facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 25 ช่างโง่เสียจริงๆ / ตอนที่ 26 - 1 อุดมการณ์ของอวิ๋นตั่ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 ช่างโง่เสียจริงๆ / ตอนที่ 26 - 1 อุดมการณ์ของอวิ๋นตั่ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2561 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 ช่างโง่เสียจริงๆ / ตอนที่ 26 - 1 อุดมการณ์ของอวิ๋นตั่ว
แบบอักษร


ตอนที่ 25 ช่างโง่เสียจริงๆ

ไม่นานอวิ๋นเฉียวก็มาถึงที่โรงเรียนของอวิ๋นตั่วพร้อมกับอวี่เจ๋อ

พอเห็นทั้งสองเข้ามา อวิ๋นตั่วก็รู้สึกราวกับตัวเองมีพวก ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว

แต่ใครจะรู้ว่าคุณครูกลับไม่เชื่อ “ครูบอกให้เชิญผู้ปกครองมาพบไม่ใช่เหรอ แล้วพวกเขาเป็นใคร”

อวิ๋นเฉียวหัวเราะขึ้นมา จากประสบการณ์การก่อเรื่องมาหลายปีนั้นสอนให้เขารู้ว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าครู นั้นต้องรู้จักทำตัวเชื่อฟัง ยิ่งอวดดีก็จะยิ่งแย่

“สวัสดีครับคุณครู ผมเป็นพี่ชายของอวิ๋นตั่วครับ แม่ของเราไปต่างประเทศ มาไม่ได้ ก็เลยให้ผมมาแทนน่ะครับ”

“เขาโกหกค่ะ แม่ของเธอไม่ได้ไปต่างประเทศสักหน่อย เมื่อวานแม่ของหนูยังเห็นแม่ของเธอเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ที่บ้านอยู่เลยค่ะ” สือเหยียนที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พูดขัดคำโกหกของอวิ๋นเฉียวขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้า

อวิ๋นเฉียวจ้องสือเหยียนเขม็ง สายตาตีเป็นคำพูดได้ว่า หากกล้าพูดจาเหลวไหลอีก ฉันจะตีเธอ*!*

สือเหยียนนั้นถึงเธอจะอายุยังน้อย แต่เธอก็ฉลาดมากพอ ที่อวิ๋นตั่วตบเธอนั้นมันแค่เบาะๆ แต่ถ้าเป็นอวิ๋นเฉียวล่ะก็ เธอคงกลายเป็นพายไปเลยแน่ๆ คุณครูช่วยเธอได้ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเธอไปได้ตลอด เมื่อตกที่นั่งลำบาก ก็ต้องรู้จักยอมถอยเสียบ้าง ตอนนี้ยังไม่ใช้เวลาแก้แค้นของเธอ เธอจึงได้แต่ก้มหน้า ไม่ตอบโต้

“ก็ได้ ในเมื่อแม่ของเธอไม่มา อย่างนั้นครูก็จะพูดต่อหน้าพี่เธอนี่แหละ หวังว่าพวกเธอจะเอาคำพูดครูกลับไปด้วย”

“ครับๆ” อวิ๋นเฉียวรีบรับคำ แกล้งทำตัวเป็นเด็กดี ข่มนิสัยของตัวเองไว้

คุณครูเริ่มพูดขึ้นอย่างจริงจัง “ฉันเป็นครูมาหลายปี จริงๆ ไม่เคยสอนเด็กแบบนี้มาก่อน เราจะไม่พูดถึงเรื่องสอบได้คะแนนไม่ดี แต่ที่เป็นคนใช้อารมณ์เป็นใหญ่แบบนี้ล่ะ จริงอยู่ที่เราไม่สามารถเอาคะแนนมาตัดสินคนเก่งได้ แต่ถึงยังไงก็ควรต้องผ่านไปให้ได้ไม่ใช่หรือ ป.1 สอบได้ 27 คะแนน แล้วแบบนี้ในอนาคตจะเรียนหนังสือได้ยังไงกัน ครูรู้ว่าบ้านของพวกเธอรวย แต่เงินมันไม่สามารถซื้อความรู้ได้ ใช่ไหมล่ะ? จริง ๆ แล้ว อวิ๋นตั่วน่ะ พวกเธอต้องดูแลให้ดีหน่อย ไม่อย่างงั้นถ้าอนาคตเดินทางผิดขึ้นมา มาเสียใจทีหลังก็สายไปแล้ว”

“คุณครูพูดถูกเลยครับ!” อวิ๋นเฉียวรับคำด้วยท่าทางถ่อมตัวว่าง่าย “ที่จริงครอบครัวของเราให้ความสำคัญกับปัญหาของอวิ๋นตั่วมากครับ กลับไปแล้วจะต้องอบรมเธออย่างแน่นอน”

“แล้วเรื่องทะเลาะวิวาทวันนี้จะทำยังไง ได้ยินว่าครอบครัวเธอเป็นญาติกับครอบครัวของสือเหยียนด้วยนี่”

“เด็กๆ ทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ผมจะให้อวิ๋นตั่วไปขอโทษครอบครัวของสือเหยียนเองครับ”

คุณครูพอใจกับท่าทางของอวิ๋นเฉียวมาก พยักหน้าเล็กน้อย เตรียมสรุป และจบการพูดคุยในครั้งนี้

เมื่อเห็นคุณครูของน้องสาวกำลังจะเอ่ยปาก อวิ๋นเฉียวก็รู้ได้ทันทีว่าตนต้องอดทนอีกไม่นาน การลงโทษครั้งนี้ก็จะสิ้นสุด ทว่าขณะที่กำลังแอบรู้สึกดีใจอยู่นั้น อวี่เจ๋อก็พลันเอ่ยปากขึ้น 

“ครูครับ ทำไมตั้งแต่เราเข้ามาจนถึงตอนนี้ ครูก็เอาแต่สอนอวิ๋นตั่ว ไม่ถามถึงสาเหตุที่เธอลงมือบ้างเลยล่ะครับ”

คุณครูระพริบตาปริบๆ มองอวี่เจ๋อ จนผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้สติกลับคืนมา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า “เธอเป็นใคร”

อวิ๋นเฉียวจะบอกว่าเป็นเพื่อนของเขาเอง ทว่าพอมาคิดอีกที น้องสาวมีปัญหาทะเลาะกับเพื่อน ให้พี่ชายมาพบครูก็ยังพอเข้าใจได้ แต่การพาเพื่อนมาด้วยนั้น มันดูน่าตลกสิ้นดี

ทว่าอวี่เจ๋อกลับเอ่ยว่า “ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอกครับ ที่สำคัญก็คือปัญหาในการจัดการเรื่องนี้ของครู ใช้การตัดสินจากการดูว่าใครได้รับบาดเจ็บโดยไม่ถามถึงสาเหตุแบบนี้มันไม่ค่อยยุติธรรมเลยนะครับ แบบนี้จะทำให้คนเคารพได้ยังไง”

คำพูดของอวี่เจ๋อทำให้คนเป็นครูถึงกับพูดไม่ออก และก็เป็นอวิ๋นเฉียว ที่ช่วยไกล่เกลี่ยให้ “ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม แต่การที่อวิ๋นตั่วลงไม้ลงมือแบบนั้นก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง”

อวิ๋นเฉียวรีบดึงแขนอวี่เจ๋อ บอกเป็นนัยๆ ว่าให้เขาหุบปากเสียที ในตอนนี้มันสำคัญหรือว่ามีเหตุผลหรือไม่ ที่สำคัญตอนนี้คือต้องตบตาคุณครู ให้ผ่านไปให้ได้ก่อน!

เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นตั่วก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของอวิ๋นเฉียว เธอมองพี่ชายด้วยความไม่พอใจ “พี่เพิ่งบอกหนูในโทรศัพท์ว่าสือเหยียนน่ะสมควรโดนแล้ว ทำไมจู่ๆ ตอนนี้ถึงมาบอกว่าหนูเป็นคนผิดล่ะ”

“พี่ไม่ได้พูด!” อวิ๋นเฉียวยืนกรานปฏิเสธ พยายามขยิบตาส่งสัญญาณให้คนเป็นน้อง

ทว่าน้องสาวกลับไม่เข้าใจ ยังคงพูดต่อไปว่า “พี่พูด หนูบอกว่าสือเหยียนปล่อยข่าวลือว่าพ่อกับแม่จะหย่ากัน แล้วพี่ก็บอกว่าเธอสมควรโดนตีแล้ว แถมยังบอกว่าไหนๆ ก็ลงมือแล้วก็เอาให้แขนหักขาหักไปเลยด้วย!”

สือเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ พอได้ยินอวิ๋นตั่วพูดแบบนั้นก็ตกใจจนแทบจะเป็นลม

อวิ๋นเฉียวมองอวิ๋นตั่ว ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ให้ตายเถอะ ช่างโง่ซะจริงๆ เลย!



--------------------​----------​----------​----------​


ตอนที่ 26 - 1  อุดมการณ์ของอวิ๋นตั่ว

พอออกมาจากห้องพักครู อวิ๋นเฉียวก็เริ่มสอนอวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อทันที “คนหนึ่งก็เด็กเกิน ไม่มีประสบการณ์ อีกคนก็ไม่เคยต้องโดนอบรมแบบนี้ ไม่เคยก่อเรื่องมาก่อน เพราะงั้นคราวนี้ฉันจะให้ยอมให้อภัยไปก่อน ต่อไปจำไว้เลยนะ ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้อีก ผิดถูกไม่สำคัญ แต่การตบตาครูให้ได้ต่างหากถึงเป็นเรื่องสำคัญ ไหนลองบอกมาสิ ระหว่างคนที่สอบได้ 27 คะแนนกับ 100 คะแนน ครูจะเอนเอียงไปทางใครมากกว่า? ในสถานการณ์แบบนี้ มีแต่ต้องยอมรับผิดเท่านั้นถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง ครูคืออะไร? ครูก็คือคนที่ชอบสั่งสอนผู้อื่น พวกเขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองผิด โดยเฉพาะต่อหน้านักเรียน แล้วนี่ยังจะมาถามหาเหตุผลอะไรกันอีก ทำแบบนั้นยิ่งทำให้เธอพูดไม่จบไม่สิ้นมากกว่าเดิมอีก คำพูดของคนมีประสบการณ์น่ะต้องหัดฟังไว้บ้าง ฉันสะสมประสบการณ์มาหลายปีเลยนะ!”

“แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับอวิ๋นตั่ว!” เป็นอวี่เจ๋อที่รู้สึกเคืองใจแทนอวิ๋นตั่ว

“ช่างเถอะๆ ถือว่าพวกเราใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเด็กผู้หญิงอย่างสือเหยียนก็แล้วกัน” อวิ๋นเฉียวยกมือลูบหัวน้องสาว “ดูสภาพเธอตอนนี้สิ ไม่เหมือนลูกคุณหนูเลยสักนิด คงต้องหาที่เปลี่ยนเสื้อผ้า มัดผมใหม่เสียก่อน หากกลับบ้านไปสภาพนี้ความแตกแน่ๆ”

“ไปบ้านฉันก่อนแล้วกัน” อวี่เจ๋อว่า

ทั้งสามตรงไปยังบ้านของอวี่เจ๋อ เปลี่ยนเสื้อผ้ากันจนเรียบร้อย โดยอวิ๋นตั่วใส่ชุดเดรสของอวี่ซี แต่เพราะว่าขนาดใหญ่เกินไป เมื่อใส่ออกมาแล้วจึงดูเหมือนชุดนอนไม่มีผิด

อวี่ซีอาสามัดผมเปียให้ แถมยังไม่รู้เอาเข็มขัดจากที่ไหนมาช่วยใส่ให้อวิ๋นตั่ว จัดชุดเพิ่มอีกนิดหน่อยก็ไม่ดูโคร่งจนเกินไปแล้ว

“ไม่เลวนี่ อวี่ซี แบบนี้อนาคตเป็นนักออกแบบได้เลยนะ” อวิ๋นเฉียวชม

“จริงเหรอ” ตาของอวี่ซีเป็นประกาย หัวเราะออกมาอย่างอายๆ “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ในอนาคต อยากเป็นดีไซน์เนอร์ ไปงานปารีสแฟชั่นวีค!”  

“เยี่ยม มีความทะเยอทะยานดีมาก!” อวิ๋นเฉียวรู้สึกชื่นชมกับปณิธานอันยิ่งใหญ่ของอวี่ซีจากใจจริง ไม่เหมือนกับเขา ที่จนวันนี้แล้วยังไม่มีการวางแผนอะไรเลยทั้งนั้น

ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่างมีอิสระ คือคติของคุณชายแห่งบ้านตระกูลอวิ๋น จริงๆ การได้ทุกอย่างมาง่ายๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่นัก เพราะมันไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยนะสิ

“ความทะเยอทะยานอะไรล่ะ แค่ฝันกลางวันเท่านั้นล่ะ!” ฟางผิงถือเสื้อผ้าที่เธอเอาไปรีดมาให้อวิ๋นตั่วเปลี่ยน

“แม่ดูถูกหนูเหรอ” อวี่ซีประท้วงคนเป็นแม่

“แม่ไม่ได้ดูถูกลูก แต่สถานะทางครอบครัวของเรา ไม่เหมาะจะเรียนอะไรที่ใช้เงินแบบนั้น ตั้งใจเรียนให้ดี สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ แล้วก็หางานดีๆ ทำ แบบนั้นถึงจะถูก”

“งานดีๆ หมายความว่ายังไงคะ” อวิ๋นตั่วถาม

อวิ๋นเฉียวนิ่งคิด ก่อนที่จะตอบว่า “น่าจะเป็นงานที่เข้างานตอนเช้า เลิกงานตอนเย็น ต้องตอกบัตรก่อนเข้างานทุกวัน แล้วก็ได้เงินเดือน”

“โตขึ้นแล้วหนูไม่อยากทำงานแบบนั้น”

ฟางผิงหัวเราะ “เมื่อหนูโตแล้ว หนูไม่ต้องทำงานก็ได้”

“ทำไมล่ะคะ” เด็กน้อยไม่เข้าใจ

“คุณพ่อหนูหาเงินมาได้ตั้งเยอะ จนหนูใช้ไม่หมด แล้วยังต้องทำงานอีกเหรอจ๊ะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูต้องทำงาน ไม่งั้นเอาแต่เล่นไพ่นกกระจอกอยู่บ้านทั้งวันแบบแม่ล่ะเบื่อแย่เลย”

“ถ้าจะทำงาน เธอต้องสอบให้ได้คะแนนมากกว่านี้ก่อน” อวิ่นเฉียนพูดกลั้วหัวเราะขึ้น

“โตขึ้น เธออยากทำงานอะไร” อวี่เจ๋อถาม

อวิ๋นตั่วนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “หนูอยากเปิดร้านขายโดนัท ร้านใหญ่ๆ เลย...” เด็กน้อยกางมือออกประกอบคำพูด จากนั้นก็ว่าต่อ “หนูจะทำโดนัททุกวัน แล้วก็ขายให้คนที่ชอบกินโดนัท แบบนี้หนูก็จะได้กินด้วย ได้เงินด้วย เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

อวิ๋นเฉียวมองน้องสาวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก่อนจะชูสองมือขึ้นมา “เยี่ยม เยี่ยมมาก อุดมการณ์ยิ่งใหญ่จริงๆ!”

อวิ๋นตั่วมองไปทางอวี่เจ๋อ “ไม่ได้เหรอคะ”

“ได้สิ” อวี่เจ๋อพยักหน้า





ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว