facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เด็กสาวที่เฝ้าใฝ่ฝันถึงชีวิตธรรมดาแสนสงบสุข เพื่อความอยู่รอดจึงจำต้องเข้าสู่สำนักเซียน ชีวิตที่แต่เดิมเรียบง่ายจึงกลับตาลปัตรไปหมด ความลับบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้มาเนิ่นนานกำลังจะปรากฏออกมาแล้ว...

ตอนที่ 41 หมูน้อยก่อเรื่อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 หมูน้อยก่อเรื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 หมูน้อยก่อเรื่อง
แบบอักษร

            จูจูและอิ๋นจื่อจางมองตากันรอบหนึ่ง เฉิงขุยเปิ่นนั้นเห็นได้ชัดว่าจงใจหลีกเลี่ยง สาเหตุแรกคือจะได้สร้างเหตุผลว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เพื่อลดความสงสัย เหตุผลที่สองคือเขาก็รู้สึกร้อนตัว ผู้ที่ลงมือจริงๆ นั้นเป็นคนอื่น เพราะเขามีพรรคพวกที่ภูเขาญาณศักดิ์สิทธิ์นี้มากกว่าครึ่ง!

            คนที่โกรธเกลียดจูจูนั้นมีไม่มาก ไม่มีใครเกลียดนางมากๆ นอกจากซูหลิง

            จูจูนั้นถือว่าโชคดีมาก ยังไม่พูดถึงการที่นางถูกแร้งเทพห้ากรงเล็บโจมตีเป็นเรื่องจริงหรือจินตนาการไปเอง แค่ที่นางร่วงลงจากหุบเขาอิงปั้งลงไปถึงหุบเขาชั่งเซียนแล้วไม่เป็นอะไรเลย ก็ถือว่าแปลกมากแล้ว โดยเฉพาะปกติแล้วที่นั่นจะมีสัตว์ร้ายอยู่เต็มไปหมด แต่วันนั้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงา ทำให้ผู้คนรู้สึกงงงวย

            ถ้าหากนางไม่ดวงดีขนาดนี้ เรื่องที่ตกลงไปก็จะกลายเป็นคดีที่หาต้นสายปลายเหตุไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าทำไมนางอยู่ดีๆ ถึงขึ้นไปหาโหยวเชียนเริ่น แล้วภายใต้ม่านพลังป้องกันที่เข้มงวดนั้นนางจะพบกับการโจมตีจนตกหน้าผาไป ถ้าหากว่าพบศพของนางเข้า ทุกคนก็คงคิดว่านางโชคไม่ดี เดินชมทิวทัศน์จนก้าวพลาดร่วงลงไป ฆาตกรก็จะลอยนวลไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

            เจิ้งฉวนได้ยินคำพูดของฝูกุยแล้วก็ขมวดคิ้วพลางพูดว่า “เขาไม่กลับมาก็ช่างเถอะ แต่หากเขากลับมาถึงแล้ว ก็รีบนำตัวมาหาข้า” นี่เป็นการตัดสินใจที่จะจัดการกับเฉิงขุยเปิ่นของเขา

            อิ๋นจื่อจางตาเป็นประกายไม่ได้พูดอะไรออกมา จัดการเฉิงขุยเปิ่นนั้นสำหรับเขามันยังไม่สามารถสลายความแค้นได้ ยังมีซูหลิงอีกคน!

            ความเป็นความตายของเฉิงขุยเปิ่นนั้นขึ้นอยู่กับความคิดของเจิ้งฉวน แต่ซูหลิงนั้นเป็นหลานสาวของซูจิงแห่งหุบเขาโอวหยวน และเป็นหลานที่ซูจิงให้ความสำคัญ ถึงจะมีหลักฐานยืนยันว่านางเป็นคนลงมือ แต่เดาว่านางก็จะใช้อำนาจของทวดทำให้พ้นผิด มากสุดก็แค่โดนลงโทษเล็กๆ น้อยๆ

            อิ๋นจื่อจางไม่ใช่ไม่ยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ถ้าหากถึงเวลานั้นแล้วเรื่องยังเป็นเช่นนี้ เขาก็จะใช้วิธีของตัวเองจัดการกับซูหลิง

            แต่ว่าหากเขาพูดเรื่องนี้กับเจิ้งฉวนจะทำให้เขาลำบากใจ เขาจึงไม่ได้พูดออกไป

            จูจูแอบดึงชายเสื้อของเขา พลางพูดเบาๆ ว่า “เจ้ารู้สึกไหม ที่นี่มันยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ…”

            เจิ้งฉวนนั้นมีตบะที่ล้ำลึก จึงได้ยินประโยคนี้อยู่แล้ว ชั่วขณะเขาก็รู้สึกว่านี่ไม่ถูกต้อง ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสีและลุกขึ้นเดินไปยังห้องที่เก็บเชื้อเพลิง ฝูกุยรีบตามไปติดๆ อิ๋นจื่อจางก็ดึงจูจูให้เดินตามไป

            สาเหตุที่ถ้ำของเจิ้งฉวนร้อนเป็นพิเศษก็เพราะว่ามีเชื้อเพลิงอยู่ในห้องเก็บเชื้อเพลิงจำนวนมาก สิ่งของพวกนี้สำหรับเจิ้งฉวนแล้วถือว่าสำคัญมากๆ ปกติเวลาที่ฝึกพลังรวมทั้งปรุงยาจำเป็นต้องใช้มัน ตอนนี้อยู่ดีๆ อุณหภูมิในถ้ำก็ลดต่ำลง แสดงว่าที่นั่นจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้น จะไม่ร้อนใจได้อย่างไร?

            ทั้งสี่เดินมาถึงด้านหน้าของห้อง ก็พบว่าประตูห้องเก็บเชื้อเพลิงถูกเปิดอยู่ครึ่งนึง อุณหภูมิของบริเวณนี้กับก่อนหน้านี้ต่างกันมากกว่าหนึ่งเท่า เจิ้งฉวนนำเอาอาวุธวิเศษที่มีรูปร่างเหมือนโล่ออกมาไว้ด้านหน้า ใช้มือเปิดประตูออกให้กว้างขึ้น

            แสงแดดยามกลางวันสาดส่องเข้าไป ทำให้เห็นหัวขโมยที่บังอาจแอบเข้ามาในห้องเก็บเชื้อเพลิงของเซียนระดับเจี๋ยตัน โจรขโมยเชื้อเพลิงปรากฎขึ้นต่อหน้าทั้งสี่คน

            จูจูตกใจชี้ที่ ‘โจรขโมยของ’ พลางอุทานว่า “เจ้าหมูน้อย?!”

            ในห้องเก็บเชื้อเพลิงต่างยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ  ทั้งกล่องและขวดที่บรรจุเชื้อเพลิงไฟจากสัตว์ต่างร่วงลงมาบนพื้น เจ้าหมูน้อยก็กำลังยกขาหน้าของมันทั้งสอง และนำเอาก้อนเชื้อเพลิงไฟจากสัตว์สีเลือดหมูส่งเข้าปาก ตอนนั้นทั้งสี่คนต่างพูดออกไม่ออก

            มันได้ยินเสียงตกใจของจูจู จึงหันหน้ามาหยีตาให้นาง พลางร้อง “อี้ดอี้ด” ออกมาสองที น้ำเสียงแสดงออกถึงการมีความสุขและพอใจมาก ราวกับกำลังพูดว่า “ที่นี่มีของกินอร่อยๆ เต็มเลย เจ้ามาลองกินดูสิ!”

            ฝูกุยเห็นฉากตรงหน้าก็รู้สึกโกรธมาก เขาตะโกนเสียงดังว่า “เดรัจฉานบัดซบ” แล้วชักกระบี่สายฟ้าเก้าเปลวไฟแทงเข้าใส่เจ้าหมูน้อยทันที

            เขามีหน้าที่ดูแลทุกอย่างในถ้ำนี้ แต่วันนี้กลับมี ‘เจ้าปีศาจร้าย’ นี่บุกเข้ามาก่อกวน ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นใต้จมูกเขา เมื่อเห็นว่าเชื้อเพลิงนั้นถูกมันกินไปไม่น้อย เขาที่อยู่หุบเขาอิงปั้งมาหลายปีแต่ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร?

            จูจูทั้งร้อนใจทั้งกลัวคิดจะเข้าไปช่วยมัน แต่กลับถูกอิ๋นจื่อจางดึงไว้

            อิ๋นจื่อจางเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในบรรดาคนทั้งสี่ เขารู้สึกแปลกๆ ไฟจากสัตว์พวกนี้ แม้แต่เจิ้งฉวนผู้ที่อยู่ระดับเจี๋ยตันสูงสุดยังไม่กล้าหลอมรวมมันเข้าสู่ร่างกายเลย แต่ทำไมเจ้าหมูตัวนี้ กินไปตั้งเยอะแต่กลับไม่เป็นอะไรเลย?

            ตอนนี้เจ้าหมูตัวนี้ก่อเรื่องใหญ่แล้ว แล้วมันยังเป็นสัตว์ที่พวกเขาเอาเข้ามาด้วย จูจูก็ยังจะเข้าไปช่วยมัน เกรงว่าหลังจากเรื่องนี้พวกเขาต้องโดนโทษหนักแน่ๆ ถ้าหากว่ามันถูกฝูกุยทำให้ได้รับบาดเจ็บนั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

            ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเจิ้งฉวนกลับมีปฏิกิริยาแปลกๆ เขาดูเหมือนกลายเป็นหุ่นอย่างไงอย่างงั้น เขายืนมองดูมันอย่างใจลอย ในสายตามีทั้งความสงสัยและไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็กลายเป็นความรู้สึกตกตะลึง และยังไม่ยื่นมือออกไปจับ ‘เจ้าปีศาจร้าย’ ที่ทำให้สมบัติสุดหวงของเขาเสียหายตัวนั้น

            เจ้าหมูน้อยมองเห็นท่าทางของฝูกุยที่ดูโหดร้าย เท้าทั้งสี่ของมันก็วิ่งหนีกระบี่ที่เต็มไปด้วยความโกรธนั้น กลิ้งล้มลุกคลุกคลานไปบนพื้นและวิ่งไปทางที่จูจูยืนอยู่  ท่าทางของมันช่างดูตลกขบขัน แต่ความเร็วมันไวจนน่าตกใจ กระโดดลอยขึ้นลงไม่กี่ครั้งหัวของมันก็ชนเข้ากับหน้าอกของนาง

            ฝูกุยยังคิดจะโจมตีมัน จูจูเห็นท่าทางโหดร้ายของเขาก็รู้สึกกลัว จึงรีบวิ่งไปหลบหลังอิ๋นจื่อจางทั้งที่อุ้มเจ้าหมูอยู่อย่างไม่ต้องคิด ฝูกุยยังไม่ยอมแพ้ เขาเดินวนอ้อมอิ๋นจื่อจางเพื่อจะลงมือต่อ

            ถ้าหากว่าเขาแค่ต้องการฆ่าหมูเพื่อระบายความโกรธ อิ๋นจื่อจางก็ไม่ถือสาอะไร แต่ตอนนี้เจ้าหมูสมควรตายตัวนั้นอยู่ในอ้อมอกของนาง เขาจึงทำเป็นไม่สนใจไม่ได้

            เขาพลิกฝ่ามือ พลังเวทย์ก็กลายเป็นรูปร่างขึ้น แท่งน้ำแข็งสิบอันปรากฏขึ้นกลางอากาศ และเข้าโจมตีกระบี่ของฝูกุย เสียงกระทบกันดังกังวาน กระบี่ของฝูกุยสั่นสะเทือน กลุ่มพลังความเย็นทะลุเข้ามาในกระบี่ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างหยุดลง

            ฝูกุยหน้าเปลี่ยนสี เปิดปากเตรียมจะตำหนิ แต่ก็ถูกเสียงคำรามของเจิ้งฉวนหยุดไว้ “หยุดนะ”

            ในใจของเขาไม่เห็นด้วย แต่ก็จำใจต้องเก็บกระบี่แล้วถอยออกไป

            เจิ้งฉวนเดินมาข้างหน้าสองก้าว จูจูแอบอยู่ข้างหลังอิ๋นจื่อจางโดยไม่กล้าโผล่ออกมา ได้ยินเพียงคำถามที่เขาถามว่า “เจ้า…เจ้าหมูตัวนี้ มาจากไหนกัน?” น้ำเสียงเยือกเย็น แต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสามคนต่างฟังออกถึงน้ำเสียงที่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้

            ปกติแล้วเจิ้งฉวนจะเป็นคนเย็นชาสมกับเป็นเซียนชั้นสูง น้อยมากที่เขาจะแสดงอาการตื่นเต้นออกมา จูจูนึกว่าเขาโกรธจนเสียสติ จึงกลัวมาก นางอธิบายด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ข้าเก็บมันได้ที่หุบเขาชั่งเซียน มันไม่ได้ตั้งใจกินของในห้องนี้หรอก มันไม่รู้เรื่อง อาจารย์อย่าโกรธมันเลยได้หรือไม่?”

            “เก็บได้?” ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ยื่นมือมาดึงจูจูที่อยู่ด้านหลังของอิ๋นจื่อจางให้ออกมา อิ๋นจื่อจางอยากจะขัดขวาง แต่ว่าพลังของทั้งสองแตกต่างกันมาก เขายังไม่ทันได้ลงมือ ก็ถูกพลังกดดันที่แผ่ออกมาของเจิ้งฉวนสกัดไว้ทำให้ขยับไม่ได้

            “พวกเจ้าสองคน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกรอบ!” เจิ้งฉวนเจตนาให้ฝูกุยอยู่เก็บของในห้องนี้ ส่วนตัวเองก็ลากจูจูและอิ๋นจื่อจางไปที่ห้องสมาธิ

            อิ๋นจื่อจางและจูจูไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้อีกรอบ เจิ้งฉวนถามจูจูตั้งแต่ที่จูจูถูกแร้งเทพห้ากรงเล็บทำร้ายจนตกลงไป จนถึงตอนที่อิ๋นจื่อจางมาช่วยอย่างละเอียด แต่น่าเสียดายที่จูจูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ ถามไปถามมาก็ยังไม่ได้ใจความสำคัญของเรื่อง

            “เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าถูกแร้งเทพห้ากรงเล็บทำร้าย?” เจิ้งฉวนคิดทบทวนอยู่ในใจสักพัก พลางถามไปอย่างใจลอย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว