facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 กลับบ้าน

ชื่อตอน : บทที่ 5 กลับบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2561 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 กลับบ้าน
แบบอักษร

พร้อมกานต์เดินลงจากรถตู้ มองซ้ายมองขวาแต่ก็ยังไม่เห็นป๊าหรือม๊า แต่มีคนมาสะกิดหล่อนที่ข้างหลัง

“ป๊า!!!” บิดาของพร้อมกานต์นั้นเอง  หล่อนเห็นดังนั้นก็กระโดดกอดป๊า บิดาของหล่อนหัวเราะเสียงดัง

“หนูโตแล้วนะลูก มากระโดดกอดป๊าแบบนี้ไม่อายหรอ” บิดาของหล่อนพูดจบหล่อนก็เปลี่ยนมาควงแขนป๊าเอาไว้

“หนูจะอายทำไมป๊า ก็คนมันคิดถึงนี่ แล้วม๊าอยู่ไหนคะ”หล่อนมองหามารดา แต่ก็ไม่พบ

“อยู่บ้านทำก๋วยเตี๋ยวให้หนูอยู่”บิดาของหล่อนบอก

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบกลับกันเถอะ หนูคิดถึงม๊า อากง อาม่าจะแย่แล้ว” พร้อมกานต์กับบิดาก็ควงแขนกันไปขึ้นรถที่จอดอยู่ แล้วเดินทางกลับบ้าน จากคิวรถตู้ไปถึงบ้านใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที ตอนนี้หล่อนอยากกินก๋วยเตี๋ยวฝึมือของม๊าจะแย่อยู่แล้ว

“หนูกินอะไรยังลูก”ป๊าหันมาถามหล่อน หล่อนมองนาฬิกาเกือบจะบ่ายโมงแล้ว

“จ๊อกกก จ๊อกกก” เสียงท้องหล่อนร้องเองน้ำย่อยของหล่อนทำงานดีจริงๆ

“เสียงขนาดนี้ ป๊าไม่น่าถามเลย”ป๊าหล่อนหัวเราะเสียงท้องหล่อน

“ป๊าอ่ะ อย่าล้อหนูสิ งอนแล้วด้วย” หล่อนทำหน้างอใส่บิดา แต่เห็นบิดาของหล่อนยังหัวเราะไม่หยุด หล่อนก็เลยหัวเราะตาม หล่อนคุยกับบิดาตลอดทางด้วยความคิดถึง ถึงหน้าบ้านหล่อนลงไปเปิดประตูรั้ว มองเข้าไปก็เห็นแปลงดอกไม้มีศาลาเล็กๆอยู่ตรงกลาง อีกด้านก็เป็นสนามหญ้าหน้าบ้านไว้ให้หล่อนวิ่งเล่นด้านหลัง ติดกับสนามหญ้าเป็นโรงรถเล็กๆ แต่ถ้ามองไปตรงหน้าก็จะเห็นบ้านทรงไทยประยุกต์2ชั้น ชั้นล่างเป็นปูนทาสีครีม มีหน้าต่างกระจกอยู่รอบบ้าน  ชั้นบนเป็นไม้ มีกระจกรอบด้านเช่นกัน ลมโกรกสบาย บางวันขนาดพัดลมยังไม่ต้องเปิดยังได้เลย แบบนี้ไงหล่อนถึงชอบที่จะอยู่บ้าน บิดาหล่อนขับรถเข้าไปจอดที่โรงรถ หล่อนก็ปิดประตูรั้ว แล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้านกำลังจะตะโกนเรียกม๊า แต่หันไปเห็นอากง อาม่า หล่อนเลยเปลี่ยนเป็นเดินให้เรียบร้อยขึ้นแล้วฉีกยิ้มให้ทั้งสอง หล่อนเดินไปนั่งพับเพียบหน้าทั้งสองแล้วกราบไปที่ตักอากงท่านก็กอดหล่อนไว้ อากงคลายกอด หล่อนหันไปกราบที่ตักอาม่า แล้วกอดท่านไว้เหมือนกัน

“หนูกานต์กลับมาแล้วจ้ะ อากง อาม่า” พร้อมกานต์ผลักจากอาม่าแล้วพูดขึ้น

“แล้วจะกลับไปเรียนเมื่อไรอีกเล่ายัยหนู” อากงถามขึ้น

“วันอาทิตย์จ้ะอากง หนูกานต์ว่างหนูกานต์ก็รีบกลับบ้านมาหาอากง อาม่าเลยนะจ้ะ”หล่อนจับมือทั้งสองท่านมาซุกไว้ที่หน้า

“โธ่ ยัยหนูของอาม่า เหนื่อยแย่เลยสินะ” อาม่าลูบหน้าลูบหลังหล่อน หล่อนเป็นหลานคนเดียวของทั้งอากง อาม่า หล่อนรู้ว่าทั้งสองรักหล่อนมาก สมัยหล่อนเรียนมัธยมจะไปไหนอากงกับอาม่าก็จะขับรถพาหล่อนไป ขนาดเปิดเทอมวันแรกตอนขึ้นมัธยม อากงกับป๊าทะเลาะกันใหญ่แย้งกันไปส่งหล่อนที่โรงเรียน สรุปวันนั้นทุกคนก็ได้ไปส่งหล่อนที่โรงเรียนมัธยมแห่งใหม่ที่หล่อนสอบติด

“อ้อนอากงกับอาม่าอยู่นั้น ไม่สนใจม๊าเลย”มารดาของหล่อนยืนส่งยิ้นให้หล่อนอยู่ หล่อนเห็นก็วิ่งไปกอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวาของมารดา

“หนูก็คิดถึงม๊าเหมือนกันนะ อย่างอนหนูเลยนะจ้ะ”พอหล่อนพูดจบทุกคนก็หัวเราะกัน

“ตอนเจอป๊าก็บอกคิดถึงป๊า เจออากงอาม่าก็บอกคิดถึง เจอม๊าก็บอกคิดถึงอีก หลายใจจริงเชียว”บิดาหล่อนพูดขึ้นแล้วส่ายหน้าไปหัวเราะไป

“หัวใจหนูมีสี่ห้อง หนูแบ่งให้คนละห้องเลยจ้ะ”หล่อนคลายจากอ้อมกอดของมารดาหันไปตอบบิดา หล่อนยิ้มเห็นฟังเกือบทุกซี่ให้

“จ๊อกกกก”เสียงท้องหล่อนร้องอีกแล้ว หน้าขายหน้าจริงเชียว หล่อนหันไปมองหน้ามารดาตาปรอย ว่าหล่อนหิวมาก

“ตายจริง!!! ท้องร้องขนาดนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำในครัวกันเลยดีกว่า”พอมารดาพูดจบก็ลากหล่อนเข้าไปในห้องครัวทันที ทุกคนหัวเราะตามหลังมา มีแต่คนบอกว่านิสัยหล่อนกับมารดาโขลกมากันเลยทีเดียว

ม๊าเอาก๋วยเตี๋ยวมาวางไว้ตรงหน้า หล่อนชิมน้ำซุบ อร่อยโดยไม่ต้องปรุงเลยทีเดียว หล่อนเงยหน้ายิ้มให้มารดาที่นั่งตรงกันข้าม หล่อนกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จเอาจานไปล้างแล้วถึงขึ้นห้องนอนชั้นบน ชั้นบนมีทั้งหมด 4 ห้อง มีห้องป๊ากับม๊า ห้องอากงกับอาม่าแต่ตอนนี้ทั้งสองย้ายไปอยู่ห้องข้างล่างแล้วเพราะขึ้นบันได้ไม่ค่อยไหว และห้องรับแขกอีกหนึ่งห้อง หลอนเปิดประตูเข้าไปห้องหล่อนมีชุดชั้นหนังสือบิ้วอินอยู่ทางด้านซ้าย เตียงนอน3ฟุตครึ่งอยู่ทางด้านซ้าย ตู้เสื้อผ้าบิ้วอินอยู่หน้าห้องน้ำในห้องนอน ห้องนอนของหล่อนไม่มีอะไรมาก มีแต่หนังสือนิยายทั้งนั้น เห็นนิยายอยู่ในตู้หล่อนก็อยากอ่านขึ้นมาทันที หล่อนไล่ดูไปทีละเรื่อง บ้างเรื่องที่อยู่บนชั้นหล่อนยังไม่เคยอ่านเลย หล่อนเชื่อว่าหลายๆคนคงเป็นแบบหล่อนเห็นเรื่องนี้ก็อยากอ่าน เรื่องนี้ก็น่าสนุกก็เลยซื้อมาเก็บไว้เผื่อวันหนึ่งจะได้อ่าน แต่ก็ไม่ได้อ่านสักที หล่อนรู้ว่าทำแบบนี้มันไม่ดีแต่การอ่านนิยายคืองานอดิเรกของหล่อน สักวันหล่อนคงอ่านหมดทุกเล่ม สักวันนะแต่คงไม่ใช่วันนี้แน่เพราะมีเยอะมาก นิ้วที่หล่อนไล่จนสายตาไปสะดุดกับนิยายเกี่ยวกับอาจารย์กับลูกศิษย์ หล่อนเห็นว่าเล่มนี้ยังไม่เคยอ่านหล่อนก็หยิบมาแล้วกระโดดขึ้นเตียง หล่อนไม่รู้ว่าคนอื่นจะอ่านกันตรงไหน แต่หล่อนชอบอ่านบนเตียง เวลาเขินก็กลิ้งไปกลิ้งมา มีหมอนให้จิกดีจะตาย

พร้อมกานต์อ่านนิยายไปเรื่อยๆ ทั้งเขินทั้งฟิน แต่ทำไมตอนกลางเรื่องมันเศร้าจัง พอรู้ใจตัวเองแล้วทั้งคู่จะรักกันก็๋ไม่ได้เพราะทั้งคู่เป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ ต้องมีคนเสียสละหรอ คนหนึ่งเสียสละสิ่งที่สำคัญเพื่ออีกคน มันจะต้องใช้ความรักสักเท่าไรนะ หล่อนนึกไม่ออกเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นหล่อนเองหล่อนจะทำยังไงนะ หล่อนกำลังอินก็มีเสียงข้อความจากแชทดังขึ้นมา หล่อนไม่ได้อยากหยิบขึ้นมาเลย ตอนนี้หล่อนกำลังสงสารทั้งพระเอกและนางเอก จะตัดสินใจกันยังไงต่อไป แต่มันดังไม่หยุดนี่สิ หล่อนหยิบขึ้นมาดูพร้อมเบิกตากว้าง อาจารย์ปีย์ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจมา แต่ส่งมารัวขนาดนี้ไม่น่าจะใช่อาจารย์หนุ่มแน่ น้องธามแน่ๆ หล่อนเตรียมจะพิมพ์ข้อความ แต่มีวิดิโอคอลโทรเข้ามา รูปขึ้นเป็นชื่อโปรไฟล์อาจารย์ปีย์ หล่อนกดรับ ก็เห็นหน้ากลมๆแก้มยุ้ยๆเด่นขึ้นที่หน้าจอ

“พี่กานต์คับอยู่ไหน ไปกินข้าวกับน้องกานต์ไหมคับ น้องกานต์หิ้วหิว” ทันทีที่เด็กชายเห็นหน้าหล่อนก็รีบชวนไปกินข้าวเลย เด็หนอมีแค่เรื่องกิน นอน เล่น นี่ชวนหลอนไปสองสองอย่างแล้ว คงเหลืออีกอย่างสินะ

“ว้า วันนี้ไม่ได้แล้วสิครับ พี่กลับบ้านพอดีเลย”หล่อนบอกเด็กชายยิ้มๆ น้องธามคิ้วขมวดอีกแล้ว สงสัยกำลังคิดอะไรแน่ๆ เด็กอะไรน่ารักน่าชังอย่างนี้นะ

“น้องธามให้ป๊ะป๊าไปรับพี่กานต์ดีไหมคับ”น้องธามเสนอขึ้นมาหลังจากเลิกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปม แล้วกลับมายิ้มกว้างๆให้หล่อน

“สงสัยต้องให้ป๊ะป๊ามารับพี่ที่อยุธยาแล้วครับ” น้องธามทำหน้างง ก่อนที่จะหันหน้าไปหาป๊ะป๊า

“ป๊ะป๊าคับ เราไปรับพี่กานต์ที่อยุธยากันนะคับ” น้องธามหันไปทำหน้าจริงจังกับอาจารย์หนุ่ม หล่อนได้ยินที่น้องธามพูดก็หลุดหัวเราะออกมา หล่อนไม่เห็นหน้าอาจารย์ปีย์หรอกว่าฟังที่น้องธามพูดแล้วจะทำหน้ายังไง เพราะหน้าจอเห็นแต่หน้าน้องธามเต็มจอ

“น้องธามครับ ไม่ดื้อนะครับ พี่กานต์ไม่ว่าง”หล่อนได้ยินเสียงอาจารย์พูดกับน้องธามด้วยเสียงนิ่มๆ แต่น้องธามยังทำหน้างอใส่อาจารย์ หล่อนเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้น

“เอาอย่างนี้ไหมครับ วันนี้พี่กลับบ้านมากินข้าวกับคุณแม่ น้องธามก็กลับบ้านไปกินข้าวกับคุณแม่น้องธามเหมือนกัน” หล่อนบอกน้ำธามด้วยความใจเย็น

“แต่น้องธามอยากกินกับพี่กานต์”หล่อนได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มให้ เด็กหนอเด็ก ต้องให้ดื้อก่อนตลอดสินะ

“เอาไว้ให้พี่กลับไปกรุงเทพแล้วเราค่อยกินข้าวด้วยกันดีไหมคะ”หลอนเสนอให้เด็กชาย การตัดสินใจไม่ควรที่จะเป็นของหล่อนคนเดียว หล่อนอยากให้น้องธามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย

“ได้ครับ น้องธามรอให้พี่กานต์กลับมาก่อนก็ได้”เด็กชายพยักหน้าแรงๆให้หล่อน

ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูห้องหล่อนดังขึ้น

“หนูกานต์เปิดประตูให้แม่หน่อยจ้ะ”แม่หล่อนเรียกหล่อนอยู่หน้าห้อง

“น้องธามอยากเจอแม่ของพี่มั้ย”พร้อมกานต์ขยิบตาให้น้องธาม น้องธามพยักหน้าหลายๆที หล่อนเดินไปเปิดประตูแล้วหอมแก้มมารดา

“ม๊า หนูมีหนุ่มจะแนะนำให้รู้จัก”หล่อนขยิบตาให้มารดาเล็กน้อย

“หนูกานต์มีแฟนแล้วหรอ”มารดาถามหล่อน หล่อนก็หัวเราะเสียงดัง แล้วยกโทรศัพท์ให้เห็นทั้งหน้าหล่อนและมารดา มารดาเห็นเด็กน้อยน่าตาน่ารักก็ยิ้มให้ เสียงใสๆก็ทักขึ้นมา

“สวัสดีครับคุณยาย ผมชื่อเด็กชายธาม ปัญญากุล ชื่อเล่นก็ชื่อน้องธามครับ”หล่อนกับมารดาหัวเราะขึ้นพร้อมกันกับการแนะนำตัวแบบเต็มยศของน้องธาม

“น้องธามเรียกแม่พี่ว่าคุณยายเลยหรอ ต้องเรียนว่าคุณพี่สิคะน้องธาม”เมื่อพูดจบมารดาก็ตีแขนหล่อนเบาๆโทษฐานที่หล่อนแกล้ง

“น้องธามต้องเรียกว่าคุณพี่หรอคับ”เด็กน้อยเริ่มคิ้วขมวดอีกแล้ว จนมารดาต้องรีบบอกขึ้น

“เรียกยายก็ได้ลูกหน้าตาน่ารักน่าชังจริงเชียว” มารดาหล่อนเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว ยิ่งหน้าตาแบบน้องธามยิ่งหลงไปใหญ่เลย อย่าว่าแต่มารดาเลยหล่อนก็ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน

“ตอนนี้อยู่กับใครลูก อยู่กับผู้ปกครองไหมครับ” มารดาถามด้วยความเป็นห่วงคงเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อตอนหล่อนเป็นเด็กซนน้อยซะที่ไหน เดี๋ยวไปปืนต้นไม้กับภัทรบ้างละ ไปบ้านภัทรไม่บอกบ้างละตอนนั้นหาหล่อนกันให้วุ่นไปหมดเลย ตอนนั้นหล่อนไม่รู้ว่าทุกคนจะเป็นห่วง พอหล่อนรู้หล่อนก็ได้แต่ขอโทษทุกคนและสัญญาว่าจะไปไหนจะบอกให้รับรู้

“อยู่กับป๊ะป๊าคับ” น้องถามพูดจบก็หันกล้องไปทางอาจารย์หนุ่มที่กำลังนั่งยิ้มอยู่ก่อนที่จะตกใจที่น้องธามหันกล้องมา

“สวัสดีครับ”อาจารย์ปีย์ทักเสียงนุ่มๆกับมารดาหล่อน

“หล่อได้พ่อจริงพ่อคุณ” มารดาหลุดปากชมอาจารย์หนุ่มที่ตอนนี้ทำหน้าไม่ถูกที่ถูกชมซึ่งๆหน้า หล่อนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆกับมาดหลุดๆของอาจารย์หนุ่ม หลังจากมารดาหล่อนพูดจบน้องธามก็หันกล้องมาครอบครองไว้เหมือนเดิม

“น้องธามหิ้วหิวคับคุณยาย โทรมาชวนพี่กานต์ไปกินข้าวด้วย พี่กานต์ก็บอกให้น้องธามไปรับที่อยุธยา แต่ป๊ะป๊าไม่ยอมไปคับ”หล่อนได้ยินน้องธามฟ้อง มารดาก็หันมามองหน้าหล่อนนิดหนึ่ง หล่อนก็ยิ้มแห้งๆให้

“ถ้ามีโอกาสน้องธามก็ค่อยมาเที่ยวอยุธยาก็ได้ครับ วันนี้น้องธามไปกินข้าวกับคุณแม่ก่อนนะครับ”มารดาหล่อนพูดขึ้น

“เห็นไหมครับน้องธามพี่บอกแล้ว วันนี้ไปกินข้าวกับคุณแม่ก่อน แล้วเราค่อยไปกินด้วยกันสองคนเนอะ”หล่อนขยิบตาให้น้องธามเล็กน้อย

“ยายว่าวันนี้พวกเราวางกันแค่นี้ก่อนดีกว่าครับ ยายว่าคุณพ่อน้องธามคงรอคุยกับพวกเรานานแล้ว ไว้มาเที่ยวบ้านยายกับพี่กานต์นะครับ”มารดาพูดแล้วยิ้มให้น้องธาม น้องธามยิ้มให้หน้าจอ

“ครับ สวัสดีคับคุณยาย สวัสดีคับพี่กานต์”หน้าจอกดวางสายไป น้องธามหันไปมองรอบๆเพื่อมองหาบิดาแต่ก็ไม่พบ

“ป๊ะป๊าคับ คุณพ่ออยู่ไหนคับคุณยายบอกว่าคุณพ่อรออยู่” น้องธามยังคงมองหาแต่ก็ไม่พบ ชายหนุ่มรู้แล้วว่ามารดาของพร้อมกานต์หมายถึงตน

“คุณยายคงคิดว่าป๊ะป๊าเป็นคุณพ่อของน้องธามไงครับ” ปีย์บอกกับน้องธามด้วยหน้ายิ้มๆ เขารู้อยู่แล้วต้องมีคนเข้าใจผิดแบบนี้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่ประจำอยู่แล้วเพราะน้องธามเรียนเขาว่าป๊ะป๊า ส่วนตัวเขาก็ไม่ได้คิดจะแก้ความเข้าใจผิดนี้ แต่ถ้าที่คณะหรือโรงพยาบาลคงไม่มีใครเข้าใจผิดเขาหรอก เพราะคุณแม่ของน้องธามก็เป็นคุณหมอเหมือนกัน คุณแม่ของน้องธามชื่อ ชลินทรา หรือจะเรียกว่าลินก็ได้ เป็นเพื่อนสมัยเรื่องแพทย์ของเขาเอง ไม่รู้ไปพบรักกับพี่ชายเขาที่ชื่อ ธัญญ์ ได้ยังไง พี่ชายเขาเป็นวิศวกร ช่วงนี้ไปดูงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ส่วนเขาก็รอลินมารับน้องธามกลับบ้าน เห็นบอกว่ามีเคสผ่าคลอด ตอนนี้น่าจะใกล้เสร็จแล้ว

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขากับน้องธามก็มองไปที่ประตู เห็นผู้หญิงหน้าตาสวย สูงหนึ่งร้อยหกสิบกว่าๆได้ กำลังรับน้องธามที่กระโดดไปกอด

“คุณแม่ครับวันนี้ เรากินข้าวด้วยกันนะครับ คุณยายกับพี่กานต์บอกให้มากินข้าวกับคุณแม่คับ”เด็กชายรีบบอกมารดา

“คุณยายกับพี่กานต์ที่ไหน ปีย์”หล่อนเงยหน้าจากเด็กชาย แล้วมองไปทางเพื่อน แต่ปีย์แค่หยักไหล่แล้วก้มหน้าทำงานต่อ แต่หล่อนไม่ต้องสงสัยนาน น้องธามก็ยื่นโทรศัพท์ของปีย์ให้มารดา ชลินทรารับมาแล้วทำหน้างง กำลังจะถามน้องธามแต่เด็กชายพูดขึ้นมาก่อน

“เมื่อกี้น้องธามคุยแบบเห็นหน้ากับพี่กานต์แล้วก็คุณยาย ป๊ะป๊าเป็นคนกดให้น้องธามคับ”น้องธามรีบรายงาน หล่อนมองไปทางเพื่อนชายอีกรอบ

“น้องธามให้ทำให้”เขาบอกเสียงนิ่งๆ ก็น้องธามบอกว่าอยากเจอพี่กานต์แล้วจะให้เขาทำยังไง พอเขาตอบว่าไม่รู้ว่าพี่กานต์อยู่ไหน จากที่เรียกป๊ะป๊าก็เปลี่ยนมาเป็นเรียกอาปีย์ทุกที เขาก็เลยต้องวิดิโอคอลให้น้องธาม เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง” ชลินทราพูดแต่มือก็เลื่อนโทรศัพท์ไปด้วย

“ก็น่ารักดี แต่เด็กไปป่าว ปีย์”หล่อนทักเพื่อน ก็ตอนนี้หล่อนกับปีย์อายุสามสิบแล้ว แต่เด็กในรูปถึงสิบแปดยังไม่รู้

“ปีหนึ่ง บัญชี”เขาตอบไปนิ่งๆ เขารู้ว่าพร้อมกานต์เป็นคนน่ารัก ใครอยู่ใกล้แล้วก็มีความสุข แต่เขาก็แค่เอ็นดูหล่อนเท่านั้น

“หาใหม่เถอะ เดี๋ยวติดคุกไม่มีใครช่วยนะ ฮ่าๆๆ”ผมมองหน้าเพื่อนแล้วส่ายหน้า ยัยนี่ชอบคิดอะไรไปเรื่อย เขาไม่รู้พี่ชายเขาทนไปได้ยังไง

“เด็กมันยังคิดว่าฉันเป็นพ่อน้องธามอยู่เลยลิน อย่าคิดไปไกล”เขาพูดจบก็ก้มลงเก็บของที่วางอยู่เต็มโต๊ะให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้อง แต่ยังมีเสียงหัวเราะไล่หลังมาอยู่


“ม๊ามาตามหนูไปกินข้าวหรอ หิวจัง”พอวางสายจากน้องธามหล่อนก็เริ่มอ้อนแม่ทันที

“ใช่จ้ะ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำยังเหลืออยู่เลย กินอีกสักมื้อนะลูก”มารดาบอกพร้อมลูบหัวหล่อน หล่อนฉีกยิ้มกว้าง ก็หล่อนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก กินกี่มื้อก็ไม่หวั่นอยู่แล้ว

พร้อมกานต์เดิมเข้าไปในห้องครัวพร้อมมารดา ก็เห็นทุกคนนั่งประจำที่อยู่แล้ว อากงนั่งอยู่หัวโต๊ะทางซ้ายก็เป็นอาม่าและพ่อของหล่อน ส่วนทางขวาก็เป็นหล่อนและมารดา หล่อนกับกับมารดานั่งลงประจำที่ ข้างหน้าของทุกคนเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำฝีมือมารดาของหล่อน มารดากับอาม่าของหล่อนทำอาหารอร่อยที่สุด แต่อย่าคิดว่าหล่อนกินเป็นอย่างเดียวนะ หล่อนชอบกินและชอบทำด้วย หล่อนฝึกฝนฝีมือกับมารดาและอาม่ามาตั้งแต่เด็ก อาม่าบอกว่าโตไปออกเรือนจะได้มีเสน่ห์ปลายจวัก พออาม่าบอกแบบนี้อากงรีบแย้งขึ้นมาว่า ทำให้ที่บ้านกินก็พอแล้ว โรคหวงหล่อนเหมือนจะแพร่เชื้อไปที่เพศชายทุกคนที่อยู่กับหล่อน แต่ถามว่าหล่อนเดือนร้อนไหม ตอบได้เลยว่าไม่ เพราะหล่อนมีความรักที่ดีอยู่แล้ว หล่อนไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าแบบสุภาษิตไทยหรอก

ความคิดเห็น