facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 18 ไปวัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2561 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 ไปวัด
แบบอักษร

ปีย์กับพร้อมกานต์เดินออกจากบ้านไปบ้านภัทรกันสองคน ปีย์คอยแอบมองพร้อมกานต์เรื่อยๆแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลย เขายิ้มออกมาที่ไม่ว่าหล่อนจะทำอะไรก็ดูน่าเอ็นดูสำหรับเขาไปหมด อยู่ๆพร้อมกานต์ก็หยุดเดินแล้วหันมาทางเขา เขาเลยต้องหยุดเดินด้วย


“อาจารย์คะ ทำไมไม่บอกหนูคะ”เขาได้แต่ทำหน้านิ่งๆใส่หล่อน


“เรื่องอะไร”เขาถามกลับ


“อาจารย์ก็รู้ว่าหนูหมายถึงเรื่องอะไร” ตอนนี้หล่อนหน้างอใส่เขา เขารู้ว่าหมายถึงเรื่องที่เขาไม่มีลูกไม่มีภรรยา


“ผมไม่คิดว่าคุณจะไม่รู้นานขนาดนี้ ผมคิดว่าคุณจะไปถามภัทรหรือไม่ก็มาถามผม แต่คุณก็ไม่เคยมาถาม”เขาพูดขึ้น


“คือหนูผิดเองที่เข้าใจไปเองใช่ไหมคะ”เขาส่ายหน้าแล้วกำลังจะวางมือลงบนหัวเล็กๆตรงหน้า แต่หล่อนหลบก่อน


“โธ่ อย่างอนสิ”เขาพูดขึ้น


“หนูไม่ได้งอนค่ะ”พร้อมกานต์พูดขึ้น เขาเอื้อมมือไปจับมือหล่อนแล้วเอามาลูบเบาๆ


“มันผ่านมาแล้ว เราอย่ามาทะเลาะกันเรื่องนี้อีกเลยนะ”เขาพูดจบแล้วหล่อนก็ดึงมือออก


“ถ้าอย่างนั้นคนที่หนูเจอที่ร้านอาหารก็เป็นแฟนอาจารย์สิคะ”เขาถอนหายใจ แล้วยิ้มบางๆให้หล่อน


“เรื่องมันนานแล้วนะคุณยังจำได้อรก นั้นมันแฟนเก่าเลิกกันมาสี่ปีแล้ว”เขาพูดจบก็หัวเราะเบาๆ ก็เห็นหน้าหล่อนแดงๆแล้วจึงพูดต่อ


“ผมโสดจริงๆนะเนี่ย มีคนแบบคุณนี่แหละทำให้ผมไม่มีครอบครัวจริงๆสักที”เขาพูดจบแล้วก็ส่ายหน้าให้หล่อน แล้วกำลังจะเดินเปิดประตูรั้ว


“ก็อาจารย์ไม่บอกหนูเอง หนูจะรู้ได้ยังไงคะ”พร้อมกานต์วิ่งมาพูดข้างๆเขา เขาเลยยื่นมือไปขยี้หัวหล่อนด้วยความหมั่นเคี้ยว


“หัวหนูยุ่งหมดแล้ว”หล่อนยังยืนอยู่ที่รออยู่ที่รั้ว เขาหันไปมองแล้วขมวดคิ้วใส่หล่อน


“ทำไมคุณไม่เดินมา”เขาถามขึ้น


“หนูรอปิดประตูให้ไงคะ”พร้อมกานต์พูดจบเขาก็เดินเข้าไปจูบมือหล่อน


“ไปขึ้นรถเถอะ ขับออกไปแล้วผมค่อยเดินลงมาปิดเอง”เขาจูงมือหล่อนขึ้นรถ แล้วคาดเบลท์ให้หล่อน ตอนที่จะเงยหน้าขึ้น หน้าเขาก็อยู่ใกล้ๆหล่อน หล่อนอาจจะคิดว่าบังเอิญแต่เขารู้ว่าครั้งนี้เขาตั้งใจ เขาแค่อยากอยู่ใกล้ๆหล่อนแค่นั้นเอง


“เอ่อ อาจารย์คะ หน้าใกล้ไปแล้วค่ะ”พร้อมกานต์พูดขึ้นเขาเลยรู้สึกตัวแล้วจูบหน้าผากหล่อนเบาๆก่อนจะปิดประตูแล้วรีบขึ้นรถขับออกไปตอนนี้เขายิ้มน้อยๆกับหน้าแดงๆของหล่อน


ปีย์ขับรถออกมาแล้วลงไปปิดประตูบ้านให้ภัทรเรียบร้อย ก่อนที่จะขับรถเข้าไปในบ้านพร้อมกานต์แต่หล่อนเหมือนจะไม่รู้สึกตัว


“หนูกานต์ถึงบ้านแล้ว”เข้าพูดขึ้น แต่พร้อมกานต์หันหน้ามามองเขาทันที


“เมื่อ เมื่อกี้อาจารย์เรียกหนูมาอะไรนะคะ”เขาขมวดคิ้วใส่หล่อน


“ก็หนูกานต์ไง เอาของเข้าบ้านกันดีกว่า”เขาลงจากรถก็มีร่างเล็กๆของเด็กชายวิ่งเข้ามาหา


“ป๊ะป๊าครับ เดี๋ยวไปเที่ยววัดกันไหมครับ”น้องธามวิ่งเข้ามาถามเขา


“ไปสิครับ แต่ตอนนี้ต้องช่วยกันเอากระเป๋าเข้าบ้านนะครับ” เขากับน้องธามถือกระเป๋าของตัวเองคนละใบ เขาพยายามสอนให้น้องธามดูแลตัวเอง อะไรทำเองได้ก็ควรที่จะทำเอง


“มากันแล้วหรอจ้ะ”มารดาหล่อนถามขึ้น


“ครับ”อาจารย์ปีย์พูด


“ถ้าอย่างนั้นลินกับพี่ธัญญ์ไปก่อนนะคะ ต้องเดินทางอีกไกล”ชลินทราพูดขึ้น ทั้งสองลาทุกคนอีกนิดหน่อยก็เดินไปบ้านภัทรพร้อมเจ้าของบ้าน ที่ภัทรจะไปหาศศิมา ส่วนมารดาของภัทรก็กลับบ้านไปทำขนมต่อ


“เหลือแต่พวกเราแล้วสินะตอนนี้เรามีผู้ชายมากกว่าแล้วสิ ปกติมีแต่ผู้หญิงมากกว่าทำอะไรก็แพ้ตลอด”อากงบ่นขึ้น


“ดีล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกผู้ชายอย่างเราเอากระเป๋าไปเก็บกันเองดีกว่า ไปกันเถอะ”ป๊าพูดขึ้น


“ห้องรับแขนนะป๊านะ”ม๊าพูดไล่หลังตามป๊ามา เขาเดินตามอากงกับป๊าไปเงียบๆ


“นอนห้องนี้แล้วกัน ม๊าเขาขยันทำความสะอาด ขึ้นมาทำเมื่อวานเหมือนรู้ว่าจะมีคนมา”บิดาของพร้อมกานต์พูดขึ้น ทุกคนเลยหัวเราะ


“น้องธามลงไปเล่นกับพี่กานต์ไหม เดี๋ยวทวดกับคุณปู่ช่วยปีย์เก็บของ”อากงพูดขึ้น น้องธามหันมามองหน้าเขาแล้วเขาพยักหน้าให้ น้องธามเลยรีบวิ่งออกจากห้องไป ป๊าเดินไปปิดประตู ส่วนอากงนั่งบนเตียง


“เอาเก้าอี้มานั่งตรงนี้ก็ได้ก็ได้คุณ”อากงเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเขา เขาเลยเกรงขึ้นมานิดหน่อย


“ครับ”เขาเดินไปหยิบเก้าอี้มาวางไว้ตรงหน้าอากงกับป๊าที่มานั่งเรียบร้อยแล้ว


“คุณมาทำไม”อากงถามขึ้นตรงๆ


“มาหาพร้อมกานต์ครับ”เขาก็ตอบกลับตรงๆ


“แล้วคุณจะมาหาลูกสาวผมทำไม”ป๊าถามขึ้นบ้าง


“ผมชอบเธอครับ”เขาตอบ


“ถ้าแค่ชอบ คุณจะมาทำไม”บิดาของหล่อนยังถามต่อ


“ผมอยากจะบอกคำนั้นกับเธอก่อนที่จะบอกคนอื่นครับ แต่ตอนนี้ผมคิดว่ายังไม่เหมาะสมเท่าไร”อากงกับป๊า


“แล้วคุณจะรีบมาที่นี้ทำไม คุณมาก็เท่ากับว่าคุณอยากจะมาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา”อากงถามขึ้น


“ใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมแค่อยากมาขอดูแลพร้อมกานต์ใกล้ๆ”เขาตอบ


“ก็เท่ากับคุณมาขอคบกับลูกสาวผมหรอ ยัยหนูตกลงแล้วหรอ”บิดาของหล่อนพูดขึ้น


“ผมจริงจังกับเธอครับ ไม่ได้มาแค่เล่นๆ”เขาตอบป๊าไป


“คุณคิดจะแต่งงานกับหลานผมเลยไหม ผมไม่อยากให้ยัยหนูคบกับคนที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเป็นอย่างไร”อากงพูดขึ้น


“คิดครับ ผมคงต้องรอเธอเรียนจบแล้วค่อยถาม”


“ลูกผมขี้งอน งอแง มีนิสัยเด็กเยอะนะ”ป๊าพูดขึ้น


“ผมรู้ครับ”


“ยัยหนูความรู้สึกช้านะคุณ”อากงของหล่อนพูด


“เรื่องนั้นผมก็รู้ครับ”เข้ายิ้มออกมา


“ข้อเสียเยอะนะ”ป๊าของหล่อนยังพูดต่อ


“แต่ผมอยู่ใกล้เธอแล้วผมมีความสุขครับ”ทั้งสองพนักหน้าให้กัน


“ตอนนี้ก็เพิ่มผู้ร่วมชะตากรรมมาอีกคนแล้วสินะ”ป๊าเดินมาตบไหล่ แต่เขายังงงว่าป๊าหมายถึงอะไร


“เรามาเริ่มงานแรกกันเถอะ”อากงหันมากระตุกยิ้มแล้วเล่าแผนการทั้งหมดให้ฟัง อีกสองหนุ่มต่างวัยก็พยักหน้าตามแผน เขารู้สึกว่าบ้านของพร้อมกานต์ชักจะสนุกแล้วสิ


“อาม่า ม๊า เดี๋ยวเราให้ปีย์กับยัยหนูไปซื้อดอกไม้ด้วยกันเถอะ ส่วนพวกเราก็ไปซื้อสังฑทานกัน น้องธามไปกับพวกเราเนอะคนแก่จะได้ไม่เหงา”อาม่ากับม๊าหรี่ตามองบิดาของหล่อน แต่บิดาหล่อนก็ยิ้มกว้างๆส่งกลับ แล้วทั้งหมดก็ลุกไปขึ้นรถที่บิดาพร้อมกานต์เป็นคนขับ


“หนูกานต์เราไปกันเถอะ”เขาพูดแล้วเดินไปจับมือหล่อน


“เอ่อ อาจารย์ไม่สบายหรือป่าวคะ วันนี้อาจารย์ทำตัวแปลกๆ”หล่อนถามขึ้นด้วยหน้าแหย่ๆ


“ผมสบายดี แต่เมื่อไรคุณจะเลิกเรียกผมว่าอาจารย์สักที ทีกับลินก็เป็นอาจารย์คุณยังเรียกพี่เลย”ผมท้วงขึ้น


“ก็พี่ลินบอกให้หนูเรียกอย่างนั้นี่คะ”หล่อนตอบ


“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เรียกผมว่าพี่ปีย์สิ ผมอนุญาต แล้วแทนตัวเองว่าหนูกานต์ได้ไหม”เขาพูดจบแต่หล่อนก็ทำหน้างอใส่เขา


“แล้วทีอาจารย์ยังแทนตัวเองว่าผมทุกคำเลย”เขาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มแล้วเดินเขาไปใกล้หล่อนกว่าเดิม ก้มลงกระซิบหล่อนเบาๆ


“เรียกพี่ว่าพี่ปีย์เถอะนะหนูกานต์”เขาพูดจบก็เงยหน้าขึ้น มองหน้าหล่อนก็เห็นหน้าแดงๆของคนตรงหน้า แล้วเอื้อมมือไปจับแก้มหล่อนไว้ทันสองข้างก่อนที่จะก้มลงจูบหน้าผากเบาๆค้างเอาไว้แล้วเอาหน้าผากชนกัน


“เอ่อ พะ พี่ปีย์คะ เราไปกันเลยไหมคะ”เขาได้ยินหล่อนพูดอย่างนั้นก็จับมือแล้วพาเดินไปขึ้นรถ


“หนูกานต์ยังไม่ปิดบ้านเลยค่ะ”หล่อนพูดขึ้นตอนนี้เข้าคาดเบลท์ให้


“เดี๋ยวพี่ไปปิดให้”เขารีบเดินไปปิดบ้านเช็คจนเรียบร้อยแล้วก็ขับรถออกไปนอกรั้วแล้วลงมาปิดประตูบ้าน แล้วขับรถไปร้านดอกไม้เพื่อซื้อดอกไม้ตามที่ได้รับมอบหมาย


ปีย์มองพร้อมกานต์เลือกดอกไม้ไปไหว้พระ หล่อนเลือกเสร็จเขาก็รับมาถือไว้


“รอตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวพี่เดินเข้าไปจ่ายเงิน”เข้าเดินเข้าไปในร้านก็เห็นดอกกล้วยไม้วางอยู่ที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน


“ขอดอกกล้วยไม้กิ่งหนึ่งด้วยครับ เอากิ่งนี้ครับ”ครับบอกเสียงเรียบๆกับเจ้าของร้านที่ขมวดคิ้ว


“กิ่งนี้นะคะ”เขาพยักหน้าให้เจ้าของร้าน


“ทั้งหมดเท่าไรครับ”เขาถามจ่ายเงินเสร็จก็เดินไปจูงมือพร้อมกานต์ไปที่รถ เอาดอกไม้ใส่ตระกร้าธูปเทียนที่วางตอนหลังของรถ แล้วเปิดประตูให้พร้อมกานต์ขึ้นรถแล้วคาดเบลท์ให้เหมือนเดิม


ปีย์ขึ้นมานั่งข้างๆฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปวัด วัดอยู่ไม่ไกลจากบ้านพร้อมกานต์มาก หล่อนมองเขาด้วยความสงสัยเขารู้แต่ก็ได้แต่ยิ้มให้หล่อนตลอดทาง


เมื่อมาถึงที่วัดพร้อมกานก็เดินไปทางโบสถ์ก็เห็นทุกคนนั่งอยู่ข้างหน้าพระประธานเรียบร้อยแล้ว มีภิกษุชรานั่งอยู่ข้างหน้าด้วย ภิกษุชรายิ้มให้มาทางหล่อน


“เอาดอกไม้มาให้ม๊าเลย”ม๊าพูดขึ้น ปีย์ยื่นดอกไม้ที่พร้อมกานต์เลือกแล้ว แต่ดอกกล้วยไม้ยังอยู่ในตะกร้าเหมือนเดิม


ทุกคนถวายสังฑทานไหว้พระเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็สนทนากันไปเรื่อยๆ


“หลวงพ่อเจ้าคะ ช่วยทำนายดวงให้พ่อปีย์หน่อยได้ไหมเจ้าคะ” เขาหันไปเห็นพร้อมกานต์ตาโตขึ้นทันที เขาเลยยิ้มให้หล่อนนิดๆ


“บอกชื่อเจ้ามาสิ”ภิกษุชราถามเขา


“ปีย์ ปัญญากุลครับ”เขาตอบ


ปีย์เห็นภิกษุชรากำลังขีดเขียนอะไรบนกระดาน แล้วหน้าทุกคนรอลุ้นจนเขาลุ้นตามไปด้วย ภิกษุชราเขียนไปสักพักก็เงยหน้าขึ้นมองเขา


“คนนี้สินะ พวกเจ้าพยายามหนียังไงก็หนีกันไม่พ้นจริงๆ ดวงชะตาเจ้าดีเพราะทำบุญมาเยอะ แต่เจ้าจงระวังความใจเย็นของเจ้า มันอาจจะทำให้เจ้าจะเสียใจอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เมื่อถึงเวลานั้นที่อาตมาพูดเจ้าจะรู้เองว่าเจ้าอาจจะเป็นคนทำลายหรือช่วยชีวิตเขาคนนั้นเอาไว้” ภิกษุชราพูดอะไรเขาฟังไม่เข้าใจ ทุกคนต่างมองมาที่เขาด้วยความกังวล


“ไม่เกี่ยวกับยัยหนูของเราใช่ไหมเจ้าคะ”อาม่าถามขึ้นทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


“อาตมาบอกไม่ได้ ขอให้พวกเจ้าดูแลกันดีๆ อาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ได้”ภิกษุชราพูดขึ้นแล้วลุกเดินออกไป เข้าหันหน้าไปมองทุกคนด้วยความสงสัย


“พวกเราพาน้องธามไปเล่นก่อนนะลูก คุยกันเองแล้วกัน” ม๊าพูดจบก็จูงมือน้องธามออกไป อาม่า อากงและป๊าก็ลุกตามออกไปด้วย เขาเลยหันมามองพร้อมกานต์


“ทำไมอาม่าต้องถามว่าจะเกี่ยวกับหนูกานต์ด้วย”พร้อมการณ์ยิ้มแห้งๆให้


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ หลวงปู่เคยทำนายดวงให้หนูกานต์”หล่อนบอกเขาพยักหน้านิดๆ


“ว่ายังไงบ้าง”เขาอยากรู้


“ให้ระวังช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตวัยหนึ่งสู่อีกวัยหนึ่ง อาจจะมีเกณฑ์ถึงฆาตได้แค่นี้เอง”หล่อนพูดจบเขาก็เลยเอื้อมมือไปจับมือหล่อนเอาไว้ อยู่ๆเขาก็เป็นห่วงขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม


“แค่นี้เอง หนูกานต์ใช้คำว่าแค่นี้เองได้ไง”เขาบีบมือพร้อมกานต์แน่นขึ้น


“เห็นไหมถ้าบอกไปก็มีอยู่สองอย่างหนึ่งไม่เป็นห่วงมาก ก็คงตลก ตอนแรกหนูคิดว่าพี่ปีย์จะตลกหนูเสียอีก”หล่อนพูดจบเขาก็ถามขึ้น


“ทำไมต้องตลก”เขาถามกลับ


“ก็ตอนนั้นที่พี่ปีย์เห็นหนูกานต์กอดกับภัทร ภัทรแค่ติดต่อหนูไม่ได้ แล้วก็มากอดหนูกานต์ไว้แล้วพี่ปีย์ก็มาเห็นพอดี แล้วภัทรยังมาบอกว่าหนูกานต์ลืมพระไว้เลยเป็นห่วง หนูกานต์นี่เหวอไปเลย”หล่อนเล่าไปแล้วยิ้มๆ


“มาบอกว่าลืมพระแล้วกลัวไม่มีพระคุ้มครองมันไร้สาระมาก”เขาพูดขึ้น


“แล้วพี่ปีย์ยังมาดุหนูอีกแทนท่จะดุภัทรที่มันคิดเหตุผลไร้สาระแบบนั้น ตอนนั้นหนูคิดว่าพี่ปีย์ดุชะมัดเลย”เขายิ้มๆกับท่าค้อนของหล่อน


ปียร์หยิบดอกกลัวยไม้ขึ้นมาให้หล่อนต่อหน้าพระประธาน หล่อนทำหน้างงๆที่เขาให้ดอกกล้วยไม้หล่อนแค่กิ่งเดียว


“ให้หนูกานต์ทำไมคะ”พร้อมกานต์ถามขึ้น


“อยากให้ความหมายของดอกกล้วยไม้” ดอกกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความรักและความสง่างาน เขาอยากจะบอกหล่อนว่าเขาจะมีความรักที่มั่นคงต่อหล่อน แล้วยังมีความหมายว่า ฉันไม่อาจห้ามใจให้คิดถึงเธอได้


“ฉันไม่อาจห้ามใจให้คิดถึงเธอได้”เขาเห็นหล่อนตาโตขึ้นก็ยกมือไปลูบผมเธอ


“ยังมีอีกความหมายด้วย แต่รอให้ถึงเวลาแล้วพี่จะบอก”ตอนนี้เขาเห็นหล่อนหน้าแดงทำตัวไม่ถูกก็รู้สึกอยากจับมากอดแน่นๆสักที


“เอ่อค่ะ”หล่อนตอบแล้วก็หลบตาเขา


ปีย์จูงมือพร้อมกานต์ออกมาจากโบสถ์แล้วตรงไปท่าให้อาหารปลา ทั้งคู่ซื้อขนมปังแล้วเดินไปให้อาหารใกล้กับครอบครัวพร้อมกานต์


ทั้งวันปีย์ใช้เวลากับครอบครัวพร้อมกานต์ เขาได้เห็นมุมมองใหม่ๆเกี่ยวกับพร้อมกานต์ที่เขาไม่เคยเห็น หล่อนเป็นคนขี้อ้อนมากถ้าอยากได้อะไรแล้วไม่ได้หล่อนก็จะมีวิธีของหล่อนเช่นเอามือมาลูบๆแขนเขา เอาหัวมาไถ่ที่ตัวเขา ถ้าทำแบบนี้ถ้าหล่อนอยากได้เขาคงหามาให้ได้ทุกอย่าง

ความคิดเห็น