facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 เดตของภัทร

ชื่อตอน : บทที่ 6 เดตของภัทร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2561 22:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เดตของภัทร
แบบอักษร

​“หลวงพ่อเจ้าคะ ช่วยตรวจดวงชะตาให้ลูกอิฉันหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ” มารดาของพร้อมกานต์นั่งพับเพียบพนมมืออยู่หน้าภิกษุชรารูปหนึ่ง หล่อนกับบิดานั่งพนมมืออยู่ใกล้


“โยมชื่ออะไร” ภิกษุชราหันมาพูดเสียงเรียบๆแต่สีหน้าใจดีกับหล่อน


“หนูชื่อ พร้อมกานต์ โชคพรอนันต์ค่ะ” หล่อนตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ภิกษุชราหยักหน้านิดหน่อย แล้วก้มหน้าเขียนอะไรไม่รู้ในกระดานชนวน หล่อนพยายามแอบมองแต่ก็ไม่เข้าใจ หล่อนหันไม่มองบิดากับมารดาคนละทีสองที แต่ก็เห็นทั้งสองกำลังตั้งใจมองภิกษุชรา  ภิกษุชราหยุดเขียนเงยหน้าขึ้นแล้วมองมาที่หล่อน


“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”แม่หล่อนถามขึ้น


“โยมอยากรู้เรื่องอะไรละ ถ้าบอกได้อาตมาจะบอก”ภิกษุชราบอกพร้อมหันไปมองหน้ามารดาหล่อน


“ลูกของอิฉันจะสอบติดที่อยากเรียนไหมเจ้าคะ” พอหล่อนได้ยินที่มารดาถามหล่อนก็หันไปยิ้มกว้างให้มารดา


“ลูกโยมหวังสิ่งใดก็จะได้ตามที่หวัง” ภิกษุชราบอก


“แล้วชีวิตของลูกอิฉันในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ” มารดาหล่อนยังถามต่อ


“จงระวังช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตวัยหนึ่งสู่อีกวัยหนึ่ง มีอาจจะมีเกณฑ์ถึงฆาตได้” หลวงพ่อบอกเสียงนิ่งๆ แต่หลอนเห็นมารดากับบิดาหล่อนมองหน้ากันด้วยความตกใจ


“มีทางแก้ไหมครับหลวงพ่อ” บิดาหล่อนถามขึ้นบ้าง ขณะหล่อนยังไม่เข้าใจอะไรเลย


“จงหมั่นทำบุญ เมื่อถึงวันนั้นบุญจะช่วยหนุนนำเจ้า สิ่งที่อาตมาบอกอาจจะไม่เกิดก็ได้ ถ้าเจ้ามีสติตั้งมั่นทุกวินาที” ภิกษุชราหันมาบอกหล่อนแล้วลุกเดินจากไป


พร้อมกานต์สะดุ้งตื่นขึ้น หล่อนเคยฝันแบบนี้มาแล้ว แต่ก็นานๆครั้งเหมือนจะเตือนความทรงจำของหล่อนให้จำให้ได้ หล่อนจำได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่หล่อนจะสอบเข้ามัธยมโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง และหล่อนก็สอบติดจริงๆด้วย หล่อนหันไปมองนาฬิกาที่ฝาพนังห้อง บอกเวลาหกโมงเช้าแล้ว


ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆๆ


“ตื่นหรือยังหนูกานต์” เสียงมารดาเรียกหล่อนอยู่ด้านหน้าห้อง


“ตื่นแล้วค่ะม๊า”พร้อมกานต์เดินไปเปิดประตูห้องนอน


“ลงไปใส่บาตรหน้าบ้านกันลูก ตอนสายๆเราไปวัดกันนะหนูกานต์”มารดาบอกหล่อน หล่อนยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธก็ถูกลากลงมาชั้นล่างที่บิดา อากง อาม่า นั่งรออยู่ ทุกคนดูอาบน้ำกันเรียบร้อยแล้ว แต่หล่อนพึ่งจะตื่นลุกจากที่นอนมากเลย พอทุกคนเห็นหล่อนก็ลุกไปยืนรอพระหน้าบ้าน หล่อนช่วยมารดากับบิดาถือถาดใส่อาหารและดอกไม้สด หลังใส่บาตรเสร็จหล่อนก็มากรวดน้ำที่ต้นไม้ใหญ่ในบ้านอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เทวดาประจำตัว และให้สิ่งร้ายๆที่จะเกิดขึ้นกับหล่อนมลายหายไป หล่อนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำ ตั้งแต่วันที่หล่อนเจอภิกษุชราทุกๆคนก็จะชวนหล่อนทำบุญบ่อยๆ แต่หล่อนเห็นทุกคนมีความสุขหล่อนก็พร้อมจะทำทั้งๆที่หล่อนไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไร แต่หล่อนก็ไม่เคยลบหลู่สักครั้ง


หลังจากใส่บาตรเสร็จพร้อมกานต์ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารข้างล่าง วันนี้อาม่าทำข้าวต้มหมูทรงเครื่อง ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน หล่อนเดินตามกลิ่นไปในครัว ก็เห็นทุกคนเตรียมจะกินข้าวเช้ากัน รู้สึกว่าหล่อนจะมาช้ากว่าทุกคนเสมอเลย


“หอมจังเลยจ้ะอาม่า”หล่อนเดินไปหอมแก้มบิดา อาม่า และอากง ก่อนที่จะนั่งประจำที่ พอหล่อนนั่งประจำที่ก็หันไปหอมแก้มมารดา


“หนูกานต์ เอาหมี่กรอบไหมลูก”อาม่าเลื่อนกระปุกใส่หมี่กรอบมาตรงหน้าหล่อน


“เอาสิจ้ะอาม่า ของดีอย่างนี้ใครจะไม่เอา”หล่อนส่งยิ้มกว้างๆให้อาม่า


ทุกคนนั่งกินข้าวไปคุยกันไป หล่อนเล่าเรื่องที่ไปมหาวิทยาลัยมาให้ทุกคนฟัง เมื่อวานหล่อนเล่าไปแล้วรอบหนึ่ง อากงบอกว่าให้เล่าอีกรอบหนึ่ง จะให้หล่อนเล่ากี่รอบหล่อนก็เล่าได้ พอทุกคนกินอาหารเสร็จหล่อนอาสาล้างถ้วยล้างจานให้ทุกคน ตอนนี้มารดากับบิดาหล่อนออกไปรดน้ำต้นไม้ดอกไม้อยู่หน้าบ้าน อากงนั่งดูข่าว อาม่านั่งเป็นเพื่อนอากงข้างๆ ครอบครัวหล่อนเหมือนครอบครัวทั่วไป ถึงจะไม่รวยล้นฟ้าแต่สิ่งหนึ่งที่หล่อนมั่นใจว่าครอบครัวหล่อนรวยคือรวยความสุข


ช่วงสายๆทุกคนก็ไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน วัดนี้ดูสงบร่มเย็น มองไปทางไหนก็สบายตาสบายใจ หล่อนออกมาเดินเล่นข้างนอกโบสถ์คนเดียวเพราะบิดา มารดา อากง อาม่ากำลังคุยกับภิกษุชราที่หล่อนฝันถึง อาม่ากลัวหล่อนเบื่อเลยให้ออกมาเดินเล่นได้


เสียงโทรศัพท์พร้อมกานต์ดังและสั่นอยู่ที่กระเป๋ากางเกงของหล่อนก็เห็นเป็นสายของศศิมา หล่อนกดรับโทรศัพท์


“ฮัลโหล ว่าไง”หล่อนทักทายเพื่อน


‘สิบเอ็ดโมงจะครึ่งอยู่แล้ว ถึงไหนแล้ว ฉันมารอหน้าห้างแล้วนะ’ศศิมาถาม


“ฉันกลับบ้านว่ะแก ขอโทษที่ลืมบอก แต่ฉันส่งภัทรไปแทนแล้วนะ”หล่อนบอกเสียงอ่อยๆแต่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ไปกับต้นไม้ ใบไม้ หล่อนไม่ได้โกหกนะ หล่อนลืมบอกจริงๆเชื่อหล่อนเถอะ


‘แกจะบ้าหรอไอ้กานต์!!! อ้าวภัทร’ ศศิมาทำท่าเหมือนจะด่าหล่อน แต่ทักภัทรขึ้นมาก่อน


“ภัทรมาแล้วหรอ ฉันขอคุยกับภัทรหน่อย” ฉันถามและขอคุยกับเพื่อนชาย


‘อืม แปปนะ’หล่อนรอสายอยู่แปปหนึ่ง


‘มีอะไร’ ตอบหล่อนซะห้วนเลย คนอุตส่าห์เปิดโอกาสให้แท้ๆ


“ถ้าคราวนี้แกไม่บอกศศิไป ระวังศศิจะเสร็จพี่ภคนะโว้ย ฉันได้ยินว่าพี่ภคอะไรนั้นก็ชอบศศิมากเหมือนกัน” พร้อมกานต์กระตุ้นเพื่อนเสร็จ ก็ตัดสายไป


“เดี๋ยวก่อนสิกานต์ กานต์”ภัทรมองโทรศัพท์มือถือของศศิมาที่พร้อมกานต์ตัดสายไปแล้ว เขากำลังคิดว่าจะจัดการยังไงกับสิ่งที่พึ่งรู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ศศิมามาเขย่าแขนเขาแล้ว


“ภัทร เป็นอะไรเงียบไปเลย กานต์ว่ายังไงบ้าง”ศศิมาถาม


“ป่าว ไม่ได้ว่าอะไร ว่าแต่เราจะทำอะไรกันดี พวกเราโดนไอ้แสบทิ้งกลับบ้านซะแล้ว”เขาพูดแล้วหัวเราะกับศศิมา


“อย่างแรกเลยก่อนที่จะทำอย่างอื่น ไปกินข้าวกันเถอะ”พอศศิมาพูดจบก็จูงมือเขาจะเดินเข้าห้างสรรพสินค้า แต่เมื่อเห็นเขาไม่เดินตาม ศศิมาก็หันมายิ้มให้แล้วกระตุกมือเขา เขาไม่รู้เดินตามเจ้าของมือเล็กๆนั้นไปตอนไหน แค่ยิ้มเล็กๆของเธอก็ทำให้เขาเหมือนลืมสิ่งรอบตัวไปเลย แต่ถ้ารอยยิ้มนี้จะมีเจ้าของแล้วเขาจะทำยังไง


“กินชาบูไหม ฉันอยากกินมาหลายวันแล้ว”ศศิมาหันมาบอกแล้วลากผมเข้าไปในร้านเลย แล้วเธอจะหันมาถามผมทำไมผมไม่เข้าใจเลย


หลังจากกินชาบูกันเสร็จเธอชวนไปดูหนังต่อมันคงจะดีกว่านี้ถ้าหนังที่เธอเลือกเป็นหนังรักโรแมนติค แต่เธอเลือกดูหนังบู๊เลือดสาดขนาดนี้ แต่วันนี้มันเหมือนผมกับเธอมาเดตกันเลยสินะ ถ้าเรามีโอกาสมาด้วยกันบ่อยๆก็คงจะดี


ผมไปซื้อป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมมาสองแก้ว แล้วยื่นให้ศศิมาหนึ่งแก้ว เขากับเธอเข้าไปนั่งในโรงรอเวลาหนังเริ่ม หนังเรื่องนี้มีคนดูไม่เยอะเพราะหนังฉายมาสักพักแล้วแต่ก็มีคนทะยอนกันเข้ามาจนหนังเริ่ม เขาดูไปเรื่อยๆจนคิดว่าหนังอะไรมีแต่เลือดสาดเต็มจอไปหมด ภัทรหยิบป๊อปคอร์นที่วางไว้ตรงกลางระหว่างผมกับศศิมา มือของเขาไปจับมือของศศิมาที่หยิบป๊อปคอร์นก่อนเขา ทั้งคู่หันมามองหน้ากันจนเหมือนที่ตรงนั้นไม่มีคนในโรงภาพยนตร์ ไม่มีจอหนัง แต่มีแค่เราสองคน


“ศศิ นี่เรากำลังเดตกันหรือป่าว” ภัทรพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่พอพูดจบแล้วเขาก็รู้สึกตัวขึ้นมา เขากลัวคำตอบของศศิมา ตอนนี้เขาหันไปมองที่หน้าจอหนังที่ฉายอยู่ เขาไม่กล้าฟังคำตอบจากเธอ แต่มือก็ไม่ปล่อยจากมือที่จับศศิมาไว้ เขากลัวว่าถ้าปล่อยเขาอาจจะไม่ได้จับไว้แบบนี้อีก


ศศิมากำลังตกใจที่ภัทรมาจับมือหล่อน แล้วยิ่งคำถามที่ภัทรถามอีกใจหล่อนกระตุกเหมือนมีไฟฟ้าช๊อต หล่อนก้มหน้าลงอยากจะกรี๊ดให้ดังๆ นี่หล่อนฝันไปหรือป่าว เดตกับภัทรหล่อนไม่เคยคิดอย่างนี้มาก่อนเลย พอหล่อนเริ่มตั้งสติได้แล้วหันไปมองหน้าภัทร แต่ก็เห็นภัทรมองไปที่หน้าจอไม่แม้แต่จะหันมามองหล่อน หล่อนกำลังจะดึงมือที่จะหยิบป๊อปคอร์นขึ้นมา แต่มีมือของภัทรจับอยู่หล่อนถึงรู้สึกตัวว่าหล่อนถูกจับมืออยู่ หล่อนเลยขยับมือเพื่อที่จะได้จับมือภัทรได้ถนัดขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วหันไปดูหนังที่เลือดสาดเต็มจอกันต่อ


ภัทรไม่แน่ใจเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริงหรือฝันกันแน่ แต่ก็ทำให้เขามีกำลังใจในเรื่องที่เขากำลังจะทำ ภัทรชวนศศิมาไปเดินที่สวนสาธารณะที่เป็นทางผ่านกลับหอพักของศศิมา


ภัทรกับศศิมาเดินมาหยุดอยู่ที่ริมสระน้ำกลางสวนสาธารณะ ทั้งสองยืนดูวิวกันเงียบๆจนศศิมาทนไม่ไหวกับความเงียบจึงต้องพูดขึ้นมา


“ภัทรมีอะไรป่าว” ศศิมาถาม ภัทรหันไปมองนิดหนึ่งแล้วหันกลับมามองวิว


“ศศิ ถ้าฉันพูดอะไรบางอย่าง แกสัญญาได้ไหมว่าแกรอให้ฉันพูดให้จบก่อน แล้วแกจะว่ายังไงฉันก็จะยอมรับ” ศศิมามองภัทรอย่างไม่เข้าใจว่าภัทรต้องการอะไร


“สัญญาก็ได้”หล่อนพูดจบภัทรก็จับไหล่หล่อนให้หันหน้ามาหาภัทร แต่ทำไมเขาทำหน้าจริงจังกับหล่อนขนาดนั้นด้วย


“ฉันคิดว่าฉันชอบแกตั้งแต่มัธยมแล้ว บางทีฉันเผลอทำอะไรที่แกไม่ชอบหลายๆอย่าง แล้วยังชอบแกล้งแกแรงๆด้วยแต่ฉันไม่ได้อยากให้แกเจ็บเลยนะ พอแกเจ็บตัวเพราะฉัน ฉันก็โคตรเสียใจเลย แต่จะให้ฉันไปอยู่ห่างๆแก ฉันก็ทำไม่ได้ ฉันแค่อยากจะอยู่ในสายตาของแก แกรู้ไหมว่าแกอยู่ในสายตาของฉันมาตลอด ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ๆแก ตอนที่นั่งในห้องตอนมัธยม ฉันไปนั่งคู่กับฟ้าข้างหลังแกกับกานต์ ฉันยอมให้เพื่อนล้อว่าฉันจะจีบฟ้าแต่ฉันก็ยังอยู่เฉย ไม่พูดอะไรก็เพราะฉันแค่อยากอยู่ใกล้ๆแก ฉันรู้ว่ามันไม่ดีกับฟ้าแต่แกจะให้ฉันทำยังไง แล้วถึงฉันจะรู้มาตลอดว่าแกไม่มีทางที่จะมารักฉัน แต่พอความรู้สึกมันสะสมไปเรื่อยๆฉันคิดว่าตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบแกแล้ว แต่ฉันรักแก ศศิมา” ศศิมาอ้าปากค้างกับคำสารภาพรักของภัทร หล่อนกำลังตกใจ ใครจะรู้ว่าตอนนี้หัวใจหล่อนเต้นจนจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว แล้วหน้าหล่อนคงแดงแน่ๆ หล่อนเห็นภัทรกำลังจะหันหลังไปหล่อนจับแขนภัทรไว้ก่อน ภัทรหันมามองหน้าหล่อน


“ใครบอกว่าไม่มีทาง”ศศิมาพูดจบก็หันไปมองทางอื่น แล้วจะให้หล่อนทำยังไงก็คนมันเขิน ถึงจะเคยมีคนมาสารภาพรักหลายครั้ง แต่พวกนั้นก็ไม่ใช่คนที่หล่อนชอบ หล่อนเลยไม่รู้สึกอะไร แต่นี่คือภัทรหล่อนเลยทำอะไรไม่ถูก


“เมื่อกี้แกว่ายังไงนะ” ภัทรถามหล่อนทั้งๆที่ยังทำหน้างงอยู่ หล่อนหันไปยิ้มหวานๆให้ภัทร ภัทรก็ยิ้มตอบหล่อน


“เราเป็นแฟนกันไหมศศิ” ภัทรยื่นมือไปจับศศิมา หล่อนพยักหน้าไม่กล้าพูดอะไรออกไป ก็ตอนนี้หล่อนเขินจนทำตัวไม่ถูกแล้ว


“ไม่เอาพยักหน้าสิ นะศศินะ”ภัทรเร่ง


“ได้เราเป็นแฟนกันแล้ว ถ้าแกนอกใจฉันแกตายแน่”ศศิมาพูดแล้วพยายามทำหน้านิ่งใส่ภัทร แต่ภัทรหัวเราะเสียงดัง เขาดึงหล่อนเข้าไปกอดเอาไว้แน่นๆ หลอนก็กอดตอบ


“ศศิรักฉันไหม ฉันรักแกนะ” ภัทรพูดขนาดที่กอดหล่อนไปด้วย หล่อนพยักหน้ากับอกกว้างๆของภัทร ตอนนี้หล่อนเขินจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นแล้ว


ภัทรผลักหล่อนออกเล็กน้อยแล้วมองหน้าหล่อน “พูดให้ชื่นใจหน่อยได้ไหม นะคนดี” ภัทรยิ้มให้หล่อนจนหน่อยจะลอยอยู่แล้วถ้าไม่อยู่ในอ้อมแขนนี้


“รัก ฉันรักแกภัทร”หล่อนบอกแล้วยิ้มให้ภัทร แล้วภัทรก็ดึงหล่อนมากอดอีกครั้ง


ทั้งคู่จับมือกันเดินไปเรื่อยๆ ภัทรหันมาถามหล่อน


“ศศิเราเป็นแฟนกันแล้วมาหาชื่อเรียกระหว่างเรากันดีกว่า”ภัทรบอก


“ไม่เอาอ่ะ เด็กน้อยมากเลยภัทร”ศศิมารีบปฏิเสธ


“นะศศินะ ฉันจะเรียกแกว่าคนดีแล้วกัน”ภัทรหันมายิ้มหวานให้ศศิมา


“คนดีของศศิ อย่างนี้หรอภัทรขา”หล่อนพูดแล้วเอาหัวไปไถ่กับแขนภัทร หล่อนเงยหน้าขึ้นมองภัทรก็เห็นหน้าแดงๆ หล่อนหัวเราะออกมาจนภัทรหมั่นไส้ก้มลงไปหอมแก้มศศิมาแรงๆ แล้วยกมือขึ้นลูบหัวศศิมาเบาๆ ตอนนี้คนที่หน้าแดงกลายเป็นศศิมาแทนแล้ว หล่อนยกมือขึ้นจับแก้มข้างที่ภัทรหอมแก้มแล้วพยายามจะมองภัทรดุๆ แต่ก็คงได้แค่พยายามเพราะคนดีของหล่อนหัวเราะไม่หยุดเลย


พร้อมกานต์พึ่งอ่านนิยายเล่มที่หล่อนอ่านค้างไว้เมื่อวานจบก็เย็นมากแล้ว วันนี้หล่อนไปเที่ยวกับครอบครัวทั้งวันเลยพึ่งมีโอกาสได้กลับมาอ่านก็บ่ายสามกว่าๆแล้ว ตอนนี้หกโมงเย็น หล่อนขอโทรหาภัทรถามความคืบหน้าหน่อยว่าเพื่อนหล่อนได้จะเรื่องไหม


‘ว่าไงกานต์’ เพื่อนหล่อนทัก


“เป็นไงบ้าง ได้เรื่องป่าว”หล่อนถามกลับ หล่อนอยากให้เพื่อนทั้งสองสมหวัง จะได้ไม่ต้องมาคอยทำหน้าเศร้าใส่หล่อนอีก หล่อนเห็นหล่อนก็เศร้าตาม


‘ไอ้กานต์ ไปบอกภัทรเรื่องพี่พงพี่ภคหรอ’ หล่อนได้ยินเสียงศศิมาดังขึ้นมา

“ฮ่าๆๆ ก็มันเชื่อเองฉันก็แค่บอกว่าแกชอบพี่ภค ภัทรรู้แล้วหรอ ไม่สนุกเลย’หล่อนก็ไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิดกันหรอก แต่หล่อนรู้จักภัทรดี ถ้าอยู่เฉยๆไม่มีเรื่องกระตุ้นยังไงก็ไม่มีทางร้อนรนหรอก


‘รู้แล้ว ภัทรพึ่งถามฉันเมื่อกี้’ศศิมาตอบกลับ


‘คนดีไม่ต้องไปคุยกับไอกานต์แล้ว มันแกล้งฉันนะ’ หล่อนได้ยินเสียงภัทรพูขึ้นมา อยู่ๆใครก็เป็นคนดีขึ้นมา แถมเสียงเพื่อนชายของหล่อนก็หวานเลี่ยนเลย


“ใครว่ะคนดี เรียกซะขนลุกเลย” พร้อมกานต์ยกแขนขึ้นมาดูขนแขนที่ลุกตั้งขึ้น


‘ไม่บอกอยากรู้ก็กลับมาดูเอง แค่นี้นะ’ พอภัทรพูดจบก็ตัดสายไป หล่อนดูโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปสรุปตอนนี้หล่อนก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นอะไรของภัทรก็ไม่รู้หล่อนไม่เข้าใจจริงๆ


หลังจากวางสายจากเพื่อนหล่อนก็ลงมากินข้าว เข้านอน วันรุ่งขึ้นก็ตื่นมาทำบุญตักบาตร คุยเล่นกับครอบครัวเผลอไปแปปเดียวหล่อนก็ต้องกลับมหาลัยไปเรียนซะแล้ว


ตอนนี้หล่อนอยู่ที่คิวรถตู้กำลังบอกลาครอบครัวของหล่อน หล่อนกอดลาทีละคนแล้วขึ้นรถกลับกรุงเทพ มารดาหล่อนย้ำนักย้ำหนาว่าถึงหอพักแล้วโทรหาด้วย หล่อนก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยที่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องเป็นห่วง

ความคิดเห็น