facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 วันที่ฝนตก

ชื่อตอน : บทที่ 3 วันที่ฝนตก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2561 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 วันที่ฝนตก
แบบอักษร

“ไปกินอะไรกันดี ฉลองความเป็นเฟรชชี่กันหน่อย” พร้อมกานต์หยุดเดินแล้วหันไปถามภัทรที่กำลังเดินตามหลังมา ภัทรเดินต่อไปไม่หยุดเหมือนที่หล่อนหยุดเดินแล้ว ทำไมเพื่อนหล่อนถึงทำหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจอย่างนั้น ภัทรต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ หล่อนเลยเดินไปจับแขนเพื่อน

“ไอ้ภัทรโว้ย ได้ยินไหม เหม่ออะไรว่ะคะ” ภัทรสะดุด


“ตะโกนทำไมว่ะ อยู่ใกล้กันแค่นี้ พูดธรรมดาก็ได้ยินแล้ว” พร้อมกานต์ทำหน้างง หล่อนผิดหรอเนี่ย อีกนิดหนึ่งมันจะเดินไปบนถนนแล้ว


“อ้าวนี่ฉันผิดหรอว่ะ โอเคฉันผิดเองก็ได้ แล้วนี่แกเป็นอะไรอีก แค่ศศิไม่รับสายจะเครียดไปทำไม ศศิอาจจะติดกิจกรรมยังไม่เลิกอยู่ก็ได้” หล่อนไม่เข้าใจจริงๆ เมื่อกี้ก่อนพวกเราซึ่งหมายถึงหล่อนกันไอ้บ้าภัทรจะออกจากมหาวิทยาลัย ภัทรก็โทรหาศศิมาด้วยความคิดถึง แต่ศศิมาไม่รับโทรศัพท์ เพื่อนหล่อนก็เลยมาเดินหน้าเครียดอยู่อย่างนี้


“แต่มันจะหกโมงเย็นแล้วนะ น่าจะเลิกได้แล้ว แกไม่เข้าใจหรอก ก็แกไม่เคยมีความรัก”ไอ้เพื่อนคนนี้มันพาลแล้วนี่หว่า อย่าคิดว่าจะยอมหรอกนะ ฉันก็มีความรักโว้ย


“ทำไมจะไม่มี ความรักของฉันคือป๊า ม๊า อากง อาม่…”หล่อนยังพูดไม่ทันจบภัทรหันมาทำหน้าเมื่อยๆแล้วรับพูดดักขึ้นมาก่อน


“ความรักแบบหนุ่มสาว แกเข้าใจป่าว ไม่ใช่ญาติโก โหติกาของแก” หล่อนได้แต่เกาหัว มันก็ความรักเหมือนกันนั้นแหละ


“ฉันก็คิดว่าเหมือนกันซะอีก ฉันคิดว่าความรักก็คือความปรารถนาดีให้กันแค่นั้นเอง” ภัทรได้แต่ทำหน้าเมื่อยๆแล้วเดินเข้าไปในเซเว่น


“คุณภัทรเจ้าคะ อิฉันยอมก็ได้เจ้าค่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะนะ เดี๋ยวค่อยโทรหาศศิก็ได้”พร้อมกานต์จับชายเสื้อแล้วแกว่งไปมาเพื่อง้อชายหนุ่ม ภัทรหันมามองนิดหนึ่งแล้วถอนหายใจ  วิธีง้อขั้นที่1ไม่ได้ผล ถ้าอย่างนั้นต้องใช้ไม้ตาย พร้อมกานต์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรออก


“ฮัลโหลศศิ” พร้อมกานต์เหล่มองเพื่อนนิดหนึ่ง


‘ฮัลโหล กานต์ เมื่อกี้ภัทรโทรมามีอะไรไม่รู้ เมื่อกี้ฉันคุยกับรุ่นพี่อยู่เลยรับโทรศัพท์ไม่ทัน’ สองคนนี้มันยังไงอยู่นะ ศศิมาก็เหมือนกันแทนที่จะถามถึงคนที่โทร แต่ถามถึงเพื่อนชายของหล่อน


“ไม่รู้สิ วันเสาร์นี้ว่างป่าว ไปเที่ยงห้างกัน มหา’ลัยก็อยู่ไม่ไกลจากฉัน ทำไมไม่มาหาเพื่อนเลย”หล่อนพูดเสียงเอื่อยๆ แต่หน้าหล่อนตอนนี้กำลังกระตุกยิ้มให้ไอ้ภัทรอยู่ ให้มันรู้ว่าใครเป็นใคร


‘ใครไปบ้าง’ ศศิมาถาม ให้ตายเถอะสองคนนี้น่าแกล้งจริงๆเลย ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าสองคนนี้ปิ๊งๆกันก็อยู่ ก็หล่อนเห็นทั้งคู่มาตั้งแต่มัธยม


“ไม่รู้สิ แกอยากให้ชวนใครไปด้วยหรือพี่ภค” หล่อนมองหน้าภัทรเล็กน้อย โธ่ชั่งน่าสงสารจริงๆ ก็อยากจะเฉลยอยู่หรอกว่าพี่ภค (อ่านว่าภัค) ย่อมมาจาก ภัทร คุณากร


‘บ้าสิแก แฟนนายนั้นได้มาฉีกอกฉันตาย” เสียงโว้ยวายแบบนี้กลบเกลื่อนอยู่ชัดๆ เพื่อนหล่อนแต่ละคนไม่ไหวจริงๆถ้าเป็นหล่อนนะ ต้องพุ่งชนเท่านั้น


“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว ว่าไม่ใช่แฟน อย่ามโน สรุปจะไปไหม”หลอนเริ่มทำหน้าเมื่อยๆ คุณประเด็นนี้ทีไร หล่อนเหนื่อยทุกที


‘ไปสิๆ เจอกันวันเสาร์สิบเอ็ดโมงครึ่งหน้าห้าง’ศศิมาบอก


“เจอกัน แค่นี้นะ บายจ้า” หล่อนหันมาทางภัทรที่ทำหน้าเศร้า


“ศศิว่าไงบ้าง”ภัทรถาม โธ่ประเด็นพี่ภคคงสะเทือนใจมาสินะ แต่จะให้หล่อนบอกยังไง ในเมื่อภัทรมันรู้ว่าศศิชอบพี่ภคอะไรนี้มาก หล่อนเป็นคนกลางก็ลำบากใจเหมือนน้ำท่วมปาก เรื่องแบบนี้มันเรื่องของคนสองคนไม่ควรมีคนที่สามเข้าไปเกี่ยว หล่อนก็จะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกัน


“ไม่ว่าไง วันเสาร์ไปป่าว ไปไม่ไปตอบมาเลยอย่าคิดเยอะ”อำนาจในการต่อรองกลับมาเป็นที่หล่อนอีกแล้ว หล่อนยักคิ้วให้เพื่อนอย่างกวนๆ


“ขอคิดก่อน ค่อยบอก” คุณชายภัทรทำหน้าเครียดไปไหน ของแบบนี้กระตุ้นนิดหน่อยก็ได้คำตอบ


“วันนี้วันพฤหัส ถ้าโทรไปบอกพี่ภคล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้พี่ภคคงว่าง แกว่าไหม” พร้อมกานต์ทำท่าจะกดโทรศัพท์ ภัทรรีบพูดขึ้นมา


“ไป” ภัทรพูดจบก็เดินออกจากเซเว่น หัวเราะตามหลัง แต่นี่หล่อนมาตากแอร์ในเซเว่นตั้งนานแต่ไม่ซื้ออะไรเลยค่อยมาซื้อทีหลังแล้วกัน คุณเจ้าของคงไม่ว่าอะไรนะคะ


“ถ้าแกจะเดินไปเดินมาแบบนี้ ฉันกินก๋วยเตี๋ยวแล้วนะโว้ย สงสารขาอันเรียวสวยของฉันด้วยมันแทบจะหมดแรงตรงนี้แล้ว” บางครั้งหล่อนก็ยังสงสัยตัวเองว่าจำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ไหม แต่ความสุขของเพื่อนก็คือความสุขของเรา แล้วทำไมเพื่อนภัทรยังหันมาทำหน้าเมื่อยใส่หรือว่ามันจะไม่สุขหว่า


“ไม่ กินหมูกระทะกัน ฉลองเฟรชชี่กันไง” ภัทรพูดจบก็หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ หล่อนจะกระโดดกอดคอเหมือนเวลาได้อะไรถูกใจเหมือนสมัยเด็กๆ แต่แค่ภัทรถอยหันไปนิดเดียว จากกระโดดกอดคอ หล่อนก็กระโดดจับกบแทนให้ตายเถอะ


“ไอ้ภัทร!!! แกตายแน่” พร้อมกานต์วิ่งไล่ภัทรมาจนถึงจักรยานหล่อน หล่อนหัวเราะดังลั่น


“ไปยังที่รัก หิวแล้ว”ภัทรทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่หน้าอย่างนี้คนที่รู้จักมันตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยงอย่างหล่อนทำไมจะไม่รู้ว่ามันกวนประสาทอยู่


“เหอะๆ โทรหาพี่ภคดีกว่า คิดว่าวันเสาร์จะว่างไหมน้า”หล่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายมาแกล้งฝ่ายเดียวหรอ ไม่มีทาง


“โอเค ฉันยอม”ภัทรเดินไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วสตาร์ทรถรอให้ฉันปั่นจักรยานนำไปก่อน ถึงจะดูมันอย่างนี้ พวกเราก็รักกันอย่างพี่น้องที่คลานตามกันมา ภัทรหวงหลอนทำไมจะไม่รู้ป๊าหลอนคอยพูดตั้งแต่เด็กๆว่าให้รักน้องดูแลน้องอย่าใครมาจีบได้ง่าย แต่ป๊าคงลืมว่าเราอายุเท่ากัน จะว่าไปหล่อนก็หวงเพื่อนเหมือนกัน แต่ถ้ามันรักใครหล่อนก็จะรักด้วย คอยดูอยู่ห่างๆ ถ้ามีปัญญาอะไรที่หล่อนช่วยได้หล่อนก็จะช่วย ถ้าถ้าไม่ได้ก็ทางใครทางมันแล้วกัน


ร้านหมูกระทะอยู่ระหว่างทางเซเว่นกับหอหล่อน พร้อมกานต์กับภัทรเดินเข้าไปในร้าน พนักงานเดินเข้ามาถามว่ามากี่คน แล้วพาพวกหล่อนไปนั่งที่โต๊ะ สั่งเครื่องดื่มเรียบร้อยหลอนเดินวนหนึ่งรอบบริเวณบุพเฟ่ต์ ทำไมถึงเดินหนึ่งรอบหรอ เราก็ต้องหาของที่เราชอบที่สุดก่อน จะได้จัดการกับปริมาณในการกินได้ถูกต้องตามสัดส่วนที่หล่อนคำนวณไว้ในใจ เรื่องกินเป็นอีกเรื่องที่หล่อนจริงจัง แต่คนอื่นคงดูหล่อนเพี้ยนๆ หล่อนกับภัทรตักอาหารมาที่โต๊ะ แล้วเริ่มปิ้งย่างกัน ดีนะที่วันนี้หล่อนยังไม่ได้สระผมมาไม่งั้นหัวเหม็นแน่ๆ


“ภัทร อาจารย์ปีย์ของแกมีลูกหน้าตาน่ารักจัง” ภัทรทำหน้างง อาจารย์ปีย์ไหนมีลูกแล้ว ภัทรกำลังคิดถึงอาจารย์ที่เจอวันนี้ ก็มีปีย์เดียว อาจารย์เป็นคุณอาแต่ให้หลานเรียกว่าป๊ะป๊า แล้วมีอาจารย์ปีย์ไหนอีกนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าคนไหน


“อาจารย์ปีย์คนไหนที่มีลูกแล้วว่ะ” ภัทรถาม


“ก็อาจารย์ปีย์ที่หน้าเด็กๆ มีลูกชื่อน้อง…”หลอนยังพูดไม่ทันจบ ภัทรก็มีสายเข้า เลยพูดแทรกขึ้นมา


“แปปนะแก ม๊าโทรมา” ภัทรคุยโทรศัพท์กับม๊าของภัทรไปด้วย กินไปด้วย เพื่อนหล่อนคุยไปสักพักแล้วยื่นโทรศัพท์มาหาหล่อน


“ม๊าจะคุยด้วย”พร้อมกานต์รับโทรศัพท์มาคุยต่อ คุยไปสักพักก็ว่างสาย หล่อนสนิทกับม๊าของภัทรเพราะไปเล่นที่บ้านตอนเด็กๆ จนปัจจุบันนี้ก็ยังไปเล่นอยู่


“เมื่อกี้แกถามอะไรฉันนะ ก่อนที่ม๊าจะโทรมา”ภัทรถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้


“ไม่มีไรแล้ว ชั่งมันเถอะ น้ำจิ้มอร่อยดีนะ ไว้วันหลังมากินกันอีกดีกว่า”หลอนเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะเห็นไม่สำคัญอะไร แต่ใครจะรู้อนาคตได้ เรื่องในวันนี้อาจจะสำคัญในวันข้างหน้า


หลังจากกินหมูกระทะเสร็จหล่อนก็กลับหอมาอาบน้ำสระผมเตรียมตัวเข้านอน แต่ขอเปิดเฟสบุ๊คอัพเดทข่าวสารหน่อย พร้อมกานต์เลื่อนหน้าฟีด แต่ไม่มีอะไร หล่อนเห็นเฟสบุ๊คอาจารย์ปีย์อยู่ในแนะนำเพื่อน มีเพื่อนร่วมกันหนึ่งคน ภัทรนั้นเอง หลอนเลยกดเพิ่มเพื่อนไป ไม่ถึงห้านาทีอาจารย์ปีย์ก็กดรับเพื่อน ขอเข้าไปดูหน่อย ว่าผู้ชายหล่อออร่ากระจายจะโพสต์อะไรบ้าง มีแต่แชร์ข่าวสารวิชาการ มีรูปน้องธามด้วยน่ารักชะมัด เป็นคุณพ่อที่ดีจริงๆมีแต่รูปลูก หล่อนดูไปยิ้มไป แต่ทำไมไม่เห็นภรรยาอาจารย์เลยเลื่อนมาสักพักแล้ว ชั่งเถอะนอนดีกว่า หล่อนวางมือถือไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วห่มผ้านอน


เช้าวันใหม่ที่น่าจะสดใส แต่ทำไมฝนตกหนักอย่างนี้ หล่อนต้องรีบไปลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยสิ หล่อนเดินวนไปวนมาในห้อง เมื่อนึกขึ้นได้โทรหาภัทรสิ หล่อนอยากเขกหัวตัวเองจริงๆเลย


“ฮัลโหลภัทร อยู่ไหน มีเสื้อฝนป่าว”หล่อนรีบถามเพื่อน


“อยู่มหา’ลัยแล้ว เสื้อฝนไม่มี ยังไม่เข้ามหา’ลัยอีกหรอ จะสายแล้วนะ”หล่อนรีบพูดชิงตัดหน้าเพื่อนก่อนที่จะบ่นอีกนาน


“กำลังจะไป แค่นี้ก่อน สวัสดี บาย”หล่อนวางสายแล้วสงสัยคงต้องลุยฝนตั้งแต่วันแรกเลยสิ รู้อย่างนี้ตื่นให้เร็วกว่านี้ก็คงไม่เปียกแล้ว แต่คงเข้าไปมหาวิทยาลัยแปปเดียวคงไม่เป็นอะไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นหลอนรีบลงไปชั้นล่างทันที แต่ขอทำใจข้างๆจักรยานคู่ชีพก่อน หวังว่าจะมีคนรู้จักขับรถผ่านมา แต่ดูแล้วคงจะไม่มีหวัง เพราะหอหล่อนอยู่ในซอยสิ


ปรื้นนน


เสียงแตรรถดังขึ้นข้างหลังหลอนตอนที่กำลังจะก้มลงไขกุญแจจักรยาน หล่อนหันไปมอง เห็นรถออดี้สีขาวค่อยๆเปิดกระจกลง อาจารย์ปีย์นั้นเอง แล้วมีหัวเล็กๆค่อยๆโผล่หน้ามาจากรถตอนหลัง เด็กชายโบกไม้โบกมือให้หล่อน หล่อนยิ้มให้ นี่ไงความหวังของหล่อน


“ให้ผมไปส่งไหม ฝนตกหนักมาก” อาจารย์ปีย์ชวน ผู้หญิงอย่างหล่อนจะยอมขึ้นรถใครง่ายๆหรอ ปกติก็ไม่หรอก แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาเล่นตัว ไม่งั้นเปียกแน่ๆ


“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” หล่อนกำลังจะเดินไปเปิดประตูข้างหลังแต่น้องธามพูดขึ้นก่อน


“พี่กานต์นั่งข้างหน้าเลยคับ น้องกานต์จะนั่งข้างหลัง” หล่อนวิ่งไปเปิดประตูข้างหน้า พร้อมกานต์ขึ้นมานั่งข้างคนขับก็จัดการคาดเบลท์ให้เรียบร้อยโดยที่ไม่ให้ใครต้องเตือน หล่อนจัดการเสร็จก็หันมายิ้มให้อาจารย์ปีย์ แต่ทำไมแค่เหล่มามองนิดหนึ่งแล้วทำหน้านิ่งด้วยคนอุตส่าห์ยิ้มให้ หล่อนเห็นอย่างนั้นก็หันไปยิ้มให้น้องธาม


“อาจารย์ปีย์คะ ขอบคุณมากนะคะ ไม่ได้อาจารย์หนูต้องเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่” หล่อนหันไปขอบคุณอาจารย์ปีย์ ถึงจะชอบหน้าบึ่งแต่ก็คงใจดีแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่รับหล่อนขึ้นรถ


“ไม่เป็นไร ทางผ่านพอดี”อาจารย์ตอบเรียบๆ เอาซะหล่อนไม่รู้จะชวนคุยยังไงต่อเลย


“แล้วน้องธามเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยหรอคะ” พูดเรื่องลูกแล้วกัน น่าจะมีเรื่องคุยไม่ให้บรรยากาศเงียบ หล่อนมองกระจกเห็นน้องธามกำลังเล่นหุ่นยนต์อยู่ ว่าทำไมให้หล่อนมานั่งข้างหน้า จะเล่นของเล่นนี่เอง


"ใช่ ว่าแต่คุณเรียนอะไร”คิดว่าจะนั่งเงียบอย่างเดียวเสียอีก


“เรียนบัญชีค่ะ” หล่อนบอกแล้วยิ้มน้อยๆ แต่อาจารย์หันมามองแล้วหันไปขับรถต่อ


“อาจารย์ไม่ถามหรอคะว่าทำไมถึงเรียนบัญชี” หล่อนถามอาจารย์ปีย์ ก็เวลาบอกว่าเรียนอะไรก็มักจะมีคำถามต่อมาว่าแล้วทำไมถึงเรียนอะไรพวกนั้น แล้วอีกมากมายที่หล่อนตอบมาตลอดช่วงปิดเทอม


“ถ้าคุณอยากบอก คุณก็คงจะบอกผมเอง”อาจารย์ปีย์หันมามองหน้าตอนที่พูดประโยคนี้ แต่ทำไมหล่อนถึงใจสั่นได้ หรือหลอนจะเป็นโรคหัวใจ ทำยังไงดี หล่อนไม่มีประกันสุขภาพด้วยสิหรือไปตรวจสุขภาพก่อนดี เอาตามนี้ดีแล้วกัน เมื่อหลอนตัดสินใจได้ แล้วหันไปชวนอาจารย์หนุ่มคุยต่อ


“ฮ่าๆๆ อาจารย์เป็นคนแปลกจริงๆด้วย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนน้องธามตอนสงสัยเลย สงสัยจะเริ่มพูดอะไรแปลกๆอีกแล้ว ต้องรีบตั้งสติก่อน


“หนูฝันว่าอยากมีแฟนเป็นหมอค่ะ อาจารย์คงสงสัยว่าแล้วเกี่ยวอะไรใช่ไหมคะ จากฝันอันแรกทำให้เกิดฝันอันที่สองค่ะ คือหนูไม่อยากมีเวลาว่างเยอะ เดี๋ยวจะคิดถึงแฟนที่เป็นหมอ ฮ่าๆๆ”อาจารย์คงคิดว่าหล่อนเพี้ยนแน่ๆเลย


“แล้วตอนนี้คุณมีแฟนที่เป็นว่าที่หมอแล้วนี่” อาจารย์หนุ่มพูดด้วยเสียงเรียบๆ หล่อนมีแฟนเป็นว่าที่หมอหรอ แฟนหล่อนยังไม่มีสักคนเลย เอาแค่ให้ผู้ชายเดินเข้ามาคุยกับหล่อนให้รู้เรื่องก่อนเถอะ


“แฟนหนู? หนูยังไม่มีแฟนนะคะอาจารย์ พูดแบบนี้ใครจะมาจีบหนูกัน”หล่อนทำหน้าเมื่อยๆ อาจารย์ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน มั่วมาก


“ก็วันก่อนที่เห็นภัทรเรียนคุณว่าที่รัก”พอหล่อนได้ยินอย่างนั้นตาก็เบิกโตด้วยความตกใจ ไอ้ภัทรนี่เองที่ทำให้หนุ่มๆหายหมด พอหล่อนรู้สาเหตุก็หัวเราะเบาๆ แต่อาจารย์หนุ่มขมวดคิ้ว สงสัยจะงงว่าหล่อนหัวเราะอะไร


“อ่อ เราเป็นเพื่อนกันค่ะ แต่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว มันได้รับคำสั่งจากป๊ามาว่าให้เป็นกันชนผู้ชายทุกคน แล้วมันก็เรียก ที่รักๆ พอหนูบ่นมัน มันก็บอกก็แกชื่อกานต์ แปลว่าเป็นที่รัก มันเลยเรียกที่รัก หนูขี้เกียจจะเถียงกับมันแล้วค่ะ”หล่อนเล่าให้อาจารย์หนุ่มฟัง ว่าแต่หล่อนจะเล่าทำไม ระหว่างที่หล่อนกำลังคิดอะไรไปเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงเล็กๆดังขึ้น


“ถ้าอย่างนั้น น้องธามก็เรียกพี่กานต์ว่าที่รักได้เหมือนกันสิคับ”เด็กน้อยพูดแล้วยิ้มจนเห็นฟันเกือบทุกซี่ หล่อนได้ยินอย่างนั้นก็ตลกกับความเป็นเด็ก


“ถ้าอย่างนั้น สาวๆที่โรงเรียนน้องธามก็จะคิดว่าน้องธามมีแฟนแล้วนะครับ”หลอนพูดแล้วยิ้มให้น้องธาม น้องธามทำหน้าคิดนิดหน่อยจึงตอบขึ้นมา


“ถ้าอย่างนั้นเรียกพี่กานต์เหมือนเดิมดีกว่า ถึงโรงเรียนแล้วน้องธามไปก่อนนะคับ สวัสดีคับป๊ะป๊า สวัสดีคับพี่กานต์”อาจารย์หนุ่มหันตัวไปด้านหลังแล้วให้น้องกานต์หอมแก้ม ตอนที่อาจารย์ปีย์หันหน้ากลับแต่หน้าห่างกับหล่อนไม่มาก พร้อมกานต์อยู่ๆก็หน้าแดงจัดลามไปถึงหู จะว่าตอนนี้คงแดงทั้งตัวแล้วก็ได้ เพราะหล่อนรู้สึกร้อนๆ


“พี่กานต์หอมแก้มคับ”หล่อนหันไปหาน้องธามทั้งๆหน้ายังแดงอยู่ น้องธามหอมแก้มหล่อนเสร็จเปิดประตูเดินไปหาคุณครูหน้าโรงเรียนแล้วเดินเข้าโรงเรียนไป หล่อนกลับมานั่งมองไปข้างหน้าแต่หางตายังเห็นอาจารย์หนุ่มยิ้มน้อยๆ เมื่อกี้ก็หน้านิ่งตอนนี้ก็ยิ้ม นี่อย่าบอกนะว่าหลอนเจอคนอารมณ์สวิง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงอีกคนแล้วหรอ พร้อมกานต์ตามไม่ทันแล้วนะ


ความคิดเห็น