facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 อบรมฝ่ายพยาบาล

ชื่อตอน : บทที่ 9 อบรมฝ่ายพยาบาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 21:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 อบรมฝ่ายพยาบาล
แบบอักษร

​วันนี้มีการอบรบการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับฝ่ายพยาบาลของคณะ ทำให้อาทิตย์นี้หล่อนไม่ได้กลับบ้านอยุธยา ตอนแรกที่หล่อนลงเพราะว่าคิดว่ามีหน้าที่แค่ช่วยพาคนเจ็บไปที่ซุ้มพยาบาล แต่ทางมหาวิทยาลัยส่งเจ้าหน้าที่มาอบรมหลักในการปฏิบัติพยาบาลเบื้องต้น แต่ใครจะรู้บ้างว่าหล่อนอยากกลับบ้านไปหากำลังใจหลังสอบกลางภาคผ่านไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หล่อนคิดถึงป๊า ม๊า อากง อาม่า แล้วช่วงสอบภัทรก็หายไปเลยจะเห็นหน้าก็แค่ตอนมารับที่หอเท่านั้น ส่วนตอนกลับหรอก็ต้องเดินกลับตามระเบียบ


“เมื่อไรป้าแกจะปล่อยกลับบ้านสักทีนะ นี่ก็ห้าโมงเย็นแล้ว” เพื่อนข้างๆหล่อนพูดขึ้น ก็วันนี้ทั้งวันหล่อนต้องพันแขนพันขา ฝึกปั๊มหัวใจหุ่นจนหล่อนจะหมดแรงอยู่แล้ว


“เดี๋ยวคงปล่อยมั้ง ฉันก็เหนื่อยจนตาจะปิดอยู่แล้ว” หล่อนหันไปบอกเพื่อนเสียงเอื่อยๆ


“เอาละเด็กๆ สุดท้ายของวันนี้แล้ว พวกเราจะมาทดสอบที่เรียนวันนี้กันเถอะ ถ้าพวกคุณผ่านก็เชิญกลับบ้านได้เลย”เมื่อพวกเราไปยินอย่างนั้นก็พากันตกใจ มีบ้างที่เอะอะขึ้นมากเพราะไม่คิดว่าจะต้องมีการทดสอบด้วย


“เด็กตั้งสามสิบคน แต่มีพี่คนเดียวเองนะครับ”มีนักศึกษาชายคนหนึ่งพูดขึ้น


“พวกคุณไม่ต้องตกใจ เดียวจะมีอาจารย์จากคณะแพทย์มาช่วยอีกหนึ่งคน อ้าวมาพอดีเลยค่ะอาจารย์ เชิญทางนี้เลยค่ะ”หล่อนไม่ได้เงยหน้ามองว่าเป็นอาจารย์คนไหน หล่อนรู้แต่ว่าตอนนี้ตาหล่อนจะปิดแล้ว


“พี่จะให้พวกคุณมาจับสลากนะคะ มี20คนจะสอบใช้ผ้ากับพี่ และมี10คนจะได้ไปปั๊มหัวใจกับอาจารย์หมอ” ตอนนี้พร้อมกานต์ได้ยินเสียงไกลออกไปเรื่อยๆ หล่อนได้ยินอะไรผ้าๆ กับหมอๆอะไรหล่อนก็ฟังไม่รู้เรื่อง


“กานต์ไปจับสลากกันเถอะ ตอนนี้ฉันอยากปั๊มหัวใจมากเลยแก ถ้าคนคุมจะหล่อขนาดนี้”หล่อนไม่เข้าใจที่เพื่อนพูดเท่าไร รู้แต่ต้องจับสลาก แต่จะจับไปทำไมละ หล่อนที่ตอนนี้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะความง่วงก็เดินตามแรงลากของเพื่อนเดินผ่านใครไปบ้างหล่อนก็ไม่ได้มอง พอถึงคิวหล่อนก็หยิบสลาก หล่อนจับได้ปั๊มหัวใจ


พร้อมกานต์มองกระดาษที่อยู่ในมือ ได้แต่เบิกตากว้าง ตอนนี้หล่อนไม่อยากปั๊มหัวใจนะ หล่อนไม่มีแรงพอที่จะทำอะไรทั้งนั้น


“แกได้อะไร”หล่อนหันไปถามเพื่อนตาปรือๆ


“ปั๊มหัวใจ โชคดีชะมัดเลยแก”หล่อนไม่เข้าใจว่าโชคดีอะไร หล่อนก้มหน้าก้มตาเดินไปเข้าแถวข้างๆเก้าอี้ที่วางซ้อนกันจนสูง หล่อนอยากจะดึงมานั่งหลับสักตัวแต่คงทำไม่ได้ ถึงไม่ได้นั่งก็ขอยืนพิงสักนิดก็ยังดี หล่อนหลับตาแล้วยืนพิงเอาไว้ แค่ตอนนี้แรงจะพยุงตัวยังลำบากเลย


โครมมมม


หล่อนสะดุ้งตกใจเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกับที่หล่อนเสียหลักจนเกือบล้ม หล่อนเห็นเก้าอี้ล้มลงไประเนระนาด ตอนนี้หล่อนหันไปมองแถวที่หล่อนเข้าอยู่ก็ไม่มีคนแล้ว หันไปมองแถวข้างๆที่แบ่งเป็นสองแถวก็ไม่มีแล้วเหมือนกัน หล่อนมองไปข้างหน้าก็ตกใจที่เห็นอาจารย์ปีย์กับพี่เจ้าหน้าที่ยืนมองหล่อนอยู่ ตอนนี้หล่อนแทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี หล่อนหลับไปจนเพื่อนๆกลับหมดแล้วได้ยังไง


พร้อมกานต์ก้มลงเก็บเก้าอี้ที่ระเนระนาดไปเพราะฝีมือหล่อน ขนาดที่หล่อนกำลังเก็บเก้าอี้อาจารย์ปีย์ก็เดินมาช่วย


“ซุ่มซ่าม” พร้อมกานต์ได้ยินอาจารย์ปีย์พูดขึ้น หล่อนหันไปมองหน้าอาจารย์หนุ่มทันทีเพราะคิดว่าหูฝาด


พร้อมกานต์กับอาจารย์หนุ่มเก็บเก้าอี้เสร็จก็เดินไปที่หุ่นที่จะใช้สอบปฏิบัติ หล่อนทำตามขั้นตอนที่พี่เจ้าหน้าที่สอน


“คุณคะๆๆ”หล่อนเรียกหุ่นเพื่อเช็คว่าคนไข้รู้สึกตัวหรือไม่ แล้วเรียกขอความช่วยเหลือ


พร้อมกานต์วางมือโดยการแบ่งจากหัวนมทั้งสองข้างและกลางลำตัวแล้ววางมือที่กึ่งกลาง หล่อนวางสันมือข้างที่ไม่ถนัดลงไปก่อนแล้วนำมืออีกข้างวางผสานลงไป ยกไหล่ให้ตรงกับแขนในแนวตรง แล้วกดลง


“1และ2และ3และ4”


“หยุด คุณกดแค่นั้นจะไปช่วยชีวิตใครได้”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น หล่อนเลยเงยหน้ามอง


“ขอโทษค่ะ”ตอนนี้หล่อนไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น หล่อนอยากกลับไปนอนอย่างเดียว


“คุณกดให้ลึกประมาณ2นิ้ว แต่นี้คุณแทบไม่ออกแรงกดด้วยซ้ำ เอาใหม่”อาจารย์ปีย์พูด หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น


“…26และ27และ28และ29และ30”ีครบหนึ่งเซตพอดี


“ผ่าน”อาจารย์ปีย์พูดขึ้น หล่อนก็ยกมือไหวลาทันที


พร้อมกานต์เดินออกมาหน้าหอประชุมก็เห็นท้องฟ้าเป็นสีส้มแล้ว อีกไม่นานก็มืดแน่ๆ หล่อนยกนาฬิกาข้อมือมาดูก็เป็นเวลาเกือบหกโมงครึ่งแล้ว ตอนนี้หล่อนไม่อยากออกกำลังกายเลยจริงๆนะ เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาภัทร


“อยู่ไหนภัทร”พอภัทรรับโทรศัพท์หล่อนก็ถามทันทีโดนไม่ต้องให้เพื่อนทักทาย


“อยู่ห้างกับศศิ แกมีอะไรป่าว”ภัทรถามกลับ


“ว่าจะให้มารับ แต่ไม่เป็นไร แค่นี้แหละ”หล่อนกดวางสาย หล่อนคงต้องเดินกลับจริงๆสินะ


“พี่ต้องขอบคุณอาจารย์มากเลยนะที่มาช่วย ไม่อย่างนั้นคงเสร็จช้ากว่านี้แน่ๆ”หล่อนได้ยินเสียงคนกันคุยมาจากด้านหลัง แต่ตอนนี้หล่อนไม่มีอารมณ์จะมีมารยาทที่จะหันกลับไปทักทายยิ้มแย้มให้ใครแล้ว


“ไม่เป็นไรครับ ลินขอให้มาแทนเพราะต้องพาน้องธามไปต่างจังหวัด”หล่อนหยุดเดินนิดหน่อย พอรู้สึกตัวก็เดินต่อไป ตอนนี้หล่อนรู้สึกไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ แต่เดียวหล่อนก็คงรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรแหละมั้ง


พร้อมกานต์เดินบนทางเท้าได้ประมาณห้าร้อยเมตร ก็มีออดี้สีขาวมาจอดเทียบข้างๆหล่อนแล้วเลื่อนกระจกลงก็เห็นหน้าหล่อๆของอาจารย์ปีย์


“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวไปส่ง”อาจารย์หนุ่มชวน หล่อนหันไปมองนิดหน่อย เวลานี้หล่อนไม่ต้องคิดอะไรมากเลย


“ขอบคุณค่ะ”หล่อนพูดขึ้นพร้อมเปิดประตูรถนั่งข้างคนขับคาดเบลท์เรียบร้อยก็หลับทันที ขอหลับสักตื่นก็ยังดี ตอนนี้หล่อนไม่ไหวแล้ว


อาจารย์ปีย์มองคนที่พอนั่งปุ๊บก็หลับปั๊บทั้งที่รถยังไม่ทันออกเลย อาจารย์หนุ่มอยากจะขำก็ขำไม่ออก เขาเห็นหล่อนอาการไม่ดีตั้งแต่อยู่บนหอประชุมแล้วแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะพิงเก้าอี้จนล้มระเนระนาดแบบนั้น ตอนได้ยินเสียงเก้าอี้หล่นเข้าก็สะดุ้งตกใจคิดว่าเก้าอี้จะทับยัยหนูกานต์เสียแล้ว พอเห็นหล่อนไม่เป็นไรก็เลยเดินไปช่วยหล่อนเก็บเก้าอี้ ถึงเวลาที่หล่อนสอบปฏิบัติถ้าเป็นนักศึกษาแพทย์สอบแล้วทำแบบนี้เขาคงไล่ให้กลับไปแล้ว ไม่มีสติอยู่กับตัวเลยสักนิด ถ้ามีคนไข้อยู่ในมือแล้วต้องไม่รอดแน่ๆ แต่หล่อนพึ่งเคยทำ ทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว


พอเขาเดินออกจากห้องประชุมก็เห็นพร้อมกานต์คุยโทรศัพท์แปปเดียวก็วางไป น่าจะโทรตามภัทรให้มารับแต่ก็คงไม่มาเพราะหล่อนเดินออกมาคนเดียว เขาแยกย้ายกับพี่เจ้าหน้าที่ก็ขับรถมาทางที่หล่อนเดินไป จนรับหล่อนขึ้นมาบนรถ แล้วหล่อนก็หลับไปเลย จนมาจอดรถที่จอดรถข้างหน้าหอของหล่อนแต่หล่อนก็ยังไม่ตื่น เขาหันไปมองหล่อน หลับแบบนี้เวลานั่งรถกลับบ้านต่างจังหวัดคงน่ากลัวน่าดูเชียว คนอะไรชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงตลอดเลย หล่อนนอนไปจนเกือบถึงหนึ่งทุ่มครึ่งก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่หล่อนก็ยังหลับต่อไม่รู้เรื่องรู้ราว


“คุณๆ โทรศัพท์คุณดัง”อาจารย์หนุ่มสะกิดแขนหล่อน แต่หล่อนลืมตาขึ้นนิดหนึ่งแล้วหลับตาต่อ แต่ปากยังถามกลับมา


“ใครคะ” พอหล่อนถามจบ เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วหาโทรศัพท์ที่ร้องในกระเป๋าก็เห็นขึ้นชื่อภัทร แต่ภาพข้างหลังเป็นภาพที่หญิงสาวข้างๆเขากำลังกอดคอกับภัทรอยู่ ทั้งสองคนคงจะสนิทมากเลยสินะ


“ภัทรโทรมา”เขาพูดเสียงเรียบๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงอารมณ์ชอบแปรปรวนอย่างนี้ก็ไม่รู้


“อ่อค่ะ”หล่อนตอบรับ


พร้อมกานต์รับโทรศัพท์ที่ร้องจากมืออาจารย์หนุ่มมาไว้ในมือทั้งที่ยังหลับตา หล่อนยังไม่ทันกดรับสายแต่สายก็ถูกวางไปก่อน แล้วก็โทรเข้ามาใหม่


“มีอะไร”พร้อมกานต์กดรับโทรศัพท์ถามเสียงเอื่อยๆ เมื่อกี้หล่อนรู้สึกตัวแล้วนิดหน่อย แต่ขอพักสายตาอีกแปปนึง


“ฉันโทรเข้าตั้งหลายสาย ทำไมไม่รับว่ะ ตกใจหมดเลยนะกานต์”หล่อนฟังที่ภัทรพูด แต่ก็ได้ยินเสียงศศิมาปลอบอยู่ข้างหล่อนเลยสบายใจ


“ฉันไม่ได้เป็นอะไร”หล่อนบอกเพื่อน เสียงเอื่อยๆอีกเหมือนเดิม


“แกรู้ไหมถ้าแกไม่รับโทรศัพท์ฉัน ฉันจะโทรหาป๊าแกแล้ว”


“อืม ก็แล้วแต่แกเถอะ”หล่อนตอบไปอย่างนั้น แต่เมื่อกี้ภัทรว่าอะไรนะ จะโทรหาบิดาหล่อนหรอ หล่อนเบิกตากว้างขึ้นทันทีที่สมองเรียบเรียงคำพูดของภัทรได้


“เห้ย!!! ภัทรแกยังไม่โทรใช่ไหม”หล่อนถามเสียงดัง ถ้าบิดารู้เรื่องหล่อนจะโดนลิดรอนสิทธิ์อะไรอีกก็ไม่รู้ แต่นั้นยังไม่หนักเท่าที่จะทำให้คนที่บ้านเป็นห่วง


“ก็แกรับสายก่อนนี่ไง ว่าแต่ทำไมไม่รับโทรศัพท์”ภัทรถามขึ้น


“หลับ วันนี้โคตรเหนื่อย”หล่อนตอบเสียงเซ็งๆ


“ถ้าอย่างนั้นแกนอนต่อเถอะ แกถึงหอแล้วฉันก็สบายใจ ฉันก็จะไปส่งศศิแล้วเหมือนกัน” ภัทรพูดจบก็วางสายไป


พร้อมกานต์มองเห็นว่าตัวเองอยู่ข้างหน้าหอก็สะดุ้ง เพราะหล่อนพึ่งจะนึกได้ว่ายังอยู่บนรถอาจารย์ปีย์ หล่อนยกนาฬิกาขึ้นดูเพราะจากมหาวิทยาลัยมาถึงหอพักหล่อนไม่น่าเกิน15นาทีถ้ารถติด ถ้าเดินก็ใช้เวลาพอๆกับช่วงรถติดแล้วขับรถยนต์ คุยกับภัทรอีก5นาที แต่ทำไมตอนนี้นาฬิกาหล่อนบอกเวลาเลยหนึ่งทุ่มครึ่งมาแล้ว หล่อนยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลาก็เหมือนกัน หล่อนทำหน้าเหลอหลาไปทางอาจารย์หนุ่มที่นั่งอยู่เงียบๆ


“กี่โมงแล้วคะ”หล่อนถามเสียงเบาๆด้วยความเกรงใจ


“ทุ่มครึ่ง จะไปหาอะไรกินไหมเดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน” อาจารย์หนุ่มหันมาถาม แต่หล่อนตาโตด้วยความตกใจไม่คิดว่าอาจารย์หนุ่มจะชวน


“ไปค่ะๆ”พร้อมกานต์ตอบรับทันทีอย่างลืมตัว


“แล้วคุณอยากกินอะไร”อาจารย์หนุ่มหันมา


“แล้วแต่อาจารย์เลยค่ะ หนูยังไงก็ได้”แต่ในใจตอนนี้หล่อนอยากกินปิ้งย่างร้านจระเข้สีเขียวแต่ถ้าจะชวนอาจารย์ไปก็เกรงใจเลยได้แต่ทำหน้าละห้อย แต่อาจารย์หนุ่มหรี่ตามองแล้วก็พูดขึ้นมา


“ผมเดาใจคุณไม่ถูกหรอกนะ จะกินอะไรก็บอกมาเลยจะได้รีบไป”อาจารย์หนุ่มบอกด้วยเสียงเรียบๆแต่ก็ไม่ถึงกับดุ


“หนูอยากกินปิ้งย่างร้านจระเข้สีเขียวค่ะ แต่หนูเกรงใจอาจารย์ เดี๋ยวอาจารย์ก็ดุอีกว่าเป็นสารก่อมะเร็ง”พร้อมกานต์ทำหน้าหงอย อาจารย์หนุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วปิดกระจกที่เปิดไว้นิดหนึ่งก่อนที่จะออกรถไปทางห้างที่หล่อนเคยนัดกับศศิมาเอาไว้


“ถ้าอาจารย์ไม่ชอบเรากินอย่างอื่นก็ได้นะคะ”พร้อมกานต์พูดขนาดที่รอคิวอยู่หน้าร้าน


“คุณอยากกินอะไรก็กินเถอะ ผมกินได้หมด”อาจารย์หนุ่มหันมาพูด แต่ทำไมอยู่ๆหล่อนก็รู้สึกใจกระตุกอีกแล้วนะ ตามใจกันเข้าไปจนหล่อนจะเสียคนอยู่แล้ว


“3310ค่ะ”พนักงานเรียกคิวของหล่อน พร้อมกานต์กับอาจารย์ปีย์ก็เดินเข้าไปในร้าน


“อาจารย์จะกินอะไรคะ”หล่อนเงยหน้าจากเมนูมองอาจารย์ แต่เห็นอาจารย์นั่งอยู่เฉยๆ


“คุณอยากกินอะไรก็สั่ง ผมกินได้หมด”พอได้ยินอย่างนั้นหล่อนก็หันไปสั่งอาหารพนักงาน


“เอาชุดหมู1 เนื้อสไลด์3 ข้าวเปล่า2 น้ำเปล่า1 เอาแค่นี้ค่ะ”หล่อนพูดจบก็ยื่นเมนูกลับคืนให้พนักงาน


“คุณพูดว่าแค่นี้หรอ”อาจารย์พูดขึ้นยิ้มๆ หล่อนเลยยิ้มกว้างให้


“โธ่ นี่ก็สั่งข้าวมาตัดกำลังแล้วนะคะ ไม่อย่างนั้นถล่มอาจารย์หมดตัวแน่”หล่อนพูดแล้วค้อนใส่อาจารย์หนุ่มเล็กๆ บรรยากาศทั้งคู่ก็สบายๆ เหมือนทั้งคู่ไม่ได้เป็นอาจารย์ลูกศิษย์กันเลย


วันกีฬาสีพร้อมกานต์ต้องตื่นแต่เช้าแต่จะบอกว่าเช้าก็ไม่ถูกเพราะหล่อนตื่นตอนตี5 อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบตี5ครึ่งแล้ว หล่อนลงจากหอ บรรยากาศมันก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่โทรไปหาภัทรก็ไม่รับโทรศัพท์คงจะหลับอยู่แน่ๆ แล้วหล่อนจะไปมหาวิทยาลัยยังไงดี แค่คิดความหวังของหล่อนก็มา หล่อนเห็นออดี้สีขาวกำลังขับผ่านหล่อนโบกมือเรียกก่อน


รถออดี้สีขาวหยุดข้างหน้าหล่อนเปิดกระจกลงลง


“จะไปไหนตอนนี้ ฟ้ายังไม่สว่างเลย”อาจารย์หนุ่มทำหน้ายุ้งๆ แต่หล่อนยิ้มกว้าง อาจารย์ปีย์เป็นเทวดาประจำตัวหล่อนจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือเมื่อไรก็มาเมื่อนั้นตลอดเลย


“ไปมหา’ลัยค่ะ อาจารย์จะไปไหนคะ”หล่อนถามก่อน ถ้าไปมหาวิทยาลัยหล่อนจะได้ติดรถไปด้วย


“ไปโรงพยาบาล ขึ้นมาสิเดี๋ยวไปส่ง”หล่อนทำหน้าลังเลนิดหน่อย เพราะถ้าไปโรงพยาบาลเข้าอีกประตูใกล้กว่า หล่อนเริ่มเกรงใจอาจารย์


“เร็วๆสิ ผมรีบ” อาจารย์ปีย์เร่ง หล่อนเลยรีบเปิดประตูนั่งประจำที่คาดเบลท์เรียบร้อยแล้วหันไปยิ้นกว้างๆให้อาจารย์หนุ่ม


“ทำไมอาจารย์ไปโรงพยาบาลเช้าจังคะ”หล่อนถามขึ้น


“ก็ปกติ”อาจารย์หนุ่มพูดเสียงเรียบๆแล้วขับรถต่อไป


“เมื่อก่อนหนูยังเห็น8โมง อาจารย์ไปส่งน้องธามอยู่เลย”หล่อนถามด้วยความสงสัย


“โดดงานมาแปปนึงน่ะ”อาจารย์หันมากระตุกยิ้มให้หล่อน ใจหล่อนก็พลอยกระตุกไปด้วย


“อ่อหรอคะ อาจารย์ไปทำงานอย่างนี้ทุกวันเลยหรอคะ”หล่อนถามต่อ


“ก็เริ่มราวน์วอร์ดตอน6โมง วันที่คุณเห็นผมบังเอิญเสร็จเร็วเลยพอมีเวลาว่างนิดหน่อย แต่ก็ต้องรีบกลับมาเตรียมเข้าห้องผ่าตัดอีกจนถึงเย็น ถ้าวันไหนโชคดีหน่อยคุณก็อาจจะเห็นผมว่างเหมือนวันที่คุณอบรม”อาจารย์เล่า


“แล้วถ้าไม่ว่างล่ะคะ”หล่อนถามต่อด้วยความสงสัย


“ก็แล้วแต่สถานการณ์”อาจารย์หันมาตอบ


“อย่างนี้หนูก็คิดถูกสินะที่เรียนบัญชี ถ้าทำงานด้านตรวจสอบได้และมีแฟนเป็นหมอทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน” หล่อนพูดไปยิ้มไป ความจริงหล่อนไม่ต้องมีแฟนเป็นหมอก็ได้แต่ถ้าเป็นได้ก็ดี


“ถึงแล้ว”อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น หล่อนหันไปยิ้มให้อาจารย์ที่ทำหน้านิ่งๆอีกแล้ว


“ขอบคุณมากนะคะ โชคดีนะคะอาจารย์ขอให้ไม่เจอคนไข้หรือญาติคนไข้เหวี่ยงใส่นะคะ สวัสดีค่ะ”พร้อมกานต์พูดจบก็เดินลงจากรถลงไป ที่หล่อนพูดแบบนั้นเพราะหล่อนเคยเห็นญาติคนไข้โวยวายว่าทำไมไม่รักษาลูกตัวเองก่อน แต่พยาบาลมาบอกว่าคุณหมอกำลังปั๊มหัวใจคนไข้อีกรายกันอยู่ แต่ญาติคนไข้ก็ยังคงโวยวายเหมือนเดิม


วันนี้ทั้งวันพร้อมกานต์ได้แต่วิ่งไปวิ่งมาจากสนามฟุตบอลกับซุ้มพยาบาล หล่อนได้ประจำอยู่ที่สนามฟุตบอลถ้าคณะหล่อนลงแข่ง หล่อนก็ลงไปดูแล ไม่น่าเชื่อเลยว่าหล่อนจะได้ใช้วิชาเกี่ยวกับผ้าๆที่เรียนมาตอนฝึกอบรม แต่หล่อนก็ยังไม่เคยลองCPRคนจริงๆสักทีเคยทำแต่กับหุ่น หล่อนก็ภาวนาไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

ความคิดเห็น