facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 15 พี่น้อง ความเหมือนที่ยากจะแยก / ตอนที่ 16 รับมือได้ทุกสถานการณ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 พี่น้อง ความเหมือนที่ยากจะแยก / ตอนที่ 16 รับมือได้ทุกสถานการณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2560 11:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 พี่น้อง ความเหมือนที่ยากจะแยก / ตอนที่ 16 รับมือได้ทุกสถานการณ์
แบบอักษร



ตอนที่ 15  พี่น้อง ความเหมือนที่ยากจะแยก

“มาหาฉันมีเรื่องอะไร” อวี่เจ๋อที่นั่งคั่นกลางระหว่างสองพี่น้องบ้านอวิ๋นรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

“ฉันไม่ได้มาหานาย เธอต่างหาก” อวิ๋นเฉียวชี้ไปที่อวิ๋นตั่ว “บอกเขาสิว่าเธอมีเรื่องอะไร”

“พี่คะ” อวิ๋นตั่วขยับมือคล้องแขนอวี่เจ๋อ เธอชินกับการอ้อนอี้ฟานและอวิ๋นเฉียวด้วยท่าทางแบบนี้ “บอกแม่หนูว่าพี่ไม่อยากสอนพิเศษให้สือเหยียนได้ไหม”

อวิ๋นเฉียวเมื่อเห็นท่าทางของน้องสาวแล้วก็ถึงกับต้องปิดหน้าอีกครั้ง เด็กคนนี้ไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไงกัน!

อวี่เจ๋อค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกมา แม้แต่เขากับอวี่ซียังไม่ได้สนิทกันขนาดนี้เลย

“สือเหยียน?” เขามองอวิ๋นเฉียวราวกับต้องการคำอธิบาย

“สือเหยียนเป็นลูกสาวของน้าของฉันเอง อายุเท่ากับอวิ๋นตั่ว แต่ค่อนข้างหยิ่งๆ สักหน่อย เมื่อวันก่อนเธอมาขอเรียนพิเศษกับอวิ๋นตั่วด้วย โดยที่ไม่ได้สนใจอวิ๋นตั่วเลยสักนิด”

“ถ้าเธอไม่อยากเรียนด้วยกัน ทำไมเธอไม่บอกแม่ของเธอเองล่ะ” อวี่เจ๋อถามอวิ๋นตั่ว

อวิ๋นตั่วมองอวิ๋นเฉียว

ทำให้อวิ๋นเฉียวจำต้องพูดอธิบายแทนน้องสาวอย่างช่วยไม่ได้ “บอกไปแล้ว แต่ดูเหมือนแม่จะไม่รู้สึกถึงความลำบากใจของน้องสาวเลยสักนิด แม่น่ะคิดว่าพวกเธอสนิทกันดี”

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าฉันปฏิเสธไปมันคงจะไม่เหมาะสมหรือเปล่า ยังไม่ทันได้เจอหน้านักเรียนก็ปฏิเสธไปก่อนแล้ว แบบนี้มันมีเหตุผลตรงไหนกัน”

“นายบอกว่านายรับเงินเดือนของนักเรียนคนเดียว ก็เลยรับสอนสองคนไม่ได้ก็ได้นี่” อวิ๋นเฉียวแนะนำ

“ครอบครัวของนายขี้เหนียวแม้กระทั่งเงินเล็กๆ น้อยๆ หรือไงกัน”


ที่จริงมันไม่ใช่เหตุผลหรอก เพราะชูยินสามารถเพิ่มเงินให้ได้ สำหรับคนรวยแล้ว เรื่องที่เงินสามารถแก้ไขได้ มันไม่ถือเป็นปัญหาอะไรเลย


“งั้นนายก็บอกว่านายเตรียมสอบมหา’ลัยสิ สอนเด็กสองคนมันใช้พลังงานมากไป”

“ได้ยินมาว่าเธอสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนตลอดเลย?”

สองพี่น้องมองหน้ากัน ไม่ได้พูดตอบอะไรออกมา ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่เลยกับการพูดนินทาคนที่ได้คะแนนหนึ่งร้อยเต็ม ต่อหน้าอีกคนที่ได้คะแนนหนึ่งร้อยเต็มเหมือนกัน

“ที่มาก็เพราะเรื่องนี้น่ะเหรอ”

อวิ๋นตั่วพยักหน้า ไม่งั้นจะมาด้วยเรื่องอะไรอีกล่ะ ในใจของอวิ๋นตั่ว เรื่องที่คอยรบกวนจิตใจเธอมาตลอดชีวิตก็คือเรื่องของสือเหยียนนี่แหละ

“ฉันเข้าใจแล้ว”

อวี่เจ๋อขอให้ลุงหูหยุดรถ จากนั้นอวิ๋นตั่วก็ลงจากรถก่อน แล้วหลีกทางให้อวี่เจ๋อลงต่อ ก่อนจะมองอวี่เจ๋อด้วยความคาดหวัง หวังว่าเขาจะให้คำตอบ

แต่นอกจากสี่คำที่ว่า ‘ฉันเข้าใจแล้ว’ อวี่เจ๋อก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก


แล้วสี่คำนี้มันหมายความว่ายังไงล่ะ?


อวิ๋นตั่วขึ้นรถ แล้วถามอวิ๋นเฉียว “เขารับปากเราแล้วหรือเปล่าคะ”

“ฉันไม่รู้”

“พี่นี่โง่จริงๆ เลย” อวิ๋นตั่วประเมินพี่ชาย

อวิ๋นเฉียวรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ฉลาด แต่การที่โดนน้องสาวที่สอบได้ 27 คะแนนมาประเมินตัวเองแบบนี้ มันพลอยรู้สึกตงิดๆ ในใจ “ไร้จิตสำนึกจริงๆ ตอนแรกใครกันที่พยายามช่วยเธอแย้งแทบแย่น่ะ แถมยังพยายามขวางสือเหยียนอีก หือ?”

“นั่นเพราะพี่ไม่ชอบสือเหยียนต่างหากล่ะ”

“สือเหยียนไม่เคยมีปัญหากับพี่มาก่อน ทำไมพี่ต้องไม่ชอบเธอด้วย”

“ก็เพราะเธออายุยังน้อย แต่กลับรู้เรื่องอะไรมากกว่าพี่ยังไงล่ะ”

อวิ๋นเฉียวเงียบไป เขารู้ว่าถึงแม้น้องสาวจะสอบได้คะแนนไม่ดี แต่กลับสามารถอ่านใจคนอื่นได้ดี ไม่รู้ว่าเป็นเพียงคำพูดของเด็กที่ไม่ควรถือสาหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นคำพูดที่แทงใจ เขาไม่ชอบสือเหยียนจริงๆ นั่นแหละ ไม่ใช่เพียงเพราะเธอฉลาดเกินไป แต่เพราะเธอมักจะทำให้คนอื่นรู้สึกอับอายขายหน้า คนแบบนี้หากจะมีคนเกลียด ก็เป็นเรื่องธรรมดา

“ฉันต้องหาทางหนีปิดเทอมฤดูร้อนนี้ให้ได้” อวิ๋นเฉียวพึมพำกับตัวเอง

อวิ๋นตั่วจ้องพี่ชายเขม็ง ก่อนที่จะขยับเข้าไปคล้องแขนอีกฝ่าย “เราไปเที่ยวกันดีไหม”

“แม่ไม่ยอมแน่ๆ นอกจากว่าเธอจะสอบปลายภาคได้มากกว่าสือเหยียน”

“สือเหยียนสอบได้หนึ่งร้อยคะแนน หนูจะสอบได้มากกว่าเธอได้ยังไง?”

“ใช่ไหมล่ะ มันยากมากเลยใช่ไหม” อวิ๋นเฉียวเริ่มสร้างแรงบันดาลใจ “มากกว่าไม่ได้ ได้หนึ่งร้อยเหมือนกันก็ยังดี”

อวิ๋นตั่วตกใจจนแทบจะกลั้นหายใจ คนเราจะสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนได้ยังไงกัน บนกระดาษข้อสอบ ต้องทำได้ถูกต้อง ไม่มีผิดเลยสักข้อ สำหรับเธอแล้วเป็นเรื่องที่มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้อย่างแน่นอน

เธอส่ายหน้า “หนูเป็นคน ไม่ใช่เทพเจ้านะ!”

อวิ๋นเฉียวถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง ใช่น่ะสิ หนึ่งร้อยคะแนน สำหรับพวกเขาพี่น้องแล้ว เป็นเหมือนเทพนิยายที่ไม่มีวันเป็นจริงได้!



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 16 รับมือได้ทุกสถานการณ์

อวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวปรึกษากันแล้วว่าจะขอชูยินไปเที่ยวในช่วงปิดเทอม พอไปเที่ยวการเรียนพิเศษก็ต้องยกเลิก และสือเหยียนก็จะไม่ต้องมา แม้ว่าการยกเลิกการเรียนพิเศษจะทำให้ไม่ได้เจออวี่เจ๋อ และทำให้อวิ๋นตั่วรู้สึกเสียใจอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับการที่ต้องเจอสือเหยียนทุกวันแล้ว อย่างแรกดูจะพออดทนไหวมากกว่า

อวิ๋นเฉียวอาศัยจังหวะที่คนเป็นแม่ไปเล่นไพ่กลับมาและกำลังอารมณ์ดีเข้าไปเสนอความคิดนี้ “แม่ครับ ช่วงปิดเทอมเราไปอังกฤษกันดีกว่า ไปดูมหา’ลัยที่พ่อเลือกไว้น่ะครับ”

“โรงเรียนที่พ่อของลูกเลือกเองยังจะมีอะไรน่ากังวลอีก ถึงเวลาค่อยไปก็ได้ ไปตอนนี้จะไปดูอะไร”

“ก็ต้องไปปรับตัวกับสภาพแวดล้อมไงครับ”

“ไม่ต้องเลย ช่วงปิดเทอมอวิ๋นตั่วต้องเรียนพิเศษ ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“เพิ่งจะป.1แท้ๆ แต่ปิดเทอมก็ต้องเรียนพิเศษแล้ว ช่างลำบากจริงๆ”

อวิ๋นตั่วรีบพยักหน้า บอกว่าเห็นด้วยกับความคิดของพี่ชาย

“การเรียน เป็นสิ่งที่ยาวนานและยากลำบาก”

“อ่านหนังสือหมื่นเล่ม สู้เดินทางหมื่นลี้ไม่ได้”

“แต่เราคุยกับอวี่เจ๋อแล้ว”

“เรื่องอวี่เจ๋อ ผมจะไปคุยกับเขาเอง ถึงยังไงช่วงปิดเทอมเขาก็มีแพลนจะอ่านหนังสือเตรียมบทเรียนของม.5 อยู่แล้ว ถ้าได้พักผ่อนสักหน่อย ยังไงเขาก็ต้องเห็นด้วย”

ชูยินนิ่งคิด แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า “ไม่ได้ พูดกลับไปกลับมาแบบนี้คงถูกอวี่เจ๋อหัวเราะเอาแน่ๆ”

อวิ๋นเฉียวขยิบตาให้อวิ๋นตั่ว เป็นสัญญาณให้น้องสาวออกหน้าต่อทันที “แม่คะ ตอนปิดเทอมหนูไม่อยากเรียนพิเศษ หนูอยากไปอังกฤษกับพี่ด้วย”

“ปิดเทอมนี้ไม่ได้ เพราะแม่รับปากสือเหยียนไปแล้วว่าจะให้เธอมาเรียนพิเศษด้วยกัน ถ้าลูกไม่เรียน สือเหยียนก็มาเรียนไม่ได้ เดี๋ยวน้าของลูกก็หาว่าแม่สปอยพวกลูกจนเสียคนอีก”

“ทำไมแม่ต้องสนใจคำพูดของคนอื่นด้วยล่ะคะ”

“คนเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมจะไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นได้เหรอ”

อวิ๋นตั่วเบะปาก หมุนตัวเดินขึ้นชั้นบนไป

อวิ๋นเฉียวที่เดินตามหลังน้องสาวมาติดๆ ก็เสนอความเห็นขึ้นมาอีกครั้ง “ตอนนี้เหลือแค่ทางเดียวแล้ว เธอต้องอดอาหารประท้วง!”

“ไม่ได้ พ่อเคยเตือนไว้แล้วไงว่าไม่ให้ใช้วิธีแบบนั้นอีก”

“งั้นก็ไม่เหลือวิธีอื่นแล้วนะ อย่างนั้นเธอก็เป็นเด็กดีตั้งใจเรียนพิเศษไปแล้วกัน ต้องมาเจอกับสือเหยียนทุกวัน คอยให้เธอชี้นิ้วสั่งไปเรื่อยๆ”

พออวิ๋นตั่วจินตนาการถึงช่วงปิดเทอมที่ต้องเจอกับสือเหยียนทุกวัน เธอก็อดรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะไม่ได้ “งั้นหนูจะลองดูก็ได้”

เด็กสาวลูบพุงกลมๆ ของตัวเอง ยามปรึกษากับพี่ชาย “ตอนเย็นพี่แอบเอาโดนัทขึ้นมาให้หนูได้ไหม”

“ได้อยู่แล้ว”

อย่างนั้นก็ค่อยเบาใจหน่อย เธอไม่หิวตายแล้ว


เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น อวิ๋นตั่วก็ไม่ลงมากินข้าว แม่บ้านหลิวขึ้นไปเรียกหลายครั้ง เธอก็เอาแต่บอกว่าไม่กิน

ชูยินเริ่มโมโห จนถึงขั้นขึ้นไปเรียกด้วยตัวเอง “อวิ๋นตั่ว กินข้าว”

“หนูไม่กิน”

“ทำไมไม่กิน”

“หนูไม่อยากเรียนพิเศษ หนูจะไปเที่ยว”

ชูยินเริ่มฟังออกว่าลูกสาวต้องการข่มขู่เธอ “งั้นลูกก็หิวไปแบบนั้นแหละ”

คนเป็นแม่เดินลงมาชั้นล่าง หันมองอวิ๋นเฉียวอย่างแฝงความหมาย เจ้าตัวรู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี เห็นได้ชัดว่าแม่สงสัยเขา เช่นนั้นเขาจึงรีบกินข้าวแล้วหลบเข้าไปในห้อง


อาหารบนโต๊ะดูเหมือนจะไม่มีใครแตะต้อง เพราะอี้ฟานก็ยังไม่กลับมา


อวิ๋นตั่วทนอยู่จนถึงสองทุ่มกว่า แต่ก็ยังไม่เห็นอวิ๋นเฉียวเอาโดนัทมาส่งให้เสียที เมื่อทนไม่ไหว เธอจึงเปิดประตูแล้วย่องลงชั้นล่างไปหาอะไรกินด้วยตัวเอง ขณะที่เดินผ่านหน้าห้องของชูยิน ประตูห้องก็เปิดออก

“อวิ๋นตั่ว จะไปไหน”

“หนู...” อวิ๋นตั่วประมวลผลความคิดอย่างรวดเร็ว “เหมือนหนูได้ยินเสียงพ่อเรียก ก็เลยจะลงไปดูหน่อยค่ะ”

“อืม นึกว่าจะลงไปหาอะไรกินซะอีก” ชูยินว่า “อาหารเก็บเข้าตู้เย็นหมดแล้ว ถ้าจะกินต้องให้แม่บ้านหลิวมาอุ่นให้”

อวิ๋นตั่วเองก็เป็นคนมีศักดิ์ศรี ในเมื่อแม่ประกาศสงครามกันแบบนี้ ถ้าเธอยอมแพ้ง่ายๆ ก็เท่ากับไม่มีศักดิ์ศรีเลยน่ะสิ เดี๋ยวก็โดนพี่ชายหัวเราะเยาะแย่

“หนูไม่กิน ไม่หิวเลยสักนิด”

“คนที่หิวก็คือหนูเองนะ คิดดีแล้วใช่ไหม”

“หนูว่าเมื่อกี้คงหูฝาดไปเอง พ่อจะกลับมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง หนูกลับห้องก่อนดีกว่า”

อวิ๋นตั่วหนีกลับห้องไป ก่อนที่จะใช้โทรศัพท์ในห้องโทรหาอวิ๋นเฉียว “พี่! โดนัทหนูล่ะ”

ในตอนนั้นคนเป็นพี่ถึงนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวยังไม่ได้กินข้าว “เห้ย พี่ลืม!”





ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว