facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 เรื่องวุ่นๆวันเปิดเรียน

ชื่อตอน : บทที่ 7 เรื่องวุ่นๆวันเปิดเรียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2561 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 เรื่องวุ่นๆวันเปิดเรียน
แบบอักษร

พร้อมกานต์ลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ วันนี้สินะที่หล่อนจะได้เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยจริงจังสักที หล่อนนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอน ไม่อยากจะลุกขึ้นจริงๆเลย แต่ก็ลุกไปหาอะไรกินดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว หล่อนใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยคิดว่าถ้าหาอะไรกินเสร็จคงเข้าไปนั่งรอในห้องเรียนเลย


พร้อมกานต์เดินดูของกินที่ขายตามทางฟุตบาท มองไปทางไหนก็น่ากินทั้งนั้นเลย หล่อนเดินไปหยุดที่หน้าร้านหมูปิ้ง กินหอมของหมูปิ้งลอยมาเข้าจมูก ถ้าเช้าๆแบบนี้ได้กินหมูปิ้งหอมๆกับข้าวเหนียวร้อนๆ มันจะดีขนาดไหน


“ป้าคะ หมูปิ้ง5ข้าวเหนียว1ค่ะ” หล่อนสั่ง


“นี่จ้ะหนู 30บาทจ้ะ” แม่ค้าบอก หล่อนรับมาแล้วยื่นเงินให้


พร้อมกานต์หยิบหมูปิ้งออกจากถุง ยกขึ้นมาดมกลิ่นหอมๆของหมูปิ้ง หล่อนกัดไปหนึ่งคำก็ได้รสชาติหวานๆหมูก็ยังนุ่มอีกด้วย หล่อนยิ้มให้กับหมูปิ้ง หมูปิ้งแสนอร่อย หล่อนหยิบข้าวเหนียวมาปั่นเป็นก้อนกลมๆเข้าปาก ข้าวเหนียวก็ยังหอมกลิ่มใบเตย หล่อนจัดร้านหมูปิ้งร้านนี้เข้าร้านโปรดทันทีโดยไม่ต้องสงสัย ขนาดหล่อนกำลังจะหันหลังออกจากร้าน ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายพูดขึ้นมา


“ป๊ะป๊าคับ วันนี้เรากินหนูปิ้งได้ไหมคับ” พร้อมกานต์เอาหมูปิ้งไม้ใหม่ขึ้นมากำลังจะกินแต่ก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นมาก่อน


“กินทุกวันไม่ได้นะครับ มันเป็นสารก่อมะเร็งเพราะมันผ่านการโดนความร้อนโดยตรง” พอหล่อนได้ยินดังนั้นหมูปิ้งที่กำลังจะเข้าปากหล่อนก็ชะงักทันที


“มะรงมะเร็งอะไรไอ้หนุ่ม ถ้าจะพูดแบบนี้ก็ไปไกลๆหน้าร้านฉันเลยนะ” เสียงแม่ค้าขายหมูปิ้งดังขึ้น หล่อนขอดูหน้าหน่อยเถอะ พูดหน้าร้านหมูปิ้งแบบนี้ไม่กลัวตายเลยหรอ หล่อนค่อยๆหันหน้าไปมองเด็กผู้ชายและผู้ชายคนนั้น


“พี่กานต์!!!” น้องธามหันมาเห็นหล่อนก็ทักเสียงดัง พอหล่อนเห็นว่าเป็นใครหล่อนถึงกับเบิกตาโต ให้ตายเถอะจะมาทักกันทำไมตอนนี้ หล่อนหันไปยิ้มแห้งๆให้แม่ค้าหมูปิ้ง แล้วพยายามส่ายหน้าว่า ไม่เกี่ยวกับหนูนะ


“ป๊ะป๊าทำไมพี่กานต์ยังกินได้เลย” น้องธามหันไปถามอาจารย์ปีย์


“แล้วน้องธามอยากไม่สบายหรอครับ กินอยากอื่นเถอะนะ”อาจารย์ปีย์พูดกับน้องธาม แต่ตาหล่อนหันไปมองเห็นแม่ค้าขายหมูปิ้งยืนจ้องเขม่นมาทางนี้ หล่อนเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีก็คิดว่าจะชิ้งไปคนเดียวแต่ก็สงสารเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย ระหว่างหล่อนกำลังคิดก็เห็นแม่ค้าเดินไปหยิบอีโต้ขึ้นมาหูก็ได้ยินอาจารย์ปีย์พูดสารพัดข้อเสียของหมูปิ้ง แม่ค้าขายหมูปิ้งขยับนิดเดียว หล่อนก็เอื้อมมือที่ถือถุงหนูปิ้งไปจับมืออาจารย์ปีย์ ส่วนอีกข้างก็จับมือน้องธามแล้วพาวิ่งออกมา


“คุณจะพาผมไปไหน”อาจารย์ปีย์ถามขึ้น พอหล่อนได้ยินก็หยุดวิ่งทันที น้องธามที่หยุดวิ่งไปด้วยเกือบจะสะดุดแต่โชคดีที่หล่อนดึงไว้ได้ทัน


“อาจารย์รู้ไหมว่าทำอะไรไป เกือบตายกันหมดแล้ว”หล่อนบ่นไปด้วยหอบไปด้วย น้องธามมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมาอย่างงงๆ


“ผมทำอะไร ผมกำลังสอนน้องธามอยู่นะสิ”อาจารย์ปีย์พูด หล่อนไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีกับคำตอบของอาจารย์ อยากจะบ้าตายจริงๆ หล่อนคิดว่าคนอย่างเขาต้องไม่ได้แก่ตายแน่ๆ


หล่อนถอนหายใจแรงๆ “ชั่งเถอะค่ะ หนูลานะคะ สวัสดีค่ะ”หล่อนไหว้อาจารย์ปี คนเป็นอาจารย์ยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน


“น้องธามครับ พี่กานต์ไปแล้วนะ เอาไว้เจอกันใหม่นะครับ” หล่อนก้มลงนิดหน่อยแล้วยื่นมือไปลูบผมนุ่มๆของเด็กชายเบาๆ หล่อนเอ็นดูน้องธามจริงๆเลยสินะ น้องธามยื่นหน้ามาหอมแก้มหล่อนทั้งสองข้างจนแก้มชื้นๆ หล่อนหัวเราะกับสิ่งที่น้องธามทำ


“สวัสดีคับ บ๊ายบาย” หล่อนเห็นเด็กชายยกมือไหว้ หล่อนก็รับไหว้แล้วยิ้มให้น้องธาม หล่อนเดินไปจนถึงจักรยานก็นึกถึงหมูปิ้งที่หล่อนพึ่งกินไปไม้เดียว แล้วตอนนี้อยู่ไหนแล้ว หรือจะหล่นตอนจะวิ่ง หล่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดที่ข้างๆจักรยาน


“พร้อมกานต์ หมูปิ้งของคุณ”พร้อมกานต์เงยหน้ามองผู้ชายที่อยู่อีกฝั่งของจักรยานที่กำลังยื่นหมูปิ้งมาให้หล่อน แล้วทำไมหัวใจหล่อนถึงรู้สึกกระตุกด้วย หล่อนรีบยื่นมือไปรับหมูปิ้ง แล้วรีบหันหน้าไปทางอื่น


“เอ่อ…ขอบคุณค่ะ”หล่อนของคุณอาจารย์ปีย์เสียงเบาๆ


“ไม่เป็นไร”อาจารย์ปีย์เอามือล้วงกระเป๋าทำท่าทางสบายๆ โธ่ยิ่งเห็นแบบนี้หล่อนยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ แต่หมูปิ้งไปอยู่ที่อาจารย์ได้ยังไงนะ


“แล้วหมูปิ้งไปอยู่ที่อาจารย์ได้ยังไงคะ”หล่อนถามทันทีที่สงสัย


“ก็ตอนที่คุณมาจับมือผมไง” พออาจารย์พูดจบก็เดินไปหาน้องธามที่ร้านข้าวต้นใกล้ๆ แต่หล่อนอยู่ๆก็ร้อนขึ้นมาทั้งตัว พอหล่อนได้สติก็รีบปั่นจักรเข้าไปในมหาวิทยาลัยทันที


พร้อมกานต์เข้าไปนั่งรอที่ห้องเรียนเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงถึงจะเริ่มเรียนวิชาภาคเช้า หล่อนเห็นดังนั้นก็คิดว่าโทรหาภัทรดีกว่า ภัทรก็ยังไม่ถึงเวลาเรียนเหมือนกัน


‘ว่าไง กานต์’ ภัทรทักมาตามสาย


“คิดถึงเลยโทรหาไม่ได้หรอ ภัทรขา”หล่อนพูดกับภัทรเสียงหวานๆ


‘ถ้าที่รักคิดถึงก็ได้ค่ะ จุ๊บๆ”หล่อนได้ยินเสียงจุ๊บๆก็ขนลุก


“ยี้ๆๆ ไอ้ภัทร น่ากลัว”หล่อนพูดไปหัวเราะไป


‘เที่ยงว่างป่าว ไปกินข้าวกัน’ ภัทรชวน


“เลี้ยงใช่ไหม โอเคได้ เจอกันที่ไหน” หล่อนพูดเองเออเองเรียบร้อย


'ที่โรงอาหารคณะแกหรือคณะฉัน' หล่อนกำลังคิดว่าจะกินที่ไหนดี หล่อนไม่รู้ว่าที่ไหนอร่อยกว่ากัน แต่ไปคณะภัทรมันก็ได้ไม่ได้มีโอกาสกันบ่อยๆ


“คณะแกก็ได้ ถ้าคณะฉันเดี๋ยวแกมามองสาวๆแถวนี้อีก”หล่อนพูดเสียงเรียบๆ ขอแกล้งนิดแกล้งหน่อยเถอะนะ


‘แล้วแต่แกแล้วกัน ให้ฉันไปรับป่าว’ภัทรถาม


“ไม่รู้เดี๋ยวค่อยบอก แค่นี้นะ เพื่อนฉันมาแล้วแกก็หมดประโยชน์ บาย” หล่อนพูดจบก็ตัดสายไปทันที หล่อนหันไปทักทายจันทร์เจ้า ต่างคนต่างชวนคุยจนกระทั้งอาจารย์เข้าสอน คาบแรกวันนี้ก็ยังไม่เรียนอะไรมาก อาจารย์แนะนำรายวิชา และสอนอีกนิดหน่อย แต่หล่อนรู้สึกสนุก พอนาฬิกาเข็มสั้นชี้ที่เลข 11 เข็มสั้นชี้ที่เลข 6 อาจารย์ก็เลิกชั้นเรียน หล่อนชวนจันทร์เจ้าไปกินข้าวด้วยกันแต่จันทร์เจ้านัดกับเพื่อนต่างคณะไว้ก่อนแล้ว เลยแยกย้ายกันแล้วไปเจอกันที่ห้องเรียนภาคบ่ายเลย หล่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความไปหาภัทร แต่หล่อนรอสักพักก็ยังไม่ตอบหล่อนก็ส่งข้อความไปใหม่ว่าหล่อนจะไปรอที่โรงอาหาร


พร้อมกานต์ปั่นจักรยานไปชมวิวสองข้างทางไป คนยังไม่ค่อยมีสงสัยเพราะยังไม่เลิกเรียนกัน หล่อนปั่นจักรยานไปจอดไว้ที่จอดรถจักรยานล็อคล้อให้เรียบร้อย หล่อนเดินเข้าไปในโรงอาหารเดินวนดูรอบๆอาหารไปหนึ่งรอบ หล่อนเห็นยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินอะไรดี แต่ก็มีมือมากระชากหล่อนจากด้านหลัง หล่อนหันไปมองเพื่อนชายหล่อนนั้นเอง


“อ้าวภัทร!!! ตกใจหมดเลย” หล่อนเตรียมจะโวยวาย แต่สีหน้าภัทรดูเครียดมาก หล่อนเลยลากภัทรมาตรงมุมโรงอาหาร


“เป็นอะไรป่าวภัทร ไม่เป็นไรนะ” หล่อนลูบหลังภัทรเบาๆ หล่อนไม่รู้ว่าตอนนี้เพื่อนหล่อนเป็นอะไรไปเหมือนกัน แต่หล่อนรู้แค่ว่าเพื่อนหล่อนไม่สบายใจอะไรมาแน่ๆ


ภัทรมองหน้าหล่อนแล้วดึงหล่อนมากอดเอาไว้ หล่อนก็ลูบหลังภัทรเบาๆ หล่อนไม่รู้จะปลอบเพื่อนยังไงดี


“แกไม่รับโทรศัพท์ฉัน ฉันโทรหาแกตั้งนานแล้ว โทรเท่าไรแกก็ไม่รับ”  ภัทรพูดขึ้นแต่ยังกอดหล่อนเอาไว้ เมื่อหล่อนได้ยินอย่างนั้นก็กอดภัทรกลับ หล่อนรู้ว่าถ้าเป็นเรื่องหล่อนหายไปหรือติดต่อไม่ได้ทุกคนกลัวว่าหล่อนจะเป็นอะไรไป เพราะเรื่องดวงชะตาของหล่อนคนในครอบครัวของหล่อนและครอบครัวของภัทรต่างก็รู้ ทุกคนพยายามไม่พูดถึง แต่หล่อนรู้ทุกคนยังกังวลอยู่เสมอแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม


“ภัทรฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย แกก็เจอฉันแล้ว ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆนะภัทร”หล่อนไม่รู้จะปลอบยังไงดี เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่พอเกิดก็ทำตัวไม่ถูกทุกครั้ง ครั้งล่าสุดก็ตอนมัธยมศึกษาปีที่4


“พวกคุณทำอะไรกัน”พร้อมกานต์กับภัทรผลักออกจากกันด้วยความตกใจเพราะเสียงดุๆนั้น หล่อนหันไปเห็นอาจารย์ปีย์มีสีหน้านิ่งมาก แต่แววตาของอาจารย์นิ่งกว่า นิ่งจนหล่อนกลัว


“ตามผมไปพบที่ห้องด้วย ทั้งสองคน”อาจารย์ปีย์พูดจบก็เดินจากไป หล่อนหันไปมองหน้าภัทร เหมือนจะบอกว่าซวยแน่ แต่ภัทรก็ยักไหล่เบาๆ แล้วเดินตามอาจารย์ปีย์ไปส่วนหล่อนเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งตามภัทรไป


บรรยากาศภายในห้องอาจารย์ว่ากลัวแล้ว แต่หน้าอาจารย์ตอนนี้สิน่ากลัวยิ่งกว่า


“พวกคุณมีอะไรจะอธิบายกับสิ่งที่ผมเห็นไหม” อาจารย์ถามเสียงเรียบๆ แต่สายตาที่มองมาทางฉันกับภัทรทำไมมันน่ากลัวขนาดนั้นก็ไม่รู้


ฉันกับภัทรก็ยังคงเงียบ จะให้ฉันอธิบายอะไรล่ะให้บอกว่าภัทรติดต่อฉันไม่ได้ แล้วเป็นห่วงเพราะมีคนทักว่าชะตาฉันจะถึงฆาต พอเจอก็เลยกอดหล่อน อย่างนี้หรอไม่มีทางหรอก เล่าไปก็คงจะมีแต่คนหัวเราะ หล่อนหันไปมองหน้าภัทรนิดหนึ่ง


“ผมโทรหาพร้อมกานต์ไม่ติด ก็เลยเป็นห่วงเพราะพระ…”ภัทรพูดได้แค่นั้นหล่อนก็แอบหยิบภัทรจากข้างๆหลัง จนภัทรสะดุ้ง แต่อาจารย์ยังทำหน้าสงสัย


“พระอะไรของคุณ พูดต่อสิ”อาจารย์ปีย์ถาม แต่หล่อนมองหน้าภัทรเขม่น


“เอ่อ…อ่อ พระพร้อมกานต์อยู่กับผมครับ เลยเป็นห่วงว่าจะไม่มีอะไรจะคุ้มครองเธอ”หล่อนหันไปมองหน้าภัทร เหตุผลบ้าอะไรของมัน หล่อนไม่เคยพกพระอะไรทั้งนั้น


“นั้นไม่ใช่เหตุผลที่พวกคุณจะกอดกันในสถานศึกษาอย่างนี้” อาจารย์หนุ่มพูดขึ้น


“พร้อมกานต์ผมเคยคุยกับคุณไปแล้ว คุณคงจะไม่เชื่อผมจริงๆ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ตามสบายเถอะ”


“อาจารย์เข้าใจผิดแล้วค่ะ”หล่อนพูดขึ้น


“พวกคุณบอกเหตุผลผมมาแบบนั้นผมคงเข้าใจอย่างอื่นไม่ได้ แต่ผมขอให้พวกคุณรู้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ พวกคุณโตกันแล้วผมคงเตือนพวกคุณได้แค่นี้ ผมมีธุระกับพวกคุณแค่นี้ เชิญครับ” อาจารย์หนุ่มพูดจบก็ก้มหน้าลงทำงานต่อ หล่อนกับภัทรหันมาหน้ากันอย่างงงๆ ภัทรแตะแขนหล่อนให้เดินออกจากห้องไป


“อาจารย์ของแกโหดเป็นบ้าเลย”หล่อนบ่นให้เพื่อนฟัง


“ก็นั้นอาจารย์ปีย์ผู้เคร่งครัดศีลธรรมเลยนี่ ฮ่าๆๆ”เพื่อนหล่อนพูด แต่หล่อนคิดไปคิดมาก็จริง หล่อนเลยหัวเราะตาม


พร้อมกานต์เลือกกินก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเรียกว่าก๋วยเตี๋ยวเรือทั้งที่อยู่บนบก แล้วยังอยุธยาอีกทั้งๆที่อยู่กรุงเทพ ภัทรเลือกกินข้าวราดแกง ตอนนี้หล่อนเหลือเวลาสามสิบนาทีก่อนที่จะเข้าเรียนภาคบ่ายหล่อนต้องรีบทำเวลา


“ภัทร เดตเมื่อวันเสาร์เป็นไงบ้าง ไม่ยอมเล่าเลยนะแก”พร้อมกานต์ถามขึ้นทันทีที่นึกได้ แต่หล่อนเห็นมือของภัทรชะงักแล้วหน้ายังแดงอีก หล่อนยิ่งหรี่ตามองเพื่อน วันเสาร์ต้องมีอะไรแน่ๆ


“ฉันกับศศิตกลงเป็นแฟนกันแล้ว”ภัทรตอบเสียงอ้อมแอ้มหน้ายิ่งแดงกว่าเดิมอีก หล่อนอยากแซวเพื่อนเหมือนกันแต่กลัวว่าเพื่อนหล่อนจะช็อคตายเสียก่อนกินข้าวเสร็จ


“ฉันบอกแกแล้วว่าให้รีบบอกตั้งนานแล้ว แกก็มัวแต่บอกว่าฉันไม่เข้าใจอยู่ได้”หล่อนบอกพร้อมคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก หล่อนคิดว่ามารยาทการเป็นกุลสตรีของหล่อนติดลบมาก


“ก็แกชอบแกล้งฉัน ฉันก็คิดว่าแกแกล้งให้ฉันหน้าแตกกลับมาสิ”ภัทรทำหน้างอใส่หล่อน แต่หล่อนหัวเราะออกมา


“แล้วจะให้ฉันบอกว่าไอ้พี่ภคที่ฉันเอามากระตุ้นแกคือแกเองหรือไงว่ะ คิดหน่อยสิ คิดสิภัทร”หล่อนพูดจบก็ลุกขึ้นเอาชามก๋วยเตี๋ยวที่กินเสร็จจะไปเก็บแล้วหันมาทำหน้ากวนๆใส่ภัทร


หล่อนบอกแล้วว่าหล่อนต้องทำเวลา ถ้าปั่นจักรยานกลับไปที่ตึกคณะก็ประมาณเกือบสิบนาที ก็เหลือเวลาประมาณ 5 นาทีก่อนถึงเวลาเรียน หล่อนคิดเสร็จก็ทำตามแผนทันที

ความคิดเห็น