facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 9 หากอยากจะใส่ร้ายใคร ก็ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง / ตอนที่ 10 ขอพึ่งคุณครูหลิว

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 หากอยากจะใส่ร้ายใคร ก็ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง / ตอนที่ 10 ขอพึ่งคุณครูหลิว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2560 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 หากอยากจะใส่ร้ายใคร ก็ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง / ตอนที่ 10 ขอพึ่งคุณครูหลิว
แบบอักษร



ตอนที่ 9  หากอยากจะใส่ร้ายใคร ก็ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง

เมื่อเดินออกมาจากเขตคฤหาสน์ จนมาถึงปากทางก็เห็นป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่ง อวิ๋นตั่วจำได้ว่าครูหลิวเคยบอกว่าเขาต้องนั่งรถประจำทางมาเพื่อสอนหนังสือเธอที่บ้าน

เธอยืนรอที่ป้ายรถ ในมือกอดกระต่ายตัวน้อยเอาไว้ มีกระเป๋าเป้สะพายอยู่ที่หลัง แสงไฟจากป้ายรถเมล์ส่องมาจนเห็นเป็นเงาร่างเล็ก


รถประจำทางคันหนึ่งหยุดลงตรงหน้า น่าจะเป็นคันที่ครูหลิวขึ้นใช่ไหมนะ?


พอขึ้นรถไปแล้ว คนขับก็ถึงกับถามเธอขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “หนูน้อย มาคนเดียวเหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วพ่อกับแม่ไปไหนล่ะ”

“หนูกำลังจะไปหาพ่อกับแม่ค่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็คิดว่าคงเพราะพ่อกับแม่ทำงานยังไม่กลับบ้าน

“หนูรู้เหรอว่าพวกเขาอยู่ไหน”

“รู้ค่ะ”

คนขับไม่ได้ถามอะไรต่อ เด็กที่พ่อกับแม่ต้องทำงานนอกบ้านกันทั้งคู่ก็น่าจะขึ้นรถประจำทางเป็นอยู่ล่ะนะ

อวิ๋นตั่วลงจากรถเมื่อรถวิ่งมาถึงกลางเมือง ครูหลิวเคยบอกว่าต้องลงรถระหว่างทาง บริเวณถนนสายใหญ่ที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คน สามารถเลือกขึ้นรถประจำทางได้ เพราะไม่ว่าสายไหนก็ผ่านตรงนี้ทั้งนั้น

อวิ๋นตั่วไม่รู้ว่าต้องนั่งรถสายไหน อีกทั้งครูหลิวก็เคยพูดถึงแค่ตอนไปที่บ้านของเธอ ไม่เคยพูดถึงตอนกลับบ้านสักที

ในตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่าท้องของเธอร้องขึ้นมา เช่นนั้นจึงได้เอาโดนัทจากกระเป๋าเป้ออกมากินหนึ่งชิ้น และก็เห็นว่าคนแถวนั้นหลายคนแค่โบกแท็กซี่ แล้วบอกคนขับว่าจะไปไหน เท่านั้นก็เรียบร้อย

เพราะแบบนั้น เธอจึงแค่ทำตามไป เด็กสาวโบกแท็กซี่หนึ่งคัน บอกกับคนขับว่า “ไปโรงเรียนมัธยมตี้อี”

เธอจำได้ลางๆ ว่าโรงเรียนของครูหลิวกับพี่ชายเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมือง พวกเขาบอกว่าเป็นโรงเรียนมัธยมตี้อี

“เด็กตัวคนเดียวจะไปโรงเรียนมัธยมตี้อีทำไมกัน”

“ไปหาพี่ชายค่ะ”

คนขับรถหัวเราะ “มีเงินหรือเปล่า”

อวิ๋นตั่วดึงแบงก์ร้อยหยวนออกจากกระเป๋าใบเล็กที่อยู่ข้างกระเป๋าหนังสือออกมาส่งให้คนขับรถ


คนขับรับเงินไป รู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เด็กตัวแค่นี้ ทำไมถึงได้ใจกว้างนักนะ?


ไปส่งที่โรงเรียนก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกัน


อวิ๋นตั่วลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปเคาะประตูป้อมยาม

คนขับรถเดินตามหลังเธอมาด้วยความเป็นห่วง

คุณลุงมีอายุคนหนึ่งเปิดประตูออกมา “พวกคุณมาหาใครครับ”

คนขับชี้ไปที่อวิ๋นตั่ว “ไม่ใช่ผม หนูน้อยนี่ต่างหาก”

“หนู มาหาใครเหรอ?”

“มาหาพี่ชายค่ะ”

“พี่ชายชื่ออะไรล่ะ”

“พี่หนูชื่อหลิวอวี่เจ๋อค่ะ”

“เป็นครูที่นี่หรือเปล่า”

“ไม่ใช่ค่ะ เป็นนักเรียน”

“แต่ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว เด็กนักเรียนก็กลับบ้านกันหมดแล้วนะ เขาอยู่ในโรงเรียนเหรอ?”

อวิ๋นตั่วส่ายหน้า “อย่างนั้นช่วยโทรหาครูของพี่ได้ไหมคะ คุณครูจะต้องติดต่อพี่ได้แน่ๆ”

“เขาหนีออกจากบ้านอย่างนันเหรอ”

อวิ๋นตั่วพยักหน้า

ลุงยามมองอวิ๋นตั่วด้วยความเห็นใจ “น่าสงสารจริงๆ พี่ชายอายุมากกว่ายังไม่รู้ความเท่าน้องสาว ทำตัวให้น้องสาวต้องออกมาตามหาแบบนี้”

คนขับแท็กซี่พูดขึ้น “ตอนนี้เด็กคงกำลังเครียด อย่าไปตำหนิเธอเลย ยังไงก็ช่วยโทรหาครูประจำชั้นให้ได้ไหมครับ”

“พี่ชายหนูอยู่ชั้นไหนล่ะ”

“ม.4 ห้อง 1 ค่ะ”

ลุงยามเอาสมุดเบอร์โทรภายในของโรงเรียนออกมาเปิดหาเบอร์โทรของครูประจำชั้นม.4 ห้อง 1 จากนั้นก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดโทรออก “ฮัลโหล ครูหวังใช่ไหมครับ คือแบบนี้ครับ นักเรียนที่ชื่อหลิวอวี่เจ๋อ จากห้องของคุณครูเขาหนีออกจากบ้าน น้องสาวเขาก็เลยมาที่โรงเรียน ใช่ครับ หลิวอวี่เจ๋อ ไม่ผิดครับ!”

ลุงยามวางสายไป ก่อนจะหันมาปลอบใจอวิ๋นตั่ว “ครูหวังบอกว่าจะช่วยติดต่อพี่ชายของหนูให้ แต่เขาบอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหลิวอวี่เจ๋อเป็นเด็กดีมาตลอด เขาทะเลาะกับคนที่บ้านมาเหรอ?”

อวิ๋นตั่วปิดปากเงียบ ดวงตาคู่โตกระพริบปริบๆ มองลุงยามตรงหน้า

คนขับแท็กซี่เมื่อเห็นท่าทางผิดหวังของเด็กน้อยแล้วก็ได้แต่เอ่ยถาม “หนูจะรอข่าวอยู่ที่นี่ หรือจะกลับไปรอที่บ้าน?”

“หนูจะรอพี่อยู่ที่นี่ค่ะ”

“ถ้าพี่หนูไม่มาล่ะ”

“เขาต้องมาแน่ค่ะ”

ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา โทรศัพท์ของป้อมยามก็ดังขึ้น

ลุงยามรับสาย “ใช่ครับ เป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณเจ็ดแปดขวบ ผิวขาว อ้วนหน่อย น่ารักมาก เธอบอกว่าคุณเป็นพี่ชายของเธอ ครับ ผมจะให้เธอรออยู่ที่นี่”



​----------​​​----------​​​----------​​​----------​​​----------​​


ตอนที่ 10  ขอพึ่งคุณครูหลิว

อวี่เจ๋อจูงมืออวิ๋นตั่วไปด้วยความรู้สึกราวกับตัวเองกำลังละเมอ

“ทำไมถึงออกมาข้างนอกกลางดึกแบบนี้”

“หนูหนีออกจากบ้าน” อวิ๋นตั่วดูสงบมาก

“ทำไมล่ะ”

เธอไม่ตอบ

“งั้นฉันจะส่งเธอกลับบ้าน”

เธอสะบัดมือของอวี่เจ๋อออก ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่กับที่

“เป็นอะไรไป”

“หนูไม่กลับบ้าน”

“แต่ออกมาแบบนี้พ่อกับแม่ของเธอจะเป็นห่วงเอานะ”

“ยังไงหนูก็ไม่กลับ ถ้าไม่พาหนูกลับบ้านด้วย หนูจะไปนอนโรงแรม” เด็กสาวพูดด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง

“จะอยู่โรงแรมนี่มีเงินเหรอ” อวี่เจ๋อหัวเราะออกมา

“มีค่ะ” อวิ๋นตั่วล้วงเแบงก์ร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋า “เงินแต๊ะเอียของหนูยังมีเยอะอยู่เลย”

อวี่เจ๋อชะงักไป เด็กคนนี้กล้ามากจริงๆ เขารีบบอกให้เธอเก็บเงินไว้ดีๆ พากลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน

ระเบียงทางเดินที่แออัดทำอวิ๋นตั่วแทบสะดุดหัวทิ่ม

“ระวังด้วย” อวี่เจ๋อว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูจะระวังกว่านี้” อวิ๋นตั่วยกมือขึ้นลูบอก พึมพำกับตัวเอง “เกือบไปแล้ว”

อวี่เจ๋อรู้สึกเสียใจอยู่นิดๆ เด็กอย่างอวิ๋นตั่วที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เหมาะกับสถานที่แบบนี้เลยสักนิด

ฟางผิงมาเปิดประตู เมื่อเห็นลูกชายยืนอยู่กับเด็กน้อยน่ารักราวรูปสลักแล้วก็ชะงักไป

“สวัสดีค่ะคุณน้า” อวิ๋นตั่วโค้งให้ฟางผิงอย่างมีมารยาท

“เธอคือ......”

“หนูชื่ออวิ๋นตั่วค่ะ”

อวี่ซีที่อยู่ในบ้านเมื่อได้ยินเสียงเข้าก็รีบพุ่งตัวออกมา มองอวิ๋นตั่วด้วยสายตาที่ราวกับได้เห็นมนุษย์ต่างดาว

“เธอคืออวิ๋นตั่วจริงๆ เหรอ”

อวิ๋นตั่วที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเก่าพยักหน้าขึ้นลง

หลิวห้าวตงยืนอยู่ตรงหน้าอวิ๋นตั่ว เขาอยู่แบบนี้มาตั้งแต่อวิ๋นตั่วเข้ามาในบ้านแล้ว สองมือตกลงข้างลำตัว แผ่นหลังเหยียดตรง ปากอ้าค้างขึ้นครึ่งหนึ่ง ราวกับพ่อบ้านที่กำลังยืนรับคำสั่งจากเจ้านาย

“อวิ๋นตั่ว เธอมาทำอะไรที่บ้านเราล่ะ” อวี่ซีถาม

“ฉันหนีออกจากบ้านมา อยากจะมาขอพึ่งครูหลิว”

ทุกคนหันมองอวี่เจ๋อ ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจนปัญญา ไม่รู้จะทำอย่างไร

“ทำไมเธอถึงได้หนีออกจากบ้าน” อวี่ซีถามต่อ

“ความลับน่ะ”

“มาถึงบ้านฉันแบบนี้แล้ว ยังบอกความลับกับเราไม่ได้อีกเหรอ”

“ไม่ได้หรอก”

“แต่เธอออกจากบ้านมาแบบนี้ คนอื่นจะคิดว่าเราเป็นพวกลักพาตัวเด็กหรือเปล่า”

“ไม่หรอก ฉันจะเป็นพยานให้เอง”

อวี่ซีดูแปลกใจ “เธอไม่เหมือนคนสอบได้ 27 คะแนนเลยสักนิด เธอตั้งใจใช่หรือเปล่า?”

“พ่อฉันก็หวังว่าฉันจะตั้งใจเหมือนกัน”


ทุกคนหัวเราะกับคำพูดของเด็กสาว


อวิ๋นตั่วเอาโดนัทออกมาจากกระเป๋า แล้วแบ่งให้ทุกคน “นี่ของโปรดหนูค่ะ”

อวี่ซีกินโดนัทแล้วก็ดูกระตือรือร้นมากขึ้น “น่ารักจริงๆ เธอพักอยู่บ้านเราสิ นอนกับฉันก็ได้”

“โอเคค่ะ”

ทว่าอวี่เจ๋อกลับไม่ยอม บ้านเล็กขนาดนี้ยังมีที่พอให้ใครมาอยู่อีกที่ไหนกันล่ะ ห้องของอวี่ซีมีเพียงแผ่นไม้กระดานบางๆ คั่นแยกออกมาจากห้องของพ่อกับแม่ พอพ่อกรนทีก็ได้ยินชัดเจน จนน้องสาวบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าคนเป็นพ่อทำให้เธอนอนไม่หลับ สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่เหมาะกับอวิ๋นตั่วเลยสักนิด 

เขาเดินเข้าห้องไปเงียบๆ แล้วกดโทรศัพท์หาอวิ๋นเฉียว

อวิ๋นเฉียวเข้านอนแล้ว แต่พอได้ยินว่าอวิ๋นตั่วหนีไปบ้านของอวี่เจ๋อ เขาก็สะดุ้งพรวด ลุกจากที่นอนวิ่งตรงไปดูที่ห้องของน้องสาวเพื่อความแน่ใจ และห้องของอวิ๋นตั่วก็ว่างเปล่าจริงๆ แม้แต่ตุ๊กตากระต่ายที่น้องกอดนอนทุกคืนก็หายไปด้วย

เขารีบไปเคาะประตูห้องของอี้ฟานกับชูยินทันที “ตั่วเอ๋อร์หนีออกจากบ้านครับ”

อี้ฟานเปิดประตูออกมา “ลูกว่าอะไรนะ?”

ในมือของอวิ๋นเฉียวยังถือโทรศัพท์อยู่เลย “อวี่เจ๋อโทรมาบอกผมว่าน้องหนีไปบ้านเขา”

เมื่อได้ยินแบบนั้นชูยินก็รีบวิ่งไปทางห้องของลูกสาว

อวิ๋นเฉียวตะโกนตามหลังคนเป็นแม่ไปเสียงดัง “ผมไปดูแล้ว ที่ห้องนอนไม่มีใครเลย อีกอย่าง ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว อวี่เจ๋อจะมาโกหกทำไมล่ะครับ เขาไม่ได้ว่างพอที่จะทำขนาดนั้น”

“ลูกคนนี้นี่ ยิ่งโตยิ่งใช้ไม่ได้” ชูยินด้วยความเสียใจ “ขนาดเด็กแบบนี้ยังกล้าหนีออกจากบ้าน โตมาจะเป็นยังไงกัน”

“โตแล้วคงหนีไปไกลกว่านี้แน่” อวิ๋นเฉียวว่า

อี้ฟานนึกไปถึงคำพูดที่อวิ๋นตั่วพูดกับชูยินไว้ก่อนที่พวกเขาจะเข้านอนแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา “เด็กคนนี้เป็นคนพูดจริงทำจริงเสียด้วยสิ”

ชูยินใกล้จะปรี๊ดแตกมากขึ้นทุกที “มันใช่เวลามาชื่นชมกันหรือเปล่าคะ!”

“จะไปรับน้องกลับมาไหมครับ” อวิ๋นเฉียวถาม

“ไปรับสิ!” ชูยินว่าแล้วก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่าง ระหว่างนั้นก็ตะโกนสั่งเสียงลั่น “แม่บ้านหลิว แม่บ้านหลิว รีบไปให้ลุงหูเตรียมรถ เราจะออกไปข้างนอก”

แม่บ้านหลิวรับคำ ก่อนที่จะวิ่งออกไปทางห้องของคนขับรถ

อวิ๋นเฉียวที่ตามมาด้วยพูดกับชูยินว่า “ผมกลัวว่าน้องจะไม่ยอมกลับน่ะสิครับ เราให้น้องนอนที่บ้านอวี่เจ๋อสักคืนก่อนดีไหม”

“เหลวไหล!” ชูยินโพล่งปฏิเสธออกมาทันที






ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว