กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่15 คนเลวก็คือคนเลว

ชื่อตอน : ตอนที่15 คนเลวก็คือคนเลว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 896

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2560 01:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่15 คนเลวก็คือคนเลว
แบบอักษร

​คนเลวก็คือคนเลว

แก้วกันยาเดินเข้ามาในบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังประหวั่นอยู่ในใจรสจูบที่เร่าร้อนยังทำให้เธอร้อนรุ่มอยู่ในอกแต่มันก็ไม่ได้มีอิทธิพลเหนือไปกว่าสมองของเธอซึ่งตอนนี้มีแต่เรื่อง​ของอนภัทร แม้จะพยายามตัดความคิดออกไปจากหัวสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีท่าทางคำพูดสายตาการกระทำทุกอย่างของเขา การที่เขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนที่เธอเคยรู้จักนั้นมันทำให้แก้วกันยานึกกังวลใจว่าตัวเขาจะแอบซ่อนแผนการร้ายๆเอาไว้

"หนูแก้ว..." เดือนเต็มเดินตรงมาหาหลานรักทันทีที่เห็น

"น้าเต็ม..." แก้วกันยายิ้มบางๆให้กับน้าสาวที่ยามนี้เลื่อนฐานะมาเป็นแม่เลี้ยงเธออีกคน

"งานวันนี้เป็นยังไงบ้างมีปัญหาอะไรรึเปล่าทำไมถึงทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะลูก" เดือนเต็มมองแก้วกันยาอย่างเป็นห่วงเป็นใยมือบางยื่นออกไปลูบหัวแก้วกันยาอย่างเอ็นดู

"ไม่มีอะไรค่ะ" แก้วกันยายิ้ม

"หนูแก้ว" เดือนเต็มถอนใจ

"แก้วไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะน้าเต็มไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"

"จะไม่ให้น้าห่วงหนูได้ยังไงน้าเลี้ยงหนูมาหนูคิดเหรอว่าน้าจะดูไม่ออก" เดือนเต็มพูดออกไปตามตรง   "แต่ถ้าหนูไม่พร้อมที่จะพูดน้าก็จะไม่เซ้าซี้หรอกนะ"

"โถ...น้าเต็ม" แก้วกันยาโผเข้าไปกอดเดือนเต็มอย่างออดอ้อน

"โตแล้วก็เริ่มมีความลับกับน้าสินะ" เดือนเต็มตัดพ้อพร้อมกับกอดหลานสาวไว้แน่น

"ไม่มีอะไรจริงนะคะน้าเต็มเชื่อหนูแก้วนะ"

"ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน...งั้นก็คงเป็นเรื่องของผู้ชายที่ขับรถมาส่งหนูใช่หรือเปล่า"

"คะ!!!" แก้วกันยาหน้าตื่น

"ใครกัน?ไปรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่ตอนไหนไม่เห็นจะเล่าให้น้าฟังบ้างเลย"

"เค้า..." แก้วกันยาอึกอัก หากเธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเดือนเต็มก็ต้องไม่เชื่อที่เธอพูดแถมจะน้อยอกน้อยใจยิ่งกว่าเก่าและอีกอย่างคือเธอไม่รู้ว่าน้าสาวเห็นแค่ว่าเขาขับรถมาา่งหรือว่าเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าบ้านกันแน่   "ไว้...แก้วจะพามาแนะนำนะคะ" แก้วกันยาตอบแบบเอาตัวรอด

"หลานน้า....สวยขนาดนี้..." เดือนเต็มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พออกพอใจในคำตอบของหลานสาว เธอแอบกังวลมาตลอดว่าหลานรักจะไม่สนใจเรื่องรักๆใคร่ๆเหมือนวัยหนุ่มสาวทั่วไปเพราะเธอเองรับรู้จากสุธีทุกครั้งว่าหนุ่มๆให้ความสนใจหลานสาวเธอแค่ไหนในงานสังคมต่างๆแต่ติดที่แก้วกันยาดูจะไม่สนใจเอาเสียเลย

เดือนเต็มเลยรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นผู้ชายแปลกหน้าก้าวลงจากรถหลานสาวเธอโดยบังเอิญที่หน้าบ้านแถมจูงมือกันหายเข้าไปตรงมุมอับสายตาของคนในบ้าน เดือนเต็มก็คิดเอาว่าผู้ชายคนนั้นต้องมีความสัมพันธ์ที่พิเศษกับหลานสาวเธอแน่

"แก้วขอตัวนะคะ"

"จ้ะ" เดือนเต็มยิ้มมองหลานสาวที่เดินขึ้นไปข้างบนจนลับตา


ค่ำของวันเดียวกันสุธีกลับมาจากทำงานด้วนหน้าตาที่เหนื่อยอ่อนเดือนเต็มืี่นั่งรอสามีอยู่ก็รีบเดินเข้าไปหาหมายจะเอาอกเอาใจ

"เหนื่อยมั้ยคะ" เดือนเต็มรับกระเป๋าเอกสารมาจากสุธีก่อนจะส่งให้เด็กรับใช้   "ทานอะไรมารึยังคะพี่ธี"

"เรียบร้อยแล้ว"

"งั้นเต็มไปเตรียมน้ำอุ่นให้พี่ธีแช่ตัวดีกว่านะคะจะได้ผ่อนคลาย" เดือนเต็มมองสุธีตาหวานเชื่อมเช่นเดียวกับสุธีที่ขยับมือมาโอบรัดเอวบางของอดีตน้องเมียเอาไว้มั่น

"จ้ะ" สุธียิ้ม

เขายอมรับว่าเคยหลงไหลเดือนเต็มเมื่อตอนที่หญิงสาวในอยู่ในวัยอันแปล่งปลั่งแต่เพราะเกรงว่าจะทำให้ภรรยาเสียใจเขาจึงพยายามปรับตัวและมองเดือนเต็มให้เป็นน้องเมียเท่านั้นเขาทำมันได้ดีมาตลอดแม้ภรรยาเขาจะจากไปนานหลายปีแล้วเขาก็ยังคงรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับตนเองได้เป็นอย่างดี

จนไม่กี่เดือนมานี้ที่เขาได้ทำให้เดือนเต็มขยับฐานะมาเป็นเมียเขาอีกคนซึ่งเดือนเต็มก็ดูแลเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องจนเรียกได้ว่าอิ่มเอมเปรมปรีกันเลยทีเดียว 

"คุณธี!!!" นิลลินีแผดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นสามีตัวเองเดินควงกับเมียน้อย

"อย่ามาขึ้นเสียงใส่ผมนะลินี!" สุธีตวาด

"คุณก็ปล่อยมือสิ!!!รักมันหลงมันจนลืมลูกลืมเมียอย่างฉันไปเลยสินะ เหี่ยวๆยานๆแบบนี้ยังเคี้ยวอร่อยอีกเหรอ!"

"ลินี!!!!!" สุธีมองนิลลินีที่อุ้มลูกสาววัยแบเบาะไว้แนบอกอย่างไม่พอใจ

ตั้งแต่หญิงสาวคลอดลูกเขาก็ไม่ได้สนใจใยดีอะไรในตัวเธอเลยปล่อยให้เธอเลี้ยงลูกตาลำพังซึ่งตัวเขาก็พอจะได้ยินมาบ้างว่านิลลินีปล่อยลูกไว้กับพี่เลี้ยงไม่สนใจใยดีเช่นแม่คนอื่นๆ วันนี้เธอก็แค่อุ้มลูกมาเรียกร้องความสนใจจากเขาเท่านั้น

"เต็มขึ้นไปเตรียมน้ำให้พี่ธีก่อนดีกว่านะคะ" เดือนเต็มยิ้มบางๆก่อนจะหันมาปลายตามองนิลลินีอย่างเหยียดหยัน

เธอพิสูจน์ให้นิลลินีเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าสาวใหญ่อย่างเธอนั้นมีชั้นเชิงเหนือกว่าสาวรุ่นอย่างไร 

"ดึกแล้วอย่ามาชวนทะเลาะอุ้มลูกกลับห้องไปซะ!" สุธีสั่งเสียงเฉียบ

"ไม่!คุณต้องอุ้มยัยเกรซไปส่งลินีที่ห้อง"

"เพื่ออะไรลินี!"

"คุณเป็นพ่อนะ!ตั้งแต่ยัยเกรซเกิดคุณอุ้มแกแค่ครั้งเดียวตอนออกจากโรงพยาบาล" นิลลินีตัดพ้อ

สุธีเดินตรงเข้ามาหานิลลินีด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายเขารับหนูเกรซจากมือนิลลินีมาอุ้มไว้แนบอกก่อนจะเดินนำเธอไปยังห้องนอนชั้นล่างที่สุธีตกแต่งขึ้นใหม่ตอนที่นิลลินีเป็นลมที่หน้าห้องนอนชั้นบนในคราวนั้น และห้องนอนนี้ก็กลายเป็นห้องพักถาวรของนิลลินีในขณะที่เดือนเต็มย้ายมานอนกับเขาที่ห้องนอนชั้นบน

หนุ่มใหญ่วางลูกน้อยลงบนเตียงเด็กและทำท่าจะหนุมตัวกลับออกไป

"เดี๋ยวสิคะ" นิลลินีรีบดึงรั้งสุธีเอาไว้   "นานแล้วนะที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเลย..." นิลลินีลูบไล้แผงอกสามีช้าๆอย่างสื่อความหมาย มือบางค่อยๆปลดกระดุมเสื้อสามีออกช้าๆอกอิ่มที่คัดตึงเพราะน้ำนมเบียดชิดกับแผงแกอย่างยั่วยวน

"อย่าน่าลินี..." สุธีดันนิลลินีออก

"ทำไมล่ะยัยป้านั่นมันทำได้ถึงใจคุณมากกว่าลินีงั้นเหรอ"

"ถ้าบอกว่าใช่...คุณจะเสียใจมั้ยล่ะ"

"คุณสุธี!!!"

"หยุดโวยวายซะทีผมรำคาญ!" สุธีเดินออกมาจากห้องของนิลลินีท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างขัดอกขัดใจของอีกฝ่าย


แก้วกันยาถอนใจเมื่อได้ยินเสียงแหลมๆของนิลลินีเธอเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมนี้เต็มทนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากอดทน

ครืด!!!!!.........

หญิงสาวหันไปมองโทรศัพท์ที่สั่นรัวพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัยเพราะหมายเลขสิบหลักที่แสดงอยู่หน้าจอ

"สวัสดีค่ะ" แก้วกันยากดรับสาย

"พูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับทุกสายที่โทรหาคุณเลยรึเปล่า"

"คะ?" แก้วกันยาทำหน้างงเมื่อปลายสายยิงคำถามแปลกๆใส่เธอแต่น้ำเสียงเขาก็ฟังดูคุ้นเคยเหมือนคนรู้จักติดตรงที่แก้วกันยายังนึกไม่ออกเท่านั้น

"ว่าไงผมถามคุณอยู่นะ" ปลายสายเริ่มไม่พอใจ

"นี่...คุณเองเหรอ!" แก้วกันยาตกใจเมื่อรู้ว่าผู้ชายกวนประสาทที่ปลายสายนั้นคือใคร

"ก็ผมน่ะสิจะเป็นใครหรือว่ามีผู้ชายโทรหาคุณดึกๆดื่นๆหลายคนล่ะ"

"หยุดกวนประสาทฉันสักทีคุณโทรมาหาฉันได้ยังไง"

"เอ๊า!...ก็ผมมีเบอร์คุณแล้วทำไมผมจะโทรหาคุณไม่ได้"

"คุณมีเบอร์ฉันได้ยังไง!"

"มากกว่าเบอร์ผมก็มีนะคุณอยากรู้มั้ยล่ะ"

"ไม่!...ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น"

"แต่ผมอยากบอกนะ"

"ไม่ต้อง!" แก้วกันยาตวาดกลับ

"ดุจังเลยนะอย่างนี้มันน่า......."

"ถ้าคุณจะโทรมากวนประสาทฉันเล่นล่ะก็ฉันวางล่ะนะพุ่งนี้ฉันต้องทำงานไม่ว่างมาเล่นกับคุณหรอก" พูดจบแก้วกันยาก็กดวางสายแต่หญิงสาวไม่ได้กดวางเปล่าๆเธอรีบกดปิดเครื่องในทันทีเพราะกลัวว่าอนภัทรจะโทรกลับมาอีก หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนอย่างหวั่นใจหวังว่าอนภัทรจะไม่ก่อเรื่องอะไรให้เธอเดือดร้อนรำคาญใจอีกนะ


เช้าวันรุ่งขึ้น

แก้วกันยาตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเหมือนเช่นทุกวันแต่สิ่งที่ต่างออกไปในเช้าวันนี้คือคนแปลกหน้าที่นั่งทานข้าวเข้าร่วมกับครอบครัวของเธอ

"คุณ!" แก้วกันยาตกใจที่เห็นอนภัทรนั่งกินข้าวต้มมื้อเช้าอยู่ในบ้านของเธอ

"ตื่นแล้วเหรอ?...ผมโทรหาคุณตั้งแต่เช้าแต่คุณปิดเครื่องผมเป็นห่วงก็เลยมาดู" อนภัทรลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาหาหญิงสาว

"ห๊ะ!" แก้วกันยาขนลุกไปทั้งตัวเมื่อเห็นสายตารอยยิ้มที่แสแสร้งของอนภัทร

"ทานข้าวก่อนสิแล้วผมจะไปส่งคุณที่บริษัทเองนะ" อนภัทรยิ้มบางๆ

"มานั่งสิหนูแก้ว" สุธีเรียกลูกสาว

"ค่ะ"แก้วกันยาเดินมานั่งประจำที่

"คบกันอยู่ทำไมไม่ยอมบอกพ่อเห็นภัทรเค้าบอกว่าหนูไม่อยากเปิดตัวเขาเลยต้องให้คุณภูพามาแนะนำตัวกับพ่อ"

"คะ?" แก้วกันยามองหน้าบิดางงๆ

"ภัทรเค้าเล่าทุกอย่างให้พ่อฟังหมดแล้วล่ะแถมเมื่อวานน้าเต็มเค้าก็เห็นว่าขับรถมาส่งกันอยู่"

"พ่อคะ....คือหนูแก้ว..."

"อย่าตำหนิแก้วเลยครับคุณลุง" อนภัทรรีบออกตัวปกป้องเพื่อเรัยกคะแนนจากสุธีและเดือนเต็มซึ่งมันก็ได้ผลคนทั้งคู่เอ็นดูอรภัทรอย่างไม่ต้องสงสัย

"สายแล้ว...หนูแก้วขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ" แก้วกันยาลุกจากโต๊ะอย่างรีบร้อนอนภัทรก็หันไปมองก่อนจะกราบลาผู้ใหญ่ทั้งสองเพื้อตามเธอออกมา

ที่โรงรถอนภัทรตรงมาคว้ามือของแก้วกันยาเอาไว้ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ

"วันนี้ไปรถผม"

"คุณเล่นอะไรของคุณ!ต้องการอะไรกันแน่บอกฉันมาเลยดีกว่าคุณอนภัทร"

"ขึ้นรถก่อน" อนภัทรพยายามจูงแก้วกันยามาที่รถของตัวเอง

"คุณไปพูดอะไรกับพ่อฉัน"

"คุณคิดว่าไงล่ะ?"

"คุณ!"

"ขึ้นรถ!" อนภัทรดันหลังแก้วกันยาให้เข้าไปนั่งในรถของตนเองได้สำเร็จ ชายหนุ่มรีบเข้าไปนั่งประจำที่คนขับก่อนจะขับรถออกไป

"คุณมีแผนอะไร?"

"..."

"จะทำอะไรครอบครัวฉัน?"

"...."

"นี่!...อย่าเอาแต่เงียบได้มั้ยฉคนถามคุณอยู่นะ"

"ผมก็เคยบอกคุณไปแล้วไงว่าตัวคุณ....แลกกับครอบครัวคุณถ้าตกลงก็ช่วยอยู่เฉยๆทำทุกอย่างตามที่ผมบอกแต่ถ้าไม่ก็กลับไปเล่าความจริงให้พวกเขาฟังซะ"

"คุณมัน..."

"จะด่าอะไรผมก็คิดให้มันดีๆนะระวังจะเข้าพ่อตัวเองคุณเดือนเต็มนี่เป็นน้าคุณไม่ใช่เหรอผมไม่ยักกะรู้ว่าเธอเป็นเมียพ่อคุณด้วย"อนภัทรเยอะ

"หยุดเลยนะอย่ามาลามปามถึงพ่อฉัน"

"กินไม่เลือกสินะพ่อคุณน่ะ...แล้วคุณล่ะเป็นเหมือนพ่อรึเปล่า"

"ฉันเลือกกินย่ะโดยเฉพาะคุณฉันยิ่งต้องเลือกกินมั่วๆมันสอดท้องเป็นของแสลง!"

"มิน่า!...คุณถึงเลือกที่จะให้ผมกิน" อนภัทรยิ้ม

"นี่!"

"โมโหทำไมเล่านี่ผมพูดเรื่องจริงนะเนี่ย"

"คุณนี่มัน...."

"คนเลวอย่างผมมันก็คู่ควรกับผู้หญิงอย่างคุณดีแล้วไม่ใช่เหรอผู้ชายดีๆเขารับครอบครัวคุณไม่ได้หรอกมันน่ารังเกียจ"

"หุบปาก!" แก้วกันยาสั่งเสียงเฉียบพร้อมกับเบียนหน้าหนีอนภัทรด้วยความรู้สึกขุ่นมัวในใจ

เธอด่าเขาในข้อที่พูดจาดูถูกครอบครัวเธอได้อย่างไม่เต็มปากเพราะความจริงมันก็ชัดเจนเกินกว่าที่เธอจะปิดบังซ่อนเร้นอะไรได้ สิ่งที่ทำได้ก็แค่นึกเคืองอยู่ในใจเท่านั้น

คนเลวก็ต้องคู่กับคนเลวงั้นเหรอ?....


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว