล กับยายพลอยจันทร์ยิ้มชอบใจ หากกับพิณแพรแล้ว...มันรู้สึก บอกไม่ถูก กระอักกระอ่วนใจ ข้าวถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก

“หนูปูนช่างจดช่างจำ ยอมแบ่งทุกอย่างให้พี่เบส น่ารักจริงแม่คุณ”คุณนิลมณีเอ่ยปากชม พิณแพรยกน้ำขึ้นดื่ม...

“อิ่มแล้วรึแม่หนูเพลง”ยายจันทร์หอมเอ่ยถาม เมื่อเห็นสาวอวบรวบช้อนส้อม ดื่มน้ำจนหมดแก้ว

“ค่ะคุณยาย อิ่มมากๆค่ะ”

“งั้นรึ”ยายพลอยจันทร์มองไปที่จานของหญิงสาว ข้าวแทบไม่พร่องสักนิด ยายเห็นหลานชายมอง..ยัยหนูเพลง หลานชายเธอคงอยากจะเข้าไปกอดและปลอบใจจะแย่อยู่แล้ว

“เพลงขอตัวไปอาบน้ำได้มั้ยคะ คือเพลงร้อนอ่ะค่ะเหนียวตัวไปหมด...”พิณแพรเอ่ย

“งั้นก็ไปอาบน้ำเถอะเดินทางมาเหนื่อยๆห้องนอนที่นี่ไม่มีแอร์หรอกนะจ๊ะหนูเพลง แต่ลมที่นี่ก็โกรกโชยเย็นสบาย อากาศก็ถ่ายเทสะดวก คืนนี้ไม่น่าจะร้อนเท่าไหร่นะ”แม่นิลบอกเสียงเรียบๆ

“ค่ะคุณแม่ เพลงนอนได้”พิณแพรยิ้มในหน้าตอบกลับแม่ของคนรักไป บดินทร์ได้จังหวะรวบช้อนส้อมแล้วดื่มน้ำ รีบอิ่มตามคนรัก

“ทุกคนฮะ เดี๋ยวผมกับเพลงขอไปเอากระเป๋าก่อนนะ พวกเรายังไม่ได้เอากระเป๋าลงจากรถเลย”เค้าบอกเสียงดังฟังชัด ทุกคนพนักหน้า

“รีบไปเอามาสิใกล้จะมืดละ”คุณนิลมณีเอ่ย

“ขอตัวก่อนนะคะ”พิณแพรบอก

“ค่ะ”ปัณรสายิ้มให้

“ตามสบายนังหนูเออๆ ไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายใจซะนะ”ยายพูดเหมือนปลอบใจเธอนัก พิณแพรคิดแบบนั้น

“ค่ะคุณยาย”ทั้งคู่ลุกจากโต๊ะ

“ปูนขอจอดรถไว้ที่นี่ได้มั้ยคะขี้เกียจขับรถกลับ เดินข้ามรั้วไปนิดเดียวเอง เดี๋ยวตอนเช้าปูนจะรีบมาช่วยนะคะน้านิล ยาย”

“เอาสิ เดี๋ยวให้ตาเบสไปส่งที่บ้านมันจะมืดแล้ว ตาเบสจะได้ไปสวัสดีน้าเหนิดยายปานด้วย นะตาเบสขนกระเป๋าเสร็จ ไปส่งน้องหน่อยนะ”บดินทร์หันไปมองคนรัก ก่อนจะตอบกลับไป

“ครับแม่”

“คืนนี้หนูเพลงนอนกับแม่กับยายนะ”คุณนิลมณีพูดไล่หลังคนทั้งคู่ออกมา

ด้านนอกใกล้มืด ทุกคนที่มาช่วยงานต่างแยกย้ายกลับไปหมดแล้ว เมื่อถึงรถบีเอ็มฯ

ฟ้อด!!

“อุ๊ยพี่เบส เดี๋ยวแม่กับยายออกมาเห็นนะคะ”พิณแพรตีแขนชายหนุ่ม

“เห็นไปเลยก็ดีจะได้ไม่ต้องแอบทำ พี่ไม่น่าบอกเลยว่าเป็นเจ้านาย บอกเป็นแฟนแต่แรกไปก็ดี”เค้าทำปากดีพูดให้เธอหมั่นไส้ จนอดหัวเราะไม่ได้

“นี้ขนาดบอกว่าเป็นเจ้านายนะคะ แม่ยัง...”เธอหยุดหัวเราะหุบยิ้มกลายเป็นสีหน้านิ่งเรียบ ยื่นมือรับกระเป๋าหลุยส์ขนาดไม่ใหญ่มากนัก...มาถือไว้ บดินทรรวบตัวเธอมากอดไว้ทันที

“อุ๊ย! พี่เบสอ่ะ อยากกอดสิคะเดี๋ยวแม่พี่ออกมาเห็นนะ”

“แม่ไม่ออกมาหรอก”เค้ากอดเธอไว้

“....”

“เพลง”

“คะ”

“อย่าถือสาแม่พี่เลยนะ”เธอส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพลงเข้าใจ”เธอบอกกับเค้า

“ไว้พี่จะคุยกับแม่เรื่องของเราเอง..นะ”สาวอวบพยักหน้ารับรู้ บดินทร์จูบริมฝีปากเธอเบาๆ

“ขอโทษที่พี่พามาลำบาก”เธอส่ายหน้า

“ไม่เลยค่ะ...สนุกออก ได้เจอครอบครัวพี่ เพลงคนนี้โชคดีที่สุด”เธอบอก มองหน้าเค้าอย่างแสนรัก

“น่ารักจังนะ ..แฟนพี่”ทั้งคู่ยิ้มและสวมกอดให้กัน

“พี่เบสคะ!”ทั้งคู่หันไปตามเสียงเรียก รีบผละออกจากกัน

“ปูน!..มีอะไรจะกลับแล้ว?”เค้าถาม

“ค่ะ ปูนจะกลับแล้ว น้านิลบอกให้พี่เบสไปส่งค่ะ”ปัณรสาบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บดินทร์หันไปมองคนรัก พิณแพรพยักหน้าบอกให้ไป

“เพลงเข้าไปอาบน้ำนะ เดี๋ยวผมมา ไปแป๊บเดียว”

“ไปเถอะค่ะ เพลงอยู่ได้”เธอบอกกับเบส

“ไปก่อนนะคะเพลง เจอกันพรุ่งนี้”ปัณรสาบอกกับเธอ

“ค่ะ”พิณแพรมองตามทั้งสองไป สาวสวยคล้องแขนเค้า เสียงคุยหัวเราะกันไปตลอดทาง

คงจะผูกพันกันมากสินะคะ...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว