facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เด็กสาวที่เฝ้าใฝ่ฝันถึงชีวิตธรรมดาแสนสงบสุข เพื่อความอยู่รอดจึงจำต้องเข้าสู่สำนักเซียน ชีวิตที่แต่เดิมเรียบง่ายจึงกลับตาลปัตรไปหมด ความลับบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้มาเนิ่นนานกำลังจะปรากฏออกมาแล้ว...

ตอนที่ 19 วิ่งวุ่นเพื่อปากท้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 วิ่งวุ่นเพื่อปากท้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 วิ่งวุ่นเพื่อปากท้อง
แบบอักษร


สาเหตุที่จูจูอยู่ข้างกายเขาและไม่ฝันร้ายก็เพราะว่าบนร่างกายเขามีหยกก้อนนี้อยู่ จุดนี้อิ๋นจื่อจางรู้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าหยกก้อนนี้มีความสำคัญต่อเขาเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาเลยไม่เคยบอกความลับข้อนี้กับจูจู

แต่ก่อนตอนอยู่ที่หมู่บ้านทั้งสองอยู่บ้านใกล้กันเลยไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อยู่ที่สำนักญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นแยกชายหญิง และยังเป็นลูกศิษย์คนละอาจารย์กันถึงแม้ว่าวันข้างหน้าจะอยู่ที่หุบเขาอิงปั้งเหมือนกันแต่ก็คงอยู่ใกล้กันมากเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเดือนนี้ จูจูไม่สามารถอยู่ใกล้ๆ กับเขาได้เลย เขาคิดทบทวนหลายรอบในที่สุดก็ตัดสินใจให้จูจูยืมหยกก้อนนี้เพื่อที่จะได้ไม่ฝันร้าย

อิ๋นจื่อจางยังไม่รู้ว่า สิ่งของบางอย่างให้ไปแล้ว จะไม่มีวันได้กลับคืน

ตอนนี้ยังเป็นเวลารุ่งสาง จูจูคิดถึงเนื้อหาในคัมภีร์ที่อ่านไปเมื่อคืนแล้วรีบแนะนำให้อิ๋นจื่อจางไปจับสัตว์เทพ อิ๋นจื่อจางเป็นคนที่เลือกกินอยู่แล้วการไปจับสัตว์เทพแล้วนำมาทำอาหารก็จะทำให้เขาได้ฝึกฝนพลังด้วย ตอนที่ได้รับคัมภีร์ก็จำได้ว่าในนั้นมีบอกว่าสัตว์เทพอะไรบ้างที่สามารถนำมาทำอาหารได้จึงรับปากจูจูว่าจะไปจับสัตว์เทพมาให้นางลองทำอาหาร

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้พลังของอิ๋นจื่อจางพัฒนายิ่งขึ้นแล้วค่อยคิดถึงเรื่องปัญหาเรื่องอาหารการกินก็ยังไม่สาย

เมื่อส่งอิ๋นจื่อจางออกไปแล้วจูจูก็ออกไปที่ตีนภูเขาเล็กๆ ตรงหลังเรือนพัก ก็พบกับสมุนไพรมากมายที่คัมภีร์กล่าวไว้อย่างที่คิด

ที่ภูเขาญาณศักดิ์สิทธิ์นี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของปราณวิญญาณ สมุนไพรวิเศษจึงหาได้ไม่ยากนัก แต่ส่วนใหญ่คุณสมบัติไม่ได้มาตรฐานพอที่จะนำไปปรุงยาได้  ถ้านำไปปรุงยาคงเป็นได้แค่สมุนไพรเสริมเท่านั้นเพราะมีประสิทธิภาพต่ำ

ตามที่คัมภีร์ได้กล่าวไว้สมุนไพรพวกนี้มีปราณวิญญาณไม่มาก ดังนั้นจึงนำมาทำอาหารได้ ถ้าหากว่าเป็นพวกที่หายากสักหน่อย เป็นสมุนไพรที่มีอายุยืน หากนำมาทำอาหาร จะเป็นอันตรายต่อร่างกายถึงตายได้

ถ้าหากกินอาหารที่ทำมาจากสมุนไพรและสัตว์เทพแบบนี้ทุกวันเท่ากับได้บำรุงพลังทุกวัน ผลลัพธ์ดีกว่าใช้ยาวิเศษโดยตรง ถึงแม้จะช้ากว่าแต่มั่นคงจะช่วยให้ผู้บำเพ็ญมีพลังรากฐานที่มั่นคงในระยะยาวได้

ตอนนี้อิ๋นจื่อจางกำลังวุ่นอยู่กับการฝึกพลังแม้แต่จะจับสัตว์เทพยังไม่ค่อยจะมีเวลา ส่วนสมุนไพรนั้นกลับมีอยู่ทุกที่ จูจูจึงเริ่มพิจารณาว่าจะให้อิ๋นจื่อจางกินสมุนไพรพวกนี้เยอะๆ ดังนั้นจึงเก็บสมุนไพรไปไม่น้อยและเดินกลับมาที่พักของตัวเองอย่างมีความสุข

ภายในที่พักเงียบสงบเดาว่าหญิงสาวอีกสามคนคงกำลังฝึกพลังอยู่  จูจูแอบคิดในใจเงียบๆ ว่าอยากให้ความสงบสุขนี้อยู่ไปนานๆ ยิ่งนานยิ่งดี

นางดูข้าวสารที่เหลือแล้วก็ตัดสินใจไปที่โรงครัวเพื่อขอข้าวสารและแป้งกลับมา

ข้าวสารและอาหารแห้งที่นางและอิ๋นจื่อจางนำมาด้วยนั้นมีจำกัด ก่อนหน้านี้ตอนที่จินว่านเลี่ยนพาพวกเขามาส่งที่หุบเขาเริ่มต้นเคยบอกไว้ว่า ถ้าไม่อยากกินอาหารที่โรงครัวทำก็สามารถไปขอรับข้าวสารมาทำอาหารเองได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่พาคนติดตามมาด้วยก็จะทำแบบนี้กัน

ตามหลักแล้วลูกศิษย์ที่อยู่ระดับจู้จีจะสามารถพาคนติดตามมาช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ ได้สองคน แต่ถ้าเป็นลูกศิษย์ระดับผู้ฝึกพลังนั้นไม่สามารถมีผู้ติดตามได้ มีแค่ผู้ที่ตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้นที่สามารถมีผู้ติดตามได้

หนุ่มสาวที่อยากจะเข้าสำนักนั้นทุกคนต่างรีบฝึกฝนตัวเอง แม้แต่เวลาจะฝึกฝนตัวเองยังมีน้อยเลย นอกจากคนแบบจูจูที่ไม่คิดจะพัฒนาพลังตัวเองแล้วใครจะยอมเสียเวลามาทำอาหารด้วยตัวเองเล่า?

จูจูเคยได้ยินมาก่อนว่าในสำนักญาณศักดิ์สิทธิ์นี้มีโรงครัวอยู่แห่งเดียว โชคดีที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหุบเขาเริ่มต้น นางจึงใช้เวลาที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกฝนพลังหรือเข้าฟังศิษย์พี่อธิบายเกี่ยวกับการฝึกฝนพลังและความรู้ทั่วไปนั้นออกไปเดินเล่นข้างนอก

นางและอิ๋นจื่อจางสองคน หนึ่งคนไม่มีทางที่จะฝึกฝนพลังได้ อีกคนก็เป็นคนที่ได้รับตำรามาจากปรมาจารย์ระดับหยวนอิงด้วยตนเอง ในหุบเขาเริ่มต้นนี้หากพวกเขาจะไม่ไปเรียนก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไร

ความจริงแล้วลูกศิษย์ที่มาจากตระกูลสูงส่งต่างยินยอมที่จะอยู่ในห้องของตนเองเพื่อที่จะฝึกพลังเพียงลำพังมากกว่า ทำให้หุบเขาเริ่มต้นนี้เงียบสงบเหมือนไม่มีคนอยู่

จูจูเดินมาตามถนนมาไม่นานก็ได้กลิ่นควันลอยเข้ามา คิดดูแล้วน่าจะเป็นลูกศิษย์ที่มีหน้าที่ทำอาหารกำลังเตรียมอาหารกลางวัน

นางบอกความต้องการของตนเองกับลูกศิษย์ที่อยู่ที่โรงครัว ศิษย์คนนั้นมองมาที่นางแวบหนึ่งแล้วชี้ไปอย่างส่งๆ ไปในโรงครัวพลางพูดว่า “เข้าไปด้านหลังของโรงครัวแล้วลงชื่อก็ได้แล้ว”

ถ้าหากว่าจูจูไม่ได้สวมเครื่องแบบสีเทาของลูกศิษย์ เขาคงคิดว่านางคือสาวใช้ที่คุณชายสักคนพามาด้วย ก็เล่นหน้าตาทั้งขี้เหร่ทั้งเชยขนาดนี้ เวลานี้ไม่อยู่ในห้องตนเองเพื่อฝึกพลังหรือเข้าเรียน แต่กลับวิ่งมาโรงครัวเพื่อหาของกิน ไม่รู้จริงๆ ว่าอาจารย์ลุงอาจารย์อาที่รับลูกศิษย์ใหม่พวกนั้นใช้อะไรมอง

จูจูคุ้นเคยกับสายดูถูกของคนอื่นมาทุกรูปแบบแล้วจึงไม่สนใจอะไร นอกจากเรื่องของตนเอง

ทางด้านหลังของโรงครัวเป็นคลังเก็บเสบียง มีบ่อน้ำตั้งอยู่ตรงกลางส่วนอีกสามด้านที่เก็บของสูงใหญ่ บรรยากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นที่พิเศษของข้าว

ข้างประตูเล็กๆ ที่เชื่อมกับโรงครัวมีกองฟืนกองใหญ่ตั้งอยู่ มีชายที่สวมเสื้อผ้าที่มันเยิ้มไปด้วยน้ำมันนอนอยู่ด้านบน เสื้อผ้าชุดนั้นมองแทบไม่ออกแล้วว่าแต่ก่อนเป็นสีอะไร ผมสีขาวของเขาถูกมัดเป็นปมอยู่ด้านหลังอย่างหลวมๆ และยุ่งเหยิง  ในมือถือกระดูกเนื้อวัวที่ถูกย่างจนไหม้ เคี้ยวไปพลางและยังแสดงสีหน้าเจ็บปวดและสั่นหัวไปมาไปพลาง ปากก็พูดว่า “ไม่ถูกต้อง ทำไมถึงรสชาติเป็นแบบนี้? ไม่ถูกต้อง…”

“ท่าน…ลุง ข้าเป็นลูกศิษย์ใหม่ของปีนี้ อยากได้ข้าวสารสักหน่อย” จูจูไม่รู้ว่าฐานะของอีกฝ่ายว่าคืออะไร ก็เลยใช้สรรพนามจากอายุของเขาแทน

ชายชราดูจะไม่ถือสา ลุกขึ้นมายืนโงนเงน และนำทางจูจูไปที่โรงเก็บ

“อาจารย์ลุง อาจารย์ลุงเผย ฮี่ฮี่ ท่านเห็นไหมข้านำอะไรมาแสดงความกตัญญูกับท่าน!” ลูกศิษย์ที่สวมชุดสีเทาถือกรงเล็กๆ วิ่งเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายชรา พลางชูกรงให้ดูสิ่งที่อยู่ข้างใน

ภายในนั้นมีหนูที่รูปร่างไม่ค่อยต่างอะไรจากหนูนาอยู่สามตัว ขนาดพอๆ กับแมวธรรมดาทั่วไป เจ้าสัตว์ตัวเล็กๆ สีเงินที่ไม่มีหางร้องออกมาเสียงแหลม

“เอ๋ ? หนูเงิน?  แถมยังมีตั้งสามตัว! ฮ่าๆๆ เด็กดี! เอากรงวางเอาไว้ แล้วเอายาล้างสิ่งโสมมไปหนึ่งเม็ด” อาจารย์ลุงเผยท่าทางดีใจมาก ทิ้งกระดูกที่อยู่ในมือ หยิบขวดหยกเล็กๆ ออกมาจากหน้าอกโยนให้เด็กหนุ่ม

“ขอบคุณอาจารย์ลุง! เจ้าหนูเงินนี่วิ่งไวมาก พละกำลังน่าทึ่งจริงๆ ข้าเฝ้ารออยู่ห้าวัน และไล่ตามมันอยู่สามวันถึงจะเจอรังของพวกมัน แต่น่าเสียดายที่มันวิ่งหายไปหลายตัว…” ด้านหนึ่งลูกศิษย์ที่สวมชุดสีเทาโม้ความพยายามของตนเอง  อีกด้านหนึ่งก็นึกเสียดายที่ปล่อยให้หนูเงินตัวอื่นหนีไปได้  จนทำให้จำนวนไม่พอกับที่อาจารย์ลุงกำหนดไว้ ไม่แน่หากเขาดีใจก็อาจจะให้ยาล้างสิ่งโสมมอีกสักเม็ด

อาจารย์ลุงเผยจ้องไปที่กรงที่มีหนูเงินตลอดเวลา พลางโบกมือไปมา “เอาล่ะๆ ไม่ต้องเยิ่นเย้อ ครั้งหน้าไปหาสมุนไพรและสัตว์เทพที่ข้าต้องการมา แค่เอามา อาจารย์ลุงจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน”

ลูกศิษย์ที่สวมชุดสีเทารีบตอบว่าขอรับด้วยท่าทางดีใจแล้วออกไป

เขาหยิบกรงนั้นขึ้นมาดู ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง หันไปก็เห็นจูจูกำลังจ้องมาที่กรงในมือของเขาด้วยตาเป็นประกาย จึงถามอย่างแปลกใจว่า “เด็กน้อย เจ้าก็สนใจเจ้าหนูเงินนี่หรือ?”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว