facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 เดินทาง

ชื่อตอน : บทที่ 11 เดินทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2561 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 เดินทาง
แบบอักษร

​ชีวิตน้องใหม่ปีหนึ่งของพร้อมกานต์กำลังจะจบแล้วสินะ วันนี้เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายหล่อนกำลังคิดว่าจะทำอะไรช่วงปิดเทอมนี้ดีนะ หล่อนอยากจะอ่านนิยายที่ซื้อมาให้หมดแต่ดูท่าทางจะเป็นไปได้ยากเพราะกองใหม่ที่หล่อนพึ่งซื้อมาก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่ากลัว เมื่อวันก่อนหลังจากสอบวิชาหนึ่งเสร็จหล่อนเครียดมากจนเผลอกดสั่งหนังสือออนไลน์ไป มารู้ตัวอีกทีก็โอนเงินเรียบร้อยแล้ว หล่อนกำลังคิดไปเพลินๆภัทรก็วิ่งมาตบไหล่หล่อน


“ทำไมรุนแรงด้วย”หล่อนทำหน้างอใส่


“ฮ่าๆ สอบเสร็จแล้วไปฉลองกันไหม”ภัทรถามขึ้นมา


“ว่างแล้วหรอ หายไปเลยนะแก รู้ไหมฉันต้องเดินไปเดินกลับมหา’ลัย โคตรลำบาก” หล่อนถูกภัทรทิ้งตั้งแต่เริ่มสอบแล้ว หล่อนต้องเดินไปให้ทันรอบของรถรางที่วิ่งในมหาวิทยาลัย เพราะไม่งั้นหล่อนเหงื่อโซกไปสอบแน่ๆ


“โธ่ ก็ฉันต้องอ่านหนังสือเยอะนี่มันอ่านไม่ทัน อย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวแกก็ได้”ภัทรจับแขนเสื้อหล่อนแล้วแกว่งไปมา หล่อนก็ได้แต่ทำเมื่อยๆใส่เพื่อน


“ไม่โกรธก็ได้ แกจะกินอะไรก็ไปเถอะฉันยังไงก็ได้” หล่อนบอกเพื่อนชายแล้วเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์หยิบหมวกกันน็อกมาใส่แล้วขึ้นซ้อนรถ

“ไปกินชาบูกัน ตอนนี้ร่างกายฉันต้องการเนื้อมาก สูญเสียพลังจากการสอบแทบหมดแรง”พอภัทรพูดจบรถก็ออกทันที

พร้อมกานต์กำลังเดินดูอาหารที่จัดไว้ในบุฟเฟต์หนึ่งรอบตามปกติ เดินดูจนครบหล่อนเดินกลับมาตักของที่อยากจะกิน ตักเสร็จหล่อนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ


“วันนี้ศศิไม่ว่างหรอถึงมาชวนฉันได้”ปกติภัทรจะชวนศศิมามากินมากกว่าจะชวนหล่อน ตั้งแต่ทั้งสองคนตกลงคบหากัน หล่อนเคยบอกไปแล้วว่าเข้าใจที่คนเป็นแฟนกันต้องมีเวลาให้กันบ้าง แค่ภัทรพยายามมารับส่งหล่อนให้ได้หล่อนก็รู้สึกขอบคุณแล้ว


“ใครว่าฉันไม่ว่าง แค่มาสายเอง”เสียงเพื่อนสาวของหล่อนดังมาจากด้านหลัง แล้วเดินไปนั่งข้างๆภัทรขยับเข้าไปนั่งด้านใน


“เห้ย!!! แกมาได้ไง ไอ้ภัทรไม่เห็นบอกเลย”หล่อนตกใจที่อยู่ๆก็เจอศศิมา


“ถ้าบอกแกก็ไม่มาอีกอ่ะ มาแบบนี้ดีแล้ว ฮ่าๆๆๆ”เพื่อนของหล่อนทั้งคู่หัวเราะขึ้นพร้อมกัน หล่อนเลยค้อนให้ ชั่งรวมหัวกันนัก


“ก็ฉันไม่อยากเป็นก้างพวกแกนี่ จะได้ทำอะไรกันสะดวก”หล่อนพูดจบก็ขยิบตาให้เพื่อนที่ตอนนี้หน้าแดงไปจนถึงหูแล้ว


“ใครทำอะไร ไม่มี้”เพื่อนสาวทำหน้าตาเหลอหลาแล้วยังพูดเสียงสูงอีก


“ฉันเข้าใจแล้ว”หล่อนทำหน้าจริงจังและยังพยักหน้าแรงๆอีก


“แกเข้าใจว่าอะไร”ศศิมาถามขึ้น ในขณะที่ภัทรก็ตักของกินใส่จานตัวเองบ้าง ใส่จานศศิมาบ้าง ถ้าทำแบบนี้สงสารคนโสดอย่างหล่อนบ้างเถอะ


“เข้าใจว่าแกได้ทำอะไรๆกันไง”หล่อนเอานิ้วชี้ทั้งสองมาจิ้มๆกันแล้วพยายามทำหน้าเขินสุดๆ แต่หล่อนรู้ว่ามันคงกวนประสาทมากเพราะภัทรที่เงยหน้ามามองถึงกับหลุดหัวเราะ


“ไอ้กานต์ แกยังอยากอยู่ไปจนแกตายใช่ไหม”ศศิมาขู่ขึ้นมา หล่อนเลยหัวเราะใส่เสียงดัง


“กานต์แกเตรียมของเข้าค่ายไปพร้อมยังอีกสองวันก็ไปแล้ว”ภัทรถามขึ้นให้สงบศึกกันก่อน


“ก็ยังขาดของอีกนิดหน่อย ไหนๆก็มาห้างแล้วก็ซื้อไปเลยแล้วกัน แล้วแกเตรียมหมดยัง”หล่อนถามภัทร ในมือก็คืบหมูสไลด์เข้าปาก


“ครบแล้ว ฉันไม่เหมือนแกหรอก ไปไหนก็ลืมนู้นลืมนี่ทุกที”ภัทรบ่น


“คราวนี้ไม่ลืมแน่ เดี๋ยวจะเช็คอีกครั้งแล้วกัน”หล่อนบอก


หลังจากกินชาบูเสร็จพร้อมกานต์ขอตัวไปซื้อของก่อน เพราะอยากให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน และที่สำคัญหล่อนไม่อยากให้เพื่อนเดินตามหล่อนด้วย บางครั้งหล่อนเห็นแล้วอยากได้แต่หล่อนยังไม่หยิบลงตะกร้า หล่อนก็จะเดินไปดูอย่างอื่นก่อน ถ้ายังอยากได้ก็ค่อยกลับมาหยิบ หล่อนเลยคิดว่าต่างคนต่างแยกย้ายกันเดินดีกว่า


พร้อมกานต์เดินเลือกซื้อของอยู่ก็มีคนมาสะกิดแขน หล่อนหันไปมอง


“สวัสดีคับพี่กานต์”น้องธามนั้นเอง หล่อนไม่ได้เจอน้องธามนานแล้ว


“อ้าวน้องธามนั้นเอง คิดถึงจังเลย”หล่อนดึงน้องธามเข้ามากอด น้องธามก็กอดหล่อนกลับ


“วันนี้มากับใครครับ”หล่อนถามน้องธาม


“มากับคุณแม่คับ ป๊ะป๊าก็มาด้วยนะ”น้องธามบอกแล้วลากหล่อนไปทางผู้หญิงสวยๆที่ยืนมองมาอยู่ไม่ไกล


“สวัสดีค่ะคุณแม่น้องธาม”หล่อนไหว้แล้วก็ยิ้มให้ ผู้หญิงอะไรมองใกล้ยิ่งสวย


“สวัสดีค่ะ เรียกพี่ลินดีกว่านะ”คุณแม่น้องธามบอกหล่อนชะงักไปนิดหนึ่ง นี่คงเป็นภรรยาอาจารย์ปีย์แน่เลยสวยอย่างกับนางฟ้า


พร้อมกานสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้รู้สึกปลอดโปร่งขึ้น แล้วถึงจะตอบกลับ “ค่ะพี่ลิน”


“แล้วน้องกานต์มาทำอะไรคะ”ชลินทราชวนคุยขณะเลือกของไปด้วย แต่สายตายังคงมองน้องธามเป็นระยะ


“มาซื้อของเข้าค่ายอาสาค่ะ”หล่อนตอบขณะที่สายตาก็ไล่มองยากันยุงไปด้วย


“อ้าวไปด้วยหรอ ปีย์ก็ไปด้วยนะ”ชลินทราพูดขึ้น แล้วสังเกตปฏิกิริยาของเด็กสาวตรงหน้า แต่ยัยหนูกานต์ก้มหน้าก้มตาดูยากันยุงอย่างเดียว


“อาจารย์ว่างหรอคะ”หล่อนหันไปถาม เพราะคิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องไป


“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นคำสั่งออกมา คงต้องดูสถานการณ์ก่อนมั้ง” ชลินทราพูดด้วยท่าทางสบาย เลยทำให้หล่อนผ่อนคลายไปด้วย ทั้งสามคนเลือกของกันไปได้สักพักโทรศัพท์ของพร้อมกานต์ก็ดังขึ้นพอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นเป็นเบอร์ของศศิมา


“หนูของตัวก่อนนะคะพี่ลิน น้องธามพี่ไปก่อนนะ”หล่อนหันไปไหว้ลาชลินทราแล้วก้มลงไปลาเด็กชายที่ยื่นหน้ามาหอมแก้มหล่อนทั้งสองข้างอย่างรู้หน้าที่


“อ้าวไปแล้วหรอน้องกานต์ ไม่รอปีย์ก่อนหรอ เดี๋ยวก็มาแล้ว”ชลินทราถามขึ้น โทรศัพท์ในมือก็ยังดังต่อไป


“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปก่อนนะคะ”หล่อนเดินออกมาก็กดรับสายเพื่อน


“ฮัลโหลเสร็จแล้วหรอ”หล่อนถามทันทีที่เสร็จรับสาย


‘เสร็จแล้ว รอหน้าห้างนะแก’ศศิมาพูดขึ้น


“ได้ ขอจ่ายเงินก่อน เดี๋ยวรีบตามไป”พร้อมกานต์พูดจบก็เดินเข้าไปในช่องชำระเงินที่ไม่มีคน ขณะที่หล่อนก้มลงหยิบถุง อาจารย์หนุ่มก็สวนหล่อนไป 


“ปีย์ เด็กของแกน่ารักดีนะ”เมื่อปีย์เดินหาสองแม่ลูกเจอก็ได้รับคำทักทายแปลกๆ


“เด็กที่ไหน”เขาถามเพื่อนกลับ


“ก็ยัยหนูกานต์ยังไงล่ะ ยิ่งตอนเรียกพี่ลินคะพี่ลินขา อยากจะจับเอามาเป็นตุ๊กตาเลย”ชลินทราตอบเพื่อน แต่หน้ายิ้มๆนี่สิแสดงว่าเขากำลังถูกแกล้งอยู่


“แกเจอเขาหรอ ไปไหนแลล่ะ"อาจารย์หนุ่มถามขึ้น


"เจอ ไปเมื่อกี้แกมาช้าไป"เพื่อบยิ้มๆให้


"แล้วทำไมพร้อมกานต์ถึงแรียกแกว่าพี่ได้ แกก็เป็นอาจารย์เหมือนฉัน”เขาถามเพราะสงสัย ทีกับเขาเรียกอาจารย์ทุกคำ


“ก็แค่บอกว่าเรียกพี่ลินก็ได้ เด็กก็เรียกแล้ว”ชลินทราไม่ได้บอกว่าพร้อมกานต์ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นอาจารย์ เรื่องอะไรจะบอกแบบนั้นขอแกล้งเพื่อนก่อนเถอะ


“แต่น้องกานต์ไปค่ายอาสาด้วยหรอ”ชลินทราหรี่ตามมองปีย์ แต่ปีย์หันหน้าไปมองทางอื่นไม่ยอมสบตาหล่อน


พร้อมกานต์ใส่เสื้อยืดประจำค่ายกางเกงยีนส์กำลังยืนรอรถบัสประจำมหาวิทยาลัยมารับ ดีนะที่เป็นรถปรับอากาศไม่อย่างนั้นร้อนแน่ๆ หล่อนเตรียมแค่กระเป๋าเป้ที่สะพายหลังใบเดียวแต่ในมือถือผ้าห่มนาโนผืนใหญ่ที่พับมาเรียบร้อย ภัทรคอยถามตลอดว่าเอาของมาครบแล้วแน่นะเพราะเห็นหล่อนสะพายเป้ใบเดียว


ค่ายที่พร้อมกานต์ไปวันนี้ก็ไปช่วยพัฒนาโรงเรียนแถวตะเข็บชายแดนกาญจนบุรี มีเพื่อนๆในค่ายประมาณ30คน อาจารย์คุมไป2คน เป็นอาจารย์ผู้ชายคืออาจารย์ปีย์ อีกคนเป็นอาจารย์ผู้หญิงคืออาจารย์รัศมี หล่อนพึ่งมารู้ว่าทั้งสองเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมอาสาที่หล่อนสมัครมาค่าย


ตอนที่ขึ้นรถมาจันทร์เจ้าขอไปนั่งกับเพื่อนที่ยังคุยติดพันกับเพื่อนในคณะอีกคน ส่วนภัทรก็ถูกเพื่อนคณะแพทย์ลากไปนั่งข้างหลัง หล่อนเห็นมีแต่ผู้ชายหล่อนเลยบอกว่าจะนั่งข้างหน้า หล่อนขยับไปนั่งริมหน้าต่างเพื่อที่คนอื่นจะได้มานั่งข้างๆหล่อนได้ หล่อนคาดเบลท์แล้วเอาผ้าห่มที่เตรียมมาห่อตัวเองไว้แล้วดึงขึ้นมาปิดหัวเหมือนดักแด้ หล่อนกำลังเคลิ้มหลับก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งข้างๆหล่อน พอรถเริ่มออกเสียงกลองที่หล่อนเห็นตรงด้านหลังรถก็ดังขึ้น เสียงเพื่อนๆร้องเพลงกันสนุกสนานแต่หล่อนง่วงมากเพราะวันนี้หล่อนต้องมาให้ถึงมหาวิทยาลัยก่อนหกโมงครึ่ง กว่ารถจะมาก็เจ็ดโมงพอดี


พร้อมกานต์ตื่นขึ้นมาก็พบว่าหล่อนขดตัวในผ้าห่มดักแด้ของหล่อนแต่ตัวหล่อนไม่ได้ซบลงไปที่หน้าต่าง แต่กลับซบลงไปที่แขนคนข้างๆ พร้อมกานต์ค่อยๆดึงผ้าห่มออกมาให้เห็นแค่ตา พอเห็นคนที่นั่งข้างๆกำลังหลับตาอยู่ หล่อนกระเด้งตัวออก ตาหล่อนโตขึ้นด้วยความตกใจ


“อาจารย์ปีย์มานั่งตรงนี้ได้ยังไงคะ”พร้อมกานต์ถามขึ้น แต่โชคดีที่เสียงไม่ดังมาก


“ผมก็นั่งมาตั้งแต่รถออกแล้ว”อาจารย์หนุ่มตอบทั้งที่ยังหลับตาต่อไป


“อาจารย์นอนต่อเถอะค่ะ หนูไม่กวนแล้ว”หล่อนพยายามทำตัวลีบๆให้ชิดหน้าต่างที่สุดเพราะกลัวอาจารย์จะอึดอัด แต่ดักแด้ที่โผล่แค่หัวอย่างหล่อนก็ทนได้ไม่นานก็หลับเหมือนเดิม


อาจารย์ปีย์หันมามองนิดหนึ่งก็เห็นหล่อนหลับไปแล้ว อาจารย์หนุ่มช่วยดึงผ้าห่มมาปิดแค่คอกลัวจะหายใจไม่ออก เล่นเอาผ้าห่มคลุมหัวมาเป็นชั่วโมงแล้วตั้งแต่รถออก หัวของหล่อนเอนไปมาจนเกือบจะกระแทกกระจก เขาเอามือไปรองไว้ทันพอดี หัวของพร้อมกานต์กลับมาตั้งตรงเหมือนเดิมแต่ตอนเอนหัวกลับมาจมูกของหล่อนปัดผ่านแก้มเขาไปด้วย อาจารย์หนุ่มตกใจหันไปมองหน้าของหล่อน ปลายจมูกของเขากับหล่อนก็แตะกันพอดี เขาใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา ปีย์รู้สึกตัวก็เอาหัวเล็กๆมาซบไว้ที่ไหล่ของเขาจะได้ไม่ต้องกระแทกกระจกอีก แต่หล่อนกลับไถ่หัวไปมาบนแขนเขา อาจารย์หนุ่มเหล่ตามองนิดหนึ่ง ให้ตายเถอะเด็กคนนี้ เขาจะบ้าตายแล้วนะ


พร้อมกานต์ตื่นมาก็พบว่าหล่อนลงไปนอนที่ตักของอาจารย์ปีย์แล้ว เท่านั้นยังไม่พอหล่อนยังไถ่หัวไปมาบนตักของอาจารย์หนุ่มก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าหล่อนไม่ได้นอนตักของมารดา พอหล่อนรู้ตัวว่ามาเข้าค่ายกับทางมหาวิทยาลัยและคนที่นั่งข้างๆก็เป็นอาจารย์ปีย์ไม่ใช่มารดา หล่อนก็รีบกระเด้งตัวออกด้วยความตกใจ แต่ก็เห็นอาจารย์ลืมตาขึ้นแล้วทำหน้าเหนื่อยหน่ายใจ หล่อนได้แต่ยิ้มแห้งๆให้


“อาจารย์น่าจะปลุกหนูนะคะ”หล่อนบอกอาจารย์ หล่อนเกรงใจอาจารย์จริงๆ


“คงบอกไม่ทันแล้ว คุณตื่นแล้วนี่”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น แต่ทำไมหน้าอาจารย์ปีย์แดงอีกแล้วนะ สงสัยเลือดลมไหลเวียนดีแน่ๆเลย


“อาจารย์คงเป็นเพื่อนเลือดลมดีแน่ๆเลยใช่ไหมคะ หนูเห็นอาจารย์หน้าแดงบ่อยๆ”หล่อนชวนอาจารย์คุย


“อ่ะแฮ่มๆ คงอยากนั้น ผมออกกำลังกายบ่อย”อาจารย์หนุ่มตอบกลับมา


“ว่าแล้ว แขนอาจารย์ก็แน่น ขาก็แน่น”หล่อนพูดขึ้นพร้อมยิ้มกว้าง


“เอ่อ อย่างนั้นหรอ”หล่อนพยักหน้าให้แรงๆเหมือนเด็กเจอของเล่น หล่อนยื่นมือไปลูบแขนอาจารย์หนุ่มแบบเจอของที่ถูกใจ


“หนูก็คิดว่าจะออกกำลังกายเหมือกัน จะได้แข็งแรง ถ้าเกิดเป็นอะไรไปร่างกายจะได้ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ”หล่อนพูดไปเรื่อยๆ


“ใครพูดแช่งตัวเองอย่างนั้นกัน”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้นมา หล่อนเลยรู้สึกตัวว่าคงพูดอะไรแปลกๆไปอีกแน่


“หนูไม่ได้แช่งตัวเองสักหน่อย  แค่พยายามคิดว่าไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ”หล่อนตอบแล้วยิ้ม อาจารย์หนุ่มเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ


ตอนนี้ทั้งหมดมาถึงโรงเรียนที่เรากำลังจะพัฒนาแล้ว ดูจากสภาพภายนอกค่อนข้างที่จะทรุดโทรม ถ้าทางสีใหม่จัดทัศนียภาพให้สวยขึ้นคงจะดีขึ้น ต่างคนก็ต่างขนของส่วนตัวลงจากรถ อาจารย์ปีย์ลงไปก่อนแล้วแต่หล่อนยังนั่งพับผ้าห่มอยู่บนรถอยู่เลย จนภัทรเดินเข้ามา


“ไปได้แล้ว คนอื่นไปที่ลานหน้าโรงเรียนหมดแล้ว”ภัทรพูดขึ้นเร่งหล่อน


“เสร็จแล้วๆ ไปกันเลย”หล่อนหันกลับมามองตรวจเช็คอีกรอบว่าไม่ลืมอะไรไว้แล้ว แต่ก็เห็นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งอยู่บนพื้นเลยหยิบขึ้นมา แล้วกดเปิดหน้าจอแต่เห็นเป็นรูปคู่อาจารย์ปีย์กับผู้หญิงคนหนึ่ง หล่อนเห็นอย่างนั้นเลยกดปิดหน้าจอทันที แล้วจับหัวใจตัวเองเหมือนมันจะเต้นช้าลง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ไม่ใช่พี่ลินด้วย


“ไอ้กานต์ ไปได้แล้วโว้ย” หล่อนสะดุ้งที่ภัทรตะโกนขึ้นมาจากข้างประตูรถ


“ไปแล้วๆ”หล่อนรีบเดินลงจากรถด้วยความระมัดระวัง ทำอะไรหล่อนต้องมีสติท่องไว้


พร้อมกานต์เห็นอาจารย์มองมาทางหล่อนกับภัทรด้วยสายตาที่หล่อนมองไม่ออก แต่หล่อนเดินไปหาอาจารย์ด้วยหน้านิ่งๆจนภัทรต้องหันมามอง


“โทรศัพท์ค่ะ”หล่อนยื่นโทรศัพท์ให้ก็เดินไปรวมกับเพื่อนที่ลานทันที หล่อนไม่ได้รอฟังคำขอบคุณจากอาจารย์หนุ่ม หล่อนพยายามคิดว่าหล่อนต้องรีบไปรวมกับคนอื่นเท่านั้นเลยไม่อยากอยู่รอฟังอาจารย์ แต่ให้ตายเถอะ ตอนนี้หล่อนไม่อยากเห็นหน้าอาจารย์หนุ่มจริงๆ

ความคิดเห็น